Arts

MID-CENTURY MODERN: ตกแต่งภายในสไตล์ ”กลางศตวรรษ” กับวิธีประยุกต์ใช้ในบ้านเมืองร้อน

บทความโดย Tanet Chantaket, Contributing Editor, W. MINISTRY

Arts

MID-CENTURY MODERN: ตกแต่งภายในสไตล์ ”กลางศตวรรษ” กับวิธีประยุกต์ใช้ในบ้านเมืองร้อน

15 November 2020

แต่งบ้านให้สวยย้อนยุค หรือจะแต่งให้ดูคลาสสิคร่วมสมัย กับสไตล์ที่ครั้งหนึ่งพลิกกระแสนิยมและมีอิทธิพลต่องานดีไซน์ร่วมสมัยจวบจนปัจจุบัน

 

ถ้าจะพูดถึงสไตล์ที่โดดเด่นและมีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์การออกแบบแล้ว Mid-Century Modern คือหนึ่งในสไตล์ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวคิด และนิยามภาพลักษณ์ความสวยงาม จากเดิมที่นิยามความสวยถูกสะท้อนผ่านความวิจิตรของผลงาน และความล้ำค่าของวัสดุ ดังที่เห็นได้ในสไตล์วิคตอเรียน อาร์ตเดโค และอาร์ตนูโว ซึ่งความสวยงามนี้มีเพียงเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงที่สามารถหามาครอบครอง และถือเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะทางสังคมอีกด้วย

 

ตัวอย่างสไตล์การตกแต่งภายในของสำนักงานในทศวรรษ 1960’s (ภาพจากซีรีย์ Mad Men)

 

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ยุโรปได้เข้าสู่ยุคที่เปลี่ยนแปลงความคิดไปสู่สังคมประชาธิปไตย นิยามของความสวยงามและสิ่งบ่งบอกสถานะทางสังคมจึงได้เปลี่ยนไป ส่งผลให้มีแนวคิดการออกแบบใหม่ที่ต้องตอบสนองความต้องการของคนหมู่มาก การออกแบบจึงมุ่งเน้นความสวยงามที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดี และทุกคนต้องสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยมีเหล่าดีไซเนอร์ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียเป็นผู้บุกเบิกการออกแบบในช่วงทศวรรษ 1940’s ยุคช่วงหลังสงครามนี้เองที่เศรษฐกิจและสังคมทางฝั่งสหรัฐอเมริกาก็ได้เริ่มกลับมาฟื้นตัว ธุรกิจต่างๆ มีการเติบโตขยายตัว มีการจ้างงานที่มั่นคง ทำให้กลุ่มคนทำงานหรือคนชั้นล่างมีกำลังซื้อมากขึ้น เริ่มมองหาความสุขให้กับตนเองและครอบครัว บ้านอยู่อาศัยถือเป็นความฝันของชาวอเมริกัน และพวกเขาก็ต้องการบ้านที่ทันสมัย สวยงาม และสะดวกสบาย

 

ซ้าย: Hans J. Wegner กับผลงานเก้าอี้ของเขา (ภาพโดย Poul Petersen/Scanpix 2017), ขวา: เก้าอี้ CH24 หรือเก้าอี้ Wishbone (ภาพจาก Carl Hansen & Søn)

 

ในขณะนั้น Frederik Lunning ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียในนครนิวยอร์กได้ก่อตั้งรางวัล Lunning Prize ขึ้นในปี ค.ศ. 1951 เพื่อมอบให้กับนักออกแบบดาวรุ่งหน้าใหม่จากสแกนดิเนเวียที่มีผลงานยอดเยี่ยม และผลงานผู้ชนะถูกมาจัดแสดงที่โชว์รูมในนครนิวยอร์ก รางวัลนี้ถือเป็นการปลุกให้ชาวอเมริกันตื่นตัว เข้าใจ และซาบซึ้งถึงความสวยงามของงานออกแบบที่ทันสมัย นักออกแบบที่ได้รับรางวัลในปีแรกคือ Hans J. Wegner กับผลงาน CH24 Chair หรือ Wishbone Chair ที่เราคุ้นตากันในปัจจุบัน และผลงานของนักออกแบบอีกหลายคนที่ได้รับรางวัลนี้ ก็ขึ้นแท่นผลงานคลาสสิคในตำนานมาจนถึงปัจจุบัน การก่อตั้งรางวัลนี้ถือเป็นการเปิดฉากของสไตล์ Mid-Century Modern ในสหรัฐอเมริกา 

