The Inspirations

THE RAT PACK:
 THE COOLEST PACK OF RATS EVER

บทความโดย Suwicha Sangkayoolakul, Contributing Editor, W.Ministry

The Inspirations

THE RAT PACK:
 THE COOLEST PACK OF RATS EVER

15 March 2019

การรวมตัวกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ของนักร้อง นักแสดง และเอนเตอเทนเนอร์ที่แท้จริง

Spread the words

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง Ocean’s 8 ที่ได้ดาราหญิงยอดนิยมอย่าง Sandra Bullock และ Anne Hathaway มาแสดงนำ หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนทั้งภาคต่อ และสปินออฟ จากหนังไตรภาคชื่อดังของ Steven Soberbergh อย่าง Ocean’s (11,12 และ 13) ที่ถือเป็นหนังแนวจารกรรม แทรกความตลกมิตรภาพ การหักหลัง และความคิดสุดโต่งแบบอเมริกันเสรีชนเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมาดูรายชื่อนักแสดงนำของเรื่องดังกล่าว ทั้ง George Clooney Matt Damon Brad Pitt Andy García และ Julia Roberts ถือเป็นลิสต์นักแสดงที่เป็นชั้นแนวหน้าที่สุดด้วยเช่นกัน แต่เมื่อหลังจาก Ocean’s 8 จบลง ผู้เขียนกลับนึกถึงหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ใช้ชื่อเหมือนกัน คือ Ocean’s 11 แต่หนังเรื่องนี้ เกิดขึ้นก่อนซีรี่ย์Ocean’s ในยุคศตวรรษที่ 21 กว่าเกือบ 60 ปี และมันยังได้นักแสดง นักร้อง และเอนเตอเทนเนอร์ชั้นครูของยุคนั้นอย่างสมาชิกวง The Rat Pack มาร่วงแสดงด้วย ใช่แล้วครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงกลุ่มก้อนนักแสดง นักร้อง และเอนเตอเทนเนอร์ที่ถือเป็นที่หนึ่งตลอดกาลอย่าง The Rat Pack กัน ว่าพวกเขามีที่มาที่ไปอย่างไร    
ก่อนอื่นต้องขออธิบายถึงที่มาที่ไปคร่าวๆ ของ The Rat Pack เสียก่อน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การจัดคอนเสิร์ต คือการที่ศิลปินเดียวหรือกลุ่ม ขึ้นมาบนเวทีเพื่อทำการแสดง แน่นอนว่านอกจากการร้องและเต้นแล้วการเล่น” ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการรังสรรค์ความบันเทิง และถือเป็นหนึ่งในความสามารถสำคัญ ที่ศิลปินพึงมีเราจึงเรียกการสร้างความบันเทิงดังกล่าวว่า “ร้อง เล่น เต้นรำ” The Rat Pack ที่นำโดยนักร้องที่เราคุ้นหูอย่าง Frank Sinatra Dean Martin และ Sammy Davis Jr. เกิดขึ้นในช่วงยุค 60 และถือเป็นวงดนตรีที่รวบรวมศิลปินที่มีความสามารถดังกล่าวเอาไว้มากที่สุด เรียกได้ว่าในสมัยนั้นเรื่อยมา ยังหาคู่ต่อกรในการสร้างสุนทรียะทางหู และความเพลิดเพลินจากมุขตลกอันหลักแหลมได้เท่า The Rat Pack
แต่ในแรกเริ่มเดิมทีนั้นชื่ออันอมตะของนักร้องทั้งสาม หาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ The Rat Pack แต่อย่างใดเพราะความจริงแล้ว กลุ่มก้อนดังกล่าว มีความเกี่ยวเนื่องกับนักแสดงมากความสามารถอย่าง Humphrey Bogart นำแสดงหนังขึ้นหิ้งอย่าง Sabrina (1954) และ Casablanca (1942) ต่างหาก มันเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันหนึ่งที่ Bogart เชิญเพื่อนรักของเขา อย่าง Judy Garland และ Angie Dickinson รวมถึงคนอื่นๆ อีกมากมาย(และ Sinatra ด้วยมาร่วมกินดื่มสังสรรค์ที่บ้านในช่วงปี 40 ระหว่างที่กำลังสนุกกันอยู่นั้น ภรรยาของBogart (Lauren Bacall) มองไปที่ภาพเพื่อนๆ ของสามี พร้อมพูดออกมาอย่างติดตลกว่า “พวกคุณนี่มันเหมือนแก๊งหนูเลยนะ” คำว่าแก๊งหนู หรือ A Goddamn Rat Pack เป็นที่ติดหูของทั้ง Bogart และเพื่อนๆ ทุกคน รวมถึง Sinatra ด้วย     

