The Sounds

STONE METAL FIRE: เรื่องราวของ ‘หิน เหล็ก ไฟ’ ตำนานวงเฮฟวี่เมทัลไทยที่ไฟยังลุกโชน

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W. MINISTRY

The Sounds

STONE METAL FIRE: เรื่องราวของ ‘หิน เหล็ก ไฟ’ ตำนานวงเฮฟวี่เมทัลไทยที่ไฟยังลุกโชน

29 May 2020

คณะดนตรีที่ยังบรรเลงความดุดันอันอ่อนหวานแม้ผ่านกาลเวลาเกือบ 30 ปี

 

“ไปไป!… ไปลงนรกเสียเถิดที่รักฉันจะลงโทษเธอ”

 

ผู้เขียนมั่นใจว่าใครที่ได้อ่านข้อความด้านบนนี้แล้ว ต้องร้องท่อนฮุกของเพลงร็อกไทยแสนไอคอนนิกต่อให้จบว่า “เวลาของเธอหมดแล้ว…ไปไป!” แน่นอน…

ขอฉีกภาพบุรุษแสนสุขุมในชุดสูท ดูดไปป์ จิบแก้วไวน์ ฟังเสียงทรัมเป็ตกระเส่าและเซ็กซี่จาก Miles Davis ไว้สักพัก แล้วมาสวมกางเกงยีนส์สีดำเอวสูงขาสกินนี่ต่อด้วยเสื้อยืดพิมพ์ลายวงดนตรีร็อกสุดเจ๋งกันสักหน่อย 

หลายคนคงเคยเห็นหลากบทความ หลายเนื้อหา มากหน้าด้วยบทสัมภาษณ์นับร้อยพัน ซึ่งให้คำนิยามและความหมายแก่วงร็อกชื่อกระฉ่อน ที่รู้จักกันไปทั่วทุกหัวระแหงนี้ ความจัดจ้านของฝีมือทางดนตรี เสียงร้องอันทรงพลังปนจังหวะเพลงเร็วและสวยงามอ่อนไหว ในบทเพลงแบบบัลลาดร็อกอันเกรียงไกรบนเวทีคอนเสิร์ตหรือ Streaming Application นั่นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘หิน เหล็ก ไฟ’ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าคณะดนตรีนี้มีที่มาอย่างไร ในวันนี้เราจะย้อนรอยอดีตไปกับตำนานวงร๊อกแฮร์แบนด์ฝีมือดีของไทย เพื่อไปทำความรู้จักกับพวกเขาอีกครั้งกัน 

 

 

เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2534 วงร็อกสัญชาติไทย ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจเริ่มต้นออกเดินทางครั้งใหม่ ในยุทธภพดนตรีของ ‘โป่ง ปฐมพงษ์ สมบัติพิบูลย์’ ผู้ผ่านประสบการณ์ทางดนตรีเฮฟวี่มาอย่างเข้มข้น โชกโชน จากตำแหน่งนักร้องนำ ‘คณะ ดิ โอฬาร โปรเจ็กต์’ โป่ง ได้ชักชวนเพื่อนๆ ก่อตั้งวงดนตรีแนวเฮพวี่เมทัลที่พวกเขาหลงใหลขึ้นอีกครั้ง หลังจากหยุดจาก คณะ ดิ โอฬาร โปรเจ็กต์ ไปสักพักหนึ่งด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง จากการเริ่มต้นด้วยการรวมตัวของสมาชิกรุ่นแรกอย่างขุนขวานมือกีต้าร์ ‘โต นำพล รักษาวงษ์’ มือเบสแสนดุดัน ‘หมูพีท เกียรติชัย แซ่โอ๊ว’ และ มือกลองกระเดื่องทองอย่าง ‘แจ๊ค ปรีชา ทองนพ’

การออกเดินทางในเส้นทางดนตรีเฮฟวี่เมทัลครั้งใหม่ที่แสนจะท้าทายนั้น ผ่านการทดลองใช้ชื่อวงมากมายที่ตั้งขึ้นตามอารมณ์และความคึกคะนอง ไม่ว่าจะ บรีห์, อิมมอร์ทัล หรือ หนุมาน แต่ก็ยังไม่มีชื่อไหนลงตัวเลยสักครั้ง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อ ‘รงค์ ณรงค์ ศิริสารสุนทร’ มารับหน้าที่มือเบสแทนหมูพีท ‘หมาน สมาน ยวนเพ็ง’ รับตำแหน่งมืออกลองแทนแจ๊ค และ มีมือกีต้าร์เร็วนรก (ที่ในปัจจุบันได้ขึ้นแท่นกีตาร์ฮีโร่ของเมืองไทย) อย่าง ‘ป๊อบ จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย’ มาเสริมทัพให้คณะดนตรีที่ยังไม่มีชื่อเรียกเป็นเรื่องเป็นราวนี้ ดุดันราวกับเสือขย้ำเหยื่ออย่างไม่ปราณีใครเมื่อได้อยู่กันพร้อมหน้า