 

ซ้าย: นิตยสาร House Beautiful ฉบับเดือนพฤศจิกายน 1953 (ภาพจาก Wolfgang’s), ขวา: นิทรรศการ “Design in Scandinavia” จัดแสดงที่ The Brooklyn Museum ในปี 1954 (ภาพจาก Brooklyn Museum Archives)

 

การที่สไตล์นี้เติบโตและโด่งดังเป็นกระแสนิยมในสหรัฐอเมริกาได้นั้น มีผู้อยู่เบื้องหลังที่สำคัญอีกหนึ่งคน นั่นคือ Elizabeth Gordon บรรณาธิการนิตยสาร House Beautiful ผู้มีอิทธิพลต่อแนวคิดมุมมองด้านการออกแบบและตกแต่งบ้านของชาวอเมริกัน ถ้าเป็นสมัยนี้เธอคงเปรียบเสมือนอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่ผู้รู้จริงไม่อิงสปอนเซอร์ เธอได้เห็นถึงความโดดเด่นของดีไซน์จากสแกนดิเนเวีย จึงจัดให้มีนิทรรศการเคลื่อนที่ภายใต้ชื่อ “Design in Scandinavia” โดยจัดแสดงทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นเวลายาวนานถึง 3 ปี เรียกได้ว่าเป็นการจุดชนวนกำเนิดของสไตล์ Mid-Century Modern ทั้งในการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ในบ้านต่างๆ ที่ตอบโจทย์ของการทำให้บ้านดูเรียบง่าย โปร่งตา สดชื่นสบายตา อบอุ่นเป็นกันเอง และที่สำคัญคืออยู่อย่างสุขสบาย อันเป็นภาพของบ้านความฝันของชาวอเมริกันในยุคนั้น

 

ภาพจาก Pinterest

 

สไตล์ Mid-Century Modern ได้รับความนิยมเรื่อยมาจนในช่วงทศวรรษ 1970’s-1980’s มีสไตล์ร่วมสมัยอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น สไตล์ฮิปปี้โบฮีเมียนที่สนุกสนาน สไตล์ดิสโก้ที่สวยระยิบระยับตระการตา สไตล์มินิมอลลิสม์ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายสุดเนี้ยบเรียบเป๊ะของการตัดทอน หรือสไตล์ อิเคล็คติก (Eclectic) ฉีกทุกกฎกติกาด้วยการผสมผสานหลากสไตล์เข้าด้วยกัน

 

ภาพจาก Pinterest

 

จนกระทั่งช่วงปลายทศวรรษ 1990’s สไตล์ Mid-Century Modern ได้หวนกลับมาอีกครั้ง และอยู่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังทำให้มีการพัฒนาภาษาการออกแบบของสไตล์นี้ขึ้นใหม่อีกด้วย ต่อยอดให้กลิ่นอายของสไตล์จากยุค 1950’s นี้อยู่ร่วมสมัยไปได้อีกยาวนาน

 

ความขลังแบบคลาสสิค VS มิติใหม่ของความขลัง

 

ซ้าย: ภาพโดย Eric Laignel, ขวา: ภาพจาก curatedinterior

 

สำหรับใครสนใจสไตล์การตกแต่งนี้ อาจต้องดูว่าจะเลือกตกแต่งในทิศทางไหน เพราะการกลับมาของสไตล์ Mid-Century Modern มีมาถึงสองรูปแบบ รูปแบบแรกคือการตกแต่งในสไตล์ Mid-Century Modern แบบต้นฉบับจากอดีต รูปแบบที่สองคือสไตล์ที่ผ่านการปรับลุคให้ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น โดยสร้างสรรค์ลุคใหม่ที่อ้างอิงเอกลักษณ์และกลิ่นอายของสไตล์ต้นฉบับ ซึ่งเรียกรูปแบบใหม่นี้ว่า Mid-Century Modern Revival เรามาดูกันว่าถ้าจะแต่งบ้านทั้งสองรูปแบบนี้ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง

 

ผนังและพื้น พื้นฐานของความสวยงาม

 

ซ้าย: ภาพโดย Studio Lowsheen, ขวา: ภาพจาก Pinterest

 

สไตล์ Mid-Century Modern แบบดั้งเดิมนั้นมักใช้พรมปูทั่วทั้งห้อง ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมของบ้านเรา แต่อย่าเพิ่งถอดใจเพราะยังมีตัวเลือกในการใช้พื้นหินธรรมชาติ ชนิดของหินที่นิยมใช้ได้แก่ หินทราโวทีนสีครีมสว่างตา หรือหินชนวนสีดำอมเขียวมาดเข้ม ปัจจุบันมีกระเบื้องลายหินธรรมชาติที่สวยดุจหินจริง และดูแลรักษาง่าย เป็นทางเลือกที่เหมาะสม และสะดวกแก่การตกแต่งในบ้านเรา สำหรับผนังใช้การทาสีเข้ม หรือผนังกรุไม้ ซึ่งอาจดูมืดทึม แต่เราต้องเข้าใจว่าสไตล์ Mid-Century Modern ในยุคนั้นคือการออกแบบบ้านและการตกแต่งภายในควบคู่กัน ดังนั้นรายละเอียดของการตกแต่งภายในจึงสอดคล้องกับสถาปัตยกรรม บ้านยุคนั้นมีผนังกระจกขนาดใหญ่ เน้นความโปร่งและสร้างความสว่างไสวให้ภายในบ้าน ขณะเดียวกันก็เปิดมุมมองกว้างสู่ธรรมชาติภายนอก หากคุณคิดจะตกแต่งสไตล์ Mid-Century Modern แบบดั้งเดิมแล้ว ควรดูความเหมาะสมของตัวบ้าน ซึ่งอาจต้องปรับเปลี่ยนผนังหรือหน้าต่างเพื่อความโปร่งโล่ง

 

ภาพจาก HMHAI

 

สำหรับสไตล์ Mid-Century Modern Revival ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั้น เป็นการตกแต่งที่ปรับให้ใช้ได้กับบ้านทุกรูปแบบ นิยมใช้พื้นไม้ธรรมชาติ หรืออาจเลือกใช้กระเบื้องลายไม้อย่างดีมีผิวสัมผัส สีสันและลวดลายสวยงามดุจไม้จริง ขณะที่ผนังใช้สีขาวที่ช่วยสร้างความสว่างไสวและโปร่งตา เป็นเสมือนฉากหลังให้กับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสีสดใสในสไตล์ Mid-Century Modern Revival

 

เฟอร์นิเจอร์คือพระเอก

 

ภาพจาก Pinterest

 

เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ในบ้าน เช่น โคมไฟ แจกัน หรือแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือเป็นงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์สำคัญบ่งบอกสไตล์ Mid-Century Modern จุดเด่นที่เห็นชัดคือเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงเรียบง่าย มีองค์ประกอบและเส้นสายบางตา ความสวยงามมาจากสัดส่วนและจังหวะที่ลงตัวในการออกแบบ วัสดุที่ใช้มีความหลากหลาย ทั้งไม้ธรรมชาติ และวัสดุสังเคราะห์อย่าง พลาสติก โลหะ หรือไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สามารถผลิตขึ้นได้จำนวนมากและมีราคาต่ำ เพื่อให้ผู้คนทั่วไปสามารถซื้อหาได้ อันเป็นแนวคิดที่ก่อกำเนิดของสไตล์ Mid-Century Modern นั่นเอง

