Silver Screens

THE NEXT JAMES BOND: 5 สิ่งที่จะเปลี่ยนถ้า ‘ทอม ฮาร์ดี้’ รับบท 007 คนต่อไป

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

Silver Screens

THE NEXT JAMES BOND: 5 สิ่งที่จะเปลี่ยนถ้า ‘ทอม ฮาร์ดี้’ รับบท 007 คนต่อไป

5 October 2020

รสชาติใหม่ของเฟรนไชส์ เจมส์ บอนด์ โดย ทอม ฮาร์ดี้

 

ถึงแม้จะโดนสถานการณ์ COVID-19 เล่นงานจนต้องเลื่อนกำหนดเข้าฉายครั้งแล้วครั้งเล่าสำหรับ No Time to Die ภาพยนตร์ลำดับที่ 25 แห่งเฟรนไชส์สายลับเจมส์ บอนด์ 007 แต่ความน่าสนใจของมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด เพราะนี่คือภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ แดเนี่ยล เคร็ก จะรับบทเป็น เจมส์ บอนด์ หลังจากเขาทำหน้าที่นี้มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ Casino Royale ในปี 2006 และมีผลงานรวมทั้งหมด 5 เรื่อง

เป็นปกติทุกครั้งอยู่แล้วที่เมื่อภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ เข้าฉาย จะต้องมีข่าวลือเรื่อง “นักแสดงคนต่อไปที่จะมารับบทเจมส์ บอนด์” ตามออกมาด้วย อย่างไรก็ตามครั้งนี้ข่าวลือดังกล่าวดูจะน่าสนใจยิ่งกว่าเดิม เพราะ แดเนี่ยล เคร็ก ยอมรับอย่างเป็นทางการแล้วว่า No Time to Die คือเรื่องสุดท้ายของเขาจริงๆ ดังนั้นในภาพยนตร์เฟรนไชส์นี้เรื่องต่อไปทุกคนจะได้พบกับ เจมส์ บอนด์ คนใหม่อย่างแน่นอน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดเนี่ยล เคร็ก ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสร้างมิติใหม่ๆ ให้กับตัวละครสายลับ 007 ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยความดิบเถื่อนที่มากขึ้น สุขุมมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความเฉลียวฉลาด และเปี่ยมเสน่ห์ในแบบฉบับดั้งเดิม ดังนั้นเมื่อถึงคราวต้องผลัดเปลี่ยน จึงเป็นธรรมดาที่ผู้คนทั่วโลกจะให้ความสนใจ ตั้งความคาดหวังอย่างกระหายใคร่รู้ว่า

นักแสดงที่จะมารับบท เจมส์ บอนด์ คนใหม่คือใคร?

หนึ่งในชื่อที่ชัดเจนที่สุดท่ามกลางข่าวลือมากมายคือ ทอม ฮาร์ดี้ นักแสดงชาวอังกฤษวัย 43 ปี ที่ก่อนหน้านี้ผ่านการรับบทสุดโหดมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง

ถ้าสุดท้ายแล้ว ทอม ฮาร์ดี้ กลายเป็นสายลับ 007 จริงก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะถึงแม้จะเป็นชาวอังกฤษเหมือนต้นฉบับนิยายของ เอียน เฟลมมิ่ง แต่บุคลิกของเขาก็ค่อนข้างแตกต่างจากนักแสดงบท บอนด์ คนก่อนหน้าอย่างชัดเจนเช่นกัน

เมื่อพูดถึง เจมส์ บอนด์ ไม่ว่าจะเป็นแฟนตัวยงที่ดูมาแล้วตั้งแต่ Dr.No จนถึง Spectre ภาคล่าสุด หรือเป็นแฟนที่เพียงผ่านทางมา และรู้จัก เจมส์ บอนด์ จากภาพยนตร์ไม่กี่เรื่อง แต่เชื่อว่าทุกคนคงมีภาพจำเกี่ยวกับสายลับ 007 ที่คล้ายคลึงกัน เช่นการเป็นสายลับมาดเท่ ที่มักปรากฏตัวในชุดสูทเนี๊ยบ ขับรถสปอร์ตหรูหรา เฉลียวฉลาด มีเสน่ห์ มีความเจ้าชู้อยู่ในตัว เครื่องดื่มประจำตัวคือวอดก้ามาร์ตินี่เขย่าแต่ไม่คน นอกจากนั้นยังผ่านสถานการณ์เสี่ยงตายต่างๆ ด้วยอุปกรณ์สุดไฮเทค