หลังจากที่ Bogart จากไปในปี 57 Sinatra ได้เชิญชวนเพื่อนรักของเขาทั้งสอง คือ Dean Martin (นักร้องลูกครึ่งอเมริกัน – อิตาเลี่ยนเจ้าของฉายา The King of Cool) และ Sammy Davis Jr. (นักร้องผิวสีที่ผู้เขียนชมชอบมากที่สุด เทียบเท่ากับ Nat King Cole) และเพื่อนๆ อีกสองคนคือดาราตลกอย่าง Joel Bishop และนักแสดงอย่าง Peter Lawford มาร่วมวงด้วยในราวปลายปี 50 และถือกำเนิด The Rat Pack ขึ้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยอาศัยชื่อจากคำพูดติดตลกที่ภรรยาของ Bogart เคยพูดไว้นั่นเอง ถึงแม้ในตอนแรก Sinatra จะเลือกใช้ชื่อว่า “The Clan” แต่เป็น Sammy Davis Jr. ที่ห้ามไว้ด้วยเหตุผลที่ว่า มันฟังดูคล้ายกับกลุ่มเหยียดสีผิว KKK หรือ Ku Klux Klan


ในสมัยนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ The Rat Pack ทำ กลายเป็น “Talk of the town” อเมริกันชนสามารถพบพวกเขาได้ที่ไนท์คลับ ตลอดจนโรงละครใหญ่ๆ แทบจะทุกคืน พวกเขามีเพื่อนๆ ผู้หญิงชื่อดังที่เป็นเหมือนไอคอนนิคแทนความสวยงามของผู้หญิงยุคนั้น อย่าง Marilyn Monroe และ Shirley MacLaine พวกเขาดื่มเหล้าและสูบบุหรี่อย่างจัด ในขณะเดียวกันก็มอบการแสดงที่พิเศษที่สุดเท่าที่อเมริกันชนจะหาได้ยุคนั้นเช่นกัน ทำให้พวกเขาทั้ง 5 กลายเป็นภาพแทนของความเท่ คู่กับความเป็นสุภาพบุรุษนักเอนเตอเทนที่ยากหาตัวจับได้ นอกจากความเท่ที่ว่าแล้ว พวกเขายังมีส่วนช่วยกับงานการกุศลต่างๆ หลายครั้ง และพวกเขายังมีความเกี่ยวข้องและให้ความช่วยเหลือในการหาเสียงของประธานาธิปดี John F. Kennady ในเคมเปญ The Jack Pack ที่ตั้งโดย Frank Sinatra อีกด้วย   

The Rat Pack เฟื่องฟูอย่างยิ่งในราวปี 50 – 60 ตามที่กล่าวมาด้านบน พวกเขามีงานแสดงหนังด้วยหลายเรื่อง อย่าง Ocean’s 11 (ที่เกริ่นเอาไว้แล้ว) Sergeants 3 และ Robin and the 7 Hoods (ที่ได้ Bing Crosby มาร่วมแสดงด้วยแทนที่ Lawford) ถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของกลุ่มหนูกลุ่มนี้ เหมือนที่ James Wolcott นักหนังสือพิมพ์ชื่อดังของอเมริกา กล่าวเอาไว้ในบทความ When There Were Kings ในปี 97 ว่า “The Rat Pack is the Mount Rushmore of men having fun.” This jet set performed hard — but played harder. The high-living kings of swing and their legendary parties did, however, develop a political slant and get at least somewhat serious.”


แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรในโลกจะเป็นที่อยู่ค้ำฟ้า เมื่อเพื่อนสาวคนสนิทของกลุ่มอย่าง Marilyn Monroe เสียชีวิตในปี 62 ตามมาติดๆ ด้วยการลอบสังหารครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์อเมริกาครั้งหนึ่ง การลอบยิงประธานาธิปดี John F. Kennedy ในปี 63 The Rat Pack รวมถึงคนทั้งประเทศตกอยู่ในห้วงเวลาของความเศร้าโศก และนี่เป็นเหมือนจุดหักเหสำคัญของวงเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวงดนตรีแนวต่างๆ เริ่มโด่งดังขึ้นในปี 70 บดบังรัศมีที่เคยเจิดจ้าของ The Rat Pack ไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็น Stevie Wonder Elton John สองพี่น้อง The Carpenters และที่โด่งดังจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียวคือวงสี่เต่าทอง The Beatles โดนการนำของJohn Lennon    

