The Inspirations

THE STYLE EVOLUTION OF JOHNNY DEPP

บทความโดย Kantinan Srisan, Style Editor, W. MINISTRY

The Inspirations

THE STYLE EVOLUTION OF JOHNNY DEPP

1 August 2019

จอห์นนี่ เดปป์ กับการเดินทางของสไตล์ และบทบาทการแสดงที่หลากหลาย

Spread the words

“สายตาชวนฝัน โครงกรามชัดเจน ทรงผมยุ่งเหยิง และเครื่องประดับพราวเสน่ห์” นิยามของจอห์นนี่ เดปป์ นักแสดงมากหัวโขนวัย 56 ปี ผู้ขึ้นชื่อเรื่องของฝีมือสวมบทบาทการแสดงที่หลากหลายที่สุดคนหนึ่งของวงการฮอลลีวูด ตั้งแต่มือกรรไกรหัวกระเซิง แวมไพร์หนุ่มหลงยุค ไปจนถึงโจรสลัดแห่งทะเลแคริเบียนกับอายไลน์เนอร์เส้นโต ที่หลากคนต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันเมื่อพูดถึงชื่อของเขาคนนี้ (ที่แม้จะโชคร้ายไม่ได้ต่อบทบาทกับทาง Disney เพราะเรื่องส่วนตัว) พร้อมกับรางวัลอันเป็นหลักฐานหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครกังขาในความสามารถด้านการแสดงของเขาเสียเท่าไหร่

แต่นอกเหนือไปจากเรื่องของอาชีพการแสดงของเขาแล้วนั้น ชีวิตส่วนตัว คู่ควง และ “สไตล์” ต่างเป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เพราะครั้งหนึ่งจอห์นนี่ เดปป์เองเคยได้รับรางวัล Fashion Icon Award จากสมาคมหัวแฟชั่นระดับโลกอย่าง CFDA เมื่อปี 2012 และยังได้รับการเสนอชื่ออยู่แทบจะทุกครั้งไปสำหรับรางวัลในหัวข้อดังกล่าว กับสิ่งที่การันตีความชวนฝันของหญิงสาวทั่วโลกอย่าง Sexiest Man Alive Award ในปี 2009 ที่เป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่านักแสดงชายผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่เพียงเรื่องของการแสดงเท่านั้น

หากว่ากันตามประวัติศาสตร์ในโลกแฟชั่นแล้วนั้น อย่างที่รู้กันว่ามีสไตล์ไอคอนอยู่ในทุกช่วงทุกสมัย บ้างก็ถูกหลงลืมในเวลาเพียงไม่นาน  บ้างก็ยังคงถูกพูดถึงจนปัจจุบัน ซึ่งสำหรับเราแล้วจอห์นนี่ เดปป์ คือหนึ่งในนั้น ไม่ใช่เพราะว่าการแต่งตัวที่มีสไตล์เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของ “วิวัฒนาการด้านสไตล์” ที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปีต่างหาก ที่ทำให้เขาไม่เคยจางหายไปจากสายตาของใครหลายๆ คน




1980s

Left Image Courtesy of weheartit, Right Image Courtesy of Us Weekly

ยุค ’80s นับเป็นช่วงวัยยี่สิบตอนต้นของจอห์นนี่ เดปป์ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาที่เขาได้เริ่มเข้าสู่แวดวงของการแสดงเป็นครั้งแรกในเรื่อง A Nightmare on Elm Street (1984) ในสมัยนั้นสไตล์การแต่งตัวของเขาอาจจะยังไม่ได้โดดเด่นหรือแตกต่างไปจากวัยรุ่นอเมริกันทั่วไปมากนัก เสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงยีนส์คือไอเท็มชิ้นประจำที่เรามักจะเห็นเขาใส่อยู่บ่อยๆ มีบ้างที่จะจับคู่ร่วมกับเสื้อชั้นนอกอย่างเบลเซอร์สีโทนมืด หรือแจ็คเก็ตเดนิม พอจะเริ่มส่งเค้าการใส่สร้อยคอกับทรงผมกระเซอะกระเซิงที่เริ่มฉายแววออกมาให้เห็น

