Automobiles

VINTAGE MOTORCYCLE 101: คู่มือการเล่นมอเตอร์ไซค์วินเทจสำหรับมือใหม่

บทความโดย Apisorn Iamsriraksa, Staff Writer, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Automobiles

VINTAGE MOTORCYCLE 101: คู่มือการเล่นมอเตอร์ไซค์วินเทจสำหรับมือใหม่

28 February 2020

พูดคุยกับคุณสันต์ พร้อมเยี่ยมชมคลังรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกส่วนตัวที่ Smiths Vintage Club

 

ถ้าคุณชอบความเร็ว ถ้าคุณชอบความมีสไตล์ ถ้าคุณชอบสิ่งไหนที่ไม่เหมือนคนอื่น
มอเตอร์ไซค์วินเทจก็อาจจะเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ”

 

หากใครที่คุ้นเคยกับของวินเทจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เชื่อว่ามอเตอร์ไซค์คลาสสิกรูปทรงเย้ายวนคันมหึมาที่ตั้งอยู่บนแท่นโชว์ “Smiths Vintage Club” น่าจะต้องเคยผ่านตามาบ้าง ไม่ว่าจะตามงาน Vintage Flea Market ทั้งหลาย หรือถิ่นของเก่าอย่างตลาดนัดจตุจักรกันอย่างแน่นอน

และขึ้นชื่อว่าเป็น “Vintage Club” แล้ว ที่นี่ถือเป็นศูนย์รวมแดนสวรรค์ของคนรักของเก่าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องหนัง เสื้อผ้า หมวก หรือแผ่นเสียง ที่วางเรียงรายล่อให้เงินในกระเป๋าสตางค์ออกมาวิ่งเล่นได้ไม่ยาก แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น “มอเตอร์ไซค์” เพราะแม้จะยังไม่ทันเห็นป้ายชื่อร้าน แต่พอพบเจ้ายานพาหนะคู่ใจของคุณสันต์จอดอยู่ด้านหน้าตึกอิฐสีส้มในซอยเพชรบุรี 13 แห่งนี้ เราก็มั่นใจได้ทันทีว่ามาถูกที่อย่างแน่นอน

 

สันต์ The Smiths Vintage Club1

 

คุณสันต์ สรวิศิษฎ์ บรรจงลักษมี ผู้ก่อตั้ง Smiths Vintage Club และนักสะสมมอเตอร์ไซค์ตัวยง คือชายคนที่เราตั้งใจเดินทางฝ่ารถติดแสนหฤโหดมาหาในวันนี้ เพื่อพูดคุยเป็นพิเศษแกมขอคำปรึกษาถึงเรื่อง “มอเตอร์ไซค์วินเทจ” ที่เขาเชี่ยวชาญ เมื่อเห็นว่าเรามาถึงแล้ว คุณสันต์ที่กำลังเดินดูความเรียบร้อยในร้านก็หันมาทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะบอกให้เดินชมร้านไปพลางๆ ระหว่างที่เขาเตรียมความพร้อมในโกดัง

ร้านของเขาให้บรรยากาศราวกับได้ย้อนกลับไปอยู่ในยุค ‘70s-‘80s อย่างไรอย่างนั้น ทั้งสไตล์การตกแต่ง สินค้าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ไปจนถึงเพลงของ The Smiths ที่เปิดคลออยู่เบาๆ เป็นพื้นหลัง ผ่านไปไม่นานคุณสันต์ก็กลับมาพร้อมกับกุญแจในมือ ก่อนจะเดินนำเราผ่านซอกเล็กๆ ไปสู่ประตูที่ซ่อนอยู่หลังหุ่นในชุดไบค์เกอร์เต็มยศ สู่โซนสุดหวงแหนที่น้อยครั้งนักจะเปิดให้ใครได้เข้าไป

 

motorcycle helmets on a shelve and a biker outfit

 

เบื้องหลังประตูเหล็กบานใหญ่ คือมอเตอร์ไซค์คลาสสิกเงาวับหลายสิบคันที่เขาใช้เวลาสะสมมากว่า 20 ปี เราบอกได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็นว่าแต่ละคันได้รับการดูแลอย่างดี นี่คืออู่รถส่วนตัวของเขาที่เกิดจากความชื่นชอบหลงใหลและ “ความฝังใจตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ”

“ช่วงประมาณ ม.5-ม.6 ผมต้องไปเรียน รด. ก็เลยไปค้างบ้านเพื่อนแถวสามย่าน ตอนนั้นมีร้านขายมอเตอร์ไซค์ชื่อว่า Motorcycle Service ของเฮียจุ้น เราก็เดินเข้าไปถาม เพราะตอนแรกเห็นรูปทรงแล้วมันสวยมาก เป็น BMW R50 สีดำ แล้วผู้ชายอะ เราก็ชอบสีดำอยู่แล้ว ปรากฎว่ามันประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท ซึ่งสมัยนั้นเงิน 7 หมื่นกว่าสำหรับเด็กอายุ 16-17 มันก็นะ เรามองในกระเป๋าสตางค์ดู มีอยู่ 120 บาทเอง”

