Brands to Know

VVON SUGUNNASIL’S WINNING FORMULA

บทความโดย Garn Suriyachantananont, Content Director, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY


กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Brands to Know

VVON SUGUNNASIL’S WINNING FORMULA

2 April 2020

ทำความรู้จักกับดีไซเนอร์ผู้ค้นพบสมดุลแห่ง Tradition กับ Fashion

 

ใครที่รู้จักคุณวร ทัตวร สุกัณศีล ไม่ว่าจะในฐานะดีไซเนอร์หัวเรือใหญ่ของแบรนด์ Vvon Sugunnasil เพื่อน หรือ อดีตบรรณาธิการดิจิทัลของ GQ Thailand จะต้องเห็นตรงกันหนึ่งอย่าง นั่นคือคุณวรเป็นคนที่ Likeable อย่างน่าอิจฉา แม้ว่าเขาจะปฏิเสธอย่างถ่อมตัวว่าข้อดีดังกล่าวได้มาเพราะความโชคดี แต่แน่ล่ะ โชคไม่ใช่แรงขับเดียวที่พาเขามายืนอยู่ตรงนี้ ไม่เลยสักนิด เพราะนอกจากการเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนและผู้ร่วมงานอย่างที่หลายคนทราบดีแล้ว มันมีอีกสารพัดสิ่งที่คุณวรยืนยันว่าต้อง “ลงมือทำ” เท่านั้นจึงจะเห็นผล ซึ่งทั้งหมดนั้นคือเรื่องที่เราหยิบมาเล่าให้คุณผู้อ่านได้กระจ่างในวันนี้

 

Vvon Sugunnasil

 

เล่าให้ฟังสักนิดถึงบทบาทในวงการแฟชั่นก่อนหน้าที่จะก้าวมาเป็นดีไซเนอร์เต็มตัว

จริงๆ แล้วเราเริ่มมาจากการทำงานด้าน Event Marketing แล้วจากนั้นก็ขยับไปทำนิตยสารแฟชั่น ส่วนตัวคิดว่ากว่าที่คนเราจะสามารถขยับขยายมาทำธุรกิจส่วนตัวได้ เราต้องรอบรู้หลายๆ ด้าน ประสบการณ์ที่มีมาตั้งแต่ต้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำงานของเรามันครบวงจรมากขึ้น 

แน่นอนว่าสมัยนี้การเป็นดีไซเนอร์แบบในตำรามันไม่พอ เราต้องรู้จักวิธีการทำพีอาร์และการตลาดด้วย เราก็เลยพยายามทำอะไรที่เชื่อมโยงหรือเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ของเราตลอดเวลา เราอยากทำอะไรที่พอคนเห็นแล้วมันชัดเลยว่าเป็นงานของเรา เวลาจะทำคอลเลคชั่นหนึ่งขึ้นมาเราจะมองภาพมากกว่าแค่เรื่องของเสื้อผ้า เพราะต้องมองไปถึงช่วงเวลาหลังจากนั้นที่เราจะนำเสื้อผ้าของเราออกไปสู่สายตาของคนด้วย นั่นคือสิ่งที่สำคัญมาก

 

Vvon Sugunnasil

 

คอนเซปต์ของแบรนด์ Vvon Sugunnasil คืออะไร

ตั้งแต่ต้นเราตั้งใจว่าจะทำเสื้อผ้าที่ใส่ได้นาน เป็นเสื้อผ้าที่เหนือกาลเวลาและมีความ Effortless อยู่ในตัว จริงๆ แล้วจากประสบการณ์ที่ผ่านมามองว่าการพัฒนาคอนเซปต์ของแบรนด์มันไม่มีวันหยุด เป็นเรื่องที่ยิ่งทำยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าตอนเราตัดสินใจสร้างแบรนด์ขึ้นมา เราก็มีการวางคอนเซปต์หลักไว้ เรามีภาพในหัวชัดเจนอยู่แล้วว่าเราอยากให้แบรนด์ของเราออกมาเป็นยังไง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีบางอย่างที่ก็ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเหมือนกัน เพราะการทำแบรนด์ดิ้งหรือการพัฒนาคอนเซปต์มันก็ควรที่จะมีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ

Muse ของ Vvon Sugunnasil คือบุคคลที่มีความหัวใหม่ มีกึ๋น เขาใส่สูทดื่มมาร์ตินีสูบบุหรี่ พิสูจน์ความสำเร็จด้วยหน้าที่การงานมาแล้วในชีวิต และมันจะต้องมีอะไรใหม่ๆ ในตัวเขาตลอดเวลา นั่นคือภาพที่เราเห็น นั่นคือความ Gorgeous สำหรับเรา มันคือความธรรมชาติที่ดูมีเสน่ห์แบบไม่ได้ปรุงแต่ง ที่สำคัญไปกว่าเรื่องความสวยความหล่อของใบหน้าก็คือความคิดความอ่าน

การใช้ชื่อ Vvon Sugunnasil เป็นชื่อแบรนด์

เป็นเรื่องที่คิดอยู่นานมาก ตอนแรกก็คิดนะว่าจะใช้ชื่ออื่น เพราะก็ยอมรับว่ากลัวว่าคนจะไม่ได้รู้สึกภูมิใจที่จะใส่เสื้อผ้าของเรา แต่สุดท้ายเราก็ก้าวผ่านจุดนั้นไปได้และมาคิดได้ว่ามันก็แค่ชื่อเท่านั้น กว่าจะขายของได้ มันยังต้องทำงานกันอีกยาว ยังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องดู เพราะฉะนั้นเลิกคิดเรื่องที่ทำให้เราต้องมาเสียเวลาจะดีกว่า แล้วไปโฟกัสที่โปรดักส์ของเราจริงๆ นั่นคือสิ่งที่เราควรให้เวลากับมัน

 

Vvon Sugunnasil

 


ลูกค้าของเราเขามองหาความพอดี เพราะแบรนด์ของเรามันคือการมาเจอกันระหว่าง Custom Tailoring กับ Ready-To-Wear

แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานมาจากอะไร

จริงๆ มันมาจากหลายที่นะ ทั้งหนังสือ ภาพถ่าย และผู้คนในชีวิตจริง เราเป็นคนที่ชอบเจอคนอยู่แล้ว ด้วยงานของเราด้วย ซึ่งการที่ได้เจอคนบ่อยๆ มันก็ให้แรงบันดาลใจอะไรเราหลายอย่าง เช่นได้เห็นไลฟ์สไตล์ของเขา กิจกรรมที่เขาทำ แม้กระทั่งกิริยามารยาท ท่าทางของเขา ไปจนถึงสไตล์ บางทีเราเห็นคนแต่งตัวแล้วเขามีการทวิสต์อะไรบางอย่างในแบบของตัวเองที่ดูน่าสนใจ อะไรที่มันดูเหมือนเรียบง่ายแต่มีการทวิสต์ให้มันดูพิเศษ มันก็เป็นแรงบันดาลใจที่บางครั้งหาไม่ได้จากในหน้าหนังสือ เราเคยแม้กระทั่งเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่บาร์ เห็นแล้วคิดในใจว่าเขาสวยมากก็เลยเข้าไปแนะนำตัว ซึ่งตอนนี้เขากลายมาเป็น Muse แล้วก็เพื่อนของเราไปแล้ว

 

Vvon Sugunnasil

 

แบรนด์ Vvon Sugunnasil เริ่มมาจากการทำ Custom Tailoring อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณวรตัดสินใจหันมาทำ Ready-To-Wear