จากการรวมตัวกันใหม่ในครั้งนั้นเอง ก็ได้มีชื่อวงอย่างเป็นทางการว่า ‘หิน เหล็ก ไฟ (STONE METAL FIRE)’ โดย ‘ทิวา สาระจูฑะ’ บรรณาธิการของนิตยสารสีสัน เป็นผู้ตั้งชื่อนี้ให้ และพวกเขาก็ใช้ชื่อนี้สร้างตำนานเรื่อยมา

 

 

หิน เหล็ก ไฟ เคยใช้ชื่อวงว่า ‘โซดา’ มาก่อน!? 

 

ก่อนที่พวกเขาในนาม หิน เหล็ก ไฟ จะเริ่มเต้นเส้นทางศิลปินกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แบบจริงๆ จังๆ (ในตอนนั้นก็คงจะมีแต่ GMM Grammy และ RS Promotion) โป่ง ปฐมพงษ์ ได้เคยทำวงป๊อบร็อกที่ชื่อว่า ‘โซดา’ มาก่อนโดยอยู่ภายใต้สังกัดของ GMM Grammy โดยมี เต๋อ เรวัต พุทธินันท์ บุคคลในตำนานแห่งวงการเพลงไทย ได้เป็นผู้ดูแลและร่วมงานกับ โป่ง ในยุคนั้นมาแล้ว เมื่อกลับมาอีกครั้งในนาม หิน เหล็ก ไฟ และได้ยื่น Demo เพลงไปเสนอกับค่าย GMM Grammy ผลงานเพลงของพวกเขาก็เกือบจะได้คลอดออกมาเป็นอัลบั้ม แต่แล้วก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทางวงต้องปรับเปลี่ยน แก้ไข ในหลายๆ ส่วนของเนื้อหาเพลงจนเสียตัวตน ผลคือมีมติจากสมาชิกในวงว่าไม่ต้องการที่จะแก้ไขผลงาน ‘ตามสั่ง’ นั้น Demo ชิ้นสำคัญที่ว่าจึงถูกปิดตายเอาไว้ และยังไม่มีแฟนเพลงผู้ใดได้เคยสดับรับฟังมัน

เมื่อเหตุการณ์ความไม่ลงรอยระหว่างค่ายเพลงและวงได้ผ่านพ้นไป โป่ง ปฐมพงษ์  ก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ ที่จะไปสู่การออกอัลบั้ม เขาได้นำ Demo ชิ้นนั้น ไปเสนอกับอีกขั้วของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ประเทศไทยคือ RS Promotion โดยมี เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติเสถียร (นามสกุลเดิม) ที่เป็นผู้บริหารค่ายในขณะนั้น และได้มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมให้ และแล้วผลงานการออกอัลบั้มผลงานเพลงชุดแรกของ หิน เหล็ก ไฟ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาในเดือน พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2536 ท่ามกลางความภาคภูมิใจของสมาชิกวง

 

 

บัลลาดร็อกท่ามกลางกระแสเฮฟวี่เมทัลครองเมือง

 

ในด้านการทำงานเพลงอัลบั้มแรกนั้น วง หิน เหล็ก ไฟ ได้ทำการบันทึกเสียงกันที่ห้องอัด Center Stage ของ แอ๊ด คาราบาว โดยในอัลบั้มที่ใช้ชื่อแบบ self-titled ว่า ‘หิน เหล็ก ไฟ STONE METAL FIRE’ นั้น โป่ง ปฐมพงษ์ ที่เป็นนักร้องนำก็ได้ควบหน้าที่ในการเขียนคำร้องและทำนองเองทั้งหมดถึง 9 ใน 10 เพลง ซึ่งหนึ่งเพลงในอัลบั้มที่เขาไม่ได้เขียนที่ชื่อว่า ‘ค้างคาวไฟ’ นั้น ถูกประพันธ์คำร้องและทำนองโดย ขุนทอง อุสนี ณ อยุธยา