 


มันเลยเป็นความฝังใจว่าสักวันหนึ่ง ถ้าเรามีสตางค์ มอเตอร์ไซค์ที่อยากได้ก็คือมอเตอร์ไซค์ BMW และมันก็ต้องเป็นมอเตอร์ไซค์วินเทจ

 

Vintage Motorcycles

 

หลังจากรักแรกพบในวัยมัธยมปลาย คุณสันต์ก็ได้สานต่อความฝันของตนจนได้ BMW R50 คันแรกมาไว้ในครอบครอง (ซึ่งถึงเวลานั้นราคาก็ปาเข้าไปหลายแสนแล้ว) จากคันแรกเป็นคันที่สอง จากหลักหน่วยกลายเป็นหลักสิบ จากความชื่นชอบธรรมดาตัดสินใจลงทุนต่อยอดเป็นธุรกิจรับ Customize มอเตอร์ไซค์วินเทจอย่างในปัจจุบัน พอเราถามเขาว่าทำไมถึงชื่นชอบเจ้ายานพาหนะสองล้อนี้เป็นพิเศษ ในเมื่อของวินเทจอย่างอื่นก็มีเรื่องราวและสวยงามไม่แพ้กัน เขาหยุดคิดสักพัก ก่อนจะตอบว่า “จริงๆ อย่างอื่นผมก็ชอบนะ รถผมก็ชอบ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ต่างกัน มอเตอร์ไซค์มันจับต้องง่ายกว่า ทั้งในเชิงราคาแล้วก็ความรู้สึกในการขับขี่”


มันเป็นความรู้สึกที่ดิบกว่า การรับรู้ได้ถึงลมที่มันปะทะเรา สภาพของถนน เครื่องยนต์ การขับขี่ นี่แหละคือเสน่ห์ของมัน

 

 

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าที่เขาจะมีความเชี่ยวชาญได้อย่างในปัจจุบัน มันคือประสบการณ์ที่สั่งสมมาแรมปี ลองถูกลองผิดมาเรื่อยๆ จนรู้ว่าตนชอบอะไร แต่สำหรับผู้อ่านที่สนใจอยากหันมาเริ่มรู้จักมอเตอร์ไซค์วินเทจหรือมอเตอร์ไซค์คลาสสิกให้มากขึ้นก็ไม่ต้องกลัวไปว่าจะเข้าใจยากหรือรายละเอียดล้นมือ เพราะในครั้งนี้เราได้ขอให้คุณสันต์สรุปเบื้องต้นออกมาเป็นลิสต์ 3 ข้อง่ายๆ สำหรับมือใหม่ไว้เรียบร้อย เพราะเขาบอกว่า “จริงๆ มันก็ไม่ต่างจากการซื้อนาฬิกาสักเรือนหรอก ไม่ได้ยากอะไร”

 

 

1. ตั้งงบประมาณ

งบประมาณที่แตกต่างก็นำมาซึ่งตัวเลือกที่หลากหลาย ถ้ามีงบหลักหมื่นถึงแสนต้น อันนี้ตัวเลือกจะค่อนข้างน้อย เนื่องจากราคาของมอเตอร์ไซค์วินเทจได้ขยับขึ้นมามากพอสมควร แต่ก็ไม่ต้องกลัวไป เพราะไม่ใช่ว่าจะไม่มีตัวเล่นเลย สามารถเลือกเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ที่มีค่อนข้างหลากหลายและซ่อมบำรุงง่าย แต่ถ้าขยับงบประมาณขึ้นมาเป็นระดับ 3-5 แสน จะมีตัวเลือกให้เล่นทั้งฝั่งญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจจะได้ตัวที่ยังไม่จัดว่า ‘เด็ดที่สุด’ คุณสันต์แนะนำว่าให้เริ่มไปก่อน ให้ได้เรียนรู้ถึงประสิทธิภาพของมัน และประสบการณ์จะสอนเราเองว่าควรจะไปในทิศทางใด แต่ถ้าคิดว่าการบำรุงรักษาเป็นเรื่องยาก ก็อาจจะเล่นเป็นรถใหม่แต่เป็นทรงวินเทจ อย่าง Triumph หรือ Royal Enfield ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็คือ ‘การลงทุน’ ถ้าคิดว่ากำลังพร้อมก็ลุยได้เลย

 