 

James Bond 007 Stereotype

 

เหล่านี้คือคัมภีร์การเป็นสายลับ 007 ในอุดมคติ แต่เมื่อมันถูกดัดแปลงมาอยู่ในรูปแบบภาพยนตร์ และมีนักแสดงมาสวมบทบาท พวกเขาต่างก็มีแนวทางในการสร้างสรรค์ตัวละคร เจมส์ บอนด์ ในแบบของตัวเอง 

ฌอน คอนเนอรี่ คือ นักแสดงที่ได้รับการยกย่องเป็น “ต้นแบบเจมส์ บอนด์” เขาคือ บอนด์ ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับนวนิยายของ เอียน เฟลมมิ่ง ที่สุด เปี่ยมด้วยความสุขุม เฉลียวฉลาด เสน่ห์เหลือล้น แต่ในขณะเดียวกันก็ดูมีความอันตรายซ่อนอยู่ภายใน

โรเจอร์ มัวร์ คือนักแสดงที่สวมบทบาทเป็น เจมส์ บอนด์ มากที่สุด ด้วยผลงานกว่า 7 เรื่อง ตั้งแต่ Live and Let Die ในปี 1973 ถึง A View to a Kill ในปี 1985 โดย มัวร์ คือนักแสดงหนุ่มหล่อแห่งยุค ดังนั้นเขายังคงเป็น เจมส์ บอนด์ ที่มีเสน่ห์เหลือล้นเหมือนเดิม แต่ถ้าเทียบกับ คอนเนอรี่ แล้ว บอนด์ ในแบบฉบับของ มัวร์ นั้นดูจะเข้าถึงได้ง่าย และมีความจริงจังน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

All of James Bond 007

 

ทิโมธี ดาลตัน คือ “เจมส์ บอนด์ ที่เครียดที่สุด” เรียกได้ว่าตลอดผลงานทั้ง 2 เรื่องอย่าง The Living Daylights และ Licence to Kill แทบจะไม่มีมุมตลกผ่อนคลายให้เห็นเลยก็ว่าได้ ดาลตัน สร้างสรรค์ บอนด์ ออกมาให้เป็นตัวละครที่ดูจริงจัง แข็งกร้าว แต่ในเรื่องเสน่ห์และความเฉลียวฉลาดก็ยังไม่หายไปไหน

ถ้าพูดถึง เจมส์ บอนด์ ที่ดูขี้เล่นที่สุด เจ้าชู้ที่สุด เข้าถึงได้ง่าย และมีเสน่ห์ที่สุด ยังไง บอนด์ ในฉบับของ เพียร์ซ บรอสแนน ก็คงเป็นผู้ชนะโดยไม่มีใครกังขา เรียกได้ว่านี่คือ บอนด์ ที่มีความจริงจังน้อยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า บรอสแนน ทำให้ บอนด์ เป็นตัวละครที่มีแนวทางเป็นของตัวเองชัดเจนมากๆ จนเด็กยุค 90’s ที่โตมาพร้อมกับ เจมส์ บอนด์ เวอร์ชั่นนี้ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสลัดภาพของ บรอสแนน ในคราบ เจมส์ บอนด์ ได้หลุด

ดิบ เถื่อน เยือกเย็น นี่คือนิยามของ เจมส์ บอนด์ คนล่าสุดที่รับบทโดย แดเนี่ยล เคร็ก ถึงแม้ในช่วงแรกจะมีข้อกังขาในตัวเขาพอสมควร แต่ถึงตอนนี้ เคร็ก ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเองก็เป็น เจมส์ บอนด์ ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร ถึงแม้ว่าตัวละครของเขาจะไม่ได้เปี่ยมอารมณ์ขัน หรือมากด้วยเสน่ห์เหมือนที่ผ่านมา แต่มันก็ถูกทดแทนด้วยความดิบเถื่อน และฉากแอ็คชั่นแบบถึงลูกถึงคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

 

All of James Bond 007

 

ส่วน จอร์จ ลาเซนบี น่าเสียดายที่มีเวลาให้เขาแสดงศักยภาพน้อยเกินไป เขาจึงยังไม่สามารถสร้างตัวละคร เจมส์ บอนด์ ในแบบของตัวเองให้ออกมาอย่างชัดเจนได้ โดยภาพยนตร์เฟรนไชส์เจมส์ บอนด์ เรื่องเดียวของ ลาเซนบี คือ On Her Majesty’s Secret Service ในปี 1969

แล้วถ้า เจมส์ บอนด์ คนต่อไปคือ ทอม ฮาร์ดี้ จริงๆ ล่ะ มันจะออกเป็นอย่างไรกันนะ….

