Silver Screens

DON VITO CORLEONE: วิถีการปกครองคนแบบเจ้าพ่อแห่ง The Godfather

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W. MINISTRY

Silver Screens

DON VITO CORLEONE: วิถีการปกครองคนแบบเจ้าพ่อแห่ง The Godfather

12 June 2020

เพราะการบริหารปกครองผู้คนคือศิลปะแขนงหนึ่ง

 

“การบริหารผู้คน” คือหนึ่งในทักษะที่สำคัญและจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ที่สุดเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าคำว่า “บริหาร” อาจจะชวนทำให้นึกไปถึงบริบทเชิงบริษัทหรือธุรกิจ ที่หัวหน้าองค์กรต้องจัดการกับคนที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าลงมา แต่ถ้าพิจารณาอย่างรอบด้านก็จะเข้าใจอย่างกระจ่างในทันทีว่าการจะบริหารคนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าองค์กรเสมอไป

เพราะไม่ว่าใครในสังคมก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องรู้จักการบริหารผู้คน เป็นครูก็ต้องบริหารลูกศิษย์ เป็นพ่อแม่ก็ต้องบริหารลูก เป็นคนทำธุรกิจก็ต้องบริหารคู่ค้า เรียกได้การบริหารคนนั้นอยู่กับมนุษย์ทุกคนในทุกบริบท ทุกมิติของชีวิต ดังนั้นการมีทักษะนี้ติดตัวไว้จึงเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง

ในโลกภาพยนตร์ก็เช่นกัน และเมื่อพูดถึงการบริหารคนผ่านเรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม หนึ่งในตัวละครที่มีทักษะด้านนี้โดดเด่นที่สุดคือ “ดอน วีโต คอร์เลโอเน” จากเฟรนไชส์ภาพยนตร์ The Godfather 

ดอน วีโต เดินทางเข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้อพยพจากเกาะชิซิลี ประเทศอิตาลี แต่หลังจากนั้นเขากลับสร้างบารมี ขึ้นบัลลังก์กลายเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียทรงอิทธิพลได้สำเร็จ และแน่นอนว่าจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้เลยถ้าเขาไม่มีทักษะการบริหารจัดการคนที่ดี 

ครั้งนี้เราจึงหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาใส่แว่นขยายให้ชัดเจนขึ้น เพื่อที่ทุกคนจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกันว่าตัวละครมาเฟียผู้สุขุมนุ่มลึกคนนี้มีวิธีการบริหารผู้คนอย่างไร

 


 

Rule No.1

ให้ใจกับผู้ที่อยู่ต่ำกว่า

 

“ถ้าเอ็งมาหาข้าเพื่อขอความยุติธรรมตั้งแต่แรก ไอ้สองคนที่ีทำให้ลูกสาวเอ็งต้องร้องไห้ขมขื่น ก็จะต้องกำลังร้องไห้อย่างขมขื่นไปแล้ว ถ้าบังเอิญคนดีๆ อย่างเอ็งไปมีศัตรูที่ไหน พวกนั้นก็จะต้องเป็นศัตรูของข้าไปด้วย…แล้วเชื่อข้าเถอะพวกนั้นจะต้องกลัวเอ็ง” ประโยคนี้ปรากฏในช่วงต้นเรื่องของนิยาย The Godfather  เป็นตอนที่ ดอน วีโต พูดกับ อเมริโก โบนาเซรา 

โบนาเซรา ไม่ใช่มาเฟียทรงอิทธิพลที่ไหน เขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่ยึดมั่นในกฎหมาย ความถูกต้องของบ้านเมือง อย่างไรก็ตามลูกสาวที่เขารักกลับโดนเหล่าชายชั่วรังแกอย่างเจ็บปวด และยิ่งเจ็บปวดไปกว่าเดิมเมื่อผู้กระทำผิดกลับใช้ช่องว่างทางกฎหมายทำให้พวกเขาโดนลงโทษน้อยกว่าที่ควรจะเป็น 

 

The Godfather opening scene

 

โบนาเซรา รู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เขาเจอ ความยุติธรรมที่เขาเคยเชื่อมั่น ตอนนี้เขารู้ดีแล้วว่ามันไม่มีอยู่จริง เขาจึงต้องมาหา ดอน วีโต ชายที่เขาเชื่อว่าจะบันดาลความยุติธรรมให้เขาได้

