Extra Supplies

ERGONOMIC CHAIRS: 5 เก้าอี้ดีไซน์เนอร์ที่นั่งทำงานได้แบบไม่ทำร้ายสุขภาพหลัง

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Illustrator, W. MINISTRY

Extra Supplies

ERGONOMIC CHAIRS: 5 เก้าอี้ดีไซน์เนอร์ที่นั่งทำงานได้แบบไม่ทำร้ายสุขภาพหลัง

7 May 2020

เจอกันตรงกลางระหว่างหลักสรีระศาสตร์และความ Stylish

 

ร้อยวันพันปีเราใส่ใจกับ ‘เก้าอี้ทำงาน’ มากน้อยแค่ไหน บางคนมองเป็นเรื่องไร้สาระด้วยซ้ำไปที่เจ้าเก้าอี้ล้อเลื่อนหน้าตาดูแสนจะออฟฟิศนี้ต้องมาสถิตย์อยู่ที่บ้าน ทั้งที่การใช้งานที่ไม่ค่อยจะได้ข้องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันที่บ้านสักเท่าไหร่ แต่แล้วปรากฏการณ์ของความปกติใหม่ (New Normal) กลับทำให้เรื่องของเก้าอี้ทำงานที่เคยถูกทิ้งไว้ในเงามืดออกมาเฉิดฉายและเป็นที่ต้องการของเหล่ามนุษย์วัยทำงานที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้าน หรือ Work From Home กันถ้วนหน้า

สำหรับผู้เขียนเองแล้วก็เป็นมนุษย์ทำงานคนหนึ่งที่ประสบพบเจอเรื่องที่ว่าเข้ากับตัวจังๆ เพราะแม้ที่บ้านจะมีห้องทำงานส่วนตัวที่ดูเหมือนจะพร้อมสรรพสำหรับการทำงานนอกเวลา แต่ก็ไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องเก้าอี้ทำงานที่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก จะว่าเน้นแต่ความสวยงามก็ได้ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์เมื่อต้องเจอกับ ‘อาการปวดหลัง’ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อรู้ว่าไม่ได้การผู้เขียนเลยค้นคว้า ศึกษาหาข้อมูลเรื่องเก้าอี้ทำงานทันที แต่สิ่งที่ได้มาก็นับว่าทันท่วงทีอละพอดิบพอดีกับฐานานุรูป ดีไซน์ที่เรียกว่าพอรับได้ แต่เมื่อนึกๆ ดูแล้วหากมีกำลังทรัพย์และเวลามากเพียงพอก็คงไม่อยากให้เก้าอี้ล้อเลื่อนนี้มารบกวนสายตา จะไปเสาะหาเก้าอี้ดีไซน์เยี่ยมที่ว่ามาเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านให้ได้ และในบทความวันนี้ผู้เขียนจึงไม่น่าพลาดที่จะคัดเก้าอี้นั่งทำงานที่หน้าตาดีและที่สำคัญถูกหลัก Ergonomics โดยมีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูรับรองด้วยว่าจะต้องไม่ผิดหวัง 

 

 

ภาพเก้าอี้ในฝันของคนรักงานดีไซน์อย่าง Eames Lounge Chair ที่เห็นนี้เป็นตัวอย่างของเก้าอี้ ‘ที่ดี’ ที่ผู้เขียนดึงมาจากส่วนหนึ่งของหนังสือ Bodyspace: Anthropometry, Ergonomics And The Design Of Work โดย Stephen Pheasant ในปี 1996 ซึ่งเนื้อหาของหนังสือกึ่งการแพทย์นี้ทำให้ผู้เขียนเข้าใจอย่างถ่องแท้จากข้อความในบทที่สี่ว่า “ไม่มีเก้าอี้ตัวไหนที่จะรับใช้ให้ความสะดวกสบายไปตลอดกาล เพียงแต่มีเก้าอี้บางตัวที่เป็นกบฏกับเจ้าของเร็วกว่าก็เท่านั้น” และทั้งนี้ทั้งนั้น Stephen Pheasant ก็ได้ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ความสะดวกสบายนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและพฤติกรรมของผู้ใช้ รวมไปถึงคาแรคเตอร์ของเก้าอี้”