พูดในแง่ของความโดดเด่นในการปล่อยผลงานเพลงจากอัลบั้มแรกของ หิน เหล็ก ไฟ ที่ออกสู่โสตประสาทของแฟนเพลงในตอนนั้น ออกจะ ‘แปลกหูและแปลกตา’ ไปกว่าวงร็อคอื่นๆ เพราะต้องบอกว่ากระแสเพลงเฮฟวี่เมทัลได้รับอิทธิพลมาจากโลกตะวันตก (ผู้เขียนมีความเห็นส่วนตัวว่าคับคล้ายกับวง Ozzy Osbourne เป็นอย่างมากซึ่งเป็นวงดนตรีที่ชื่นชอบเป็นส่วนตัว) และมีศิลปินแนวนี้เกิดขึ้นกระหึ่มเมือง หิน เหล็ก ไฟ ใช้เพลงช้าแบบทำนอง ‘บัลลาดเมโลดี้ที่มีความหมายสวยงาม’ มาสร้างความแตกต่างให้วงการเพลงไทย ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘ยอม’ ที่สื่อสารว่าชายหนุ่มผู้จงภักดีต่อความรัก ยินดีให้เธอเดินจากไปแบบไม่ต้องทุกข์ทนทรมานกับตัวเองเพราะเธอไม่เห็นค่าของความรักที่มีให้ หรือจะเป็นเพลงสัจธรรมแห่งความรัก ‘เพื่อเธอ’ บัลลาดร็อกเนื้อหาสร้างสรรค์ให้กำลังใจแฝงปรัชญาให้เห็นอีกแง่มุมของความรักและรู้จักที่จะรักอย่างมีคุณค่า

 

 

เวลาของเธอหมดแล้ว…ไปไป!

 

ไม่นานนักผลงานเพลงของ หิน เหล็ก ไฟ ได้เริ่มติดหูแฟนเพลง ประจวบเหมาะกับนโยบายของค่าย RS Promotion ในขณะนั้น ที่สนับสนุนการเสนอผลงานทาง Music VDO (MV) อย่างเต็มกำลัง โดยมีความจริงจังในการเลือกดารานักแสดงนำใน MV ที่ ‘มีชื่อเสียงโด่ง’ ดังมารับบทบาทต่างๆ ทำให้ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มแฟนเพลง ตั้งแต่นั้นเอง หิน เหล็ก ไฟ ก็เป็นวงร็อกที่อยู่ในใจคนไทยทั้งประเทศไปเป็นที่เรียบร้อย

หลังจากได้กระแสตอบรับอันท่วมท้นครั้งนั้น หิน เหล็ก ไฟ ก็ได้ปล่อยเพลงเร็วหมัดเด็ดที่ใครก็ร้องตามได้ อย่างซิงเกิ้ล  ‘นางแมว’ ออกมาเขย่าใจชาวร็อก และไม่ผิดความคาดหมายเพลง นางแมว ได้ทำหน้าที่เป็นเพลงร็อกประจำชาติประเทศไทย (rock anthem) ไปอีกเพลงหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าขาดไม่ได้ในทุกโชว์ของ หิน เหล็ก ไฟ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบ 30 ปี

 

 

จากผลงานในอัลบั้มแรกนี้ ทำให้คณะดนตรีเฮฟวี่เมทัล หิน เหล็ก ไฟ ได้เป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการเพลง พวกเขาได้รับรางวัลการันตีคุณภาพผลงานที่ยิ่งใหญ่ถึง 2 รางวัล คือ รางวัลศิลปินกลุ่มหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ.2536 จากงานสีสันอวอร์ด ครั้งที่ 8 และ รางวัลโปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยมประจำปี พ.ศ.2536 จากงานสีสันอวอร์ด ครั้งที่ 6 ส่วนในแง่ของยอดขาย คณะ หิน เหล็ก ไฟ ไม่ทำให้ค่าย RS Promotion ต้องผิดหวังแม้แต่น้อย เมื่อสร้างปรากฏการ์ณยอดขายเทปทะลุล้านตลับในทันทีที่วางแผง

 


 

ขอขอบคุณภาพประกอบบทความจาก หิน เหล็ก ไฟแฟนคลับ (SMF fanclub)

และ

ข้อมูลจาก Coconut Records – BKK

Related Stories

The Sounds

THAI INDIE FOLK SONGS WE’RE LISTENING TO

ทำความรู้จัก 4 เพลงโฟล์กจากศิลปินอิสระเพื่อเริ่มต้นปีใหม่อย่างจรรโลงใจ

Read

The Sounds

FOUR UNDERPLAYED DISCO ALBUMS WORTH LISTENING

สี่อัลบั้มเพลงดิสโก้ที่ไม่ได้ยินบ่อย แต่น่าลองฟังดูสักครั้ง

Read

The Sounds

THAI LOVE SONGS: วิวัฒนาการเนื้อหาเพลงรักไทยจากวันวานจนถึงวันนี้ 

ลองตั้งใจฟังดูแล้วจะรู้ว่าเนื้อเพลงรักของไทยแต่ละยุคนั้นมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง

Read

0Shares
preloader