มองกลับมาที่มุมของ ดอน วีโต เขาคือมาเฟียใหญ่ผู้ทรงอิทธพล ไม่มีความจำเป็นแม้แต่นิดเดียวที่ต้องหันมาเหลียวแลคนตัวเล็กตัวน้อยอย่าง โบนาเซรา แต่ ดอน วีโต กลับไม่คิดเช่นนั้น เขายินดีที่จะรับฟังปัญหาของ โบนาเซรา และช่วยจัดการทุกอย่างให้อย่างสาสม เพราะเขารู้ดีว่า โบนาเซรา คือคนที่กำลังจนตรอก ถ้าเขายื่นมือเข้าไปช่วยอีกฝ่ายต้องรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณ และสักวัน โบนาเซรา จะตอบแทนกลับมามากมายกว่าสิ่งที่เขาเคยให้ไปหลายเท่าแน่นอน

เป็นการใช้ใจซื้อใจ ถึงแม้จะมีเรื่องของบุญคุณหรือผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในตอนที่ยื่นมือเข้าไปช่วยนั้นยังไงก็ต้องมีความจริงใจรวมอยู่ในนั้นด้วย

 


 

Rule No.2

การปกครองคนไม่มีอะไรตายตัว

 

มนุษย์แต่ละคนนั้นมีความปัจเจกแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง ทุกคนมีอารมณ์ ทัศนคติ แนวคิด เป็นของตัวเอง ดังนั้นการจะขึ้นชื่อว่าเป็น “นักบริหารคนฝีมือดี” นั้นจะมีรูปแบบที่ตายตัวไม่ได้ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับบุคคลและสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น

ดอน วีโต เองก็เล็งเห็นถึงเรื่องนี้ ดังนั้นตลอดทั้งเรื่องผู้ชมจึงได้เห็นเขาใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไปในการบริหาร บ้างก็ใช้ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ เหมือนในตอนที่ โบนาเซรา มาหาซึ่งเราได้กล่าวถึงไปแล้วในข้างต้น บ้างก็ต้องใช้ความกลัวเข้าข่ม ให้อีกฝ่ายยอมสิโรราบแต่โดยดี 

 

Don Vito and his partnership

 

หนึ่งในเหตุการณ์ที่เป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดสำหรับประเด็นนี้คือตอนที่ ตัวละคร จอห์นี่ ฟอนเทน ลูกบุญธรรมคนหนึ่งของ ดอน วีโต ซึ่งมีอาชีพเป็นนักร้องในลาสเวกัส มาขอความช่วยเหลือจาก ดอน วีโตให้เขาได้แสดงภาพยนตร์ซึ่งตัวเอกมีบทบาทใกล้เคียงกับตัวเขา ดอน วีโต รับปากและส่ง ทอม เฮเก้น ทนายประจำตัว ไปพบ แจ๊ค วอลซ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ดอน วีโต รู้ทันทีว่าผู้กำกับคนนี้ไม่สามารถเจรจาอย่างสุภาพชนได้อีกต่อไป

ในเช้าวันรุ่งขึ้น วอลซ์ ตื่นขึ้นก็ต้องตกตะลึงไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อพบกับหัวม้าตัวโปรดของเขากองอยู่บนเตียง พร้อมเลือดที่เจิ่งนอง เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือการขู่เตือนเอาชีวิตจากตระกูลคอร์เลโอเน ทำให้ท้ายที่สุด จอห์นนี่ ก็ได้แสดงนำในหนังเรื่องนี้ตามความปราถนา

เราไม่ได้กำลังบอกว่าให้ใช้วิธีแบบ ดอน วีโต เพียงแค่ต้องการสื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการบริหารคนแต่ละคนนั้นต้องใช้วิธีที่แตกต่างกันไป ส่วนคำถามที่ว่าวิธีไหนคือวิธีที่เหมาะสมที่สุด นั่นคือคำถามที่ทุกคนต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง

 


 

Rule No.3

รักษาคำพูดเหมือนรักษาชีวิต

 

การจะเป็นนักบริหารคนที่ดีนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกไว้ให้ขึ้นใจอยู่เสมอคือ ทุกคำพูดที่พูดออกไปคือนายของเรา เมื่อพูดอะไรออกไปแล้วต้องรักษาไว้ให้มั่น ไม่เช่นนั้นคำพูดของเราจะไม่มีค่า และไม่มีใครจะสนใจฟังมันอีกเลย 

 

Don Vito keep his word

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทของหัวหน้าแก๊งมาเฟียทรงอิทธิพล ที่ต้องควบคุมคนนับสิบนับร้อยชีวิต ดอน วีโต ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามตลอดทั้งเรื่องผู้ชมก็แทบไม่เห็นเขาบกพร่องในเรื่องนี้เลย 

