The Grooming Guide

LOCAL BARBERSHOPS: ยังจำความรู้สึกของการเดินเข้า “ร้านตัดผมแถวบ้าน” ครั้งแรกได้อยู่ไหม

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Illustrator, W. MINISTRY

The Grooming Guide

LOCAL BARBERSHOPS: ยังจำความรู้สึกของการเดินเข้า “ร้านตัดผมแถวบ้าน” ครั้งแรกได้อยู่ไหม

10 July 2020

บรรยากาศในร้านเก่าที่เราไม่เคยลืม

 

นี่ก็ร้านตัดผม “วินเทจ” นั่นก็ร้านตัดผม “สไตล์อเมริกัน” ขับรถผ่านไปอีกไม่กี่นาที อ้าว! ร้านตัดผม “สไตล์มินิมัล” อีกแล้ว หลังๆ มานี้ 3 ปี 5 ปีที่ผ่านมา ร้านตัดผมผู้ชายเกิดขึ้นมากมายอย่างกับดอกเห็ด มีทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่ในเมืองลามมายังชานกรุงแบบที่ผมอาศัยอยู่ แน่นอนว่าหากมองมุมของการแข่งขันทางการค้า เมื่อมีสินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึงการที่ผู้บริโภคมี “ทางเลือก” และ มีการแข่งขันเพื่อพัฒนาคุณภาพกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี 

เทรนด์การหลั่งไหลเข้ามาของสื่อตะวันตกก็ทำให้วัยรุ่นในบ้านเรา ลุกฮือขึ้นมาเปิดร้านตัดผม แห่กันไปร่ำเรียนวิชาบาร์เบอร์กันใหญ่ และไม่รอช้าที่จะเปิดร้านตัดผมสุดเท่ขึ้นมาแข่งขันเป็นสีสัน บ้างไปได้สวย บ้างไปได้เสีย ใครอ่อนแอ (เรื่องคุณภาพและสายป่านด้านการเงิน) กว่าก็แพ้ไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่เราจะต้องมานั่งพูดคุยกันที่ W. MINISTRY 

เรื่องมันมีอยู่ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาผมขับรถผ่านร้านตัดผมวัยรุ่นที่ว่าอีกครั้ง ก็พลันนึกถึง “ร้านตัดผมแถวบ้าน” ขึ้นมาทันใด เพราะนั่นไม่ใช่แค่ที่ที่ทำให้ความยาวของเส้นผมสั้นลง แต่มันเพิ่มความทรงจำให้ยาวขึ้นจนมาถึงตอนนี้ได้ และผมเชื่อว่า “ร้านตัดแต่งทรงผมท่านชาย” นั้นเรียกว่า “Die Hard” ยิ่งว่าบรูซ วิลลิส เพราะแม้พวก “ลุงๆ” เขาไม่ได้เฟี้ยวฟ้าว รังสรรค์ทรงผมสุดแนว หรือตกแต่งร้านสวยงามตามสไตล์ Pinterest แต่สิ่งที่ทำให้มันอยู่มาหลายทศววรษ คือความเก๋าจากฝีมือที่ฝึกปรือมาอย่างเฉียบคม 

ในบทความนี้เรามาย้อนเวลา เดินกลับไปหาร้านตัดผมแถวบ้าน สมัยที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำว่าเท่หน้าตาเป็นแบบไหนกัน

 


 

ไม่ว่าใครก็ต้องมีครั้งแรก

 

 

การเข้าร้านตัดผมแถวบ้านครั้งแรกเหมือนเป็นนรกอเวจีสำหรับเด็กอายุ 2-3 ขวบคนหนึ่ง เสียงปัตตาเลี่ยนที่ดูจะทำร้ายร่างกายเราได้ตลอดเวลา ทำให้ผมร้องไห้ออกมาเหมือนว่าจะมีคนมาคุกคามอะไรบางอย่าง ผมก็ไม่รู้หรอกว่าประโยคนี้ที่คุณแม่เล่ามันเป็นจริงไหม แต่ทุกครั้งที่พูดถึง เขาก็จะหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ผมแอบคิดในใจว่า “จริงหรอวะ เราขี้ขลาดขนาดนั้นเชียวเหรอ” แต่ก็คงจะจริง เพราะผมเองก็เคยเห็นภาพกีฬามันส์ๆ แบบนั้นอยู่บ่อยครั้งเมื่อโตขึ้น 

