The Read

ROMANCE IN BANGKOK: หรือกรุงเทพฯ จะไม่ใช่เมืองที่เอื้อต่อการตกหลุมรัก

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

The Read

ROMANCE IN BANGKOK: หรือกรุงเทพฯ จะไม่ใช่เมืองที่เอื้อต่อการตกหลุมรัก

26 May 2020

สวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว แต่อาจตรงกันข้ามสำหรับการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบคู่รัก

 

กรุงเทพมหานคร คือเมืองหลวงที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลกประจำปี 2019 ด้วยจำนวนกว่า 22.78 ล้านคน แซงหน้าและทิ้งห่างอันดับสองอย่าง กรุงปารีส เมืองหลวงประเทศฝรั่งเศสที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว 19.1 ล้านคน อยู่มากพอสมควร นั่นก็คงเพียงพอให้อนุมานและแสดงให้เห็นอย่างกระจ่างแจ้งว่า กรุงเทพมหานคร คือหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์น่าดึงดูดมากที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามเมื่อเอ่ยถึงความเป็น “มหานครแห่งความโรแมนติก” หรือ “เมืองที่เหมาะต่อการตกหลุมรักหรือเริ่มต้นความสัมพันธ์” ชื่อของ กรุงเทพมหานคร กลับไม่เคยปรากฏอยู่บนลิสต์จัดอันดับเลยสักครั้งเดียว ตรงกันข้ามกับ ปารีส, ซาน ฟรานซิสโก, โรม, หรือปราก โดยสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่เมืองเหล่านั้นมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่าเป็นอย่างมาก

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ความโรแมนติกหรือการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบคู่รักดูไม่เข้ากับเมืองอย่างกรุงเทพฯเท่าไรนัก ร่วมพูดคุยและหาคำตอบไปพร้อมกันได้ในบทความนี้

 


 

The City ​​Plan

มหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่ไม่เหมาะกับการเดินเล่นเท่าไรนัก

 

Footpath of Bangkok

 

หนึ่งในกิจกรรมสำหรับเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายจนกลายเป็นเหมือนวัฒนธรรมของโลกตะวันตกคือ “การเดินเล่น” คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะชวนอีกฝ่ายไปทำอะไร เคอะๆ เขินๆ ขาดความมั่นใจไปเสียหมด การเดินเล่นนี่แหละสามารถตอบได้ทุกโจทย์ที่กล่าวมา เนื่องจากเป็นกิจกรรมสบายๆ มีเรื่องให้พูดคุยตลอดสองข้างทาง นอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ไม่ต้องใกล้ชิดกันมากนัก จึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับการเริ่มต้นความสัมพันธ์เชิงคู่รักที่สุดก็ว่าได้

ไม่ว่าจะในซีรี่ส์ ภาพยนตร์ หรือแม้แต่ในชีวิตจริง ถ้าใครเคยไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศโลกตะวันตก ในโซนยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา “Let’s take a walk” การชวนกันออกไปเดินเล่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง และไม่ใช่เรื่องแปลกในชีวิตประจำวัน ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครโดยสิ้นเชิง ที่การเดินเล่นเป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยมีใครนิยมเท่าไรนัก โดยปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เป็นเช่นนี้ก็เพราะ “การวางผังเมือง”

ว่ากันตามหลักความจริงและวิชาการ กรุงเทพมหานครคือเมืองที่มีการวางผังเมืองผิดพลาด ไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยเรื่องนี้สามารถหยิบยกมาถกกันได้หลายหน้ากระดาษ แต่เราขอโฟกัสแค่ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์มนุษย์เป็นหลัก

กรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองที่มีตรอกซอกซอยเยอะมากๆ แต่กลับมีถนนสายหลักไม่มากนัก และที่มีอยู่คุณภาพของบาธวิถีก็ไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กเกินไป ผุพังไม่ได้รับการซ่อมแซม มีต้นไม้โผล่ขึ้นมาขวางทางเดินอย่างไม่มีปี่มีขุล่ย หรือแม้กระทั่งการที่รถเล็กนิยมวิ่งบนบาธวิถีในชั่วโมงเร่งด่วนทั้งๆ ที่ผิดกฎหมาย โดยสิ่งเหล่านี้นี่แหละคือปัจจัยที่ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เหมาะแก่การเดินเล่นซึ่งเป็นกิจกรรมหลักในการเริ่มต้นความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง

 


 

The Weather 

ร้อนจนตับแล่บ ฝนตกเหมือนฟ้ารั่ว

 

Bangkok's Weather

 

ไม่ใช่แค่กรุงเทพมหานคร แต่รวมถึงประเทศไทยทั้งประเทศนั้นมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น โดยในฤดูร้อนอุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน และในฤดูฝนนั้นก็มีฝนตกเฉลี่ยถึง 15 วันใน 1 เดือนเลยทีเดียว ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรุงเทพมหนานครไม่เหมาะกับการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบคู่รักเท่าไรนัก

