Around Town

STEP INSIDE “CHU” HONG KONG STYLE RESTAURANT AND BAR

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

Around Town

STEP INSIDE “CHU” HONG KONG STYLE RESTAURANT AND BAR

3 October 2019

ตีสนิทร้านอาหารและบาร์สไตล์ฮ่องกง ที่อร่อยทั้งรูป รส กลิ่น เสียง

Spread the words

คุณคิดว่าอีกขั้นของการทำความรู้จักใครคนหนึ่งเรียกว่าอะไร? ความรู้สึกเชื่อใจกันถึงขั้นที่รู้จักเขาและเธอดีจนสามารถแนะนำกับคนอื่นและสามารถพูดได้เต็มปากว่า “จะไม่ผิดหวังถ้าได้รู้จักคนๆ นี้” หรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามผมเชื่อเสมอว่าอย่างน้อยที่สุดในชีวิตของเราก็จะต้องมีความรู้สึกนี้หากประทับใจใครขึ้นมา สำหรับผมถ้าไม่นับครอบครัว เพื่อนฝูง และ คนรักแล้ว ร้านอาหารและบาร์สไตล์ฮ่องกงเล็กๆ อย่าง Chu ก็คือ (คน) ที่พักพิงที่หนึ่งที่ผมรู้จักและประทับใจจนอยาก “ตีสนิท” ให้มากกว่าเดิมเพื่อไปสู่ขั้นกว่าของการแวะเวียนมาแล้วจากไป

ในฐานะแฟนตัวยงและนักเขียน เลยอยากถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรแต่อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดและความใส่ใจ ให้กับคนที่ยังไม่เคยรู้จัก หรือ รู้จักแล้วแต่ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะมาเยือน ด้วยการจับเข่าจิบน้ำสมุนไพรจีนพร้อมพูดคุยกับ คุณตอง   จิรายุ ว่องวิชญกร และ คุณป้อม เบญจรงค์ ตั้งกิจวุฒิกุล หนึ่งในพาร์ธเนอร์ของร้าน ให้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ที่ระเริงอารมณ์ความมึนเมา แต่มันคือที่ที่จะทำให้คนที่ชอบดื่มรู้จักกับเสียงเพลงคุณภาพ ทำให้คนที่ชอบถ่ายภาพสวยๆ ได้ลิ้มลองเครื่องดื่มและอาหารที่ใส่ใจ หรือ แม้กระทั่งทำให้คนที่ไม่สนใจการดื่มเลยต้องมาเยือนสักครั้งเพื่อเสพความการออกแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็นนักในสมัยนี้
Graphic และ Interior Designer ที่อยากให้พื้นที่นี้เป็น Comminuty ที่คึกคักและคนนึกถึง

สำหรับนักท่องราตรีย่านทองหล่อ-เอกมัยแล้ว หลังจบแมตช์แห่งศักดิ์ศรีเราคงนึกถึงร้านข้าวต้มแสงชัยคลายหิวก่อนกลับบ้าน หรือ ช่วงกลางวันที่มีร้านก๋วยเตี๋ยวแซวอายุกว่า 30-40 ปี เป็นเหมือนภาพจำว่าหากมาถึงโซนซอยสุขุมวิท 49 แล้วจะต้องไม่พลาด    คุณตองและคุณป้อมบอกว่าพวกเขาก็อยากให้ร้าน Chu Chinese Bangkok (ฉู่ ไชนีส แบ็งค็อก) และ Chu Bar (ฉู่ บาร์) เป็นหนึ่งในนั้น โดยเริ่มต้นจากการที่ได้มาทานร้านบักกุ๊ดเต๋สไตล์ฮ่องกงที่ร้านในตึกเดียวกันก่อนหน้าที่จะย้ายออกไป เหล่าพาร์ธเนอร์ทั้งหลายจึงได้ไอเดียว่าไหนๆ ก็ถนัดการทำอะไรให้ดูครีเอทีฟอยู่แล้ว ก็เลยตกลงกันว่าจะมีร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง บาร์ จนได้มาเกิดเป็นร้านอย่างทุกวันนี้

อย่างที่บอกว่าพาร์ธเนอร์ทุกคนของที่นี่เป็นบุคคลากรด้าน Design แต่ก็มีเรื่องที่ Geek อีกอย่างคือ “เรื่องกิน” และคุ้นเคยกับอาหารจีนมากพอตัวเพราะบางคนอาศัยอยู่ย่านเยาวราชตั้งแต่เกิด พอ Passion ของพวกเขาอิ่มตัว ขั้นตอนต่อไปคือการก้าวออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อเติมเชื้อไฟให้มัน ซึ่งเมื่อศาสตร์แห่ง Graphic และ Interior Design มาเจอกับอาหารจีนหรือ Mixology ที่พวกเขารัก มันเลยเกิดเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างที่เห็น


“ร้านไหนที่มาเปิดใหม่ข้างๆ ร้านเดิม หรือ ร้านละแวกใกล้ๆ กันเราไม่ได้มองเป็นคู่แข่งนะทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด เป็นเพื่อนบ้านกัน”

