Through the Lens

THE LIGHTSAVER: ผลงานภาพถ่ายขาวดำที่สะท้อนตัวตนของช่างภาพผู้มีนามว่า ‘นักบันทึกแสง’


บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย The Lightsaver

Through the Lens

THE LIGHTSAVER: ผลงานภาพถ่ายขาวดำที่สะท้อนตัวตนของช่างภาพผู้มีนามว่า ‘นักบันทึกแสง’


16 June 2020

พูดคุยกับมือเบสวง Retrospect เจ้าของเพจนักบันทึกแสง กับบทบาทช่างภาพอิสระที่เขารักไม่แพ้การเล่นดนตรี

 

ความทรงจำจากกล้องตัวเล็ก

 

กล้อง SLR ตัวเล็กกะทัดรัด นามว่า Nikon FG คือหัวข้อเปิดของบทสนทนาเกี่ยวกับชีวิตการถ่ายภาพของ บอม ณพวัชร คชาชีวะ หรือที่พวกเราคุ้นเคยกับบทบาทของเขาในฐานะเป็นมือเบสของ Retrospect วงร็อคที่เปลี่ยนทิศทางการฟังเพลงของวัยรุ่นไทยในเจเรเนอชั่นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

Nikon FG ตัวนี้มีความหมายต่อเขามาก เพราะเป็นกล้องที่คุณพ่อของบอมนั้นซื้อเพื่อมาถ่ายในวันที่เขาได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ครั้งแรก และในเมื่อถึงเวลาที่เขาสามารถใช้งานกล้องได้ถนัดมือ เจ้า Nikon FG ก็ได้กลายเป็นของขวัญวันปีใหม่จากคุณพ่อ กล้องตัวเล็กนี้พาเขาไปเรียนรู้กับทุกสิ่งทุกอย่างของการถ่ายภาพรวมไปถึงการล้างฟิล์ม เขาแชร์ประสบการณ์มากมายที่ทำให้ผมนึกภาพตามได้แล้วก็ยิ้มไปพร้อมๆ กัน เพราะผมเชื่อว่า หากคนเราชอบอะไรจริงๆ แล้วนั้นจะไม่มีทางที่จะลืมความทรงจำครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้หรอก

เขาบอกว่า ในอดีตเวลาไปเอาภาพที่ล้างไว้จะรู้สึกลุ้นมาก เพราะร้านจะใส่ภาพมาให้เป็นอัลบั้มขนาด 4 x 5 นิ้ว ถ้าอัลบั้มนั้นบางหน่อยก็จะรู้ว่าครั้งนี้ถ่ายไม่ดี ถ่ายเสียเยอะ แต่หลังจากนั้นในช่วงมัธยมปลาย เขาก็ฝึกถ่ายภาพไปเรื่อยๆ จนสามารถเริ่มทำเงินจากมันได้บ้าง และทันทีที่เขารู้แล้วว่าตัวเองนั้น “มีความสุขทุกครั้งที่ได้ถ่ายภาพ” เขาจึงตัดสินใจเข้าเรียนการถ่ายภาพอย่างจริงจังในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเป็นส่วนหนึ่งของวง Retrospect

 

กว่าจะมาเป็นนักบันทึกแสง

 

การทำเพลงและการเดินสายเล่นดนตรี คือจุดเปลี่ยนที่เป็นสัญญาณบอกกับเขาว่า เขาเริ่มที่จะต้องออกห่างจากการถ่ายภาพไกลขึ้นเรื่อยๆ และก็เป็นแบบนั้น เพราะเขาเองไม่ได้มีโอกาสจับกล้องเลยจริงๆ ตั้งแต่ปี 2554 มิหนำซ้ำต้องโดนเคราะห์ร้ายในปีเดียวกัน เพราะถ้าหากยังจำกันได้ครั้งนั้นประเทศไทยของเราประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งบ้านของเขาก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย จึงมีความจำเป็นต้องหาค่าใช้จ่ายมาซ่อมแซมบ้านและรถ กล้องจึงเป็นทรัพย์สินแรกๆ ที่ต้องถูกจำหน่ายออกไป

จนมาถึงปี 2560 ที่เหมือนฟ้ามีตาและโชคชะตาเป็นใจให้เขาได้พบกับ Nikon F4 กล้องในฝันของเขาในวัยเด็กที่ตอนนั้นมิอาจเอื้อมถึง ในวันนั้นมันได้วางขายอยู่บนอีเบย์ในราคาที่เรียกว่าจับต้องได้ เขาจึงตัดสินใจซื้อมันมา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดทางให้เขาได้กลับมาสู่โลกของการถ่ายภาพอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปิดประตูหันหลังให้กับมันอีกเป็นอันขาด