เนื่องจากเป็นเมืองที่ฤดูร้อนก็ร้อนจนตับแล่บ ฤดูฝนฝนก็ตกเหมือนฟ้ารั่ว ส่วนฤดูหนาวก็มีลมหนาวให้ได้ดีใจกันไม่เกิน 1 สัปดาห์ก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นกิจกรรมของชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จึงมักจะอยู่ในสถานที่ปิด โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า

วัฒนธรรมการเดินห้างสรรพสินค้านั้นเฟื่องฟูอย่างมากในกรุงเทพฯ และมันก็ฝังลึกถึงขั้นที่ว่ากลายเป็นพฤติกรรม “คิดอะไรไม่ออกก็ไปเดินห้าง” เห็นได้จากห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ นั้นมีจำนวนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับขนาดของเมือง นอกจากนั้นห้างหลายแห่งก็ใหญ่โตอลังการยิ่งกว่าห้างในประเทศโลกที่ 1 เสียอีก

เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าการเดินห้างเป็นสิ่งไม่ดี เพราะเราก็ชอบเดินห้างเช่นเดียวกัน ทั้งได้หนีจากอากาศข้างนอกมาพบความเย็นสบาย แถมมีทุกอย่างรวมไว้ครบจบในที่เดียว ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบ แต่สิ่งที่เรากำลังจะบอกคือ ห้างไม่ใช่สถานที่โรแมนติก บรรยากาศของมันไม่ได้สื่อไปในทางนั้นโดยสิ้นเชิง

เมื่อห้างสรรพสินค้ากลายเป็นศูนย์รวมของวิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ กิจกรรมของคู่เดทข้าวใหม่ปลามันจึงมักจะเริ่มต้นจากการกินข้าว ดูหนัง หรือสำหรับคู่ที่คบกันได้สักพักแล้วก็ยังต้องวนเวียนอยู่กับห้างสรรพสินค้าอยู่ดี ดังนั้นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันในเวลาสั้นๆ จึงค่อนข้างซ้ำซากจำเจ

แตกต่างจากเมืองในโลกตะวันตก ที่สภาพอากาศค่อนข้างเอื้ออำนวย มีเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นที่จะหนาวหรือร้อนเกินไป แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์เย็นสบาย พวกเขาจึงมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมายให้คู่รักได้ทำร่วมกัน โดยไม่ต้องโดนกรอบของสภาพอากาศปิดกั้นเอาไว้ ส่งผลให้เมล็ดพันธ์ความรักที่ผู้คนเพาะปลูกเอาไว้เหมือนมีดินและปุ๋ยที่ดีช่วยส่งเสริมให้ผลิบานได้ดียิ่งขึ้น

 


 

The Culture

กำแพงระหว่างคนแปลกหน้า

 

Two stranger in cafe in Bangkok

 

“อย่ารับของจากคนแปลกหน้า” หรือ “อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า” นี่คือคำสอนที่เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก และดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะฝังลึกลงในรากวัฒนธรรมสังคมของคนไทยไปแล้ว เราไม่ได้บอกว่ามันไม่ดี แน่นอนว่ามันดีในแง่ของความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน แต่มันคือดาบสองคม เพราะอีกแง่หนึ่งมันทำให้การเริ่มต้นความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้ากลายเป็นเรื่องยากขึ้นไปหลายเท่าตัว

ในภาพยนตร์หรือซีรี่ส์จากโลกตะวันตก ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับฉากที่ตัวละครสองคนซึ่งต่างก็เป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน แต่กลับสามารถเริ่มต้นบทสนทนากันได้อย่างลื่นไหล เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าฉากหลังจะเป็นร้านกาแฟ ร้านหนังสือ หรือแม้กระทั่งในโบกี้รถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ ในโลกความจริงก็เช่นเดียวกัน ใครที่เคยมีประสบการณ์อาศัยอยู่ในกลุ่มประเทศเหล่านั้นน่าจะรู้เป็นอย่างดีว่าการเริ่มต้นบทสนทนากับคนแปลกหน้าด้วยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย

ตรงกันข้ามกับในประเทศไทยโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เอื้อต่อการเริ่มต้นบทสนทนามากแค่ไหน บรรยากาศจะเป็นใจสักเพียงไร แต่ถ้าใครเป็นฝ่ายเริ่มต้นชวนคุยก่อนแล้วล่ะก็ แวบแรกในสมองอีกฝ่ายจะมีความคิดหนึ่งโผล่เข้ามาทันที

“คนนี้ใคร มาชวนคุยทำไม มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า?”