แล้ว Ergonomic คืออะไร? หากพูดแบบรวบรัดก็คงพูดได้ว่ามันคือ ‘การปรับสิ่งที่อยู่รอบตัวระหว่างการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ให้เหมาะสมกับร่างกายตามหลักสรีระวิทยาและกายวิภาคศาสตร์’ แต่หากอธิบายง่ายๆ ในภาษาปกติมันก็คือศาสตร์แห่งการออกแบบเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและไม่ทำให้เราปวดเมื่อยนั่นเอง

หลังจากที่ผู้เขียนได้พูดคุยกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่งานหลักคือดูแลสุขภาพก่อนจะเข้าขั้นต้องบำบัดในระดับนักกายภาพท่านหนึ่ง (จริงๆ แล้วเขาคือเพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่ขอออกนาม) แล้วนั้นก็พบว่าเก้าอี้ทั้ง 5 ตัวที่เลือกมาให้เขาวิเคราะห์จุดต่อจุด ล้วนเป็นเก้าอี้ที่ถูกหลักสรีระศาสตร์แม้ว่าจะผ่านการออกแบบมาแล้วโดยเฉลี่ยกว่า 50 ปี เขาบอกอย่างชัดเจนว่า “นั่งเก้าอี้ตัวไหนก็ได้ถ้านั่งถูกวิธี” คำพูดนี้ฟังดูง่ายใช่ไหมล่ะครับ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าเก้าอี้ทั้งหมดบนโลกนี้จะ ‘เอื้อ’ ให้เรานั่งสบายนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องใส่ใจเก้าอี้ที่ดีกับตัวเอง 

 


 

SERIES 7™ (1955)

Arne Jacobsen 

 

 

เริ่มต้นด้วยเก้าอี้ไม้หน้าตาธรรมดาๆ แต่ทว่าเป็นที่หมายตาของผู้เขียนและหลายๆ คนมากที่สุดตัวหนึ่ง SERIES 7™ หรือ Model 3107 ถูกให้กำเนิดโดยยอดดีไซน์เนอร์เชื้อสายเดนิชแห่งยุค Post War อย่าง Arne Jacobsen ที่เขาออกแบบให้กับบริษัทผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลก Fritz Hansen & Son ในปี 1955 (ตอนนี้มี Official Dealer ที่ประเทศไทย) ซึ่งเจ้าเก้าอี้ปีกกว้างเอวคอดนี่แหละคือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ Fritz Hansen & Son ที่ขายดีตลอดกาลเพราะรูปทรงที่สามารถจับไปวางตรงไหนของบ้านก็ได้

ความพิเศษของ SERIES 7™ ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้าตาที่เรียบร้อย นั่นคือการใช้เทคนิค ‘ใช้แรงดันดัดไม้จากหลายทิศทาง’ ทำให้ได้เก้าอี้ที่อ่อนช้อย นั่งสบาย รับกับสรีระร่างกายของคนอย่างพอดิบพอดี และเมื่อผสมกับไม้ Plywood ที่แสนยืดหยุ่นและทนทานยิ่งทำให้เก้าอี้ตัวนี้เหนือกาลเวลาทั้งดีไซน์และการใช้งาน ผู้เขียนเคยได้สัมผัสเก้าอี้ตัวนี้ในแบบ True Vintage ณ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์เก่าสักแห่งและในเวลานั้นยังไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเก้าอี้ตัวนั้นผ่านกาลเวลามามากว่า 50 ปีแต่สภาพและหน้าตายังดูดีทันสมัยไม่ต่างอะไรกับของที่ผลิตขึ้นมาใหม่แม้แต่น้อย จะมีก็เพียงรอยขูดขีดเท่านั้น

 

DROP™ (1958)

Arne Jacobsen 

 

 

ยังอยู่กันที่ผลงานของ Arne Jacobsen แต่คราวนี้เป็นเก้าอี้หน้าตาประหลาดอย่าง DROP™ แน่นอนว่าชื่อเสียงเรียงนามของเก้าอี้ตัวนี้มาจากรูปทรงหยดน้ำที่เหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้  DROP™ ถือเป็นหนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีซของ Arne Jacobsen ที่เขาออกแบบให้กับโปรเจกต์ตกแต่งภายในของโรงแรมชื่อดัง Radisson Blu Royal Hotel ในกรุงโคเปนเฮเกน ในปี 1958

