In Good Company

Nirvana BEYOND: ตามพิสูจน์ว่า “บ้าน” แบบไหน เหมาะกับการก้าวข้ามมาเป็นผู้ใหญ่แบบเต็มตัว

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul & Areeda Viyavong, Photographer, W. MINISTRY

In Good Company

Nirvana BEYOND: ตามพิสูจน์ว่า “บ้าน” แบบไหน เหมาะกับการก้าวข้ามมาเป็นผู้ใหญ่แบบเต็มตัว

30 October 2020

ถึงเวลาใช้ความสุขกับครอบครัวให้ฟุ่มเฟือย

 

เมื่อพูดถึง “ผู้ชายวัย 30” นึกถึงอะไร? หน้าที่การงานที่มั่นคง ทรัพย์สินที่กำลังจะมั่งคั่ง ครอบครัวที่แสนอบอุ่น โมเม้นต์ที่คุณได้พักผ่อนในวันสบายๆ คำตอบก็คือใช่ แต่จะมีความหมายอะไรถ้าเราไม่ตกผลึกถึงคำว่า “ผู้ชายที่ดี” 

ยอมรับว่าผมเองในวัยใกล้ 30 ที่กำลังนั่งเขียนบทความท่ามกลางเสียงนกเสียงแมลง ณ บ้านชานเมืองที่อยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เยาว์วัย ยังไม่ได้เข้าใกล้ “ผู้ชายวัย 30 ในอุดมคติ” เลยเสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติกับตัวเองทุกๆ ครั้งที่นึกขึ้นได้ คือการตั้งคำถามอยู่บ่อยๆ ครั้งว่า “เมื่อเรารับไม้ที่ส่งต่อมาจากพ่อและแม่ที่ท่านเคยดูแลเรามาเป็นอย่างดี คราวนี้ก็คงถึงตาเราที่ต้องดูแลพวกเขา และครอบครัวใหม่ของเราให้ดีได้อย่างไร?” 

พูดไปก็เหมือนว่าผมกำลังดูถูกตัวเองว่าคงจะเป็นผู้ชายวัยผู้ใหญ่ยังไม่ได้เต็มที่ แต่เมื่อมาลองสรตะดีๆ สัก 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ การมองออกไปข้างหน้าและมองกลับมาในฐานะของคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนหลายๆ วัย มันเป็นอะไรที่ช่างท้าทายกับผู้ชายวัยใกล้ 30 นี้เป็นอย่างมาก เพราะการเป็นตัวของตัวเอง ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ สุดๆ ในทุกด้านอาจจะทำไม่ได้จริงเหมือนใน tagline โฆษณาได้เคยว่าเอาไว้ เพราะสุดท้ายแล้วการก้าวข้ามมาเป็นผู้ใหญ่มีสิ่งหนึ่งท่ีเราต้องจำให้ขึ้นใจ คือการยังเป็นตัวของตัวเองได้แต่ต้องไม่ทำให้ใครเดือนร้อน

 

 

ผมยังเชื่ออยู่เสมอว่าครอบครัวคือ “วิศวกรของสังคม” ผมถูกพร่ำสอนมาว่าหากครอบครัวเราดี ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ก็เป็นคนที่มีคุณภาพไปครึ่งขาแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะหักห้ามใจไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีได้แค่ไหน แล้วฐานทัพของครอบครัวที่ดีคืออะไร คำตอบที่ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก ผมกล้าพูดตรงนี้ว่า “บ้าน” สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด และคำว่า “Home is where the heart belongs” ยังใช้ได้จริงอยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน 

จะเรียกว่าโชคเข้าข้าง หรือ กำลังเข้ามาทดสอบการจะก้าวมาเป็นผู้ใหญ่ และ ผู้ชายที่ดีในแบบที่คิดเอาไว้ก็ไม่แน่ แต่ผมเองในฐานนักเขียนของ W. MINISTRY ก็ได้รับโอกาสดีๆ จาก Developer ชั้นนำของเมืองไทยอย่าง Nirvana Development ที่เปิดใจให้ได้แสดงทัศนะคติต่างๆ นานา ที่คิดมาเป็นอย่างดีว่า นิยามความเป็นบ้านของเขา กับ บ้านในพจนานุกรมของเรามันตรงกันไหม