ยุค Mid-Century Modern มีผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นจนเป็นดีไซน์คลาสสิคโดยนักออกแบบชั้นนำของยุคนั้น อย่างเช่น ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก Arne Jacobsen กับผลงานเก้าอี้ Ant ที่ออกแบบสำหรับใช้ในร้านอาหารที่ต้องการเก้าอี้ราคาไม่สูง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย แต่ดูสวยสะดุดตา  ดีไซเนอร์ชาวฟินแลนด์ Eero Saarinen ที่ต้องการลดเส้นสายอันวุ่นวายของขาเก้าอี้และขาโต๊ะรับประทานอาหาร โดยออกแบบเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น Tulip ที่มีขาเดียวรูปทรงโค้งมนสร้างความลื่นไหลทางสายตาให้กับการตกแต่ง และเป็นเก้าอี้ขาเดียวตัวแรกในประวัติศาสตร์เฟอร์นิเจอร์ หรือคู่นักออกแบบชาวอเมริกัน Charles Eames และภรรยา Ray Eames ที่มีผลงานเด่นเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์ Mid-Century Modern หลายชิ้น เช่น เก้าอี้และอาร์มแชร์พลาสติกหล่อขาโลหะ (Eames Molded Plastic Chair) เป็นนวัตกรรมเก้าอี้ตัวแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลิตขึ้นแบบ mass-production มีการออกแบบโครงขาหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นโลหะล้วน โลหะผสมไม้ หรือแม้แต่โครงขาแบบเก้าอี้โยก

 

เบื้องต้นของการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์

 

การใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งควรมีรูปแบบตรงยุคตรงสมัย ทางเลือกแรกคือการใช้เฟอร์นิเจอร์วินเทจที่รับประกันความคลาสสิคแต่แน่นอนว่าหายาก และมีราคาสูง หากงบประมาณพอเพียงก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่นับวันยิ่งเพิ่มมูลค่าทั้งด้านราคา คุณค่าทางประวิติศาสตร์ และความภาคภูมิใจ

 

ภาพจาก Knoll

 

ทางเลือกที่สองคือการใช้เฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากยุโรปและอเมริกาที่ได้ลิขสิทธิ์ในการผลิต เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มีคุณภาพสูง และคงวิธีผลิตเช่นเดียวกับตัวต้นฉบับ แม้ว่าจะมีราคาสูงแต่เป็นสินค้าใหม่ที่ทนทานใช้งานได้ยาวนานกว่าของวินเทจ เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้สามารถหามือสองได้ไม่ยากในบ้านเรา และมีราคาที่จับต้องได้

สำหรับทางเลือกสุดท้ายของคนที่ต้องการสไตล์ Mid-Century Modern แบบดั้งเดิม แต่อาจกำลังลังเลอยากลองตกแต่งสไตล์ดูก่อน หรือเพิ่งเริ่มต้นตกแต่งบ้าน และยังไม่อยากลงทุนสูงในช่วงแรก ลองมองหาเฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์เอเชียหรือแบรนด์ในบ้านเราที่หยิบยืมเอกลักษณ์จากเฟอร์นิเจอร์สไตล์ดั้งเดิมมาใช้ก็สร้างภาพลักษณ์สไตล์ Mid-Century Modern ในการตกแต่งได้เช่นกัน

 

ซ้าย: Unson Media Console โดย Joybird, ขวา: เก้าอี้รับประทานอาหาร และเลานจ์แชร์ของ Moooi ออกแบบโดย Marcel Wanders Studio

 

สำหรับใครที่สนใจการตกแต่งในสไตล์ Mid-Century Modern Revival ที่ดูร่วมสมัย นอกจากมีทางเลือกทั้งสามที่กล่าวมาแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ จากดีไซเนอร์ร่วมสมัยที่ออกแบบให้แบรนด์ดังฝั่งยุโรป และอเมริกา หรือมีแบรนด์ดังของตัวเอง รวมถึงผลงานออกแบบของดีไซเนอร์ไทย ที่ล้วนสร้างสรรค์ผลงานแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ Mid-Century Modern ที่ดูโฉบเฉียบทันสมัยยิ่งขึ้น กรณีเลือกใช้สินค้าผลงานดีไซเนอร์ไทย เฟอร์นิเจอร์บางประเภท เช่น โซฟา หรือคอนโซล อาจสั่งทำให้มีขนาดลงตัวเหมาะสมกับพื้นที่ของคุณได้ด้วย

 

ความงามของสีสันและลวดลาย

 

ภาพจาก Pinterest

 

