Hennessy

WHERE A LOCAL STREET ARTIST GETS HIS INSPIRATIONS

บทความโดย Kantinan Srisan, Style Editor, W.Ministry

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W.Ministry

Hennessy

WHERE A LOCAL STREET ARTIST GETS HIS INSPIRATIONS

11 October 2018

ศิลปะของความดื่มด่ำกับแบรนด์คอนยัคสุดลึกล้ำ
แง่คิดและแรงบันดาลใจที่ส่งถึงกันในฐานะศิลปิน

Spread the words

จากบทความที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับยอดศิลปินชาวโปรตุเกส เจ้าของผลงานการออกแบบขวดเฮนเนสซี่ในคอลเลคชั่น Very Special Limited Edition ปี 2018 อย่าง Mr. Alexandre Farto หรือ “Vhils” ที่แน่นอนว่าเรื่องราวความเป็นมาของผลงานศิลปะในครั้งนี้ของเขา ไม่ได้ถ่ายทอดออกมาเพียงความดื่มด่ำจากแบรนด์คอนยัคคุณภาพแห่งนี้เพียงเส้นทางเดียว เพราะด้วยอัตลักษณ์อันชัดเจนของชิ้นงานและนัยยะแฝงที่สื่อความหมายนี้มีอะไรที่มากกว่าตาเห็น ทั้งด้านความรู้สึกและแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่า

วันนี้เราได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับศิลปินไทยผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนฝาผนังและงานออกแบบลวดลายเส้นสายในสไตล์ Calligraphy อย่าง สรวิส ประคอง หรือ “อั้ม” ที่จะมาบอกเล่ามุมมองความเห็นของเขาที่มีต่อผลงานของ Vhils ทั้งในแง่มุมของเทคนิค แรงบันดาลใจ และวิธีการทำงานที่มีผลต่อเขากันแบบผ่อนคลาย ที่อั้มอยากจะส่งต่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครได้อีกหลายคน
“ด้วยความที่ผมเองติดตามผลงานของ Vhils มานานแล้วด้วยความชื่นชอบส่วนตัว ต้องบอกว่า Vhils นั้นเป็นศิลปินที่มีทักษะในการใช้เรื่องราวของผิวสัมผัสหรือเท็กซ์เจอร์ที่ฉลาดมาก สามารถบอกเล่าเรื่องราวผ่านเทคนิคนี้ในชิ้นงานต่างๆ แต่สำหรับงานที่สร้างสรรค์ร่วมกับเฮนเนสซี่ในครั้งนี้ค่อนข้างที่จะฉีกกรอบความคิดของผมไปเลย เพราะด้วยภาพลักษณ์ของผลงานที่มักจะทำลงบนกำแพงหรือพื้นที่โล่งให้มีเรื่องราวต่างๆลงไป แต่ในคราวนี้กลับย้ายเทคนิคเหล่านั้นมาอยู่บนกระดาษ สื่อสิ่งพิมพ์ และดิจิทัลแทน แต่ต้องยอมรับอีกอย่างว่าแม้จะเปลี่ยนรูปแบบของการทำงานไปแต่ความฉลาดในเรื่องของแนวคิด แรงบันดาลใจ และการใช้ผิวสัมผัส ยังคงเฉียบแหลมเช่นเคย เหมือนว่ามันเป็นทักษะที่ติดตัวเขาไปเสียแล้ว

บางคนอาจจะคิดว่าศิลปะแบบนี้เป็นงานที่สามารถทำได้ถ้าหากมีระยะเวลาที่มากพอหรือวางแผนมาดีพอ แต่ในความจริงอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปนัก เพราะด้วยเที่ยวบินที่มากพอ ประสบการณ์ที่สั่งสม และเทคนิคการสร้างสรรค์ที่เป็นดั่ง Passion หล่อเลี้ยงชีวิตของ Vhils เป็นอะไรที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำได้เหมือน มันมีความเท่ ความดิบ และสไตล์อยู่ในนั้น ซึ่งหากผลงานของ Vhils และเฮนเนสซี่วางขายแล้วนั้น ผมเองในฐานะของผู้ที่ชื่นชอบผลงานของเขาก็อยากจะมีเก็บไว้ เป็นงานที่น่าสะสมเพราะเราไม่น่าจะได้เห็นศิลปินคนนี้สร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้บ่อยครั้ง”
ซึ่งนอกจากความคิดเห็นต่อผลงานการร่วมมือกันในครั้งนี้แล้วนั้น อั้มยังบอกถึงความเชื่อมโยงและการรับมาซึ่งพลังบวกจากวิถีการทำงานของ Vhils ต่อการทำงานของเขา