จากนั้นเพียงไม่นานในปี 1985 เดปป์เองได้รับบทการแสดงในภาพยนตร์คอมเมดี้เรื่อง Private Resort (1985) และ Thrashin (1986)  จนกระทั่งดำเนินมาถึงปี 1987 เขาได้รับบทที่สร้างชื่อเรื่องแรกให้กับเขาในฐานะของไอดอลเด็กวัยรุ่นจากเรื่อง 21 Jump Street ในวัย 24

ณ เวลานั้นๆ สไตล์การแต่งกายของเดปป์เองมีเค้าโครงและแรงบันดาลใจมาจากคอสตูมเข้าฉากใน 21 Jump Street อยู่เนืองๆ เนื่องจากเป็นเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นและเสื้อผ้าก็เป็นรูปแบบที่สามารถสวมใส่ได้จริงทั้งแจ็คเก็ตหนัง เสื้อชั้นนอกแบบโอเวอร์ไซส์ หรือเสื้อกั้กผ้าเดนิม แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายยุค ‘80s เดปป์เริ่มมีสไตล์การแต่งตัวที่เป็นทางการมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เราสามารถพบเจอภาพถ่ายของเขาในลุคชุดสูทลายพินสไตรป์ หรือการจับคู่เสื้อยืดกับเบลเซอร์ได้บ่อยกว่าช่วงกลาง ‘80s ลักษณะการจัดทรงผมยังคงเป็นการเสยไปด้านหลังเช่นเดิม แต่เริ่มมีสัดส่วนใบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้นทั้งสีหน้า แววตา และโครงกราม




1990s

Left Image Courtesy of themoviedb, Right Image Courtesy of themoviedb

หากช่วงยุค ‘80s คือบทนำของเรื่องราว เดปป์ในช่วง ’90s ก็เปรียบได้กับเนื้อหาหลักของหนังสือ เพราะจอห์นนี่ เดปป์ในวัยเลข 3 นั้นนับเป็นช่วงเวลาขาขึ้นทั้งในเรื่องของหน้าที่การงาน ความรัก และสไตล์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

เพราะภาพลักษณ์ความเป็นขาโจ๋แบดบอยของเดปป์ฉายแววชัดขึ้นเมื่อเขาได้รับบทบาท เวด วอกเกอร์ (Wade Walker) ในภาพยนตร์คอมเมดี้กึ่งมิวสิคัลอย่าง Cry-Baby ปี 1990 หัวหน้ากลุ่มวัยรุ่นหัวรั้นผู้แต่งกายสไตล์สิงห์นักบิด ทรงผม Wet Look ผู้มาพร้อมแจ็คเก็ตไบเกอร์และกางเกงยีนส์ อันเป็นสไตล์การแต่งตัวในยุค '50s (ซึ่งตรงตามยุคสมัยในภาพยนตร์) และหลงรัก อัลลิสัน วิลเลียมส์ (Allison Williams) เด็กสาวหน้าสวยแสนเรียบร้อย จากเรื่องนี้ทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นเด็กหนุ่มหัวขบถของเดปป์ทวีความนิยมมากขึ้น เกิดการลอกเลียนแบบสไตล์การแต่งตัวและทรงผมในหมู่วัยรุ่น ณ ช่วงขณะนั้น และแน่นอนว่าภาพจากกำกับศิลป์เรื่องดังกล่าวได้กลายมาเป็น Meme ของเฟสบุ๊คในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อย