“A Small Chair with a Big Personality” คือคำที่บริษัทผู้ผลิตได้นิยามผลงานของ Arne Jacobsen ตัวนี้ว่าเป็นดีไซน์ที่เห็นแล้วสดชื่นแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็นตำนานแม้ว่าจะผ่านมานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ตามที

ว่ากันด้วยเรื่องของการใช้งาน แม้ว่าเจ้า DROP™ จะมีหน้าตาที่แสดงออกถึงความสนุกสนาน แต่การออกแบบนั้นไม่ลืมที่จะคำนึงถึงความสบายเพราะตัวเก้าอี้มีการ “โอบรัด” ช่วงบริเวณเอวของผู้ใช้งานแต่ก็ยังเหลือพื้นที่ให้ขยับได้แบบอิสระ และวัสดุพลาสติกคุณภาพดีที่มีสสารไนล่อนผสมอยู่ด้านในทำให้ยืดหยุ่น เป็นธรรมชาติแม้ว่าหน้าตาจะดูเป็นเก้าอี้พลาสติกที่แข็งทื่อ นี่คือที่มาของราคาอันแสนหฤโหดภายใต้หน้าตาที่เหมือนกับเด็กน้อย

 

MR (1924)

Ludwig Mies Van der Rohe

 

 

ข้ามฝั่งมาที่ Product Design ภายใต้ปรัชญา ‘Less is more’ จากค่ายสำนักออกแบบ Bauhaus อันยิ่งใหญ่ที่เป็นแหล่งให้กำเนิดตำนานนักออกแบบ สถาปนิกมากมายนับไม่ถ้วน เก้าอี้เหล็กท่อดัดโค้งรูปร่างหน้าตาหรูหราแต่ไม่เลอะเทอะ 

‘MR’ ถูกออกแบบและนำเสนอครั้งแรกต่อสายตาชาวโลกโดยยอดสถาปนิก Ludwig Mies Van de Rohe บิดาแห่งสไตล์ ‘Modernism’ ในปี 1927 ที่งานแสดงสินค้าในเมืองสตุ๊ดการ์ด ก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวของนักออกแบบสมัยใหม่ตามมาหลายต่อหลายคน

การดัดโค้งของเหล็กและแผ่นหนังที่ยึดโยงกันไว้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวโดยพนักพิงที่มีองศารับกับหลังผู้ใช้งานแบบตั้งพอดีๆ และพื้นที่ว่างบริเวณช่วงเอวของเก้าอี้เหลือไว้ให้ระบายอากาศเพื่อความสบายตัว เหมือนจะนั่งไม่สบายสักเท่าไหร่แต่จริงๆ นั้นผู้เขียนเคยได้สัมผัสตัวจริงมาแล้วครั้งหนึ่งและรู้สึกแปลกใจที่มันให้สัมผัสที่สบายกว่าที่คิดไว้ และสามารถนำมานั่งทำงานได้สบายๆ ในชีวิตประจำวัน แถมยังเคลื่อนย้ายไปตกแต่งห้องนั่งเล่น ห้องนอนได้อย่างอิสระเพราะน้ำหนักเบา

 

Tulip (1955)

Eero Saarinen

 

 

หลายคนอาจเคยเห็นเก้าอี้ไฟเบอร์พลาสติกสีขาว เบาะที่นั่งสีแดงกันมาบ้างในภาพยนตร์ หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์มากมาย แต่ที่เห็นอยู่นี้มีชื่อเรียกว่า ‘Tulip’ ผลงานการออกแบบของยอดดีไซน์เนอร์สัญชาติอิตาเลียน Eero Saarinen ในปี 1955 ที่เขาออกแบบให้กับอีกหนึ่งผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลก Knoll (มีสาขาที่ประเทศไทยเช่นเดียวกัน) ซึ่งเจ้าเก้าอี้รูปทรงดอกไม้ทิวลิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของเซ็ตโต๊ะนั่งทานอาหารที่มีโต๊ะตรงกลางรูปทรงกลม และนักออกแบบต่างขนานนามการออกแบบของ Eero Saarinen ชิ้นนี้ว่าเป็น “การทดลองของโลก Modernism ผ่านวัสดุที่แปลกใหม่” ในยุคนั้น