บอมเล่าให้เราฟังต่อว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาต้องไปทำงานที่สมุทรสงคราม ซึ่งระหว่างนอนพักจากการถ่ายภาพมาทั้งวัน ก็มีความคิดที่อยากจะนำเสนอผลงานของตัวเองและแบ่งปันความรู้ที่เขาได้ศึกษาและทดลองมาให้กับคนที่ผ่านไปผ่านมาบ้าง มีอยู่ห้วงขณะหนึ่งที่เขาพูดกับตัวเองว่า “การถ่ายภาพมันคืออะไร ใช่ มันคือการเก็บความทรงจำ เก็บช่วงเวลา ถ้าพูดกันจริงๆ มันคือการบันทึกแสงลงไป” จึงได้กลายมาเป็นเพจนักบันทึกแสงในทุกวันนี้ แม้เขาจะต้องพรากจากการถ่ายภาพเป็นเวลาอย่างน้อย 7 ปีจากการทุ่มเทให้กับงานดนตรี แต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่เขารักทั้งสองนี้ก็มีจุดร่วมเดียวกันคือทำให้เขานั้นได้ออกเดินทาง

ไม่มีนักถ่ายภาพคนไหนที่ไม่เดินทาง การเดินทางช่วยสร้างเรื่องราวให้ภาพถ่ายของเรามีคุณค่ามากขึ้นไหม? ผมชวนบอมคุยถึงเส้นทางที่ผ่านมา เพราะสำหรับเขา ‘การเดินทาง’ ทุกครั้งมันช่างน่าตื่นเต้นเสมอ

 

“เรื่องของผู้คนและสถานที่ คือสิ่งสำคัญที่ทำให้การเดินทางมันช่วยให้การถ่ายภาพมันสนุกยิ่งขึ้น”

 

ทุกครั้งที่เขายกกล้องขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะบันทึกภาพที่อยู่ข้างหน้า เขาจะเริ่มต้นจากการวางองค์ประกอบเป็นอันดับหนึ่ง โดยส่วนมากภาพที่เขาถ่ายจะถูกกำหนดไปด้วยทั้งอารมณ์ที่มักแปรเปลี่ยนไปตามความรู้สึก เขายกตัวอย่างให้เราฟังถึงเหตุการณ์ตอนไปเที่ยวที่ไต้หวัน ทุกครั้งที่เขาได้ผ่านสะพานที่ใช้ถ่ายหนังเรื่อง Millennium Mambo (2001) หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะถ่ายมันเลย

จนกระทั่งวันหนึ่งที่อยู่ดีๆ ระหว่างที่เขากำลังนั่งพัก จู่ๆ ภาพของหนังก็ถูกดึงขึ้นมาฉายซ้ำใหม่อีกรอบในหัว “เพราะแสงวันนั้นมันพอดี เพราะอากาศวันนั้นมันเป็นใจ” นั่นจึงกลายเป็นองค์ประกอบของภาพที่ก่อให้เกิดการบันทึกความทรงจำในครั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะต้องรออารมณ์ร่วมมากขนาดถึงจะถ่ายภาพได้ เพราะเขายกตัวอย่างตอนที่ได้ไป เลห์ ลาดัก กับสถานการณ์ที่ตัวเขาอยู่บนรถระหว่างทางไปเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งไม่สามารถจอดรถได้เลย ทำให้เขาต้องยกกล้อง ลดกระจกรถ พยายามรีบคว้าช่วงเวลาที่จับใจให้ทัน ขณะรถแล่นบนถนนลูกรังผ่านภูเขาหลายพันลูกในที่ราบสูงคาราโครัมที่ตั้งเรียงรายขนานกับท้องฟ้าสุดลูกหูลูกตา

 

ว่าด้วยเรื่องของภาพขาวดำ

 

แรงบันดาลใจเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของการจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ถ้าหากถามถึงช่างภาพคนไหนที่อิทธิผลต่อตัวตนและความคิดของเขามากที่สุด คนนั้นคือ แอนเซล อดัมส์ (Ansel Adams) ปรมาจารย์ช่างภาพชาวอเมริกัน สาย Straight Photography  ที่มีผลกระทบต่อการถ่ายภาพของเจ้าตัวถึงที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้ Zone System ในจัดวางองค์ประกอบของภาพที่เจ้าตัวชอบมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ในเวลาต่อมาทำให้บอมนั้นหลงใหลต่อการถ่ายภาพขาวดำ