 


 

เจมส์ บอนด์ ในแบบของ ทอม ฮาร์ดี้

 

ทอม ฮาร์ดี้ คือหนึ่งในแสดงที่มีฝีมือยอดเยี่ยมที่สุดในยุคปัจจุบัน และเวลากว่า 2 ทศวรรษที่เขาโลดแล่นอยู่ในวงการ 51 ผลงานที่ฝากเอาไว้ก็ได้พิสูจน์ความจริงที่ว่าได้เป็นอย่างดี 

ไม่ว่าจะเป็นบทบาทนายทหารเลือดเดือดในภาพยนตร์สงครามเรื่องเยี่ยมอย่าง Black Hawk Down ที่เป็นการแจ้งเกิดให้โลกเริ่มรู้จักชื่อของเขา หลังจากนั้นก็มีผลงานตามมาอีกมากมาย และเมื่อเข้าสู่ปี 2010 เป็นต้นมา ทอม ฮาร์ดี้ ก็กลายเป็นนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์อย่างเป็นทางการ 

เริ่มด้วย Inception ภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ที่ ทอม ฮาร์ดี้ ได้รับบทบาทสำคัญในนั้น ต่อด้วย Warrior ในปี 2011 กับบทบาทนักมวยจอมลุย ที่พิสูจน์ว่าเขาเองก็เป็นนักแสดงที่แสดงฉากแอ็คชั่นได้ดีเช่นกัน หรือจะเป็นบทบาทในภาพยนตร์คอมเมดี้อย่าง This Means War ฮาร์ดี้ ก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ในปี 2012 เป็นอีกครั้งที่ ทอม ฮาร์ดี้ ได้ร่วมงานกับ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ในผลงานเรื่อง The Dark Knight Rises อันเป็นการปิดฉากไตรภาคอัศวินรัตติกาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ ทอม ฮาร์ดี้ ในบทวายร้าย เบนส์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการยกย่องเท่า ฮีธ เลดเจอร์ ในบทโจ๊กเกอร์ แต่ก็ถือว่าเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม

Locke ในปี 2013 ถึงแม้จะเป็นภาพยนตร์ฟอร์มเล็กๆ ที่ผู้คนไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไรนัก แต่นี่คือผลงานที่ ทอม ฮาร์ดี้ ได้แสดงฝีมือมากที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ เพราะตลอด 85 นาทีของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการพูดคุยโทรศัพท์ในขณะที่ขับรถไปของตัวละครเอกที่รับบทโดย ทอม ฮาร์ดี้ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้น ทอม ฮาร์ดี้ ก็ยังคงได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Mad Max: Fury Road, The Revenant, Dunkirk, Venom และล่าสุดกับการลงทุนแปลงโฉมเพื่อสวมบทเป็นเจ้าพ่อแห่งมหานครนิวยอร์ก อัล คาโปน ในภาพยนตร์เรื่อง Capone

จากเส้นทางการแสดงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหน ภาพยนตร์แนวใด ทอม ฮาร์ดี้ ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับมันได้อย่างไร้รอยต่อ แต่ในขณะเดียวกัน ทอม ฮาร์ดี้ ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เปรียบเสมือนลายเซ็นของเขาอยู่เหมือนกัน คือกลิ่นอายความยียวนกวนประสาท โผงผายโวยวาย และพร้อมลุยไปในทุกสถานการณ์ 

เจมส์ บอนด์ สายลุย

 

James Bond action

 