 

 
บ้านแบบตึกแถวที่มีของอร่อย นั่งสบาย ได้กลิ่นอายความเป็นจีนในเวลาเดียวกัน

ชู ชู่ ชู้ ผิดครับ ผมเรียกชื่อร้านผิดเหมือนกับทุกคนเมื่อเจอครั้งแรก เพราะที่นี่คือ “ฉู่” มีความหมายว่า “ตึกแถว” ในภาษาจีน คุณตองและคุณป้อมรวมไปถึงพาร์ธเนอร์ทุกคนลงความเห็นว่า ชื่อนี้เหมาะสมที่สุด เพราะมันสะท้อนถึงพฤติกรรมของคนจีนที่มาอยู่ในประเทศไทย ที่อยู่ที่ไหนก็มีร้านค้าขายอย่างเป็นกันเอง และไม่เคยเงียบเพราะทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง

พวกเขาบอกผมว่าคอนเซ็ปต์ของร้านคือต้อง Friendly แบบขนาดที่ว่าใครมาก็ไม่รู้สึกเกร็ง อารมณ์ประมาณว่านั่งทานข้าวต้มกุ๊ยอยู่ข้างถนน แต่นั่งสบายกว่า มีสถาปัตยกรรมและการออกแบบให้เสพระหว่างโซ้ยข้าวต้มชามโตกับเพื่อนฝูง แต่ใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีเพื่อมาทำกับข้าวธรรมดาๆ ให้พิเศษกว่าเดิม และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะอาหารของที่ร้านนี้ไม่ได้พิเศษไปกว่าร้านข้าวต้มข้างทาง หรือร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงที่ไหนเลย แต่รสชาติและคุณภาพที่สัมผัสได้ มันมาจากความตั้งใจล้วนๆ อย่างข้าวต้มแห้ง ผัดผักคะน้า บักกุ๊ดเต๋ เป็ดพะโล้ ที่ผมลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อยจนพุงกางในครั้งนี้
การตกแต่งแบบ Contemporary Chinese กับรายละเอียดที่ลดทอนจนเหมาะสมให้เหมาะกับทุกช่วงวัย

ด้วยความที่คุณตองและคุณป้อม อยากให้ร้านนี้เป็นที่ๆ ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มาด้วยกันได้ การ Blend สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในร้านให้ลงตัวคือโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทาย ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การตกแต่งภายใน ที่ทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกสบายใจและคนรุ่นใหม่ๆ รู้สึกสนุกไปด้วยกัน แม้กระทั่งสีสันในร้านคุณตองกับคุณป้อมเองก็เลือกใช้สีที่มันมีความหมายและแสดงออกซึ่งความเป็นจีนนั่นคือสีแดง แต่ตั้งใจลดทอนความเป็น “จีนจ๋า” โดยการเจือสีขาวลงไป


“มันเป็นเหมือนเป็นสัญลักษณ์บอกอย่างหนึ่งว่านี่คือเราลดความจริงจังลงมาแล้วนะ”


แน่นอนว่าไม่ใช่ผมเพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าบรรยากาศที่นี่มันเหมือนกับกำลังนั่งอยู่ที่ร้านอาหารแถบ Yau Ma Tei อย่างร้าน Mido Cafe ที่คนไทยหลายๆ คนและ คุณตองกับคุณป้อมหลงรัก จนถึงขนาดที่ว่านำองค์ประกอบทั้งสี เฟอร์นิเจอร์ มุมมอง และ รายละเอียดมาแต่งเติมให้ Chu Chinese Bangkok เป็นเหมือน "ฮ่องกงขนาดย่อม" ราวกับว่าคนที่นั่งอยู่ในบาร์ สามารถมองออกมาจากกระจกแล้วเห็นโต๊ะ ครัวเปิด แล้วฉายภาพเป็นสตรีทฟู้ดขนานแท้ของฮ่องกงได้เลยทีเดียว


"เราพยายามสร้างร้านจากพฤติกรรมคนก่อนเพราะเราเป็นดีไซเนอร์" 

จากแฟน หว่อง กาไว รุ่นบุกเบิก สู่ Chu Bar ที่เหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนัง In the Mood For Love

ผมเดาไม่ผิดเลยว่า จะต้องมีพาร์ธเนอร์คนใดสักคน เป็นแฟนตัวยงของ หว่อง กาไว อย่างแน่นอน เพราะนอกจากบรรยากาศของร้านที่ทำให้ดูเหมือนกับ เหลียงเฉาเหว่ย กำลังพลอดรักกับ จางม่านอวี้ เพราะที่บาร์เปิดหนังของ หว่อง กาไว เคล้าไปกับเสียงเพลง ตลอดเวลา ไปจนถึงการคิดค้นเครื่องดื่มอย่าง Signature Cocktail ที่มี "ความหว่อง" ผสมอยู่ในนั้น


