Arts

LIGHT ART สะกดบรรยากาศด้วยแสง

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Arts

LIGHT ART สะกดบรรยากาศด้วยแสง

18 March 2020

ศิลปะในความมืดกับจินตนาการที่ไร้ข้อจำกัด

 

คุณค่าของงานศิลปะ เรามองว่ามันอยู่ที่สิ่งที่เราอยากจะสื่อสารออกมาหากใครยังจำกันได้ช่วงปลายปีที่ผ่านมาบ้านเรามีอีเว้นท์ศิลปะจัดแสงงานใหญ่อย่าง Awakening Bangkok 2019 แหล่งรวมของศิลปินนักเล่นแสงมากมาย โดยมีหนึ่งผลงานที่ดึงดูดเราด้วยคอนเทนต์ ชื่อว่า Miss Chiral ผลงานจากทีม VAWA studio จึงเป็นที่มาถึงการได้มาพูดคุยกับหนึ่งในผู้สร้าง เหนือเข็มทิศ บำรุงราษฎร์ เกี่ยวกับความหมายของ ศิลปะแสง (Light Art) ในมุมมองของเขาและสำรวจตัวตนความคิดของเขาผ่านประติมากรรมที่เคยสร้างสรรค์ไว้อย่าง Miss Chiral กับ The Spectrum

 

เข็มทิศ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะแสง (Light Art) The Spectrum และ Miss Chiral ใน Awakening Bangkok

 

เราอินกับเรื่องแสง เราจึงถ่ายทอดมันได้ เรารู้จักมันมากกว่าอย่างอื่น เราเลยใช้มันแรกเริ่มเหนือหลงใหลและชื่นชอบในงานจัดแสง ตั้งแต่ตอนที่เขาได้มีโอกาสทำงานคอนเสิร์ตเล็กๆ สมัยมหาวิทยาลัย ต่อมาเขาได้ทำงานในตำแหน่ง Stage Designer ให้กับบริษัทจัดไฟคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มมีผลงานของตัวเองอย่างเต็มตัวออกสู่สาธารณะในนาม VAWA studio กับ The Spectrum ในงาน Awakening Bangkok 2018 เจ้าตัวได้นิยามสไตล์ผลงานของตัวเองว่าประติมากรรมแสงส่วนหนึ่งเพราะงานของเขานั้นเป็นศิลปะจัดวาง ไม่ใช่นิทรรศการแสงที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง TeamLab งานจัดแสงที่ใช้เทคนิคเยอะ มีการเคลื่อนไหว เน้นสร้าง Interactive ต่อผู้ชม ปัจจุบันแวดวงศิลปะแสงของบ้านเราค่อนข้างคึกคักมีศิลปินไทยที่น่าติดตามหลายๆ กลุ่มอย่าง Eyedropper Fill, Don Boy และ Yimsamer ฯลฯ

 

เข็มทิศ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะแสง (Light Art) The Spectrum และ Miss Chiral ใน Awakening Bangkok

 

เราว่าศิลปะทุกแขนงมันเล่าเรื่องเดียวกันได้ เพียงแค่ผลลัพธ์ที่ตาเห็นมันจะไม่เหมือนกัน

 

นิทรรศการแสงให้การสื่อสารที่ต่างออกไปจาก medium อื่นๆ รึเปล่า นี่คือคำถามที่เราคิดว่าจะไม่พลาดเด็ดขาดถ้าหากได้พูดคุยกับเขา เหนือบอกกับเราว่า งานศิลปะทุกแขนงมีความสามารถในการสื่อสารไปสัมผัสจิตใจของคนได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่าศิลปินแต่ละคนนั้นถนัดเครื่องมือที่ต่างกัน ซึ่งส่วนประกอบหลักที่เกิดขึ้นบนพื้นที่งานศิลปะให้มันทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นก็คือประสบการณ์ของผู้ชมที่เข้ามาปะทะกับคอนเทนต์บนพื้นที่จัดแสดง ซึ่งเขาบอกกับเราว่างานของเขาทุกชิ้นจะเริ่มไม่ได้หากปราศจากคอนเทนต์เขาอธิบายถึงงานศิลปะสักชิ้นที่จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมันถูกคิดมาแล้วผมไม่สามารถทำงานกับอารมณ์อย่างเดียว มันไม่ใช่วิธีผลิตงานจากตัวผมเขาพูดกับเราตรงๆ ว่างานทุกชิ้นของเขาจะต้องมีที่มาที่ไป เนื้อหาของงานจะถูกแทนค่าด้วยวัสดุและเทคนิคที่นำมาใช้  ฉะนั้นคอนเทนต์ คือวัตถุดิบที่เหนือยึดเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานอย่างยิ่ง เพราะมันทำให้เขาสามารถอธิบายต่อคนอื่นได้ว่างานของเขานั้นคืออะไร มีรากฐานจากเรื่องอะไร