ต่อมาเมื่อเดปป์ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับคู่บุญของเขาผ่านการแนะนำของนิโคลัส เคจ ทำให้เขาได้รับบทบาทเอ็ดเวิร์ดมือกรรไกรในภาพยนตร์เรื่อง Edward Scissorhands ที่ออกฉายในปี 1990 ร่วมแสดงพร้อมกับไดแอน ไวสต์ (Dianne Wiest) และวิโนนา ไรเดอร์ (Winona Ryder) นักแสดงสาวผู้ซึ่งคบหากันในปี 1989 ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สร้างชื่อและทำให้เดปป์ได้รับการจดบันทึกในแวดวงภาพยนตร์ถึง นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งหน้าหล่อที่รับบทบาทการแสดงพิสดารของฮอลลีวูด และทำให้เขากับเบอร์ตันกลายเป็นเพื่อนสนิทกันพร้อมร่วมงานกันอีกหลายเรื่องในเวลาต่อมา

Left Image Courtesy of hataikwan.tumblr, Right Image Courtesy of History Lovers Club

ในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งวิโนนาและเดปป์เรียกได้ว่าต่างอินเลิฟซึ่งกันและกันมาก ขนาดที่ว่าเดปป์เองได้มีการสักที่บริเวณหัวไหล่ขวาว่า “Winona Forever” แต่เป็นอันน่าเสียดายที่ทั้งคู่ต่างเลิกรากันไปหลังจากคบหากันมา 4 ปีในปี 1993 เขาจึงได้ลบรอยสักเหลือเพียง Wino Forever แทนซึ่งมีความหมายว่าผู้ติดแอลกอฮอล์ ซึ่งเคยมีคำกล่าวของเขาในบทสัมภาษณ์ของเขาว่า “สิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดในชีวิตคือการสูบบุหรี่ นอน ขับรถและดื่มแอลกอฮอล์” นั่นเอง

Left Image Courtesy of ketupica, Right Image Courtesy of ketupica

การแต่งกายของเดปป์ในช่วงต้นถึงกลางยุค ‘90s นั้นยังคงเน้นความลำลองเป็นหลักทั้งกางเกงยีนส์ เสื้อยืด แจ็คเก็ตหนัง รองเท้าบู๊ท หรือเรียกได้ว่าเป็นสไตล์ที่เสมือนดึงมาจาก Cry-Baby แต่เริ่มฉายแววในเรื่องของสไตล์ที่มากขึ้นผ่านการแต่งกายออกงานรอบต่างๆ ทั้งการสไตล์ลุคกลิ่นบาโรคด้วยโบว์ขนาดใหญ่และเสื้อกั้กกระดุมสองแถวลวดลายย้อนยุค หรือการจับคู่เสื้อเชิ้ตคอแมนดารินกับคาร์ดิแกนปักลายแบบ Damask ออกงานคู่กับวิโนนา พร้อมทรงผมที่ยาวขึ้นกว่าเดิมทำให้ลุคหนุ่มหน้าใสสายตาชวนหลงของเหล่าแฟนๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่นักแสดงมาดเซอร์ผู้มาพร้อมกลิ่นอายความกรันจ์ที่จัดจ้านมากขึ้น

ต่อมาอีกหนึ่งปีให้หลังเดปป์สลัดภาพของความเซอร์จากสไตล์การแต่งตัวแบบกรั้นท์ทิ้งแจ็คเก็ตหนังสีดำกับรองเท้าคอมแบทบู๊ท หันมาสวมโค้ตยาวกระดุมสองแถวพร้อมโบว์ไทด์ผ้าไหมสีดำ ไปงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 66 ในปี 1994 พร้อมเส้นผมยาวที่ผ่านการม้วนและจัดทรงมาอย่างดี จากลุคดังกล่าวผู้เขียนมองว่าเป็นหนึ่งในสไตล์ที่ดูเท่ เนี้ยบ และดูเซ็กซี่มากที่สุดภาพหนึ่งของจอห์นนี่ เดปป์ และเป็นการยืนยันกับเราได้ว่าการไว้ผมยาวไม่ได้ทำให้ดูโทรมแต่อย่างใด กลับกันมันสามารถสร้างสไตล์ที่ดูเท่ได้อย่างน่าประหลาดหากผ่านการดูแลรักษาและจัดแต่งที่เหมาะสม