ถึงแม้ว่าถ้าพูดคุยกันไปสักพักสถานการณ์อาจจะโอเคขึ้น สามารถเข้ากันได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีความกล้าในการฝ่ากำแพงด่านแรกที่สังคมพร้อมจะตัดสินว่า “คุณเป็นคนแปลก” ทันทีที่เริ่มบทสนทนา

ดังนั้นถ้ากรุงเทพฯ มีวัฒนธรรมการตั้งแง่ต่อคนแปลกหน้าที่เบาบางลงกว่านี้ สามารถสร้างสมดุลในการระวังตัวเองกับการสร้างสัมพันธ์กับมนุษย์ที่ลงตัวได้ เมืองนี้จะมีความโรแมนติกมากขึ้นอย่างแน่นอน

 


 

The Architecture

เมืองแห่งศาสนาและประวัติศาสตร์

 

Architecture in Bangkok

 

ก่อนจะเริ่มกล่าวถึงเนื้อหาในหัวข้อนี้ ขออธิบายเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันก่อนว่า เราไม่ได้มีเจตนาโจมตีรูปแบบสถาปัตยกรรมของกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบสถาปัตยกรรมของเมืองแห่งนี้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องการจะสื่อคือกรุงเทพฯ มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม เพียงแต่ว่ามันไม่ “โรแมนติก” ก็เท่านั้นเอง

เมื่อพูดถึง กรุงเทพมหานคร ภาพลักษณ์ของเมืองแห่งนี้มักจะถูกแบ่งเป็นสองฝั่งที่ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง โดยฝั่งแรกคือฝั่งของการเป็น “เมืองแห่งวัฒนธรรม” ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมวัดวาอาราม รวมถึงพระราชวังต่างๆ ที่วิจิตรสวยงามตระการตา ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือฝั่งของ “เมืองแห่งการปาร์ตี้” มหานครที่ไม่เคยหลับใหล แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสังสรรค์ให้สนุกหลุดโลก กรุงเทพฯ ก็มีผับบาร์ไว้คอยบริการอย่างครบครัน

อาจจะกล่าวได้ว่าความโรแมนติกหรือความสัมพันธ์แบบคู่รักนั้นคือเส้นขนานกับสถานที่เชิงประวัติศาสตร์ศาสนาโดยสิ้นเชิง เนื่องจากคำว่า “กาละเทศะ” และ “วัฒนธรรม” ที่เป็นกรอบครอบเอาไว้ แตกต่างจากเมืองในโลกตะวันตกไม่ว่าจะเป็นปราก, ปารีส, หรือโรม ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถาปัตยกรรมที่เป็นแลนมาร์กของเมืองเหล่านั้นช่างเอื้อให้เกิดห้วงอารมณ์โรแมนติกเสียเหลือเกิน

ดังนั้นสุดท้ายแล้วความจริงที่ต้องยอมรับคือภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองวัฒนธรรมเชิงศาสนานั้นไม่สามารถดำเนินควบคู่ไปกับการเป็นเมืองแห่งความโรแมนติกได้ ซึ่งย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี เพียงแต่การที่เมืองใดเมืองหนึ่งจะมีภาพลักษณ์ให้ทุกคนจดจำได้นั้นมี “ราคาที่ต้องจ่าย” แตกต่างกันออกไป เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็เท่านั้นเอง

 


 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดอาจจะฟังดูเหมือนว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่โรแมนติกเอาเสียเลย อย่างไรก็ตามเมืองๆ นี้ก็มีรูปแบบความโรแมนติกและการเริ่มต้นความสัมพันธ์ในแบบของตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม Online Dating หรือการสานสัมพันธ์ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ถือว่าเข้มข้นและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การแนะนำให้รู้จักกันผ่านเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน….ต่อไปเป็นทอดๆ ซึ่งก็ได้ผลไม่แพ้กัน และอีกมากมาย

เราอยากจะจบบทความนี้ด้วยการทิ้งท้ายว่ากรุงเทพฯ คือหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก ที่ชาวเมืองแห่งนี้สามารถยืดอกภูมิใจได้อย่างไม่อายใคร เพียงแต่ว่าในแง่ของการเริ่มต้นความสัมพันธ์นั้นอาจจะจำเป็นต้องใช้ความกล้าและความพยายามมากกว่าเมืองอื่นเสียหน่อย เอาเป็นว่าถ้ามองโลกในแง่บวกก็ถือเป็นการฝึกตัวเองไปในตัวก็แล้วกัน

 

Related Stories

The Read

ON HAPPINESS: 4 แนวคิดของนักปรัชญาผ่านข้อถกเถียงที่ว่า ‘ความสุขคืออะไร’

จะแน่ใจได้อย่างไรว่าความรู้สึกดีที่คุณมีอยู่ตอนนี้คือ ‘ความสุขที่แท้จริง’

Read

The Read

RECONNECT WITH YOUR PARENTS: กระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพ่อแม่ให้เข้าใจกันยิ่งกว่าเดิม

เพราะนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่จะหันกลับมาดูแล ‘รักแรก’ ของชีวิต

Read

0Shares
preloader