เอาเป็นว่าความทรงจำที่พอจะนึกได้ น่าจะเป็นตอนประมาณอายุ 4-5 ขวบ ที่คุณพ่อพาเข้าไปร้านตัดผมแถวบ้านครั้งแรก สิ่งที่ผมสนใจในตอนนั้นคงมีเพียงคุณลุงช่างตัดผมในชุดยูนิฟอร์มสีขาว หยอกล้อและถามคุณพ่อ (แน่นอนว่าไม่ได้ถามผม) ว่าเอาทรงอะไรดี เมื่อได้ข้อสรุป ผมก็ถูกอันเชิญไปนั่งบนเก้าอี้ตัดผมตัวใหญ่พร้อม “แผ่นกระดานไม้” เอามาวางพาดบนที่วางแขนทั้ง 2 ด้านเพื่อให้สูงขึ้น คุณลุงช่างตัดผมหยิบกระปุกอะไรบางอย่างที่มีขนๆ ด้านใน เทแป้งลงไป และเอามาทาตรงต้นคอ ผมจักกะจี้แทบแย่ แต่ก็ต้องนั่งต่อไปนิ่งๆ ด้วยคำสั่งของคุณพ่อ แล้วจากนั้นการตัดผมก็เริ่มขึ้น 

บอกตรงๆ ว่าในตอนนั้นผมจำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ทั้งทรงผมที่ได้รับ การพูดคุยของคุณลุงช่างตัดผม บรรยากาศพลุกพล่านที่มีลูกค้ามานั่งรอคิวตัดผมในวันสุดสัปดาห์ ผมจำอะไรไม่ได้เลย รู้แค่ว่าร้องไห้ออกมาเพราะไม่ชอบการตัดผมและอยากกลับบ้านไปดูการ์ตูน ไปเล่นของเล่นก็เท่านั้นเอง

 

ทรงกะลาครอบยอดฮิต

 

 

อย่าปฏิเสธเลยว่าคุณไม่เคยตัดผมทรงกะลาครอบกัน ผมรู้ว่ามันน่าขำที่ต้องยอมรับให้ได้ แต่ไม่ว่าใครก็เคยผ่านช่วงเวลานี้กันมาแล้วทุกคน โดยเฉพาะกับนักเรียนประถมที่เรียนโรงเรียนเอกชนและสามารถไว้ผมยาว (รองทรง) ได้ ผมเปิดอัลบั้มรูปกลับไปดูทีไร ก็เจอแต่ทรงนี้ตั้งแต่ ป.1 ยัน ป.6 และผมไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ว่าในสมัยนี้เด็กๆ ประถมยังตัดทรงกะลาครอบแบบนี้อยู่ไหม แต่เท่าที่เห็นได้ตามท้องถนน มันก็คงไม่ได้หนีกันไปมาก แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานเกินกว่า 20 ปีแล้วด้วยซ้ำ 

ในช่วงวัยนี้ ผมเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคุณลุงช่างตัดผมมากขึ้น อาจะเพราะเริ่มห่วงหล่อ เริ่มหันมาใส่ใจรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองมากขึ้น (ผมเคยอ่านบทความทางการแพทย์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กว่า จะมีการเริ่มสนใจรูปร่างภายนอกของตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเด็กอายุก้าวเข้ามาถึงอายุประมาณ 7 ปีเป็นต้นไป) นั่นแหละครับ ผมถึงบอกว่า บรรยากาศในร้านตัดผมแถวบ้านร้านเดิมมันเปลี่ยนไป ผมเริ่มมองผู้คนที่เขาตัดผมอยู่ คนที่เดินเข้ามา แคตาล็อกของทรงผมผู้ชาย เริ่มจดจำกลิ่นโคโลญ ครีมโกนหนวด และบทสนทนาของช่างตัดผมกับลูกค้าได้ รู้สึกถึงความเป็นคอมมูนิตี้ได้แล้วประมาณหนึ่ง 

