The Sounds

SEVEN JAZZ ALBUMS FOR BEGINNERS

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Paritat Supaporne, Graphic Designer, W. MINISTRY

The Sounds

SEVEN JAZZ ALBUMS FOR BEGINNERS

15 August 2019

7 อัลบั้มอมตะที่จะเป็นใบเบิกทาง สู่การเริ่มต้นฟังดนตรีแจ๊ส

Spread the words


“If you have to ask what jazz is, you’ll never know.”
                                                                       -. Louis Armstrong



"เพลงเเจ๊สคือสิ่งที่เข้าใจยากหากคุณไม่คลุกคลีกับมัน" ถูกของเขา แจ๊สเป็นอะไรที่ฟังไม่ง่าย แต่ก็ไม่ต้องถึงกับปีนบันไดฟัง แจ๊สคือเสียงดนตรีที่กลั่นจากความสามารถ เซนส์ และไหวพริบเฉพาะตัวของศิลปิน ที่ไม่มีสองคนใดในโลกซ้ำกัน เป็นความลงตัวที่ไม่ตายตัว และเป็นอิสระทางดนตรีที่หยิบยื่นพื้นที่ให้คนเล่นและคนฟังมาสนุกด้วยกัน ลองเปิดใจ ให้เวลากับโสตประสาท แล้วจะค้นพบว่าแจ๊สนั้นไม่ใช่ดนตรีสูงส่งไกลตัวที่สงวนไว้ให้แต่คลับหรูหรือเปิดกลบความเงียบในลิฟท์อย่างที่หลายคนเคยให้ภาพเอาไว้ ทั้ง 7 อัลบั้มแจ๊สที่เรารวบรวมมาให้ในวันนี้มากด้วยเนื้อหาและง่ายต่อการทำความคุ้นเคย เพื่อการ “คลุกคลี” และเข้าถึงแจ๊สขั้นต่อไปที่ราบรื่น

ในบทความนี้เราขอขีดเส้นเวลาอัลบั้มเพลงแจ๊สของศิลปินนับจากยุค Mid-Century เป็นต้นไป ซึ่งเป็นรอยต่อของยุค Swing-Bebop กำเนิดวงเล็กๆ หรือที่เข้าใจอย่างง่ายๆว่าเป็นจุดกำเนิดของ Modern Jazz หลังการเสื่อมสลายของ Big Band แห่งนิวออลีนส์ในยุค 1930’s เป็นต้นมา




Kind Of Blue (1959)
Miles Davis

เริ่มต้นด้วย Kind of Blue อัลบั้มสำคัญในประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส เป็นแผ่นเสียงประกอบไปด้วย 2 หน้า เป็นอัลบั้มที่น่าจะให้ผู้ฟังได้ทำความรู้จักกับนักดนตรี Modal Jazz ระดับตำนานอย่าง Miles Davis และ Bill Evans นักเปียโนแจ๊สมือฉมังที่เข้ามาร่วมในอัลบั้มผ่านเสียง Lining Piano แทบจะทั้งชุด นับเป็นอัลบั้มที่งดงามและเข้าถึงง่ายที่สุดอัลบั้มหนึ่งของ Miles Davis ก็ว่าได้

Kind of Blue เป็นหนึ่งในอัลบั้มเพลงเเจ๊สที่ขายดีที่สุดรายการหนึ่งของโลก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นฟังเพลงแจ๊สและยังเป็นที่ยอมรับในหมู่คอแจ๊สอย่างยากที่จะหาเหตุผลอื่นมาค้าน ครั้งหนึ่งนักวิจารณ์เพลงแจ๊สได้ให้ความเห็นว่านี่เป็นหนึ่งในอัลบั้มเพลงแจ๊ส “ที่ดีที่สุดในโลก”

ความธรรมดาของการบรรเลงตัวโน้ตลักษณะคล้ายเพลงบลูส์ โดยมีแตรและเครื่องเป่าประสานเคล้าคลอไปกับชิ้นดนตรีหลักของ Miles นั้น แม้ว่าจะไม่มีความหวือหวาในการเปลี่ยนคอร์ดมากมาย แต่ก็ทำให้เพลงในอัลบั้ม Kind of Blue มากับความพิเศษไม่เหมือนผลงานอื่นๆ

