The Read

ICONIC COUPLES: 5 คู่รักในอดีตที่โลกไม่เคยลืม

บทความโดย Kantinan Srisan, Style Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Paritat Supaporne, Senior Visual Designer, W.MINISTRY

The Read

ICONIC COUPLES: 5 คู่รักในอดีตที่โลกไม่เคยลืม

11 February 2020

เรื่องราวและความหอมหวานในวันวานที่แสนตราตรึง

 

คุณคิดว่าจะสามารถตกหลุมรักคนคนเดิมได้สักกี่ครั้ง สิ่งใดกันที่ทำให้คุณไม่เคยสลัดภาพความหอมหวานในวันวานแสนตราตรึงได้ มันคือระยะเวลาที่ใช้ร่วมกันหรือไม่ ใช่เรื่องราวที่ดำเนินร่วมกันไปอย่างนั้นหรือเปล่า แต่หากถามตัวผู้เขียนเองแล้วนั้น เราเชื่อว่ามันคืออารมณ์ ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมา “ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง” ที่ทำให้เรื่องราวการเดินทางของคนสองคนยังคงตราตรึงอยู่ในเบื้องลึกของหัวใจ อย่างที่ตัวเลขบอกเวลาใดก็ไม่สามารถลบล้างออกได้

ในวาระแห่งการแสดงออกสีชมพูอย่างวันวาเลนไทน์นี้ เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้บอกเล่า และพาคุณไปทำความรู้จักกับช่วงเวลาที่น่าจดจำของ 5 คู่รัก ที่จะทำให้คุณถวิลหาการกลับไปตกหลุมรักอีกครั้งหนึ่ง

 

Johnny Depp & Kate Moss

Royalton Hotel, 1994

 

 

เมื่อจอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) นักแสดงหนุ่มมากบทบาทในวัย 30 ปีเศษ ได้พบกับซุปเปอร์โมเดลสาวรุ่นเจ้าสังเวียนพร้อมใบหน้าทรงเสน่ห์นาม เคท มอส (Kate Moss) เป็นครั้งแรก ณ ร้าน Cafe Tabac ในนครนิวยอร์ก ทั้งคู่ต่างรู้สึกถึงแรงดึงดูดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พูดคุยกัน

ในช่วงระยะเวลา 5 ปีเศษแห่งความหวานอมเปรี้ยวของทั้งสอง ที่ผ่านร้อนหนาวหนักเบากันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่เมื่อเห็นและรับรู้ถึงความรักอันเร่าร้อนและเคมีที่ตรงกัน ก็ทำให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นคู่รักที่เกิดมาเพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดซึ่งกันและกัน (น่าเสียดายที่ความสัมพันธ์นี้ต้องจบลงเพราะแรงดึงดูดที่มากเกินไป) และสำหรับเราแล้ว ไม่มีช่วงเวลาใดที่จะสามารถบอกเล่าความเป็นตำนานของคู่รักแห่งยุค 90’s คู่นี้ได้ดีไปกว่าภาพถ่ายของ แอนนี ลีเบอวิตซ์ หนึ่งในสหายของทั้งสอง เมื่อปี 1994 ณ โรงแรมรอยัลตัน กับโมเม้นท์ที่เดปป์ ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นดาวรุ่งในวงการฮอลลีวูด นอนสวมร่างทับอยู่บนกึ่งกลางลำตัวอันเปลือยเปล่าของมอส หญิงสาวผู้เป็นคนรัก ประหนึ่งว่าเขาได้หลุดออกจากพันธะแห่งความเหนื่อยล้าทั้งปวง เข้าสู่อ้อมกอดที่เปรียบเสมือน “บ้าน” อันเป็นดั่งความสุขหนึ่งเดียวของเขา

 

Serge Gainsbourg & Jane Birkin

Je T’aime…Moi Non Plus, 1968

 

ครั้งหนึ่งเมื่อปี 1967 นักร้องสาวชาวฝรั่งเศสนาม บรีฌิต บาร์โด (Brigitte Bardot) ได้ขอให้ เซร์ช เกนสบูร์ (Serge Gainsbourg) ชายผู้เป็นคนรัก แต่งเพลงรักที่สวยงามที่สุดให้ จึงถือกำเนิด Je t’aime… moi non plus บทเพลงรักแสนอีโรติกระดับมาสเตอร์พีซที่ไม่ว่าฟังกี่ครั้งก็ชวนให้นึกถึงวันวานของคู่รักในเมืองหลวงแห่งฝรั่งเศสเสียทุกที