สีสันและลวดลายถือเป็นอีกเอกลักษณ์สำคัญของสไตล์ Mid-Century Modern โดยมีชุดสีเฉพาะตัวที่มีเฉดสีสดใสอย่าง สีเหลือง และสีส้ม เฉดสีสบายตา เช่น สีเขียวมะกอก สีน้ำเงิน และเฉดสีธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาล และสีครีม เป็นต้น ชุดสีนี้ใช้โทนสีเป็นแบบเอิร์ธโทนที่ดูนุ่มนวลสบายตา สร้างบรรยากาศให้ดูสงบนิ่งและผ่อนคลาย ชุดสีเอิร์ธโทนเหล่านี้ยังถูกนำมาสร้างลวดลายกราฟิกเชิงเรขาคณิตเสริมให้การตกแต่งดูสนุกสนานน่าสนใจ อันได้แก่ของตกแต่งประเภทพรมชิ้น ผ้าม่าน ลวดลายของผนังตกแต่ง และรวมถึงภาพศิลปะแนวกราฟิก เป็นเสมือนฉากหลังที่มีลวดลายที่เสริมความสวยงามแบบเรียบง่ายของเฟอร์นิเจอร์ในห้อง

 

ภาพโดย Chris Nguyen

 

สำหรับสไตล์ Mid-Century Modern Revival นั้นก็ยังใช้ชุดสีเดิม แต่จะมีการใช้เฉดสีที่ดูสดใส หรือสวยหวานมาเพิ่มเติม ซึ่งช่วยให้การตกแต่งดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น เมื่อชุดสีเหล่านี้อยู่ท่ามกลางห้องสีขาวแล้ว ทำให้บรรยากาศในห้องมีความโดดเด่นตื่นตาตื่นใจมากขึ้น

 

ภาพโดย Matthew Williams

 

ไม่ว่าจะเป็นสีเอิร์ธโทนหรือสีสดสไตล์ป๊อป ชุดสีทั้งสองนี้ก็ดูลงตัวกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์สีไม้ และไม้ธรรมชาติของส่วนประกอบต่างๆ ภายในห้อง แต่ควรระวังการใช้สีสันหลากหลายเกินไป กฎง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณใช้สีได้อย่างปลอดภัยในสไตล์ Mid-Century Modern ทั้งสองแบบคือ ใช้สีหลักเพียง 2 สี ในการสร้างภาพรวมของห้อง เช่น พรม ม่าน และโซฟา ซึ่งเป็นของชิ้นใหญ่ในห้อง และแซมด้วยสีรองอีก 2 สีสำหรับของใช้ของตกแต่ง เช่น หมอนอิง แจกัน หรือโคมไฟตั้งโต๊ะ เป็นต้น

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกไปในสไตล์ Mid-Century Modern แบบต้นฉบับสุดคลาสสิค หรือสไตล์ Mid-Century Modern Revival ที่ดูโฉบเฉียวร่วมสมัย ทั้งสองสไตล์สะท้อนความสวยงามมีเอกลักษณ์ย้อนยุคในแบบฉบับของตัวเอง อาจเปรียบได้กับสไตล์การแต่งกายแนววินเทจที่เป๊ะตั้งแต่ปลายผมยันรองเท้า กับการแต่งกายสไตล์วินเทจร่วมสมัยที่มีลูกเล่นบ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคล

Related Stories

Arts

HOT SEATS PART 1: HANS J. WEGNER AND HIS ICONIC CHAIRS WE LOVE

จากช่างทำตู้ไม้ในเมืองเล็กๆ ของเดนมาร์ก สู่ตำนานนักออกแบบเก้าอี้ที่ทั้งโลกยอมรับ

Read

Extra Supplies

ERGONOMIC CHAIRS: 5 เก้าอี้ดีไซน์เนอร์ที่นั่งทำงานได้แบบไม่ทำร้ายสุขภาพหลัง

เจอกันตรงกลางระหว่างหลักสรีระศาสตร์และความ Stylish

Read

Arts

ICONIC HOME DESIGN IN FAMOUS FILMS

สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในยอดเยี่ยมจาก 5 หนังดัง

Read

0Shares
preloader