ทั้งความแตกต่างของบริบททางเวลา การเสพงานของศิลปินที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การถูกลอบสังหารของประธานาธิปดีเพื่อนรัก และดาราหญิงคนสนิท ที่เป็นภาพแทนความรุ่งเรืองของวง The Rat Pack มาถึงจุดที่ตกต่ำที่สุดของพวกเขา งานที่เคยได้ สถานที่ที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนในชุดทักซิโด้ ควันบุหรี่ และแก้วเหล้าในมือหาได้เป็นเช่นเดิมอีกต่อไปแล้ว นี่ยังไม่กล่าวถึงการมาถึงของสงครามเวียดนามที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งในแง่ของปริมาณผู้ชม และวัฒนธรรมย่อย (Subculture) ที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงทางเวลาและสังคมดังกล่าวอย่าง Hippie และ Punk ที่แน่นอนว่าบุคคลอย่าง Sinatra อยู่ห่างไกลจากวัฒนธรรมย่อยพวกนี้อย่างไกลโขเมื่อตามกาลเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ทัน The Rat Pack จึงเลือกที่จะหยุดทำการแสดงไปในที่สุดในยุค 70
แต่แน่นอนว่า ยอดเสือย่อมไม่ทิ้งลาย ยอดชายย่อมไม่ทิ้งชื่อ คนอย่าง Sinatra Martin และ Davis Jr. ยังคงหวนหาบรรยากาศในการแสดงเก่าๆ ชื่อเสียง และมิตรภาพ ช่วงเวลาทองคำที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อตัดสินใจร่วมกันได้ พวกเขาจึงเลือกที่จะเปิดการแสดงแบบรียูเนี่ยนอีกครั้งหนึ่งในปี1988 และไม่ใช่เรื่องแปลกใจเลยที่เหล่าผู้ชมที่มีความรู้สึกร่วมกันในการย้อนภาพการแสดงในอดีตของสุดยอดเอนเตอเทนเนอร์ทั้งสามอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ลาเวทีไปกว่า 20 ปี จะร่วมมือร่วมใจการซื้อตั๋ว จนตั๋วใบสุดท้ายของท้ายที่สุด จะถูกปลิดออกจากคั่วไป แต่ถึงกระนั้น ไม่ว่าจะด้วยอายุอานามที่มากขึ้น และโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้การแสดงของ The Rat Pack ไม่มีเวทมนต์ดังเดิม เมื่อจัดการแสดงได้เพียง 5 ครั้ง Dean Martin ก็ถอนตัวไปด้วยปัญหาสุขภาพ ความสัมพันธ์ในภายหลังของ Sinatra และ Davis Jr. ก็ไม่สู้ดีนักเพราะปัญหาทางการเงินในท้ายที่สุดโชว์ของพวกเขาก็จำเป็นต้องหยุดไป ถึงแม้ปัจจุบัน การแสดงให้ความบันเทิงในแบบของ The Rat Pack จะไม่เป็นที่นิยมดังเดิมแล้ว แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธมนต์เสน่ห์ที่ครั้งหนึ่งเคยตราตรึงใจผู้คน ความสามารถในการสอดประสานรับส่งมุขอย่างชาญฉลาด และเสียงร้องอันเป็นตำนานของ The Rat Pack จะคงอยู่เสมอไปในทุกยุคทุกสมัย

Related Stories

Out of Office

AN EDITOR’S JOURNAL: DESTINATION DETOX ON THE JAPANESE ISLAND OF KYUSHU

5 วันในภูมิภาคคิวชู จากเมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติสู่หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา

Read

Query & Advice

HOW TO CHOOSE A MOISTURIZER FOR GUYS WHO WORK OUT

ให้ความสำคัญกับก้าวแรกของสกินแคร์สำหรับผู้ชายที่ชอบออกกำลัง

Read

The Style Guide

A FEW TIPS ON SOCKLESS STYLE

เรียนรู้เเละปรับใช้จากเหล่าผู้บุกเบิกสไตล์ ไม่เว้นแม้แต่การใส่รองเท้าเพื่อเผยข้อเท้า

Read

0Shares
preloader