หลังจากที่ได้ไปคลุกคลีในบ้านหลังนี้เกือบจะทั้งวัน แต่ก่อนนั้นผมคิดว่าเมื่อพูดถึง “บ้าน” มันก็คือสัญลักษณ์ของความอบอุ่นที่ใครก็สัมผัสได้ แต่หากได้เจอโครงสร้างบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกดีๆ ที่สามารถเอื้อเฟื้อพื้นที่ให้ทุกคนในครอบครัวของเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น มันก็คงดีไม่น้อย 

 

 

เช้าวันหนึ่งของกลางเดือนตุลาคม ณ โครงการ Nirvana BEYOND ย่านกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ผมและทีมงานได้เริ่มเข้าไปปฏิบัติการในภารกิจครั้งนี้ เราจอดรถที่มีอยู่ 3 คันตรงโรงจอดรถของบ้านแบบ “LUXE” ซึ่งเป็นแบบที่ใหญ่ที่สุดของโครงการนี้ รถยนต์ SUV, Sedan และ Hatchback ของเราจอดเรียงกัน ผมเองลงมาจากรถ ถอยออกมาสัก 4-5 ก้าว มองเข้าไปอีกคราวก็เห็นว่า พื้นที่ตรงนี้แหละคือจุดยุทธศาสตร์ที่ดีของบ้าน เพราะการอยู่ด้วยกันหลายๆ เจนเนอเรชั่นโรงจอดรถที่มีพื้นที่ขนาดนี้คือสิ่งสำคัญก่อนจะเปิดประตูไปเจออะไรดีๆ อีกมากมาย

 

 

เมื่อก้าวเข้ามาหลังจากประตูบานใหญ่ ผมมองไปที่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ว่ากันว่าบนโต๊ะอาหาร คือไฮไลท์โมเม้นต์ของการใช้เวลาระหว่างกันของคนในครอบครัว ในหัวผมนึกถึงตอนที่ยังเด็กๆ มีเรื่องสนุก เศร้า ไม่สบายใจ ยินดีปรีดา ผมจะเปิดบทสนทนาบนโต๊ะอาหารกับคนในบ้าน แล้วถ้าความรู้สึกแบบนี้มันกลับมาตอนที่เราพอจะมีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้เวลากับคนที่รัก มันก็คงจะดีไม่น้อย เพราะบ้านหลังนี้มีครัวแยกเป็น 2 จุด เชื่อไหมครับว่ามันเหมือนกับการ “เอาใจ” คนในบ้านได้อย่างลงตัวเพราะอะไร? วันหนึ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ และเจ้าตัวน้อย อยากทานอาหารฝรั่งรสดี แต่เราเองกับมีอารมณ์อยากทานอะไรจัดจ้าน งานนี้ก็ไม่ต้องแย่งกันให้เสียเวลา เพราะเรามาโฟกัสที่ความอร่อยบนโต๊ะอาหารกันดีกว่าเป็นไหนๆ 

 

 

ผมเดินเข้าไปยังห้องนอนที่อยู่มุมบ้าน ตามด้วยการขึ้นไปสำรวจห้องอื่นๆ ที่อยู่ชั้นบน ระหว่างนั้นก็คิดได้ว่า คำนิยามที่ว่า “การพักผ่อน” ของคนในแต่ละช่วงวัยไม่เหมือนกัน ลองนึกถึงตอนที่เรายังเป็นเด็กๆ กลับบ้านมาวิ่งจู๊ดขึ้นบันไดไปอยู่ชั้นสองแบบสบายๆ แต่ถ้าบ้านที่เราจะต้องมีคุณพ่อ คุณแม่อยู่ด้วยแล้วนั้น การมีห้องนอนที่อยู่ชั้นล่างเป็นสิ่งที่พวกเขาต่างมองหา 