แต่แล้วใครจะรู้ว่า บทเพลงชิ้นนี้ ที่เกิดขึ้นจากความปรารถนาของหญิงสาววัย 33 ปี ดวงตาคมกริบ กลับไม่เคยเป็นของเธออย่างแท้จริง เพราะหนึ่งปีต่อมาได้มีเด็กสาวชาวอังกฤษ เจ้าของทรงผมหน้าม้าเต่อนาม เจน เบอร์กิน (Jane Birkin) มาปรากฏกายต่อหน้า เซร์ช ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Slogan ที่กรุงปารีส แม้ว่าในตอนแรก นักแสดงสาวจะไม่ถูกชะตาต่อชายผู้เป็นนักประพันธ์และนักแสดงร่วมกองถ่ายคนนี้สักเท่าไหร่ (ได้ยินว่าเซร์ชเข้าใจผิดคิดว่า แอนดรูย์ น้องชายของเจนเป็นแฟนหนุ่ม ทำให้เขาปฏิบัติต่อเธออย่างเย็นชา) แต่เมื่อเขาและเธอได้รู้จักกันมากขึ้นจากการไปทานข้าวด้วยกันที่คลับ Régine เจนจึงได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วเปลือกนอกแสนยะเยือกของ เซร์ช ภายในซ่อนความอ่อนหวาน และทั้งคู่ก็เริ่มคบหาดูใจกันในเวลาต่อมา

หลังจากที่ทั้งคู่จบหน้าที่ในฐานะนักแสดงลง เซร์ชได้ขอให้เจนร่วมร้องเพลง Je t’aime… moi non plus ที่ครั้งหนึ่งเคยมอบให้และขับร้องร่วมกับอดีตคนรักอย่าง บรีฌิต ในตอนนี้เองที่ทั้งโลกต่างรู้ว่าบทเพลงแสนเร่าร้อนนี้เกิดขึ้นและได้เดินทางผ่านกาลเวลามาเพื่อเป็นของ เจน เบอร์กิน แต่เพียงผู้เดียว Je t’aime… moi non plus ถือเป็นบทเพลงที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์แสนลงตัวและเคมีที่เข้าคู่กันของ เซร์ชกับเจน ได้อย่างกลมกล่อมเสมือนเป็นคู่กวีเอกผู้มี “สองใจในหนึ่งร่าง” และต่างเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กันและกันเสมอมาและเสมอไป

 

Justin Timberlake & Britney Spears

American Music Awards, 2001

 

หลายคนอาจจำไม่ได้ แต่ครั้งหนึ่งในช่วงปลายยุค ’90s สองศิลปินวัยรุ่นที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเพลงป๊อป” เคยคบหาดูใจกันหลังรู้จักและสนิทสนมกันมานานเกือบสิบปี

จัสติน ทิมเบอร์เลก (Justin Timberlake) ในวัย 19 ปี สมาชิกของวงบอยแบนด์ Nsync และแฟนสาว บริทนี่ย์ สเปียร์ (Britney Spears) เจ้าของบทเพลง …Baby One More Time และผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับบทเพลงป๊อปคลาสสิคตลอดกาลอย่าง Cry Me A River  ได้สร้างปรากฏการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็น “ชุดคู่แห่งทศวรรษ” ในงานประกาศรางวัล American Music Awards เมื่อปี 2001 ด้วยการควงแขนกันเข้างานในชุดเดรสงานค๊อกเทลกับชุดสูทผ้าเดนิม

แม้ในช่วงเวลานั้นจะมีข่าวคราวว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูจะไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ในช่วงเวลาสำคัญของบริทนี่ย์ ผู้รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานประกาศรางวัลในครั้งนี้ จัสตินเองก็มาให้กำลังใจแฟนสาว พร้อมการแต่งกายคู่กันที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังดำเนินไปด้วยดี และแสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่เขามีให้เธอ (ซึ่งหากคุณสังเกต จัสตินไม่เคยห่างจากกายของบริทนี่ย์ หรือให้เธอยืนโดดเดี่ยวเลยสักครั้ง) เมื่อเห็นรอยยิ้มของทั้งคู่แล้ว ก็ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเด็กน้อยสองคนจากรายการ The Mickey Mouse Club ที่ครั้งหนึ่งคงไม่เคยคาดคิดว่าจะตกหลุมรักซึ่งกันและกัน

 

John Lennon & Yoko Ono

Hilton Hotel Amsterdam, 1969

 