ดังนั้นถ้า ทอม ฮาร์ดี้ คือ เจมส์ บอนด์ คนใหม่จริงตามข่าวลือที่มีการปล่อยออกมา ไม่แน่ว่าในภาพยนตร์สายลับ 007 เรื่องต่อไปเราอาจฉากแอ็คชั่นที่เข้มข้นถึงใจกว่าเดิม เน้นการต่อสู้แบบประชิดตัว มีความดิบเถื่อน ซึ่งแอ็คชั่นแบบนี้คือแนวทางที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เฟรนไชส์ John Wick คือหนึ่งในข้อพิสูจน์เรื่องนี้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็ถือว่าเข้ากับ เจมส์ บอนด์ อยู่เหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นการสร้างรสชาติใหม่ๆ ให้กับเฟรนไชส์นี้ด้วย

ไม่ว่าที่ผ่านมา เจมส์ บอนด์ จะรับบทบาทโดยใคร และแต่ละคนจะมีแนวทางเป็นของตัวเองชัดเจนขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนกันอย่างไม่เปลี่ยนแปลงคือความสุขุมนุ่มลึก แต่ถ้า เจมส์ บอนด์ คนใหม่คือ ทอม ฮาร์ดี้ ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็น เจมส์ บอนด์ ที่ก้าวร้าวโวยวายกว่าที่ผ่านมา และอาจเป็นครั้งแรกที่ผู้ชมได้เห็น บอนด์ สบถคำหยาบออกมาก็เป็นได้

 

รถคู่ใจที่เปลี่ยนไป

 

James Bond Car

 

รถสปอร์ตสุดหรูคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ เจมส์ บอนด์ และเฟรนไชส์ภาพยนตร์นี้ โดยสำหรับ บอนด์ คนล่าสุดอย่าง แดเนี่ยล เคร็ก รถคู่ใจของเขาคือ Aston Martin อย่างไรก็ตามภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตสองประตูแบบที่ผ่านมาอาจไม่เข้ากับ ทอม ฮาร์ดี้ เท่าไรนัก สำหรับหนุ่มขาโหดจอมลุยอย่างเขา รถ SUV ที่มาพร้อมกับความหรูหราอย่าง Range Rover อาจจะเข้ากันได้ดีกว่า แต่สุดท้ายไม่ว่ายังไง สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับค่ายรถยนต์ที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์เสียมากกว่า

 

วอดก้ามาร์ตินี่อาจไม่เหมาะ

 

 

Vodka Martini Shaken Not Stirred อาจจะดูเจ้าสำอางเกินไปสำหรับ ทอม ฮาร์ดี้ ดังนั้นถ้าตัดความจำเป็นที่ต้องอิงกับต้นฉบับนวนิยายของ เอียน เฟลมมิ่งออกไป เครื่องดื่มประจำตัวที่เข้ากับ ทอม ฮาร์ดี้ ที่สุดน่าจะเป็นเบียร์รสเข้ม หรือไม่ก็ค็อกเทลมากดีกรีอย่าง Old Fashion 

 

เจมส์ บอนด์ มีหนวดเครา

 

Tom Hardy as James Bond

 

ถึงแม้ภาพลักษณ์ของ ทอม ฮาร์ดี้ จะดูเป็นหนุ่มจอมลุยขนาดไหน แต่เมื่อมาอยู่ในบท เจมส์ บอนด์ ยังไงเสื้อผ้าหลักที่สวมใส่ก็ต้องเป็นสูทราคาแพงอยู่ดี (ส่วนจะยังคงเป็น Tom Ford หรือไม่ก็คงขึ้นอยู่กับเรื่องของสปอนเซอร์ เช่นเดียวกับเรื่องของรถ) แต่นอกจากเรื่องสูทแล้ว นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ผู้ชมจะได้เห็น เจมส์ บอนด์ ไว้หนวดเครา เพราะหนึ่งในภาพจำที่ผู้คนมีต่อ ทอม ฮาร์ดี้ คือชายหนุ่มร่างใหญ่ที่มาพร้อมกับหนวดเคราสุดเท่ ซึ่งคาแรคเตอร์นี้อาจสร้างความแปลกใหม่ให้กับเฟรนไชส์ภาพยนตร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนั้นยังทำให้ บอนด์ ในแบบ ทอม ฮาร์ดี้ ดูเป็นสายลับจอมลุยมากกว่าเดิมอีกด้วย

 

เจมส์ บอนด์ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ

 

 