Image Courtesy of visual-archive

นอกจากนี้ในปี 1994 มีอีกสิ่งที่เราจะหลงลืมไปไม่ได้สำหรับเรื่องสไตล์ของจอห์นนี่ เดปป์ คือช่วง “IT Couple” ที่เขาและเคท มอส  (Kate Moss) นางแบบแห่งยุค คบหากัน ซึ่งเดปป์และเคทพบกันที่ร้าน Cafe Tabac ในนครนิวยอร์ก เดปป์อยู่ในวัย 31 ปีและมอสเองเพิ่งจะอายุได้ 20 ปีและเพิ่งเริ่มเส้นทางอาชีพนางแบบ แต่ตัวเลขที่ห่างกันเกือบรอบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะอย่างไรทั้งคู่ต่างได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในคู่รักที่สไตล์ลิชมากที่สุดคู่หนึ่งในยุค 90’s

Left Image Courtesy of harpersbazaar, Mid Image Courtesy of elle, Right Image Courtesy of Glamour UK

เดปป์ในช่วงเวลาที่คบหากับมอสนั้นนับเป็นจังหวะที่มีวิวัฒนาการด้านการแต่งกายที่ชัดเจน แม้ไอเท็มชิ้นประจำตัวอย่างเสื้อยืดสีดำขาวและองค์ประกอบของลุคจะยังคงมีความกรันจ์ร็อกอยู่เช่นเดิม แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือเรื่องของสัดส่วนที่มีความเข้าจังหวะร่างกายมากขึ้นทั้งในส่วนของเสื้อสูทและแจ็คเก็ต วัสดุและจังหวะของการจับคู่ของเสื้อผ้าในลุคที่น่าสนใจมากขึ้นทั้ง การเพิ่มมิติด้วยการเลเยอร์ซ้อนเสื้ออีกชั้นใต้แจ็คเก็ตตัวหนา การจับคู่เสื้อเชิ้ตดีเทลระบายถี่กับทักซิโด้ปกกล้วยหอมที่ทำจากผ้าไหมเงา หรือการปลดโบว​์ไทด์เหมือนเลิกงานแต่ให้ลุคที่ดูเซอร์แต่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์ก็เหมือนจะผ่านการคิดมาอย่างดีแล้วทั้งสิ้น




2000s

Left Image Courtesy of smokeandcitrine, Mid Image Courtesy of intheforbiddendreams, Right Image Courtesy of weheartit

ยุค ‘2000s น่าจะนับได้ว่าเป็นช่วงยุคที่จอห์นนี่ เดปป์ ค้นหาตัวตนจริงๆ ของเขาพบหรือกรั่นกรองมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ลองผิดลองถูกกับสไตล์ร็อคแอนด์โรล ทดลองความเป็นกรันจ์ ความย้อนยุค ดิบ เซอร์ จนทั้งหมดผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเป็นความเยอะที่ไม่เยอะไปสำหรับตัวเขา ซึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อ ภาคแรกของซีรี่ย์ภาพยนตร์มหากาฬอย่าง Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl ได้ออกฉายก็ทำให้จอห์นนี่ เดปป์ ดังเป็นพลุแตกยิ่งกว่าเดิมในเวลาเพียงไม่นาน และภาพจำของกัปตันแจ็ค สแปรโรว์ก็ได้รับการจดบันทึกแจ้งเกิดอย่างแท้จริงลงในชื่อของเดปป์เป็นการถาวร