มีคนเคยบอกเหมือนกันว่าทักซิโด้มันกลายเป็นภาพลักษณ์ของเราไปแล้ว แต่เรามองว่าผู้ชายหรือผู้หญิงที่ใส่ทักซิโด้ กับ Ready-To-Wear ของ Vvon มันคือคนคนเดียวกันที่มีโมเมนต์ต่างๆ ในชีวิต หรือต้องแต่งตัวสำหรับโอกาสต่างๆ ที่แตกต่างกันไป เชื่อว่าถ้าเขาใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงของเราในชีวิตประจำวัน เขาก็คือคนคนเดียวกับที่ถ้ามีโอกาสก็จะมีทักซิโด้ ของเราแขวนอยู่ในตู้ เราอยากให้เขาใส่ทุกโปรดักส์ของเราตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าไปจนถึงที่ต้องไปงานทางการตอนกลางคืน

ลูกค้าของ Vvon Sugunnasil เขามองหาอะไรเวลาซื้อเสื้อผ้า

เราคิดว่าลูกค้าของเราเขามองหาความพอดี เพราะแบรนด์ของเรามันคือการมาเจอกันระหว่าง Custom Tailoring กับ Ready-To-Wear ด้วยความที่เราเริ่มต้นมาจากความเป็นงานสไตล์สั่งตัดก่อน เพราะฉะนั้นพอเรามาทำ Ready-To-Wear มันก็ยังมีแก่นและรายละเอียดของความเป็นเทเลอร์อยู่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเขาเชื่อมั่นว่าผ้าและคัทติ้งของเรามันมีความพิเศษจริงๆ

 

Vvon Sugunnasil

 


ถ้าคิดจะทำแบรนด์แฟชั่น เราจะเสพแต่แฟชั่นอย่างเดียวไม่ได้ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่แฟชั่นไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเสื้อผ้าอย่างเดียว

คนที่จะเข้ามาทำงานให้กับแบรนด์ Vvon Sugunnasil ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

การทำงานในจุดนี้มันมีความ Fast-Pace อยู่พอตัว คนในทีมเราจะรู้ ทุกคนผ่านการทดสอบมาหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝีมือหรือในเรื่องของการทำงานทั่วไป เพราะมีบางครั้งเหมือนกันที่เราทำงานกันเสร็จแล้วแต่สุดท้ายมันไม่ใช่ดีไซน์ที่เรามองเห็นตั้งแต่แรก อย่างเช่นมีอยู่ครั้งหนึ่งที่งานจะต้องใช้พรุ่งนี้แต่เราถึงขนาดต้องรื้อทำใหม่หมด เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะถ่ายทอดออกมาให้คนเห็น โดยเฉพาะถ้ามันเป็นงานเทเลอร์ เราจะเน้นมากๆ ว่าลูกค้าต้องได้สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แต่แน่นอนว่ายังต้องมีลายเซ็นของเราอยู่ในเสื้อผ้า

 

Vvon Sugunnasil

 

ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณวรรักษาสมดุลระหว่างความเป็นตัวเองกับการตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างไรบ้าง

การที่จะให้คนอื่นเขาเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของเรา เราต้องเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของตัวเองก่อน ถ้าตัวเราเองไม่รู้จักตัวเอง คนอื่นก็ไม่มีวันรู้จักเรา มันมีหลายๆ งานที่เคยทำแล้วเราต้องย้อนกลับมาคิดดูว่านี่มันใช่ตัวเราจริงๆ เหรอ เพราะสุดท้ายมันไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปทำสิ่งที่มันไม่ใช่ตัวเรา ไม่อย่างนั้นเราจะแกว่ง มันจะไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทิศทาง

การลองทำสิ่งที่เราไม่ถนัดนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ถ้าทำแล้วมันไม่ใช่ตัวเราจริงๆ ก็ต้องปล่อยมันไป ต้องยอมรับว่าบางครั้งการตัดสินใจอะไรคนเดียวมันยาก เพราะฉะนั้นเราจะมีมือขวาที่คอยเป็นที่ปรึกษาตลอดเวลา เป็นคนที่คุยด้วยแล้วเข้าใจกันว่าเราต้องการอะไร อันไหนใช่ไม่ใช่ ถ้าใช่มันจะเห็นชัดเลย แต่ในขณะเดียวกันเราก็พยายามที่จะทำอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อน ไม่เคยปิดกั้น