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สำคัญของ เจมส์ บอนด์ คือการเป็นตัวละครมากเสน่ห์ และมักจะมีหญิงสาวมากมายมายุ่งเกี่ยวกับเขาหลายต่อหลายครั้ง จน “บอนด์เกิร์ล” แทบจะกลายเป็นประเด็นหลักที่ผู้คนให้คววามสนใจลำดับต้นๆ ในภาพยนตร์แต่ละเรื่องไปแล้ว อย่างไรก็ตามการที่ ทอม ฮาร์ดี้ ไม่เปิดเผยรสนิยมทางเพศของตัวเอง อาจส่งผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ได้เช่นกัน

นี่อาจจะเป็นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ เรื่องแรกที่ไม่มีการเล่าถึงแง่มุมความสัมพันธ์ระหว่าง บอนด์ กับเหล่าสุภาพสตรี หรือไม่แน่ว่ามันอาจไปไกลถึงขั้นที่ เจมส์ บอนด์ คนใหม่อาจเป็น LGBTQ+ ก็เป็นได้…ใช่ มันอาจฟังดูบ้ามาก แต่ในยุคที่เรื่องเพศสภาพกลายเป็นเรื่องที่สามารถยอมรับได้อย่างกว้างขวางเช่นทุกวันนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงการสร้างสมมติฐานขึ้นมาเล่นๆ จากคำถามที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้า เจมส์ บอนด์ คนใหม่คือ ทอม  ฮาร์ดี้” เท่านั้น อย่างไรก็ตามข่าวลือก็เป็นเพียงข่าวลือ ตราบใดที่ยังไม่มีการยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการ การหักปากกาเซียนย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ และถ้าไม่ใช่ ทอม ฮาร์ดี้ ใครกันล่ะที่เหมาะสมในการสวมบทบาทสำคัญนี้

 


 

เจมส์ บอนด์ คนใหม่…ใครดี ?

 

ก่อนอื่นขอตัดรายชื่อ “ตัวเต็ง” ที่สื่อทุกสำนักแทบจะกล่าวถึงจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วอย่าง ไอดริส เอลบา, โรเบิร์ต แพททินสัน, เจมส์ นอร์ตัน, หรือ ทอม ฮิดเดิ้ลสตัน ออกไปก่อน เพราะลิสต์นี้ขอเน้นไปยังนักแสดงที่เรามองว่าเหมาะสมจริงๆ 

1.เฮนรี่ คาวิล (Henry Cavill)

เริ่มที่คนแรกอย่าง เฮนรี่ คาวิล โดยหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าก่อนที่ แดเนี่ยล เคร็ก จะเข้ามารับบทบาท เจมส์ บอนด์ ครั้งแรกใน Casino Royale เขาคนนี้นี่แหละคือตัวเต็งอันดับหนึ่ง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยวัยเพียง 23 ปี ทำให้ คาวิล โดนมองว่า “เด็กเกินไป” 

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 14 ปี คาวิล เติบโตกลายเป็นหนุ่มใหญ่มากเสน่ห์ในวัย 37 ปี และในตอนนี้เขาก็เพรียบพร้อมในทุกด้านแล้วสำหรับการรับบทบาทครั้งสำคัญ ไม่ว่าการเป็นคนอังกฤษ มีภาพลักษณ์ที่ดูสุขุมนุ่มลึก และเฉลียวฉลาด ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะถูกเลือกหรือไม่เท่านั้นเอง 

2.ริชาร์ด แมดเดน (Richard Madden)

 ริชาร์ด แมดเดน พระเอกจากซีรี่ส์ดังของ Netflix อย่างเรื่อง Bodyguard ที่ทำให้เขาคว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาครองได้สำเร็จ ดังนั้นเรื่องฝีมือการแสดงจึงไม่ใช่ปัญหา อีกทั้งบทบาทในเรื่อง Bodyguard ยังมีความคล้ายคลึงกับ เจมส์ บอนด์ อยู่ในหลายแง่มุม 

นอกจากนั้น ริชาร์ด แมดเดน ยังเป็นหนุ่มอังกฤษ วัย 34 ปี โดยกำเนิด เรียกได้ว่าทั้งช่วงวัย ชาติกำเนิด หรือบุคลิกภายนอกก็ดูเหมาะเจาะไปเสียทุกอย่าง และที่สำคัญคือเขายังไม่โด่งดังจนเกินไป เช่นเดียวกับ แดเนี่ยล เคร็ก ก่อนได้รับบท เจมส์ บอนด์ ที่ก็ถือว่าไม่ใช่นักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ แต่เป็นบทบาทนี้แหละที่ทำให้เขาโด่งดัง ไม่แน่ว่า ริชาร์ด แมดเดน อาจเดินตามรอยนั้นก็เป็นได้