จากคอสตูมในเรื่องที่ดูพะรุงพะรัง ผ้าผ่อนมากหน้า สายสร้อยคอและรอยสักจำนวนมากต่างกลายเป็นองค์ประกอบที่เดปป์ได้ผสมผสานเข้ากับการแต่งกายในชีวิตจริงของเขา เพราะหากลองสังเกตดีๆ จะพบว่าในช่วงเวลาหลังจากที่มหากาฬโจรสลัดได้ออกฉาย สไตล์การแต่งตัวของเดปป์ เริ่มมีกลิ่นความเซอร์และดิบที่มากขึ้น และดู “เยอะ” มากขึ้นเป็นลำดับ ตั้งแต่ทรงผมที่ยาวขึ้น เครื่องประดับที่มากขึ้นทั้งข้อมือ สร้อย เข็มขัด แว่นตาเลนส์สี  การผูกผ้าบันดานา ผ้าพันคอ หรือเครื่องประดับตกแต่งที่ห้อยพันผูกจำนวนมาก ผสมเข้ากับไอเท็มทรงเบสิคที่ใส่ประจำวัน ทำให้เกิดเป็นสไตล์ที่มีกลิ่นอายกึ่งคอสตูมที่สามารถสวมใส่ได้จริง (อาจจะเฉพาะสำหรับจอห์นนี่คนเดียว) และเป็นจุดเริ่มต้นของความแปลก แตกต่าง แต่ลงตัวของเดปป์

Left Image Courtesy of PopSugar, Right Image Courtesy of weheartit

เสื้อผ้าสไตล์เวสเทิร์นเริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นบนตัวเดปป์ รวมไปถึงเครื่องประดับแบบชนเผ่า สร้อยคอหิน ลูกปัดนานาชนิด ที่เมื่อผสมเข้ากับการพันผ้าทั้งบริเวณและกระเป๋า และทรงผมยาวม้วนลอนพองามเช่นนี้ ทำให้เรานึกถึงสไตล์การแต่งตัวที่มีกลิ่นความเป็นโบฮีเมียนต้นแบบ ที่เขาได้ทำการประยุกต์องค์ประกอบสำคัญต่างๆ ให้สมดุลพอจะสวมใส่ได้อย่างร่วมสมัยในแบบของเขาเอง ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวสไตล์การแต่งตัวของเดปป์จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สูงมาก ชนิดที่ว่าไม่มีทางซ้ำหรือเดินชนไหล่กับใครในฮอลลีวูดอย่างแน่นอน 




2010s

Left Image Courtesy of popcorntv, Right Image Courtesy of WWD

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังจากปี 2010 สไตล์การแต่งตัวของเดปป์นั้นจะค่อนข้างมีความนิ่งมากขึ้นหากเปรียบเทียบกับแต่ก่อน เน้นหนักไปในเรื่องของสัดส่วนเสียมากกว่าการใส่องค์ประกอบจำนวนมากลงไป อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงเขารับบทบาทแสดงภาพยนตร์ใน The Tourist (2010) และ Dark Shadows (2012) ที่ไม่ได้มีความล้นของการแสดงหรือคอสตูมที่เยอะเหมือนเช่นบทบาทโจรสลัดคู่บุญ แต่ดีเทลเครื่องประดับจำพวกเครื่องเงิน สร้อยคอหรือแก้วแหวนยังคงมีให้เห็น ที่มักจะสวมใส่คู่กับเสื้อผ้าสายเทเลอร์เสียเป็นส่วนใหญ่ นำไปสู่สไตล์ที่มีกลิ่นของสุภาพบุรุษสมัยต้นศตวรรษที่ 20 แบบสตีมพังค์ (Steampunk) ได้อย่างน่าสนใจและไม่หลงยุคจนเกินไปด้วยการลดทอนทรวดทรงและรายละเอียดลงให้ดูร่วมสมัย (มีความใกล้เคียงกับบทบาทที่เดปป์แสดงใน Dark Shadows)