ถึงแม้เจ้าตัวจะบอกกับเราว่าคุ้นชินกับฟิล์มขาวดำมาตั้งแต่สมัยที่ขี่จักรยานไปล้างฟิล์มแถวบ้าน ซึ่งเขาบอกกับเราว่า ภาพฟิล์มขาวดำที่ถูกอัดออกมาในสมัยเขาเด็กๆ นั้นไม่ใช่ขาวดำจริงๆ เพราะมันเกิดจากการผสมสีของเครื่องปริ้นท์สีจึงทำให้ภาพที่ออกมาเป็นโทนสีซีเปีย

ก่อนที่ต่อมาเขาจะมีโอกาสได้มาศึกษาอย่างจริงจังในตอนเรียนอยู่ในชั้นมหาวิทยาลัย ที่ได้ใช้ห้องมืด ได้ล้างฟิล์มเอง ได้ทดสอบและทดลองทฤษฎีต่างๆ รู้จักการ Push และ Pull (เทคนิคการเพิ่มและลด stop ผ่านการล้างฟิล์ม)

ฟิล์มขาวดำที่เป็นหนึ่งในดวงใจของเขามาตลอดกาลก็คือ Kodak Tri-X 400 ฟิล์มที่มีสายงานการผลิตตั้งแต่ยุค ‘50s สาเหตุที่เจ้าตัวบอกกับเราถึงการมอบตำแหน่งอันดับหนึ่งของฟิล์มขาวดำจากค่ายโกดัก เพราะมันเป็นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก พูดไม่ทันขาดคำเขาก็เปิดรูปถ่ายของฟิล์ม Kodak Tri-X 400 ที่ถูก Push ISO 400 จนถึง 6400 แต่ก็ยังเก็บความงดงามและความสมบูรณ์ของภาพได้อย่างครบถ้วน

เขาบอกต่อว่า ฟิล์มขาวดำจะมีลักษณะเกรนที่แตกต่างกันอย่างเฉพาะตัว ถ้าใครที่ตามเพจนักบันทึกแสงตลอดจะเห็นว่าเนื้อหาที่เขาลงจะเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อช่างภาพทั้งมือสมัครเล่นจนถึงมือโปร โดยมีช่วงบทสนทนาหนึ่งที่ผมชอบ เขาพูดว่า “ผมไม่เคยดูถูกคำถาม แม้ว่ามันโง่แค่ไหน ดูจิ๊บจ๊อยแค่ไหน ถ้าเกิดมันเป็นคำถาม มันสามารถพาเราไปสู่ในที่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนได้เสมอ” ซึ่งบางทีบางครั้งมันนำให้เขาไปพบเจอกับเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ข้างหลังประตูแห่งคำถามบานนั้น เรื่องราวที่กว้างใหญ่น่าตื่นตาตื่นใจที่ทำให้ต่อยอดการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ผมเคยได้ยินคนบอกว่าการถ่ายภาพขาวดำนั้นเหมือนการตีความ แต่สำหรับในมุมมองของบอมนั้นสาเหตุที่เขาเลือกถ่ายทอดผลงานผ่านสีโมโนโครมเป็นส่วนมาก เพราะว่าต้องการที่จะควบคุมองค์ประกอบของภาพให้อยู่หมัด สำหรับเขาแล้วนั้น “มองว่าการถ่ายภาพขาวดำจัดการทุกอย่างได้ง่ายกว่า เพราะทุกอย่างที่เราเห็นสามารถควบคุมให้มันอยู่ในสโคปเดียวกันได้”

หัวข้อที่ถูกพูดถึงบ่อยมากของวงการถ่ายภาพฟิล์ม คงหนีไม่พ้นเรื่องการทึกทักว่ารูปที่เราได้รับจากแล็ปล้างฟิล์มว่าภาพนั้นเป็นสีจากฟิล์มจริงๆ ซึ่งจริงแล้วทุกภาพที่ถูกสแกนออกมานั้นได้ผ่าน preset ของทางร้านมาเรียบร้อยแล้ว ถึงตรงนี้เราก็อยากจะบอกว่าการทำ post process ไม่ใช่เรื่องที่ผิดและเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ เพราะท้ายที่สุดมันไม่มีตรงกลางอยู่เลย ซึ่งคำแนะนำจากบอม เขาบอกว่า “แล้วทำไมเราถึงไม่ทำให้ภาพที่เราถ่ายมาเป็นสไตล์ของตัวเองเลยล่ะ” นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เจ้าตัวเลือกถ่ายทอดผลงานตัวเองผ่านสีขาวดำเป็นหลัก เพราะว่าเขาสามารถ desaturated สีของภาพได้ในภายหลัง พร้อมเจือสีและแต่งโทนตามภาพในหัวของเขาให้ออกมาอย่างตรงใจที่สุด แม้ผลงานของเขาจะผ่านการ post process มาแล้วก็ตามแต่ผมก็ยังมองเห็นความจริงและความไม่สมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่ในนั้นเสมอๆ ต่อไปนี้ คือผลงานภาพถ่ายบางส่วนจากสายตาของนักบันทึกแสงผู้นี้