2. เลือกทรงที่ชอบ

ต่อมาคือเรื่องของ ‘ขนาด’ และ ‘รูปทรง’ ที่ชอบ เหมือนกับนาฬิกาที่มีหน้าปัดกลม หน้าปัดเหลี่ยม สายหนัง และสายเหล็กให้เลือกสรรค์ มอเตอร์ไซค์ก็เช่นกัน ที่มีทั้งขนาดใหญ่และกะทัดรัด รวมไปถึงรูปทรงที่แตกต่าง โดยส่วนใหญ่จะใช้การแยกตาม CC ยิ่งใหญ่ยิ่งแรงเลขก็จะยิ่งสูง ส่วนมากแล้วมอเตอร์ไซค์จากทางฝั่งอเมริกาอย่าง Harley Davidson จะถือว่าค่อนข้างใหญ่ หากเทียบกับทางฝั่งอังกฤษหรือยุโรปที่เล็กลงมาหน่อย ต่อด้วยญี่ปุ่นตามลำดับ สิ่งสำคัญในส่วนนี้ที่ต้องดูนอกเหนือจากความชอบก็คือ ‘ความเหมาะสม’ ที่คุณสันต์ย้ำนักย้ำหนาว่า “ไม่ใช่ว่าเราตัวเล็กนิดเดียวแต่อยากขี่มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน จริงๆ มันก็ขี่ได้แหละ แต่มันอาจจะไม่ค่อยถนัด เราก็ต้องดูความเหมาะสมตามสรีระของร่างกายด้วย ว่าตัวเราเท่านี้ เหมาะกับมอเตอร์ไซค์ไซส์ขนาดไหน”

 

3. หาสไตล์ที่ใช่

หลังจากได้รูปทรงที่ชอบแล้ว สิ่งสุดท้ายคือรายละเอียดเล็กๆ เรื่องสไตล์ของแต่ละคัน ไม่ต่างอะไรจากการเลือกสีหน้าปัดหรือรูปแบบเข็มของนาฬิกา ดูรายละเอียดทั้งเรื่องสี วัสดุ ส่วนเว้าส่วนโค้ง หรือ Shape ของแต่ละคัน ตรงนี้ไม่มีอะไรตายตัว อยู่ที่ความรู้สึกว่าเราชอบแบบไหนเพียงเท่านั้น หากอยากได้ความบึกบึนทะมัดทะแมงขอให้หันไปหาฝั่งอเมริกา แต่ถ้าชอบ Curve สวยๆ แบบไม่แข็งทื่อ และติดความสวยงามแบบคลาสสิกหน่อยๆ มอเตอร์ไซค์จากอีกฟากทะเลฝั่งยุโรปอย่าง BMW หรือ Triumph ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี

 

a man sitting on a sofa in front of a BMW vintage motorcycle

 


คนไม่รู้มองอาจจะคิดว่ามอเตอร์ไซค์วินเทจมันยากนะ แต่จริงๆ แล้วไม่เลย บำรุงรักษาก็ไม่ยาก เพราะหลักการทำงานของมันง่าย ไม่ซับซ้อนเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ปัจจุบันด้วยซ้ำ

 

สุดท้ายก่อนจะจบบทเรียนในวันนี้ คุณสันต์ได้ทิ้งท้ายกับเราไว้ว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราอาจเลือกจนอยากจะได้เกือบทุกรุ่นแต่ผมเชื่อว่า ‘รถจะเลือกเจ้าของที่เหมาะสม’ และเราจะเป็นผู้ครอบครองดูแลมันชั่วคราว พอถึงเวลาผ่านไปมันก็จะเปลี่ยนเจ้าของไปตามกาลเวลา” จริงอย่างที่เขาบอก เสน่ห์ของความวินเทจมันไม่ได้อยู่ที่การเป็นเจ้าของตลอดไป แต่มันคือความสุขและเรื่องราวที่เราได้มาระหว่างทางเสียมากกว่าที่ทำให้มันมีคุณค่าต่อจิตใจ

แม้จะรู้สึกเพียงพอกับข้อมูลเบื้องต้นที่คุณสันต์ให้มา แต่มาเยี่ยมถึงถิ่นทั้งที จะให้จากไปโดยไม่ชื่นชมคอลเลคชั่นของเขาเลยก็ใช่เรื่อง ในโอกาสนี้เราจึงขอให้เขาคัดเลือก 3 โมเดล 3 สัญชาติจากคลังรถส่วนตัวที่รับประกันว่าไม่ธรรมดาและเข้าขั้นหายากมาให้ชมกันเป็นพิเศษก่อนจากอีกด้วย

 


3 มอเตอร์ไซค์ที่โดดเด่นจาก 3 สัญชาติ

 