และไม่ใช่เพียงความเรียบง่ายของภาคดนตรีเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ Kind of Blue โด่งดังและขายดีไปทั่วโลกก็คือองค์ประกอบทางด้าน “นักดนตรี” น้ำดีที่ Miles บรรจงคัดเลือกด้วยตัวเอง ทั้งมือเปียโนแจ๊สตัวเป้งอย่าง Bill Evans และ John Coltrane ผู้บรรเลงเสียง Tenor Saxophone ที่มีบทบาทในอัลบั้มอย่างมาก จนราวกับว่าบางเพลงในอัลบั้มนี้ถูกปกครองด้วยเสียง Tenor Saxophone ของ Coltrane มากกว่า Miles เสียอีก

Recommended Track


'So What' แทร็คสำคัญที่แสดงให้เห็นการโซโลในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Miles ยังมีเพลงช้าอย่าง 'Blue in Green' ที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเคลิ้มไปกับเสียงเพลงแจ๊สอย่างไม่รู้เบื่อ

LISTEN







Waltz for Debby (1961)
Bill Evans

หลังจากเสร็จสิ้นการอัดอัลบั้ม Kind of Blue กับ Miles Davis ได้ไม่นาน Bill Evans ก็ได้ตัดสินใจฟอร์มวง Trio ของเขาขึ้นเป็นครั้งแรก Waltz for Debby นี้เองคือผลผลิตแรกของวง Trio นี้ โดยเพลง Waltz for Debby ชื่อเดียวกับอัลบั้มก็เป็นเพลงที่โด่งดังที่สุดเพลงหนึ่งที่ Bill Evans เองนั้นบรรเลงบ่อยที่สุดตลอดชีวิตนักดนตรีของเขาก็ว่าได้ อัลบั้ม Waltz for Debby นี้ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผลงานการบรรเลงวนซ้ำๆ (Canon) ที่ดีที่สุดของ Bill Evans อีกอัลบั้มหนึ่งท่ามกลางผลงานทั้งหมดของเขาอีกด้วย

ภายในอัลบั้มมีหลายแทร็คประกอบด้วยไลน์เปียโนที่คล้ายคลึงกับอัลบั้ม Debut ของเขาคือ “New Jazz Conceptions” ทำให้ผู้ฟังที่ไม่เคยรู้จัก Bill Evans มาก่อนสามารถลิ้มลองผลงานของเขาเสมือนย้อนกลับไปฟังในชุดแรกนั่นเอง

Bill Evans ถือว่าเป็นนักเปียโนที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนนึงของวงการดนตรีแจ๊ส ด้วยสไตล์การเล่นที่เรียบง่ายและจังหวะที่อ่อนหวาน ทำให้เป็นอัลบั้มที่ฟังสบาย เคลิบเคลิ้มไปกับมันได้ง่ายๆ และอย่างที่กล่าวไป Bill Evans จะทำให้ผู้เริ่มต้นฟังเเจ๊สได้เกิดความสงสัยในสำเนียงเปียโนที่ถูก Improvised เคลื่อนไหวตามฉันทลักษณ์ดนตรี แต่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว และเปิดโลกการฟังเพลงบรรเลงเปียโนเเจ๊สได้อย่างไม่สิ้นสุด

Recommended Track


'My Foolish Heart' เป็นเพลงที่เราหยิบมาแนะนำจากอัลบั้ม Waltz for Debby ด้วยเอกลักษณ์ของเสียงสแนร์กลองแจ๊สที่ค่อนข้างชัดเจนประกอบกับเสียงเปียโนที่บรรเลงอย่างสดใส แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกโศกเศร้า และเป็นแบบนี้วนไปตั้งแต่ต้นจนจบเพลง โดยมีเสียงเบสจาก Scott LaFaro มือเบสคู่ใจของเขาร่วมบันทึกเสียงให้อัลบั้ม Waltz for Debby ก่อนที่ LaFaro จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุต่อมาไม่นาน

LISTEN







Chet Baker Sings (1956)
Chet Baker

บุรุษมือทรัมเป็ตลุคเนี้ยบ เจ้าของเสียงร้องนุ่มนวลมีเสน่ห์ อบอวลไปด้วยความหวานเคล้าโศกเศร้า Chet Baker Sings เป็นอัลบั้มแรกที่ Chet Baker ได้เปล่งเสียงร้องลงไปในแทร็คและถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1954 โดย Pacific Jazz Records โดยในเวลาต่อมาอัลบั้มนี้ก็ได้รับรางวัล Grammy Hall of Fame Award ในปี 2001 แม้เวลาจะล่วงมากว่า 60 ปีแล้ว