ภาพนี้อาจจะดูเหมือนภาพถ่ายของคู่รักที่เพิ่งตื่นมารับแสงตะวันร่วมกัน แต่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเป็นการประท้วงเรียกร้องสันติภาพที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของจอห์น เลนนอน (John Lennon) หนึ่งในสมาชิกวงสี่เต่าทอง (The Beatles) ร่วมกับโยโกะ โอโนะ (Yoko Ono) ภรรยาชาวญี่ปุ่นวัย 36 ปี ในช่วงเวลาแห่งการฮันนีมูนของทั้งสอง

วันนั้นเมื่อ 25 มีนาคม ปี 1969 ภายในห้อง 902 โรงแรมฮิลตัน ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เตียงของจอห์นและโยโกะถูกรายล้อมไปด้วยสื่อมากหน้า ที่เวียนวนมาทำข่าวไม่เว้นชั่วโมงให้พักหายใจ 

แต่น่าประหลาดใจที่หลายต่อหลายคนในเหตุการณ์ต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า จอห์น ในชุดนอนสบายๆ และผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจของเพลง Woman ต่างปฏิบัติต่อกันราวกับว่าทั้งสองอยู่กันตามลำพัง อ่านหนังสือพิมพ์ คุยเล่นหยอกล้อ และสั่งรูมเซอร์วิสในตอนเช้าเหมือนกับคู่รักทั่วไปที่มาฉลองฮันนีมูนกัน พร้อมบรรยากาศในห้องที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณกับสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ อันบอกเล่าเรื่องราวความสวยงามและลึกซึ้งของความรักที่ไม่มีเงื่อนไขต่อกันและกัน และเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก

 

Mel Ferrer & Audrey Hepburn

Windy County Road, 1956

 

ในปี 1952 ออเดรย์ เฮปเบิร์น (Audrey Hepburn) ประกาศถอนหมั้นกับ เจมส์ แฮนสัน (James Hanson) คู่หมั้นที่คบหาดูใจกันอยู่ในขณะนั้น โดยให้เหตุผลว่า “หากฉันจะแต่งงานกับใครสักคน ฉันต้องการที่จะมีชีวิตแต่งงานจริงๆ” และ เมล เฟร์เรร์ (Mel Ferrer) นักแสดงและผู้กำกับชาวอเมริกัน ก็ได้เติมเต็มความฝันของนักแสดงสาวแห่งยุคได้ในที่สุด

ภาพถ่ายของ เมล เฟร์เรร์ ขณะเดินทางไปยังนอกกรุงปารีส เพื่อพักผ่อนและใช้เวลากับ ออเดรย์ ผู้เป็นภรรยาของเขาเหมือนเช่นคู่รักทั่วไป ได้กลายเป็นภาพความทรงจำอันอบอุ่น สวยงาม และกลมกล่อมที่สุดภาพหนึ่ง ระหว่างที่ทั้งสองได้ก้าวเดินไปตามเส้นถนนโล่งกว้างกับบรรยากาศแสนเงียบสงัด พร้อมกับ เอ็ด เฟงเกิร์ช ช่างภาพชื่อดังที่ร่วมเดินทางไปบันทึกความทรงจำของทั้งสอง เมล ผู้เป็นสามีสัมผัสได้ถึงแรงกระทบของสายลมที่มาพร้อมความเหน็บหนาว จึงได้ปลดกระดุมเสื้อโค้ตออกมาห่อหุ้มร่างกายของออเดรย์ หญิงสาวคนรักข้างกายเอาไว้อย่างแนบแน่นด้วยความห่วงใย ทั้งสองต่างมองตากันพร้อมใบหน้ากับรอยยิ้มอย่างจริงใจ ถึงแม้เหล่าต้นไม้ที่รายล้อมถนนจะดูแห้งแล้งและท้องฟ้าทุ่งหญ้าจะชวนให้เหงาสักเท่าใด ก็ไม่มีผลใดเลยกับความรักแสนโรแมนติกที่สองนักแสดงคู่ขวัญได้มอบให้แก่กันและกัน

Related Stories

The Inspirations

THE STYLE EVOLUTION OF JOHNNY DEPP

จอห์นนี่ เดปป์ กับการเดินทางของสไตล์ และบทบาทการแสดงที่หลากหลาย

Read

The Inspirations

SERGE GAINSBOURG AND HIS FRENCH INSOUCIANCE

นักแต่งเพลง นักร้อง ผู้กำกับ กวี นักเสียดสีสังคม นักแสดง และหนึ่งในสไตล์ไอคอนแห่งยุค '60s

Read

Through the Lens

THROUGH THE LENS OF FAN HO: 1950s-1960s HONG KONG

รำลึกความหลังบรรยากาศฮ่องกงในอดีต ผ่านผลงานของ “แฟน โฮ” ช่างภาพในตำนาน

Read

0Shares
preloader