Triumph

1959 T120 Bonneville 650 CC.

“ถ้าพูดถึง Triumph มันมักจะมาพร้อมกับภาพจำสไตล์ไอคอน ไม่ว่าจะเป็น Steve McQueen, James Dean หลายๆ คนที่เป็นไอคอนของยุคนั้นก็มักจะขี่ Triumph คันนี้เป็นรถอังกฤษ ซึ่งจริงๆ รถอังกฤษเนี่ย ถ้าเราดูตามรูปทรงมันจะอ้อนแอ้นนิดนึง มันจะมี Curve ดูแล้วมันจะไม่แข็งทื่อ แต่ความพิเศษคือ รถปีเก่าๆ รุ่นเก่าๆ ของอังกฤษเนี่ย เกียร์มันจะอยู่ด้านขวา คือมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดทั่วโลกปกติเกียร์มันจะอยู่ซ้าย ยกเว้นประเทศนี้ประเทศเดียว ที่มันจะสลับไปหมดเลย เกียร์อยู่ขวา เบรคอยู่ซ้าย ผมเลยไม่ค่อยได้เอาออกมาขับจริงเท่าไหร่ เพราะบางทีเราก็งง ก็เลยเป็นรถที่สวยแต่ไม่ค่อยได้ขี่ แต่ถือว่าเป็นตัว Top ตัวต้นๆ ที่แนะนำเลยครับ”

 

 

BMW

1954 R68 594 CC.

“คันที่ 2 นี้เป็นสัญชาติเยอรมัน ก็คือ BMW จริงๆ คันนี้เป็น BMW R68 ปี 1954 ความพิเศษของมันคือความ ‘หายาก’ เพราะจำนวนผลิตมันแค่ 1400 กว่าคันทั่วโลก นี่ก็ปี 2020 ผ่านมา 66 ปีแล้วตั้งแต่ปีผลิต คิดว่ามันคงจะเหลืออยู่หลักร้อยคันแล้วแหละทั้งโลก เพราะแบบนี้ มูลค่ามันเลยค่อนข้างขึ้นตลอด ล่าสุดหลายปีก่อนมีคนประมูลออกจากกรมศุลกากร อยู่ที่ 3 ล้านบาท แต่ผมว่าคนที่เขาเก็บ BMW จริงๆ ถ้ามีตัวนี้ส่วนมากคนเขาไม่ขายกันแล้ว เพราะนี่ถือเป็นคันที่คนเล่น BMW ต้องมีเลยล่ะถ้าพูดกันจริงๆ”

 

 

Harley

1942 HD. Flathead 750 CC.

“สุดท้ายคือ Harley-Davidson คันนี้เป็นของอเมริกานะครับ จริงๆ แล้ว ตามหมู่มากเลยดีกว่า ผู้ชายส่วนมากเวลาเริ่มต้นเล่นมอเตอร์ไซค์ก็ต้องคิดถึง Harley ก่อน ไม่รู้ว่ามันฝังใจมาหรือยังไง มันต้อง Harley อะ มันต้องมีแก๊งค์มีอะไร มันอาจจะเป็นวัฒนธรรมในสมัยก่อนที่เราโตขึ้นมา เราดูหนัง ดู MV เราก็จะแบบ เห้ย ต้องขี่ Harley แล้วเท่ จริงๆ Elvis ก็ขี่ Harley แต่ส่วนมากมันจะไม่มีภาพจำเหมือนกับ Triumph ว่า McQueen ขี่หรือยังไง ความไอคอนิกมันอยู่ที่ตัวรถ เพราะเรามักจะเอาหน้าตัวเองเข้าไปใส่เนี่ยแหละ มันเลยเป็นภาพฝังในใจว่าทุกคนต้อง Harley หมด โดยคันที่แนะนำคันนี้เป็นปีค่อนข้างเก่าหน่อย คือปี 1942 เป็น Flathead เครื่อง 750 cc. จริงๆ มันไม่ใช่รุ่นแรกแต่มันเป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นมาแล้วสำหรับขับขี่บนท้องถนนนะครับ เป็นเกียร์มือนะ เพราะฉะนั้นการขับขี่มันก็ค่อนข้างที่จะยากนิดนึงสำหรับคนที่เริ่มต้นเล่นมอเตอร์ไซค์วินเทจ แต่ก็คุ้มค่าที่จะลงทุนมากครับ”

 

 

Related Stories

The Inspirations

JAK JEAN OPENS UP ABOUT VINTAGE CLOTHING

คุยกับ “พี่จักร” พ่อมดแห่งวงการค้าผ้าเก่าที่ประสบการณ์ของเขาคลุกเคล้าเข้ากับความงดงามของเนื้อผ้าจนสุกงอม

Read

The Inspirations

FROM PASSION TO SUCCESS

เรื่องราวความหลงใหลของค่ายรถยนต์ใบพัดฟ้าขาว
และชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

Read

Automobiles

THE CARS FROM OSCAR FILMS

เรื่องราวของรถสามคันจากหนังสามยุค ที่มีบทบาทสำคัญในหนังดีกรีรางวัลออสการ์

Read

0Shares
preloader