ซึ่งความรู้สึกนี้หากเทียบกับร้านตัดผมในปัจจุบันที่เกิดขึ้นมากมาย ประสบการณ์ในการได้รับการ service อาจจะเหนือชั้น แต่ผมไม่สามารถหาบรรยากาศแบบเก่าๆ ได้แบบร้านตัดแต่งทรงผมชายแถวบ้าน ผมถือว่ามันเป็น good old days แบบหนึ่งเลยทีเดียว

 

รด. เด็กไทยผมเกรียน

 

 

ช่วงชีวิตที่เด็กผู้ชายไทย (ที่เรียน รด.) น่าจะสนิทสนมกับร้านตัดผมแถวบ้านที่สุดน่าจะเป็นช่วงนี้ (ประมาณ ม.4 – ม.6) เพราะผมเกรียนขาวสามด้านคือทรงที่ “ต้อง” ตัดตามคำสั่งของโรงเรียนรักษาดินแดนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะบอกว่าเดินเข้าร้านตัดผมทุกอาทิตย์ก็คงไม่ผิด เพราะเมื่อไหร่ที่ผมยาวโดนหูแล้วเป็นวันที่ต้องไปเรียน รด. พอดี เราจะได้ของฝากกลับมาบ้านเป็นทรงผมสุดพังก์ ยาวข้าง เกรียนข้าง ทำให้ใครๆ ก็ต้องระแวงว่าผมจะยาวไหมเป็นธรรมดา

บาร์เบอร์แถวบ้านนี่แหละ คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะตอบโจทย์ทั้งราคา ความสะดวก และรับประกันความถูกระเบียบ แม้ว่าตัดมาแต่ละทีก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะถูกใจ ผมเองรู้สึกเซ็งทุกครั้งที่ต้องเดินเข้าร้านตัดผมร้านเดิมที่เคยตัดตั้งแต่เด็กๆ ไม่ได้เพราะเบื่อหน้าคุณลุงหรือบรรยากาศร้านตัดผม แต่ไม่ชอบใจการถูกกรอบด้วยทรงผมหน้าตาประหลาด ซึ่งก็ทำอะไรไม่เคยได้ ได้แต่นึกในใจว่า “รอให้กูขึ้นมหาลัยเถอะ จะไว้ผมยาวให้ถึงหลังเลย” แต่ร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครทำได้ จากประสบการณ์ส่วนตัว

 

หล่อด่วน หล่อไว แม้ไม่ถูกใจวัยรุ่น

 

 

และแล้ววันแห่งความอิสระของเส้นผมเด็กผู้ชายอายุ 18 ปี ก็มาถึง ผมเหมือนถูกปลดปล่อยพันธนาการจากการ “หัวเกรียน” มา 3 ปี ผมขึ้นมหา’ลัย ถึงเวลาแล้วที่จะได้โลดแล่น ทำตามใจตัวเองบ้าง เริ่มที่ทรงผมก่อนดีกว่า ผมเดินเข้าร้านซาลอนเป็นว่าเล่น เปลี่ยนทรงผมทุกๆ เดือน ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง เปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเรียนจบ ทำงาน ก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะต้องกลับมาตัดผมที่บาร์เบอร์แถวบ้าน เพราะมันช่างล้าสมัย ไม่เข้าใจวัยรุ่น ร้านก็ดูเก่าๆ ไม่น่าเข้าไป บอกสาวๆ คนไหนว่าตัดผมร้านแถวบ้านก็คงจะไม่เท่ 

แต่แล้วผมก็ต้องกลับมาตายรังที่นี่ เมื่อร้านซาลอนสุดเจ๋งปิดตัวลงไปทีละเจ้า คุณภาพการตัดก็ไม่คงที่ ช่างเปลี่ยนบ่อย หรือแม้กระทั่งร้านตัดผม “วินเทจ” ที่บอกตั้งแต่ต้นว่า ตกแต่งร้านดี ฝีมือเยี่ยม มีแต่คนเท่ๆ มานั่งคุยกันหน้าร้าน แต่เพราะอะไรผมยังนึกถึงร้านตัดผมแถวบ้านอยู่เป็นพักๆ คำตอบอาจจะเพราะความคุ้นเคยในทุกช่วงวัยก็ได้

