Silver Screens

MEDITERRANEAN CLOTHING IN OUR FAVORITE FILMS

บทความโดย Suwicha Sangkayoolakul, Contributing Editor, W.Ministry

Silver Screens

MEDITERRANEAN CLOTHING IN OUR FAVORITE FILMS

14 March 2019

ภาพยนตร์สามเรื่องที่เราชื่นชอบ
และคิดว่ามีตู้เสื้อผ้าที่มีสไตล์มากที่สุดในโลก

Spread the words

เมื่อราวปี 2017 ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง อย่าง Call Me by Your Name แน่นอนว่า ผู้เขียนชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของทั้ง Timothée Chalamat และ Armie Hammer การใช้ภาพ แสง สี ดนตรีประกอบและการเลือกโลเคชั่นที่แสนจะดีงาม ฉากอารมณ์ระหว่างตัวละครต่างๆ นับรวมไปถึงฉาก “ลูกพีช” ที่ยังคงตราตรึงใจหลายๆ ท่าน ผู้เขียนติดตาม Call Me by Your Name ในรูปแบบของภาพยนตร์ก่อน จากนั้นจึงได้ลองในรูปแบบของหนังสือ เรียกได้ว่าทั้งสองแบบสร้างความประทับใจให้ผู้เขียนได้อย่างดีเยี่ยมเสมอๆ กัน แต่สิ่งที่ตัวผู้เขียนเอง ในฐานะผู้หลงรักในเรื่องของเสื้อผ้าและการแต่งกาย การเลือกชุด (คอสตูมของตัวละครในภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทำได้ดีเกินคาดสามารถกล่าวได้ว่า เป็นหนึ่งในภาพยนตร์อีกเรื่องที่มีทีมคอสตูมที่ยอดเยี่ยมที่สุด และหลังจากที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้หลายต่อหลายครั้ง ผู้เขียนรู้สึก “คิดถึง” ภาพยนตร์อีกสองเรื่อง ที่มีคอสตูมของตัวละครในเรื่องคลับคล้ายคลับคลากันกับ Call Me by Your Name เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงสไตล์การแต่งตัวของคอสตูมดังกล่าว จากภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องกัน   