Left Image Courtesy of x-uniting, Right Image Courtesy of scoopnest

นอกเหนือไปจากเรื่องของชื่อเสียงและฝีมือการแสดงที่หลากหลายของเดปป์แล้ว ภาพจำความดิบเท่แกมร้ายนิดๆ ของเขายังถูกตาต้องใจกับแบรนด์ระดับสากลอย่าง Dior อีกด้วย ในปี 2015 จอห์นนี่ เดปป์ ได้กลายเป็นพรีเซนเตอร์ของน้ำหอมรุ่น Sauvage ในภาพลักษณ์ของผู้ชายมาดดิบแต่ยังคงมีกลิ่นอายความหรูหราที่ซ่อนเร้นอยู่ และต่อเนื่องมาในปี 2018 อีกครั้ง

Left Image Courtesy of Yahoo, Right Image Courtesy of E! News

รวมถึงว่าตั้งแต่ปี 2015 เดปป์เองได้มีผลงานด้านดนตรีอยู่ด้วยเช่นกัน เขาได้ฟอร์มวงดนตรีร็อกอเมริกันขึ้นในชื่อของ Hollywood Vampires ร่วมกับ อลิส คูเปอร์ (Alice Cooper) และโจว์ เพอร์รี่ (Joe Perry) มิตรสหายในแวดวงเสียงเพลง สืบเนื่องมาจากตัวของเดปป์เองได้มีประสบการณ์ด้านการเล่นดนตรีมาเมื่อสมัยในเยาว์และมีความเกี่ยวข้องกับเสียงเพลงอยู่เสมอๆ ซึ่งผลงานแรกของวงได้ถูกปล่อยในเดือนกันยายน 2015 ซึ่งจากการสวมบทบาทนักดนตรีแนวร็อกนี้ก็ส่งผลต่อสไตล์ของเดปป์อยู่เช่นกัน การแต่งตัวของเดปป์ในช่วงหลังเริ่มกลับมามีกลิ่นอายความเป็นร็อกอีกครั้ง ผ้าโพกหัว เสื้อเชิ้ตแนวเวสเทิร์น การพับแขนเสื้อสูงและทรงผมอันเดอร์คัตกับอายไลน์เนอร์เส้นเด่นเริ่มกลับมามีให้เห็นอีกครั้ง สลัดภาพชายแปลกผู้เงียบครึมกับเสื้อผ้าสายเทเลอร์ทิ้งอย่างสิ้นเชิง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเห็นได้ว่าตัวจอห์นนี่ เดปป์ เองเป็นบุคคลที่แปรเปลี่ยนสไตล์ไปตามบทบาทของชีวิตในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ไอดอลเด็กหนุ่มขวัญใจวัยรุ่น สู่นักแสดงหนุ่มผู้เอาอยู่ซึ่งคอสตูมโจรสลัด มาถึงสายเนี้ยบซ่อนกิมมิกแบบชนเผ่าอเมริกัน และจบลงที่ร็อกเกอร์แวมไพร์รุ่นใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเสียงที่สะท้อนอย่างชัดแจ้งแล้วว่าตัวเขาเองไม่ได้แสดงเพื่อสวมบทบาทในภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สวมบทบาทที่หลากหลายในชีวิตจริงเคียงคู่ไปกับจังหวะในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างน่าฉงน และสิ่งนี้เองที่ทำให้เขานั้นแตกต่าง และไม่มีใครที่จะสามารถทำได้เหมือนหากไม่ใช่ตัวของจอห์นนี่ เดปป์

Related Stories

The Inspirations

STORY OF COHEN: THE GODFATHER OF GLOOM

เรื่องราวของนักกวีสู่ผู้ประพันธ์บทเพลงทรงคุณค่า ตำนานผลงานที่เป็นแรงบันดาลใจต่อโลก

Read

The Inspirations

JAMES DEAN AND HIS REBELLIOUS STORIES

ชายหนุ่มผู้ขบถเพื่อตัวตน
สู่ไอคอนแห่งประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจลืมเลือน

Read

0Shares
preloader