 

The Next James Bond

 

3.โจ อัลวิน (Joe Alwyn)

โจ อัลวิน นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษวัย 29 ปี ที่หลายคนรู้จักเขาในฐานะ “แฟนหนุ่มของ เทเลอร์ สวิฟ” แต่ถ้าสลัดภาพนั้นออกไป ก็ต้องยอมรับว่า อัลวิน ก็มีความเหมาะสมกับบท เจมส์ บอนด์ ไม่ใช่น้อย ด้วยชื่อเสียงที่ยังไม่โด่งดังจนเกินไป แต่มีศักยภาพพร้อมที่จะกลายเป็นดาวดวงใหม่ได้ไม่ยาก ปัญหาเดียวที่ทำให้ อัลวิน มีภาษีน้อยกว่าคนอื่นๆ คืออายุของเขาที่ดูจะเด็กจนเกินไป อย่างไรก็ตามกว่าที่ภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเฟรนไชส์นี้จะเข้าฉายก็คงอีกประมาณ 4-5 ปีข้างหน้า ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว อัลวิน อาจจะพุ่งขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดก็เป็นได้

4.ไมเคิล บี จอร์แดน (Michael B. Jordan)

คนที่สี่คือ ไมเคิล บี จอร์แดน ที่ในปัจจุบันกระแสความเท่าเทียมด้านสีผิวกำลังเป็นไปในทิศทางบวกขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นนอกจาก ไอดริส เอลบา ที่เป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ แล้ว ก็ยังมีนักแสดงผิวดำอีกจำนวนมากที่กลายเป็นข่าวลือในการรับบท เจมส์ บอนด์ หนึ่งในนั้นคือ ไมเคิล บี จอร์แดน ที่ถึงแม้เขาจะเป็นคนสหรัฐอเมริกา แต่นอกจากนั้นเขาก็ถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนในการรับบทบาทนี้ทุกประการ 

5.เฮนรี่ โกลดิง (Henry Golding)

เฮนรี โกลดิง….เจมส์ บอนด์ ผิวดำยังเป็นไปได้ แล้วทำไม เจมส์ บอนด์ จะเป็นชาวเอเชียไม่ได้ล่ะ และจากรายชื่อนักแสดงชาวเอเชียในฮอลลีวูดทั้งหมด โกลดิง คือหนึ่งในชื่อที่น่าจับตามองที่สุด เขามีชื่อเสียงระดับหนึ่งจากผลงานเรื่อง Crazy Rich Asians ยังไม่ใช่ระดับซูเปอร์สตาร์ แต่ก็มีศักยภาพมากพอที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ไม่ยากถ้าได้รับบทเป็น เจมส์ บอนด์ 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ทอม ฮาร์ดี้ หรือทั้ง 5 รายชื่อที่กล่าวไป ทั้งหมดเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนที่คาดเดาขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น และคงจะดีไม่น้อยถ้าผู้อ่านจะร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ด้วย 

สำหรับคุณ ใครคือคนที่เหมาะที่สุดสำหรับการเป็น เจมส์ บอนด์ คนต่อไป

Related Stories

Silver Screens

THE NAME IS BOND: 25 เรื่องผ่านไป ก็ไม่มีใครเหมือน ‘เจมส์ บอนด์’

007 กับสูตรสำเร็จที่นำไปสู่บัลลังก์เจ้าแห่งหนังสายลับตลอดกาล

Read

The Style Guide

WHEN JAMES BOND IS OFF-DUTY: สไตล์เหนือกาลเวลาแม้ไร้ชุดสูทของสายลับ 007

เจมส์ บอนด์ แต่งตัวแบบไหนเมื่อไม่ได้อยู่ในชุดเต็มยศ

Read

Silver Screens

ICONIC MOVIE DRINKS: สำรวจเครื่องดื่มแก้วโปรดของเหล่าตัวละครดังในโลกภาพยนตร์

ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ประกอบฉาก แต่เครื่องดื่มเหล่านี้เก็บซ่อนความหมายลึกซึ้งเอาไว้

Read

0Shares
preloader