“อีกอย่างหนึ่งสำหรับความชื่นชอบในตัวศิลปินคนนี้ของผมคือ Vhils เป็นคนที่ขยันมาก เขามีระบบการทำงานที่แน่นอน สม่ำเสมอ และสากลอย่างมาก ซึ่งลักษณะการทำงานของเขาตรงนี้สำหรับผมเองมันเป็นแรงบันดาลใจอีกอย่างหนึ่งที่ศิลปินคนหนึ่งจะสามารถส่งต่อพลังบวกให้กับอีกคนได้และแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่คนทำงานสร้างสรรค์ทุกคนควรจะมี อย่างน้อยที่สุดเราเองก็อยากจะทำให้ได้สักครึ่งหนึ่งของเขา”
“และด้วยลักษณะของเราที่ทำงานแบบเอาท์ดอร์ตามฝาผนังและกำแพงเปล่า ซึ่งเชื่อมต่อเป็นรูปแบบเดียวกับของ Vhils นั้น คุณค่าที่ได้มันไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่คือการส่งต่อเรื่องราว ส่งต่อพลังบวกให้กับสังคม มันยิ่งทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับเขา ชื่นชอบในทัศนคติของเขาเพิ่มขึ้นไปอีก และเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากจะเอางานตัวเองอย่างการเขียนตัวอักษรแบบ Calligraphy ที่เราทำ ออกไปอยู่บนสื่ออื่นๆบ้างนอกจากกระดาษ ไปอยู่บนกำแพงบ้าง ทางเดินบ้าง เหมือนเราอยากที่จะเปิดโลก อยากจะพัฒนาพื้นที่ อยากปรับเปลี่ยนสิ่งรอบนอกเหล่านี้ให้มีคุณค่ามีแรงบันดาลใจที่ดีต่อผู้ที่ได้พบเห็นเหมือนดั่งเช่นที่ Vhils ได้ทำให้กับบ้านเมืองที่เขาไปเยือน มันนับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในฐานะศิลปินของเรา ในบางโอกาสเราทำงานเพื่อตอบสนองตัวเอง ทำงานเพื่อหารายได้มาสักพักแล้ว ก้าวต่อไปในตอนนี้สำหรับผมอยากที่จะเริ่มทำงานให้กับสังคมที่อยู่อาศัยบ้างถ้ามีโอกาส”
ความชื่นชอบเหล่านี้จะยังสามารถส่งต่อนัยยะอะไรให้กับศิลปินคนนี้ได้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของความประทับใจเพียงอย่างเดียว ภาพผลงานที่ส่งต่อออกมายังสามารถสะท้อนถึงเรื่องราวเบื้องหลังได้อย่างชัดเจนแม้จะไม่ต้องทำการบอกกล่าวกันด้วยคำพูดเลยก็ตาม

“ถ้าถามว่าอะไรที่ผมจะสามารถต่อยอดจากแนวความคิดของ Vhils ให้เหมาะสมกับผลงานของผมได้นั้น ศิลปะที่สะท้อนต่อสังคมเป็นภาพแรกในใจที่ผมพอจะนึกออก สิ่งเหล่านั้นอาจจะเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้สนใจหรือมองข้ามไปในแต่ละวัน ผมอยากที่จะเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาถ่ายทอดใหม่ผ่านกำแพง ผนังหรือทางเดินรอบๆตัวเราคล้ายกับวิธีการทำงานของเขา แต่ผ่านรูปแบบของงาน Calligraphy ที่ผมถนัดมากกว่า”
อั้มตบท้ายบทสนทนากับเราว่า การส่งต่อเรื่องราวผ่านตัวเขียนแบบ Calligraphy ที่แทนการสร้างผิวสัมผัสใหม่ แม้จะไม่ได้เกี่ยวเนื่องหรือเปรียบเทียบกันได้กับงานของ Vhils เพราะงานศิลปะนั้นไม่ใช่แขนงเดียวกัน แต่จุดหมายในการสื่อสารนั้นเขาเชื่อว่าไม่ได้มีอะไรต่างกัน

“ผมเชื่อว่าการทำงานสายนี้เราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนและดึงเอาวิสัยทัศน์ที่ดีมาต่อยอดได้ อย่างในกรณีนี้หลังจากที่ผมได้รู้จักกับศิลปินคนนี้ผ่านประวัติ ผ่านผลงาน ผ่านแนวคิดของเขามา มันเพิ่มแง่มุมใหม่ๆให้กับผมเหมือนกัน เราหันมาใส่ใจในความพิถีพิถันกับผิวสัมผัสของผลงานเรามากขึ้น เราอยากที่จะพัฒนาทักษะที่มีให้ดีกว่านี้ เพราะผมเชื่อว่าศิลปินที่ดีนอกจากจะต้องมีแรงบันดาลใจ มีจิตวิญญาณในการคิดการลงมือ ความเป็นระเบียบมีขั้นมีตอนก็นับเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลงานให้มีคุณค่า การใส่ใจในความหมายที่ต้องการสื่อ รายละเอียดงานฝีมือที่มีชั้นเชิงทั้งหลาย ซึ่งเดิมทีผมเป็นคนที่ชอบเรื่องของรายละเอียดตรงนี้อยู่แล้วการได้เรียนรู้จากผลงานของเขายิ่งทำให้เรารู้สึกสนุกมากขึ้น อยากทดลองอยากท้าทายตัวเองบนความมีขั้นมีตอนเหล่านี้มากขึ้น เป็นศิลปินที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเหมือนอย่างที่ Vhils ได้ทำตลอดมาในฐานะศิลปินของตัวเขาเอง”

ติดตามผลงานของอั้มได้ที่หน้าอินสตาแกรมของเขา


 

Related Stories

Out of Office

AN EDITOR’S JOURNAL: DESTINATION DETOX ON THE JAPANESE ISLAND OF KYUSHU

5 วันในภูมิภาคคิวชู จากเมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติสู่หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา

Read

Query & Advice

HOW TO CHOOSE A MOISTURIZER FOR GUYS WHO WORK OUT

ให้ความสำคัญกับก้าวแรกของสกินแคร์สำหรับผู้ชายที่ชอบออกกำลัง

Read

The Style Guide

A FEW TIPS ON SOCKLESS STYLE

เรียนรู้เเละปรับใช้จากเหล่าผู้บุกเบิกสไตล์ ไม่เว้นแม้แต่การใส่รองเท้าเพื่อเผยข้อเท้า

Read

0Shares
preloader