 

ร้านตัดผมแถวบ้านของเราไม่เก่าเลย

 

 

ช่วงที่เชื้อโควิด-19 ระบาดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ผมก็กลับไปด้อมๆ มองๆ ร้านตัดผมแถวบ้านร้านนี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งมานั่งนึกดูว่าร้านที่ผมตัดมาตั้งแต่เด็กๆ มันไม่เคยเก่าเลย การตกแต่งร้านเชยๆ ช่างตัดผมเดิมๆ ที่แม้จะหมุนเวียนไปตามเวลา แต่มันก็ยังอยู่ของมันเหมือนเดิม ลูกค้าก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ มีเพิ่มเติมคือลูกหลาน ที่เล่ามาทั้งหมดนั้น เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิถีชีวิต (lifestyle) ที่ทำให้รู้ว่าสุดท้ายเมื่อเราได้ลองอะไรที่หลากหลาย ได้ตกตะกอนจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มันก็จะทำให้เรารู้ว่าอะไรที่เหมาะกับเราจริงๆ และได้กลับมาเสพบรรยากาศเก่าๆ ให้พอชื่นใจบ้าง

 

 

Related Stories

Out of Office

AN EDITOR’S JOURNAL: BARE IT ALL AT A JAPANESE PUBLIC BATH

สลัดเสื้อผ้า สวมความมั่นใจ ตะลุยโรงอาบน้ำสาธารณะในโตเกียว

Read

The Grooming Guide

HOW TO CHOOSE A SHORT HAIRCUT

  นี่ก็ร้านตัดผม “วินเทจ” นั่นก็ร้านตัดผม “สไตล์อเมริกัน” ขับรถผ่านไปอีกไม่กี่นาที อ้าว! ร้านตัดผม “สไตล์มินิมัล” อีกแล้ว หลังๆ มานี้ 3 ปี 5 ปีที่ผ่านมา ร้านตัดผมผู้ชายเกิดขึ้นมากมายอย่างกับดอกเห็ด มีทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่ในเมืองลามมายังชานกรุงแบบที่ผมอาศัยอยู่ แน่นอนว่าหากมองมุมของการแข่งขันทางการค้า เมื่อมีสินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึงการที่ผู้บริโภคมี “ทางเลือก” และ มีการแข่งขันเพื่อพัฒนาคุณภาพกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี  เทรนด์การหลั่งไหลเข้ามาของสื่อตะวันตกก็ทำให้วัยรุ่นในบ้านเรา ลุกฮือขึ้นมาเปิดร้านตัดผม แห่กันไปร่ำเรียนวิชาบาร์เบอร์กันใหญ่ และไม่รอช้าที่จะเปิดร้านตัดผมสุดเท่ขึ้นมาแข่งขันเป็นสีสัน บ้างไปได้สวย บ้างไปได้เสีย ใครอ่อนแอ (เรื่องคุณภาพและสายป่านด้านการเงิน) กว่าก็แพ้ไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่เราจะต้องมานั่งพูดคุยกันที่ W. MINISTRY  เรื่องมันมีอยู่ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาผมขับรถผ่านร้านตัดผมวัยรุ่นที่ว่าอีกครั้ง ก็พลันนึกถึง “ร้านตัดผมแถวบ้าน” ขึ้นมาทันใด เพราะนั่นไม่ใช่แค่ที่ที่ทำให้ความยาวของเส้นผมสั้นลง แต่มันเพิ่มความทรงจำให้ยาวขึ้นจนมาถึงตอนนี้ได้ และผมเชื่อว่า “ร้านตัดแต่งทรงผมท่านชาย” นั้นเรียกว่า “Die Hard” ยิ่งว่าบรูซ วิลลิส เพราะแม้พวก “ลุงๆ” เขาไม่ได้เฟี้ยวฟ้าว […]

Read

The Grooming Guide

ARE MEN READY FOR HAIR DYE?

พูดคุยเรื่องผู้ชายกับการย้อมสีผม ในวันที่ความสร้างสรรค์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เรื่องการจัดทรง

Read

0Shares
preloader