 

The Spectrum ในงาน Awakening Bangkok 2018

The Spectrum

 

ด้วยพื้นหลังของเหนือเองที่เป็นสถาปนิก เขาจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่เป็นหลัก เวลาที่เจ้าตัวมองหาพื้นที่ที่จะเลือกมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงแต่งเป็นประติมากรรมสักชิ้น ทำให้เขาต้องคำนึงถึงอะไรหลายๆ อย่างเช่นประวัติศาสตร์ของพื้นที่ อดีตและปัจจุบันของพื้นที่นั้น ซึ่งเรื่องพื้นที่ก็ไม่ได้จำกัดแค่ตัวบ้านหรืออาคารแต่รวมถึงลม ฟ้า อากาศของพื้นที่ด้วยที่เราจะเห็นได้จากในงานของเขา และสิ่งสำคัญคือความคิดของเขาที่อยู่ในงาน เหนือไม่เคยที่จะใช้มันมาครอบงำหรือนำสายตาต่อผู้ชมที่เข้ามาในพื้นที่จัดแสดงของเขาเลย เพราะเขาเชื่อว่าประสบการณ์ของผู้ที่เข้ามาชมนั้นมีแตกต่างกันไป ซับซ้อนหลายระดับมาก เขาจึงเปิดกว้างต่อความคิดเห็นของผู้ชมและไม่คาดหวัง

งานแรกของเหนือในฐานะสมาชิกทีม VAWA studio คือ The Spectrum ที่จัดขึ้นในงาน Awakening Bangkok 2018 เขาเลือกใช้สถานที่บริเวณหน้า Prince Theatre Heritage Stay ซึ่งแต่ก่อนนั้นเคยเป็นโรงหนัง เขาจึงใช้อัตลักษณ์ดั้งเดิมที่ยังคงเค้าไว้ด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารโรงหนัง มาประยุกต์เข้ากับเรื่องของแสง ซึ่งสิ่งที่เชื่อมโยงโรงหนังและแสงเข้าไว้ด้วยกัน คือ การฉายหนังนั่นเอง แม้ The Spectrum จะไม่ได้มีผลลัพธ์เหมือนการฉายหนังจริงแบบ 100% แต่ลูกเล่นและกิมมิคของงานนี้ ถือว่าสนุกมาก ด้วยไอเดียที่ตั้งใจเหมือนฉายหนังจริงผ่านม่านสีที่ใช้ใยแก้วนำแสงมาขึงเป็นเส้นๆ ยึดตามสี RGB ขึงจากบนลงล่างและใช้หลอด blacklight ย้อมอีกที ซึ่งพอคนเดินผ่านข้างหลังไฟสีต่างๆ มันจะไม่เกิดเป็นสี แต่จะเกิดซิลูเอทเป็นเงาของคน มันก็จะเหมือนว่าคุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นะ

 

Miss Chiral ใน Awakening Bangkok 2019

Miss Chiral

 

เขาเล่าถึงการทำความรู้จักกับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะพัฒนาความสัมพันธ์กับพื้นที่นั้น การเลือกพื้นที่ก็เหมือนเวลาเราทำความรู้จักกับคน แน่นอนสิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือกายภาพ สำหรับงานที่สองของเขากับ Awakening Bangkok ในปี 2019 คือ Miss Chiral ซึ่งสถานที่ในการจัดวางงานนั้นเป็นทางเดินเล็กๆ แคบๆ และช่วงบนโปร่งเปิดโล่งสูง มีลักษณะทางกายภาพค่อนข้างแปลกตาจึงทำให้เขาและทีมสนใจ แต่ถึงแม้พื้นที่นั้นจะดึงดูดเขาแค่ไหน เขาก็จะไม่รีบคิดไปไกลถึงขั้น production ว่าจะทำอะไรกับตรงนี้ เพราะอย่างที่เราได้คุยกันในตอนต้นทุกอย่างต้องเริ่มจากคอนเทนต์ก่อน เขาเล่าให้เราฟังต่อว่า ถ้าหากมาเปิดบอร์ดของเขาดูจะเห็นว่างานทุกชิ้นไม่ได้เริ่มจากการสเก็ตภาพ แต่หากเป็นการเขียน Mind Mapping เชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวกับพื้นที่นั้น จนออกมาเป็นคีย์เวิร์ดและนำคำนั้นไปแทนค่า