แน่นอนว่านั่นเป็นผลพวงจากแนวคิดของเขาที่เรียกว่าเป็น ‘Form Giver’ หรือ ผู้สรรค์สร้างรูปทรงเพราะว่าผลงานของเขาแทบจะทุกชิ้นเสมือนรูปปั้นที่จะออกมาเป็นอย่างไรก็ได้ตามใจนึก และการใช้งานที่สามารถเอาไปนั่งทำงานได้ในเวลานานๆ เพราะการออกแบบของ Tulip คำนึงถึงสรีระของผู้ใช้งานไม่แพ้รูปร่างที่สวยงามแปลกตา ถ้ามีโอกาสจับจองเก้าอี้ Tulip จากยุค ‘50s ในราคาที่พอรับได้ ผู้เขียนแนะนำให้มีติดบ้านเอาไว้ช่วยสร้างบรรยากาศกลับไปในยุค Modernsim รุ่งเรืองได้แบบไม่ต้องประโคมอะไรให้มากมาย

 

Cosm by Herman Miller (2018)

Studio 7.5

 

 

ย้อนไปประมาณ 2 ปีที่แล้วยอดแบรนด์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในตำนานที่มีอายุกว่า 100 ปีอย่าง Herman Miller ได้เปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่ได้แสดงฝีมือการออกแบบเก้าอี้ทำงานที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอุตสาหกรรมเก้าอี้สำนักงาน หลังจากที่ Aeron เก้าอี้ทำงานสุดล้ำแห่งยุค ‘90s ได้เฉิดฉายมามากมายนับสิบๆ ปี 

Cosm เปิดตัวในงานแสดงสินค้า Salone Del Mobile ในกรุงมิลานถูกดีไซน์โดยกลุ่มนักออกแบบผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่สัญชาติเยอรมันในนาม Studio 7.5 ประกอบด้วย Carola Zwick, Roland Zwick และ Burkhard Schmitz และผลงานของพวกเขาสามารถเปลี่ยนโลกการออกแบบเก้าอี้สำนักงานได้อย่างเฉียบคมด้วยฟีเจอร์ ‘การเคลื่นไหวของที่นั่งแบบอิสระ’ และ ‘ที่พักแขนแบบรองรับแรงกระแทก’

ถึงจะเป็น “เก้าอี้สำนักงาน” ที่ดูเป็นการเป็นงานมากกว่า 4 ตัวที่ผ่านมาแต่การออกแบบของ Cosm ถือว่า Stylish ไม่แพ้เก้าอี้สายดีไซน์เนอร์เลยแม้แต่น้อย เพราะรูปทรงที่เน้นโค้งมน รองรับกับหลังทั้งแผ่นไปจนถึงเบาะนั่ง ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนนลอยอยู่ในอากาศ (ผู้ผลิตเขาโฆษณาว่าอย่างนั้น) ส่วนวัสดุก็คงไม่ต้องสงสัยหาก Herman Miller จะคัดสรรสสารที่ประกอบให้เก้าอี้ของเขาทนทาน และจะกลายเป็นตำนานต่อจากนี้ไม่ว่าผ่านไปอีกกี่สิบปีก็ตาม

 


 

Related Stories

Arts

HOT SEATS PART 1: HANS J. WEGNER AND HIS ICONIC CHAIRS WE LOVE

จากช่างทำตู้ไม้ในเมืองเล็กๆ ของเดนมาร์ก สู่ตำนานนักออกแบบเก้าอี้ที่ทั้งโลกยอมรับ

Read

Arts

HOT SEATS PART 2: THE FORTUITOUS BEAUTY OF CHARLES EAMES’ CHAIRS

คู่รักนักออกแบบชาวอเมริกันที่มีใจรักในการทดลอง กับตำนานแชร์ดีไซเนอร์ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในยุค 40’s

Read

Arts

ICONIC HOME DESIGN IN FAMOUS FILMS

สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในยอดเยี่ยมจาก 5 หนังดัง

Read

0Shares
preloader