ระหว่างที่ผมเดินไปเดินมาในบ้านหลังนี้ แล้วนึกถึงความทรงจำในอดีตที่มีกับครอบครัวที่พร้อมหน้า ผมเคยได้ยินคุณพ่อกับคุณแม่พูดว่า ถ้าพวกเขาแก่ตัวไปอาจจะต้องปรับปรุงให้ห้องเอนกประสงค์ด้านล่าง กลายเป็นที่หลับที่นอนที่เข้าออกขึ้นลงไม่ลำบาก และมันหมายถึงความปลอดภัยกับพวกเขาได้ 

ผมแอบเอะใจความกว้างของประตูห้องน้ำบานเบ้อเริ่มเทิ่มในห้องนี้ สืบทราบมาอีกทีก็รู้ว่ามันถูกออกแบบให้ผู้ใหญ่ได้เดินเข้าออกได้สะดวกสบาย แถมยังทำพิเศษสำหรับการใช้รถวีลแชร์ยามเจ็บไข้ได้อีกด้วยซ้ำ 

 

 

และด้วยความที่บ้านหลังนี้มีถึง 3 ชั้น ผมเดินขึ้นเดินลงในวันนั้นไม่ต่ำกว่า 20 รอบ เพื่อตรวจสอบและทำความรู้จักให้แน่ใจว่า ห้องต่างๆ ที่เขาให้มามันเหมาะกับคนในครอบครัวทุกวัย อยู่ได้ทุกช่วงเวลาจริงๆ อย่างห้องนอน 2 ห้องด้านบน ไม่ต้องบอกผมก็พอรู้เลยว่า มันคือห้องของลูกๆ ที่ประดับประดาเอาไว้แบบน่าถูกใจเด็ก แต่เมื่อโตมาไม่ใช่ตัวเล็กๆ พวกเขาก็สามารถตกแต่งเอาใหม่ได้ตามใจชอบ 

 

 

 

ขอย้อนกลับมาพูดถึงตอนที่ผมได้เดินขึ้นมาบนชั้นสองของบ้านบ้าง บริเวณนี้เป็นที่ที่รวมระหว่างห้องนั่งเล่น ห้องนอนใหญ่หรือที่ใครเรียกกันว่า Master Bedroom ความโอ่อ่า กว้างขวางสำหรับคู่รักคงจะไม่ต้องพูดถึง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คิดอะไรขึ้นได้คือการที่มี Walk-In Closet สำหรับผู้หญิงแล้วอาจจะเป็นเหมือนอีกโลกใบหนึ่งที่พวกเธอสามารถหลงไปกับเสื้อผ้า รองเท้า หรืออุปกรณ์มากมายได้เป็นวันๆ แต่สำหรับผู้ชายแล้ว มันคงเป็นเหมือนการได้อวด ได้โชว์ความเป็นระเบียบเรียบร้อย จะเรียกว่าเป็นผู้ชายที่ไม่ได้อ่อนข้อให้เรื่องจิ๊บจ้อยอย่างตู้เสื้อผ้าก็ว่าได้ เพราะแต่ละครั้งที่ยืนอยู่ข้างหน้าตู้เสื้อผ้าขนาดมหึมานี้ มันเหมือนกับการได้มีการวางแผนชีวิตขนาดเล็กๆ ก่อนออกจากบ้านในทุกวัน

 

 

จริงอยู่ว่าห้องน้ำในบ้านหลังนี้มีอยู่หลายต่อหลายห้องด้วยกัน แต่ถ้ามองในเรื่องการใช้วัสดุนั้น มันตอบโจทย์การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันของคนหลายเจนเนอเรชั่นที่แท้จริง ผมลองเอามือไปสัมผัสพื้นผิวห้องน้ำทุกๆ ชั้น มันก็มีความแตกต่างกันจริงๆ เพราะในห้องน้ำชั้นแรกนี้ถูกดีไซน์ให้ผู้สูงอายุใช้โดยเฉพาะ เป็นวัสดุที่กันลื่นได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็ไม่ใช่ว่าในชั้นต่อๆ ไปจะไม่มีการรักษาความปลอดภัยนี้ เพราะผมรู้สึกว่า Nirvana BEYOND ทำการบ้านมาดีสมกับคำว่า BEYOND Generation ที่เขาว่ากันจริงๆ