 

 

“เหล่าตัวจามรีที่พบตอนเดินทางไปคาดุงลาพาส ถนนที่สูงที่สุดในโลก ที่เลห์ ลาดัก”

 

“ท่วงท่าของนักกระโดดน้ำผาดโผนใกล้กับอุทยานธรณีเย่หลิว และเรือใบกำลังลอย ขณะมองจากชายฝั่งออสเตรเลียตะวันตก”

 

“เรือบรรทุกสินค้าจากฮ่องกงที่กำลังแล่นผ่านเมืองแมนดูร่าห์”

 

“หาดอะโปกามะ เกาะโอกินาว่า เป็นหาดที่น้อยคนจะรู้จัก มักใช้เป็นที่นัดพบของชายหนุ่มและหญิงสาวในสมัยโบราณ”

 

“ภาพนี้บันทึกไว้เพียงไม่กี่นาทีบนหาดอะโปกามะ ก่อนที่ผมจะขอภรรยาแต่งงานเมื่อปี 2019”

 

“หิมะที่ปกคลุมภูมิทัศน์ที่เหลือให้เห็นเพียงต้นไม้ที่ไร้ใบ บริเวณชานเมืองบิเอะ เกาะฮอกไกโดในช่วงเดือนมกราคม”

 

“ชายชรากำลังลงเล่นน้ำทะเลยามเช้าในขณะที่มีอุณหภูมิแตะเลขตัวเดียว ที่หาดคอทเทสโล ใกล้กับเมืองเพิร์ธ”

 

“สถาปัตยกรรมหินปูนสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นมาโดยมีต้นแบบเป็นมาจากปราสาทงุซูกุของเกาะโอกินาว่า”

 

“หุ่นไซบอร์กสาว ผลงานศิลปะเรโทรฟิวเจอริสติกจากจินตนาการของอาจารย์ ฮาจิเมะ โซรายามะ จัดแสดงที่คาสิโนแห่งหนึ่งในมาเก๊า”

 

“ริ้วของเนินทรายแลนเซลินในยามเช้า และภรรยาของผมในบ่ายวันเดียวกัน”

 

ถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าเราต่างเคยได้ยินกันมาตลอดว่าเมื่อไหร่ที่คิดถึงสถานที่ที่เคยไป ให้กลับไปดูภาพเก่าอีกครั้งก็จะพอให้หายคิดถึงบ้าง แต่สำหรับเขาแล้วนั้น “บางทีบางคนมองภาพเก่ากลับไป เขาจะนึกถึงแบบว่าภาพมันพาเราไปตรงนั้นได้ แต่ของผมจะเป็นอีกอย่างนึง ผมจะจำได้ว่าผมตั้งกล้องยังไง ว่าผมถ่ายมันยังไง ตอนที่ถ่ายก็จะพยายามโฟกัสสิ่งที่มองเห็นผ่านวิวไฟน์เดอร์ จะจำตรงนั้นได้มากกว่ามองด้วยตาเปล่าซะอีก”

Related Stories

Through the Lens

PHOTOGRAPHER 17.57 OPENS UP ABOUT HIS LAB “ELLA.BKK”

เรื่องราวของช่างภาพรหัสลับ 17.57 ที่เป็นตัวอย่างได้ดีว่าชีวิตไม่มีทางลัด

Read

Through the Lens

อำพล ทองเมืองหลวง: เมื่อภาพข่าวไม่ใช่เพียงภาพประกอบข่าวอีกต่อไป

เหตุการณ์จริงที่คุณไม่ทันเห็นผ่านเลนส์ของช่างภาพข่าวมืออาชีพที่เชื่อว่า "รูปที่ดีที่สุดคือรูปที่ยังไม่ได้ถูกถ่าย"

Read

Through the Lens

THREE THINGS WE LEARNED FROM FINDING VIVIAN MAIER

ชวนคุยสามเรื่องที่จะพาคุณลงลึกถึงชีวิตของช่างภาพสตรีทผู้ลึกลับ

Read

0Shares
preloader