ATT 19 คือสถานที่จัดวางงาน Miss Chiral เป็นแกลอรี่จัดแสดงงานศิลปะ ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนมาก่อน ที่ถูกใช้เป็นพื้นที่จัดงาน Miss Chiral เหนือพูดให้เราฟังว่า ในเวลาที่คนเราเข้าไปเจอกับพื้นที่ที่มีอดีต จะชอบมีความคิดแรกที่เข้ามาเสมอว่าที่ตรงนี้เมื่อก่อนจะหน้าตาเป็นอย่างไรนะเราหลับตายืนอยู่บนพื้นที่นี้มีภาพเด็กวิ่ง มีคุณครู มีเสียงเด็กเล่นกัน มันก็น่าสนใจ มันทำให้เราเกิดจินตนาการอะไรขึ้นมา มันทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์ที่เราเคยไปในสถานที่หนึ่งแล้วมันถูกเปลี่ยนไปอีกอย่างหนึ่ง

 

เข็มทิศ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะแสง (Light Art) The Spectrum และ Miss Chiral ใน Awakening Bangkok

 

งานชิ้นนี้เขาจึงออกแบบมาให้เป็นเรื่องของมิติเวลาคู่ขนานที่สะท้อนเรื่องราวในอดีตและปัจจุบัน เขาเองแทนค่าความคิดของตัวเองออกมาเป็นวัสดุอย่างกระจกอะคริลิค เพราะมันได้ภาพสะท้อนที่แตกต่างจากกระจกธรรมดา ความบิดเบี้ยวของมันยังเป็นสถานะให้เราสังเกตได้อยู่ว่าภาพที่เห็นมันคือเรื่องเหนือจริง และในแต่ละช่วงวันภาพที่จะสะท้อนออกมาก็จะไม่เหมือนกันเพราะอุณหภูมิมีผลต่อการหดขยายของอะคริลิค ประกอบกับการใช้แสงจากแม่สี CMYK ย้อมอีกทีหนึ่ง จะทำให้เราเห็นสีที่แตกต่างในกระจก เพื่อที่จะไปสู่ความต้องการให้ตั้งคำถามกับการที่เห็นตัวเองในกระจกว่าภาพที่สะท้อนออกมาในรูปที่บิดเบี้ยวมันยังถือว่าเป็นตัวเราอยู่หรือไม่

เราพูดคุยกันต่อถึงขั้นตอนไหนที่เขารักที่สุดในการทำอินสตอลเลชั่นสักชิ้น เขาบอกว่าการได้เฝ้าดูปฏิสัมพันธ์ของผู้ชมที่มีต่อผลงานของเขานั้นถือเป็นเรื่องที่เขารักที่สุดในขั้นตอนการทำงานของตัวเอง ซึ่งเวลาที่เขาได้เดินเข้าไปถามผู้ชมว่าทำไมถึงมีมุมมองแบบนี้ คนพวกนั้นก็จะเล่าถึงเรื่องราวในชีวิตของตัวเองออกมาและสิ่งนี้แหละที่ทำให้เหนือมองว่านี่คือความสดใหม่ที่เขาได้รับ ประสบการณ์ของผู้ชมคือส่วนเติมเต็มต่องานศิลปะจริงๆ และทำให้งานนั้นเดินทางได้ไกลขึ้นจากตำแหน่งที่มันยืนอยู่จากคอนเทนต์ของตัวเอง

 

เข็มทิศ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะแสง (Light Art) The Spectrum และ Miss Chiral ใน Awakening Bangkok

 