เรามองว่าถ้าคิดจะทำแบรนด์แฟชั่น เราจะเสพแต่แฟชั่นอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมองให้กว้าง ให้รอบด้านกว่านั้น โดยเฉพาะในยุคนี้ที่แฟชั่นไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเสื้อผ้าอย่างเดียวอีกต่อไป แบรนด์นี้มันมาพร้อมกับไลฟ์สไตล์ เพราะเชื่อว่าลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้าเรา เขามองหาอะไรที่มากกว่าแค่การหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ในแต่ละวัน เขาคงอยากให้ทุกอย่างในชีวิตของเขารายล้อมไปด้วยของที่มีคุณภาพและรสนิยม เรามองว่าลูกค้าของเรา นอกจากคุณภาพ เขาซื้อ Aesthetic ของเราด้วย

 

Vvon Sugunnasil

 

มีแผนจะขยายตลาดไปถึง Global Scale ในเร็วๆ นี้ไหม

เราทำแบรนด์มาถึงขนาดนี้ ถ้าพูดถึงคุณภาพของโปรดักส์เราเล่นสเกลระดับโลกอยู่แล้ว ด้วยดีไซน์ ด้วยผ้า ด้วยรายละเอียดต่างๆ เพราะตั้งแต่ต้นเราก็วางคอนเซปต์ของแบรนด์ให้มันมีความ Universal อยู่แล้ว หมายความว่าอยู่ที่ไหนก็ใส่เสื้อผ้าของเราได้ ถ้าถามว่าที่แรกที่มองไว้คือที่ไหนก็คงคิดว่าเป็นฝั่งยุโรป แต่คงต้องรอให้สถานการณ์โลกดีขึ้นก่อน

พูดถึงคอลเลคชั่นใหม่ของ Vvon Sugunnasil หน่อย

คอลเลคชั่นใหม่ที่เรากำลังทำอยู่นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากความ Zen ของญี่ปุ่น พวกน้ำตกในป่ามืดๆ และบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เสื้อผ้ามันก็เลยจะมีเส้นของความย้อยอยู่นิดหนึ่ง ดู Effortless โดยคอลเลคชั่นนี้เราจะมีโปรดักส์ที่เป็น Overcoat ค่อนข้างเยอะ เพราะคิดว่าการดีไซน์เสื้อโค้ทที่มีจริตของความเป็นเอเชียมันอาจจะให้อะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจกับลูกค้า เป็นสไตล์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราพยายามจะทำเสมอในทุกๆ คอลเลคชั่น

 

ร้าน Vvon Sugunnasil ตั้งอยู่ที่ Republic Of Fritz Hansen ซอยสมคิด ย่านชิดลม
อ่านเรื่องราวของแบรนด์ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมายมายได้ที่นี่

Related Stories

The Inspirations

THE DIALOGUE: VON SUGUNNASIL

เรื่องราวของร้านตัดสูทเล็กๆ ในรั้วของ The Backyard BKK ผ่านวิสัยทัศน์ของ 'วร ทัตวร สุกัณศีล'

Read

The Inspirations

MR. NICOLAS GABARD OF HUSBANDS PARIS

วาระพิเศษกับชายผู้ก่อตั้ง Husbands Paris พร้อมมุมมองใหม่เรื่องสูท อิทธิพลของวัฒนธรรม และกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในยุคที่โลกหมุนเร็วกว่าเดิม

Read

The Style Guide

SOFT SILHOUETTE

ความรีแล็กซ์อย่างหรูหราและสง่างามที่ปรากฏในเมนส์แวร์ทุกวันนี้มีที่มาที่ไป พึงรู้จักและรู้จริง

Read

0Shares
preloader