อัลบั้มที่มีเสียงร้องของ Chet ชุดแรกนั้นเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นฟังเพลงแจ๊สไม่เพียงเพราะความเป็นลักษณะคล้ายคลึงเพลงป๊อปที่สามารถจดจำเนื้อร้องและทำนองไปพร้อมๆกันได้เพียงเท่านั้น แต่อัลบั้มนี้ยังมีเมโลดี้การบรรเลงแบบง่ายๆและมีท่อนโซโล่ทรัมเป็ตที่ไม่ซับซ้อนเท่าผลงานในอัลบั้มอื่นของเขา จึงกล่าวได้ว่าผู้ที่ไม่เคยฟังแจ๊สมาก่อนนั้นจะทำความเข้าใจกับอัลบั้ม Chet Baker  Sings ได้อย่างไม่ยากเย็น

Recommended Track


'My Funny Valentine' คือตัวอย่างความพิเศษของแทร็คในอัลบั้ม Chet Baker Sings เพราะแม้ตัวเขาเองจะเป็นนักทรัมเป็ตมือฉมังแต่ในแทร็คนี้กลับไม่ปรากฎเสียงทรัมเป็ตใดๆ มีเพียงเสียงร้องอันนุ่มนวลและเสียงเปียโนเคล้าคลอกับไฮแฮทเท่านั้น และความหมายในเพลงยังเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ได้รับฟังครั้งแรกตราตรึงเข้าไปอีกขั้น

LISTEN







The Incredible Jazz Guitar of Wes Montgomery (1960)
Wes Montgomery

เสียงกีตาร์และจังหวะค่อนข้างสนุกทำให้ The Incredible Jazz Guitar of Wes Montgomery เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ทำให้ได้รับรู้ถึงบรรยากาศเสมือนอยู่ในแจ๊สบาร์ในอดีต โดย Wes Montgomery นั้นเป็นมือกีตาร์แจ๊สที่สำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เพลงเเจ๊สของโลก

The Incredible Jazz Guitar of Wes Montgomery เป็นผลงานลำดับที่ 4 ของ Wes Montgomery โดยแทร็คทั้งหมดในอัลบั้มถูกบรรเลงโดยเทคนิคการเล่นแบบ Thumb Picking และการไต่บันไดเสียง Octave ที่เป็นเทคนิคกีต้าร์แจ๊สเฉพาะตัวของเขา

ในปี 2017 อัลบั้ม The Incredible Jazz Guitar of Wes Montgomery นั้นได้ถูกเก็บรักษาไว้โดย The National Recording Registry by the Library of Congress ในฐานะที่มีความสำคัญทั้งทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณแห่งศิลปิน

Recommended Track


'Polka Dots and Moonbeams' คือตัวอย่างของเทคนิค Thumb Picking และการไต่บันไดเสียง Octave ที่ชัดเจนแทร็คหนึ่งในอัลบั้ม ฟังแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นเสมือนมีคนรู้ใจคอยนั่งสนทนากันภายใต้แสงจันทร์ในวันที่ค่ำคืนมืดมิด

LISTEN







Lester Young with Oscar Peterson Trio (1954)
Lester Young

หากจะกล่าวถึงความละมุนในเสียง Tenor Saxophone ของศิลปินแจ๊สสักคน ชื่อของ Lester Young ต้องตามมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งเสียง Tenor Saxophone อันลือลั่นของเขาก็ปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง Anything Else ของ Woody Allen

อัลบั้ม Lester Young With Oscar Peterson Trio นี้เป็นการรวมกลุ่มแบบ 4 ชิ้นดนตรี (Quartet) กับกลุ่มนักดนตรี 3 ชิ้นคือ Oscar Peterson Trio ซึ่งนอกจากความน่าสนใจของอัลบั้มนี้ ที่อยู่ที่การบรรเลงโน้ตในทุกชิ้นดนตรีแบบเนิบช้าไปพร้อมๆกันโดยปราศจากความรู้สึกอ่อนล้าเมื่อใดที่ฟังแล้ว หน้าปกอัลบั้มยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เป็นเจ้าของอีกด้วย

แม้ Lester Young With Oscar Peterson Trio เป็นอัลบั้มที่ไม่ได้โด่งดังมากเทียบเท่าอัลบั้มแจ๊สของศิลปินในยุคเดียวกัน แต่เรารับรองว่าเป็นอัลบั้มที่มีคุณค่าและน่าประทับใจอย่างแน่นอน