เริ่มต้นจาก Call Me by Your Name ที่กล่าวเกริ่นไปแล้วเล็กน้อยเสียก่อน ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Luca Guadagnino และยังได้ผู้กำกับภาพชาวไทยอย่าง สยมภู มุกดีพร้อม มาร่วมรังสรรค์เรื่องราวที่แสนโรแมนติกในช่วงที่อากาศร้อนจัดพอๆ กับอารมณ์รักของตัวละครทั้งสองคือ Elio และ Oliver ฉากและสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ย้อนกลับไปในฤดูร้อนช่วงปี 80 ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี การเลือกคอสตูมที่เหมาะสมกับตัวละครและยุคสมัย จึงถือเป็นงานที่ท้าทายยิ่งสำหรับทีมคอสตูม ภาพยนตร์อีกสองเรื่องที่มีมาก่อน Call Me by Your Name คือเรื่อง Plein Soleil (หรือ Purpel Noon) (1960) ที่มีผู้กำกับฝรั่งเศสนามว่า René Clément และมีสุดยอดดาราชายในยุคนั้นอย่าง Alain Delon มานำแสดง (ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องแรกของเขาอีกด้วยเนื้อเรื่องถูกดึงมาจากนวนิยายเรื่อง The Talented Mr. Ripley (1955) โดยนักเขียนชาวอเมริกัน Patricia Highsmith หลังจากนั้นอีก 40 ปี Purple Noon และนวนิยาย The Talented Mr. Ripley ก็ถูกนำมาดัดแปลงอีกครั้งหนึ่ง และสร้างเป็นภาพยนตร์ตามชื่อนิยายว่า The Talented Mr. Ripley (1999)  นำแสดงโดย Jude Law และ Matt Damon สำหรับ Purple Noon และ The Talented Mr. Ripley เนื่องจากดัดแปลงมาจากหนังสือเล่มเดียวกัน ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องจึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การเดินทางไปอิตาลีของ Tom Ripley เพื่อไปพาตัว Phillippe Greenleaf (หรือ Dickie Greenleaf ใน The Talented Mr. Ripley) ที่ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยที่อิตาลี ให้กลับมาอยู่กับครอบครัวเศรษฐีที่สหรัฐอเมริกาเหมือนเดิม แต่สุดท้ายกล่าวเป็นว่า Tom สวมรอยเป็นทายาทหนุ่มเสียอย่างนั้น
หลังจากเกริ่นนำถึงเรื่องราวของภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องแล้ว เราก็จะมาพูดถึงสิ่งที่เราชื่นชอบมากที่สุด คือการเลือกเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ ในภาพยนตร์ทั้งสามเรื่อง โดยจะแบ่งอภิปรายออกเป็นส่วนๆเริ่มจากการเลือกใช้สีสันที่สดใสในเสื้อผ้าก่อน ถึงแม้ว่าโลเคชั่นถ่ายทำของภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องจะแตกต่างกันวันเวลาก็แตกต่างกัน แต่ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่มีร่วมกันว่า เป็นฤดูร้อนและความเป็นอิตาเลี่ยน ผสมกับกลิ่นอายตัวละครอเมริกันอย่าง Oliver และ Tom Ripley ทำให้ตู้เสื้อผ้าของทั้งสามเรื่องออกมาเปี่ยมไปด้วยสีสันที่สดใสทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแดงสด เขียวสด ฟ้าคราม ทำให้ผู้ที่ชมภาพยนตร์อยู่รู้สึกผ่อนคลาย (ถึงแม้จะโดนกดดันด้วยฉากอารมณ์ของภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องอยู่ตลอดเวลาก็ตามอย่างในภาพด้านล่าง เราเห็น Elio สวมใส่เสื้อโปโลสีแดงสด เฉกเช่นเดียวกับสีแดงที่ตัวละครเพื่อนของ Dickie ใน The Talented Mr. Ripley และที่ Tom Ripley ใส่ใน Purple Noon ในส่วน Phillipe ก็มักสวมเสื้อสีน้ำเงินเข้ม ที่มีให้เห็นบนร่างของ Oliver จาก Call Me by Your Name มากมายหลายครั้งเช่นกัน
ด้วยความที่ Tom Ripley (จากภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องและ Oliver มีพื้นเพแน่ชัดจากสหรัฐอเมริกาด้วยกันทั้งคู่ทำให้พวกเขามักปรากฏกายอยู่ในเสื้อเชิ้ต Oxford สีฟ้า ที่เป็นไอเทมชิ้นพื้นฐานในการแต่งกายสไตล์ Ivy หรือPreppy และยังเป็นเสื้อผ้าพื้นฐานที่สุดที่สุภาพบุรุษทุกๆ ท่านพึงมีในตู้เสื้อผ้าอีกด้วย แต่ด้วยความที่ทีมคอสตูมมีโจทย์ของความเป็นอิตาเลี่ยนระบุแน่ชัดอยู่ในฉากและตัวละคร พวกเขาจึงต้องงัดวิธีการพับแขนเสื้อเชิ้ตเป็นลักษณะม้วนขึ้นอย่างที่ดูไม่ได้ตั้งใจพับ เพื่อให้อารมณ์ความรู้สึกแบบ “ช่างหัวมัน” ตามสไตล์อิตาเลี่ยน เฉกเช่นเดียวกับการที่เราพบเสื้อผ้าแขนสั้น ขาสั้น (โดยเฉพาะขาสั้นที่สั้นมากเป็นพิเศษสำหรับ Purple Noon และThe Talented Mr. Ripley ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะฉากที่ถ่ายทำคือทะเลเมดิเตอเรเนียน ส่วน Call Me by Your Name ตามหนังสือกล่าวไว้ว่า บ้านของ Elio อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี แต่ Elio และตัวละครอื่นๆ ก็มีการลงว่ายน้ำ ทั้งในสระว่ายน้ำของที่บ้าน และในทะเลสาบอยู่หลายครั้ง การใส่ขาสั้นเดินไปเดินมาจึงหาใช่เรื่องแปลก 
ผู้เขียนชอบสไตล์การแต่งตัวของภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องมากจริงๆ และคิดว่ามันเหมาะสมด้วย ที่จะนำการแต่งตัวในลักษณะดังกล่าว มาแต่งในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนชื้นของเราเป็นอย่างยิ่ง หวังว่าในบทความนี้ เราจะไม่ได้สปอย์เนื้อหาหลักๆ ของเรื่องให้ท่านผู้อ่านที่ยังไม่ได้รับชมภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องนี้มากนัก เพราะเชื่อเราเถอะว่า เราไม่ได้หลงรักแค่คอสตูมอันดีงามของเรื่อง แต่ทั้งความสามารถของนักแสดง บท โลเคชั่นถ่ายทำล้วนทำให้ภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

Related Stories

Out of Office

AN EDITOR’S JOURNAL: DESTINATION DETOX ON THE JAPANESE ISLAND OF KYUSHU

5 วันในภูมิภาคคิวชู จากเมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติสู่หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา

Read

Query & Advice

HOW TO CHOOSE A MOISTURIZER FOR GUYS WHO WORK OUT

ให้ความสำคัญกับก้าวแรกของสกินแคร์สำหรับผู้ชายที่ชอบออกกำลัง

Read

The Style Guide

A FEW TIPS ON SOCKLESS STYLE

เรียนรู้เเละปรับใช้จากเหล่าผู้บุกเบิกสไตล์ ไม่เว้นแม้แต่การใส่รองเท้าเพื่อเผยข้อเท้า

Read

0Shares
preloader