ด้วยภาระหน้าที่ทำให้ ดอน วีโต ต้องตบปากรับคำหรือให้คำสัญญามากมาย ไม่ว่าจะเป็นกับคู่ค้าธุรกิจหรือกับบริวารที่เข้ามาเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ และทุกครั้งที่เขาลั่นวาจาไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดอน วีโต ก็จะรักษามันไว้เป็นอย่างดี ทำตามความปราถนาของคู่สัญญาอย่างไม่บิดพริ้ว เพราะเขารู้ดีว่าสำหรับคนที่มีสถานะทางสังคมแบบเขานั้น การผิดคำพูดก็ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย 

 


Rule No.4

ใช้หูมากกว่าใช้ปาก

 

หลายคนอาจจะคิดว่าการเป็นบริหารผู้คนนั้นจำเป็นต้องใช้ปากมากกว่าใช้หู เนื่องจากผู้บริหารต้องออกคำสั่งต่างๆ แก่อีกฝ่าย อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาดูภาพยนตร์ The Godfather อย่างละเอียดจะพบว่าตัวละคร ดอน วีโต้ นั้นไม่ใช่ “นักจ้อ” แต่ตรงกันข้ามเขาคือชายมาดสุขุม ที่จะเอ่ยปากพูดเมื่อจำเป็นเท่านั้น 

ดอน วีโต้ คือนักฟังตัวฉกาจ ถึงแม้ว่าตัวของ มาร์ลอน แบรนโด ดาราที่สวมบทบาทจะได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมก็ตาม แต่ความโดดเด่นที่ทำให้ยอดนักแสดงผู้ล่วงลับคว้ารางวัลไปครองนั้นค่อนข้างแตกต่างจากผู้ชนะในครั้งอื่นๆ แบรนโด ในบทบาท ดอน วีโต้ นั้นไม่เน้นการระเบิดอารมณ์ หรือที่เรียกว่า “การเล่นใหญ่” แต่เขากลับถ่ายทอดความเป็นมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ผ่านการแสดงที่เรียบง่าย ทรงพลัง น้อยแต่มาก

 

Don Vito is listening

 

ตลอดทั้งเรื่อง มาร์ลอน แบรนโด ในบท ดอน วีโต้ มักจะรับฟังทุกอย่างด้วยความใจเย็น วิเคราะห์ทุกข้อความที่คู่สนทนากล่าวอย่างตั้งใจ โดยสิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนออกมาผ่านแววตาของเขา และเมื่อสมองประมวลผลเรียบร้อยแล้วว่าหนทางไหนคือวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ถึงตอนนั้น ดอน วีโต้ จึงจะเริ่มเอ่ยปากพูดออกมา

แม้แต่ในฉากที่มีการประชุมแก๊งมาเฟีย ทั้งภายในแก๊งเดียวกันหรือเจรจากับแก๊งอื่น ก็จะเห็นได้ว่า ดอน วีโต้ จะเป็นฝ่ายรับฟังเสียเป็นส่วนใหญ่ พร้อมกับการมีเลขานุการส่วนตัวคอยจดสิ่งที่ผู้ร่วมประชุมคนอื่นๆ พูดอย่างละเอียด 

การที่ ดอน วีโต้ เป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูดส่งผลให้เขาสามารถเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อสารอย่างละเอียดรอบคอบทุกมิติ รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง ต้องการอะไร และควรจะตอบสนองออกไปเช่นไรถึงจะได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด…นี่แหละการเป็นผู้ฟังที่ดีในบทบาทนักบริหารผู้คน

Related Stories

Silver Screens

GANGSTER STYLE: ถอดรหัสสไตล์จาก 4 หนังแก๊งสเตอร์

ดำดิ่งไปกับเครื่องแต่งกายอันยอดเยี่ยมจากเหล่าผลงานมาสเตอร์พีซที่คอหนังแก๊งไม่ควรพลาด

Read

Silver Screens

AL PACINO: 8 บทบาทในความทรงจำของยอดนักแสดงมาดเข้มตลอดกาล

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่บทบาทเหล่านี้ก็ยังตราตรึงไม่เสื่อมคลาย

Read

Silver Screens

AMERICAN PSYCHO: ภาพยนตร์ตลกร้ายกระแทกแนวคิดทุนนิยมของวัฒนธรรม Yuppie

"ดูสีขาว off-white ที่ล้ำลึกนั่นสิ...ความหนาของมันช่างเหมาะเจาะ โอพระเจ้า...มันมีลายน้ำด้วย"

Read

0Shares
preloader