Recommended Track


'There Will Never Be Another You' เป็นแทร็คที่เลือกมาแนะนำผู้เริ่มต้นฟังเพลงแจ๊สด้วยความเรียบง่ายของการสื่อสารทำนองพร้อมเครื่องดนตรีที่บรรเลงไปพร้อมๆกันแบบไม่ซับซ้อน ทำให้เพลงนี้เป็นตัวแทนที่ดีของอัลบั้มคุณภาพจาก Lester Young

LISTEN







Unforgettable (1951)
Nat King Cole

น้อยครั้งที่จะมีนักดนตรีแจ๊สที่มีเสียงร้องอันทุ้ม นุ่มลึก เช่นเอกลักษณ์ของ Nat King Cole และเสียงเปียโนที่คลอไปกับเสียงร้อง ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักร้องแจ๊สอมตะตลอดกาลที่ยากจะปฎิเสธ แม้ว่าคุณจะไม่เคยเป็นคอแจ๊สมาก่อนก็ตามที

ความแปลกของอัลบั้ม Unforgettable นี้อยู่ที่เมื่อครั้งถูกวางจำหน่ายแต่เพลงในอัลบั้มอย่าง Unforgettable นั้นกลับไม่สามารถไต่ระดับขึ้นเป็นที่นิยมใน 10 อันดับแรกบนหน้าปัดวิทยุ แต่เมื่อ Natalie Cole ลูกสาวของ Nat King Cole พลิกตำนานเพลงนี้อีกครั้งโดยการ Duet กันก็ทำให้เพลง Unforgettable นี้โด่งดังขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ จนได้รับรางวัล Grammy Awards ในปี 1992

Recommended Track


อัลบั้มนี้มีเพลงดังอย่าง 'I love you (For sentimental reason), Pretend' และที่สำคัญเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มคือ 'Unforgettable' ที่ผู้เริ่มต้นสามารถฟังได้อย่างไม่อึดอัด ด้วยเนื้อหาอันอ่อนหวานและเมโลดี้ที่ไพเราะ อบอวลไปด้วยความรัก

LISTEN







When I Fall in Love (2004)
Chris Botti

อัลบั้มสุดท้ายข้ามเข้าสู่โลกของ Modern Jazz ยุค 2000 เป็นต้นไป หากพูดถึงมือทรัมเป็ตแนว Smooth Jazz ผู้มีผลงานสตูดิโออัลบั้มออกมาถึง 10 ชุด และหลายคนอาจรู้จักเขาเพราะการแสดงสดที่ไทยถึง 2 ครั้ง เหตุผลที่ When I Fall in Love เข้ามาเป็นหนึ่งใน 7 อัลบั้มแจ๊สสำหรับผู้เริ่มต้นฟัง ก็คืออารมณ์ความหวานของเมโลดี้ที่ลงตัว หากลองหลับตาฟังจะผ่อนคลายจนอาจจะเผลอยิ้มออกมาได้  และรับรองว่าฟังไม่ยาก แม้ผู้ที่ไม่เคยฟังแจ๊สก็อาจหลงรักในความหวานของเสียงทรัมเป็ตในชุดนี้ก็เป็นได้

When I Fall in Love ทะยานขึ้นสู่ชาร์ต Billboard Top Jazz Albums ในปี 2008 โดยมียอดขายถล่มทลายถึง 5 แสนอัลบั้มทั่วโลกและถูกรับรองโดย The Recording Industry Association of America (RIAA) ในอัลบั้มระดับ Gold ในเวลาต่อมา

Recommended Track


'When I Fall in Love' เป็นอีกหนึ่งแทร็คในอัลบั้มที่ฟังง่ายด้วยชิ้นดนตรีที่ค่อนข้างร่วมสมัย เพลงอมตะเพลงนี้ถูกปรับเป็นเวอร์ชั่นเครื่องดนตรี ประกอบกับการมิกซ์เสียงโดยใช้เทคนิคแบบเพลงยุคใหม่ ทำให้รู้สึกว่าการฟังเพลงแจ๊สจาก Chris Botti นั้นไม่แตกต่างจากการฟังเพลงบรรเลงป๊อปทั่วๆไปสักเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างนั้นคือเสียงทรัมเป็ตที่ทำให้ทุกๆเพลงในอัลบั้มนั้นได้ทำหน้าที่บรรเลงร่วมกันอย่างราบรื่น

LISTEN

Related Stories

Silver Screens

THE JAZZ SINGER

Read

The Sounds

FOUR UNDERPLAYED DISCO ALBUMS WORTH LISTENING

สี่อัลบั้มเพลงดิสโก้ที่ไม่ได้ยินบ่อย แต่น่าลองฟังดูสักครั้ง

Read

0Shares
preloader