"สมมติถ้าคุณดูหนัง 5 ปีก่อน แล้วกลับมาดูอีกรอบ มันจะไม่ได้จำแค่พล็อตหนัง แต่มันจะจำเรื่องราวใน 5 ปีที่แล้วว่าดูกับใคร ดูที่ไหน ซึ่งผมก็อยากให้ Signature Cocktail ของที่นี่มันเป็นแบบนั้น ให้มันเป็นเหมือนการสร้าง Memory ว่าวันนั้นคุณดื่มกับใคร กับเพื่อน กับคนรัก มันก็จะคอยเตือนเราเมื่อเรากลับมาดื่มอีกครั้ง"

Signature cocktail from left to right, Clove You For 10,000 Years / Train To 2046
 / Happy Pony

 

 
 

 
เสียงเพลงแบบอะนาล็อกจากดีเจประจำของบาร์ คือ พ่อบ้านจีนที่คอยดูแลแขกอย่างใกล้ชิด

สำหรับผมแล้ว ไฮไลท์ของ Chu Bar นอกจาก Signature Cocktail รสชาติประหลาดที่มีส่วนผสมของน้ำบักกุ๊ดเต๋ หรือ พวกสมุนไพรจีนในพะโล้แล้ว มันคือเสียงเพลงแนว Soul, Funk, Electronic Pop, Disco ,Boogie จาก Selection ของเหล่าดีเจที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่จะเป็นคุณต้า (Cyndi Seui) หรือ คุณอาทิตย์ พรหมประสิทธิ์ (ดีเจซอนนี่) 2 ผู้คร่ำหวอดด้านวงการเพลงของเมืองไทย ที่คนรุ่นราวคราวเดียวกับผมรู้จักกันจาก Fat Radio อันเฟื่องฟูในอดีต (ที่ปัจจุบันกลายเป็น Online Radio อย่าง Cat เรียบร้อยไปแล้ว)

คุณตองและคุณป้อมบอกผมว่า พวกเขาอยากให้ทั้งคุณต้า และ คุณซอนนี่ เป็นเหมือน “พ่อบ้านจีน” ที่คอยดูแลแขกให้ราวกับว่าเป็นเจ้าของร้านจริงๆ เพราะเขาเชื่อว่าความเก๋าของทั้งสองคนนี้คือการสามารถนั่งอ่านใจคนได้ ว่าลูกค้าต้องการอะไร อยากฟังเพลงแบบไหน ให้เข้ากับบทสนทนา ผมเองก็เป็นหนึ่งในเหยื่อการทดลองที่ท้ายที่สุดแล้วก็ติดใจ จนต้องแวะเวียนมาบ่อยๆ ในคืนวันศุกร์อย่างที่บอกไปตอนเริ่มบทความ
ตอบโจทย์ Secret Bar ที่กำลังเฟื่องฟูในกรุงเทพ

จะบอกว่าคุณตองและคุณป้อม เป็นพวกที่เรียกตัวเองว่า "Bar Hopper" ก็คงไม่ผิด เพราะพวกเขาเสาะแสวงหา เรียนรู้ และสนุกกับการค้นพบบาร์ใหม่ๆ ในต่างประเทศที่เรียกว่า "Secret Bar" หรือบาร์ลับแบบที่บ้านเรากำลังใช้คำนี้กันเพื่อขายของ (ซึ่งบางที่ก็ไม่ได้ลับอะไร) โดยเฉพาะคุณตองที่ชื่นชอบการไปเยือนบาร์ของฮ่องกงเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Dr. Fern's Gin Parlour, Mott 32 ที่เขาบอกว่าคำว่า Secret Bar ไม่ได้หมายความแค่ว่าหายาก หรือ อยู่ในหลืบ แต่มันทำให้คนที่มาเยือนรู้สึกว่า "เป็นคนสำคัญจริงๆ" เพราะเจ้าของร้านดูแลใส่ใจกับคนที่อยู่ในนั้นแบบทั่วถึง นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมที่นั่งใน Chu Bar ถึงมีน้อยมากๆ แต่ไม่รู้สึกอึดอัด
 

 
จริงๆ เรื่องราวที่ผมได้นั่งคุยกับทั้งสองคนนี้ยังมีอีกมากมาย แต่ถ้าให้เขียนลงไปทั้งหมดก็คงจะยาวเป็นอีกหลายหน้า เพราะฉะนั้นหากผู้อ่านคนไหนอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้สึกว่าอยากลองแวะไปสักที ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวที่จะได้ไปทำความรู้จักกับ “เพื่อนใหม่ในย่านเก่า” อีกสักคน ไม่แน่ว่าเรื่องราวที่คุณได้รับมาจากการพูดคุยกับเจ้าของร้านและบาร์เทนเดอร์ที่เอาใจใส่ลูกค้าทุกๆ คนที่เข้ามาอาจจะแตกต่างจากที่ผมเล่ามาก็ได้นะครับ

ร้าน Chu Chinese Bangkok ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 49 ห่างจากปากซอยประมาณ 200 เมตร

Related Stories

Around Town

OUR FAVOURITE BARS IN BANGKOK

ดื่มด่ำกับบาร์โปรดบรรยากาศผ่อนคลาย ในแบบฉบับของเหล่าเอดิเตอร์

Read

0Shares
preloader