 

 

นอกจากโต๊ะทานอาหารแล้ว ก็มีห้องนั่งเล่นนี่แหละ ที่ผมรู้สึกว่ามันจะเป็นแหล่งรวมตัว รวมใบหน้าของคนในครอบครัวได้ดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะใคร รุ่นไหน จะทำกิจกรรมอะไร ห้องนั่งเล่นที่ออกแบบเอาไว้สำหรับทุกคนมันก็คงจะยินดีรับใช้คนในบ้านได้อย่างมีความสุข ขนาดบ้านที่ผมอยู่เองในตอนนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่โต แต่ไม่ว่าจะเหนื่อยล้ามาแค่ไหน การได้มานั่งรวมตัวกับคนในบ้านแบบรู้ใจ ก็เป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดแล้ว

 

 

ตัวผมเองแม้ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ (ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะถูกเด็กๆ รุ่นน้องบอกเอาไว้ว่าพี่น่ะแก่แล้ว) แต่ถ้าพูดถึงอารมณ์ที่อยากจะแฮงก์เอ้าท์กับเพื่อนฝูงแบบจริงใจ ก็คงจะไม่ได้มีความโฉ่งฉ่างมาก เพราะอยากให้คุณพ่อคุณแม่มา “แจม” กันได้ในบางครั้ง เพราะแบบนี้บริเวณที่ผมเดินออกมานอกระเบียงบ้าน มันเลยทำให้นึกถึงภาพการปาร์ตี้แบบอบอุ่นๆ ในทุกวันอาทิตย์ แบบที่ผมคิดเอาไว้ตลอดมา 

สุดท้ายนี้ผมบอกได้เลยว่า แม้การซื้อบ้านซักหลังจะดูเป็นการลงทุนเยอะ แต่หากคิดดีๆ แล้วมันคือความคุ้มค่า เพราะการได้เริ่มมองเห็น ได้ศึกษา ได้พิจารณาสิ่งที่พอจะทำให้ชีวิตคนๆ หนึ่งได้ทำสิ่งที่มีคุณค่ากับตัวเองและคนที่เรารัก แค่นี้ก็เป็นบันไดขั้นสำคัญที่ทำให้เรารู้แล้วล่ะว่า ความหมายของชีวิตในแบบที่เราควรจะเป็นมันคืออะไร 

 

ถ้าหากอ่านบทความนี้แล้วยังรู้สึกว่าที่ผมเล่ามายังไม่เต็มอิ่มพอ สามารถไปพิสูจน์ด้วยตัวเองได้ที่

Nirvana BEYOND Rama 9 – Krungthepkeetha 

รับรองว่าจะต้องได้แง่มุมอะไรกลับมาไม่มากก็น้อย

 

 

Related Stories

Horology

BLANCPAIN FIFTY FATHOMS: “จับเรือนจริงชนสไตล์” นาฬิกาดำน้ำพลิกประวัติศาสตร์ ที่เหล่านักสะสมต่างตามหา

จุดเริ่มต้นของนาฬิกาดำน้ำแบบร่วมสมัยรุ่นแรกของโลก ที่กำหนดนิยามของเครื่องบอกเวลาใต้น้ำจวบจนปัจจุบัน

Read

Silver Screens

MENSWEAR DOCUMENTARIES: 5 สารคดีเมนส์แวร์ที่ผู้ชายรักการแต่งตัวต้องดู

เรื่องจริงแห่งโลกเมนส์แวร์ ที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้คุณอยากลุกขึ้นไปแต่งตัว

Read

Arts

WINDOW GRILLS IN BANGKOK: “เหล็กดัด” ลวดลายและลีลา จากตึกแถวในวันวานสู่บ้านเรือนร่วมสมัย

สัญลักษณ์สะท้อนภูมิปัญญา วัฒนธรรม และความเชื่อ ที่สร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัยให้ผู้คนมาช้านาน

Read

0Shares
preloader