สายตาของเราในฐานะคนนอกวงการที่มองเข้าไป คิดว่าศิลปินนักเล่นแสงทั้งหลายจะต้องศึกษาหาดูนิทรรศการแสงของศิลปินดังๆ เก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานโอกาสต่อไป แต่สำหรับเหนือเองนั้นเขาจะคอยเก็บรวมรวมภาพถ่ายและซีนในหนังที่ประทับใจนำมาเป็นแหล่งข้อมูลดิบเอาไว้หยิบจับขึ้นมาเวลาต้องการไอเดียที่สดใหม่ พอเราได้ฟังคำตอบก็เข้าใจถึงวิธีคิดของเขามากขึ้นเพราะอะไรเขาถึงทำเช่นนั้นเวลาไปดูงานที่เกี่ยวกับเรื่องแสงหรือเวลาที่เจอแสงที่น่าสนใจจะถ่ายรูปเก็บไว้และจำไว้ จะถูกใช้งานเมื่อไหร่อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเราถามว่างาน Church of Light ของ ทาดาโอะ อันโดะ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ไหม มันก็อาจจะเป็นได้ในวันหนึ่ง ถ้าทุกอย่างนำมาให้บรรจบกัน

 

COLD BREW SPECIALTY CAFÉ BY NESCAFÉ / Before I die พร้อมก่อนตาย

(ซ้าย) COLD BREW SPECIALTY CAFÉ BY NESCAFÉ / (ขวา) Die Before Die 2 นิทรรศการของทีม Splendour Solis ที่เหนือได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบ

 

สาเหตุที่เหนือเลือกที่จะเก็บเรฟเฟอเรนซ์จากภาพถ่ายนั้น เพราะมันสามารถนำไปพัฒนาเป็นงานต่อได้ง่าย ต่างจาก ไลท์ติ้ง อินสตอลเลชั่น ที่ถูกคิดมาแล้วอย่างดีเยี่ยม อย่างผลงานของปรมาจารย์ในด้านนี้อย่าง เจมส์ เทอร์เรลล์ ซึ่งเหนือจะดูงาน ไลท์ติ้ง อินสตอลเลชั่น ก็ต่อเมื่อเขาต้องการศึกษาเรื่องในเชิงเทคนิคเสียมากกว่า หากเป็นเรื่องของการคิดคอนเทนต์หรือคอนเซปท์เขาจะไม่ดูงาน ไลท์ติ้ง อินสตอลเลชั่นสำหรับผมคิดว่า ไลท์ติ้ง อินสตอลเลชั่น มันตกผลึกมาแล้ว ว่าเขาจะทำยังไง ใช้เทคนิคไหน เพื่อสร้างอะไรขึ้นมา แต่ว่าถ้าเกิดว่าเราหาภาพที่เป็นภาพถ่ายหรือว่าภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาจากในหนัง มันก็จะเป็นกระบวนการตกผลึกของเราอีกที

 

Paris, Texas (1984)

 

พฤติกรรมและความเชื่อเป็นรากฐานหลักในการผลิตงานของศิลปิน อย่าง ทัตสึโอะ มิยาจิมะ ศิลปินชาวญี่ปุ่นที่ผลงานของเขานั้นขับเคลื่อนผ่านความเชื่อทางพุทธศาสนา อย่างเหนือเองสาเหตุที่เขาสนใจและอินกับแสงไฟนีออนศิลปะแสงประดิษฐ์เพราะลักษณะการใช้ชีวิตในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน ที่เจ้าตัวบอกเองว่าผมใช้ชีวิตกลางคืนเป็นกลางวันของคนอื่นไปแล้วซึ่งแสงที่จะมองเห็นส่วนใหญ่ก็คือแสงประดิษฐ์ตามท้องถนน ของตึกรามบ้านช่องเสียมากกว่าจะเป็นแสงธรรมชาติ หลังจากพูดจบเขาก็ชี้ให้เราดูกล้องฟิล์มของเขา จะเห็นว่าจะมีแฟลชทุกตัวเลย

Paris, Texas (1984) ภาพยนตร์โร้ดมูฟวี่เรื่องดังที่อธิบายรสนิยมของเหนือได้ดี และมาช่วยเสริมวิธีการทำงานของเขาที่ใช้ภาพถ่ายยามค่ำคืนมาต่อยอดเป็นผลงาน เพราะผู้กำกับ วิม เวนเดอร์ส เขายังเลือกถ่ายหนังเรื่องหนึ่งจากแผนที่ไม่ใช่บทหนัง ซึ่งในปี 1983 ระหว่างที่เจ้าตัวไปเสาะหาโลเคชั่นที่จะใช้ถ่ายภาพยนตร์ เขาก็ได้ถ่ายรูปจนออกมาเป็นนิทรรศการภาพถ่าย Written in the West ที่สถานที่ต่างๆ ภายในชุดภาพนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้เขาถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่อง Paris, Texas

 

เข็มทิศ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะแสง (Light Art) The Spectrum และ Miss Chiral ใน Awakening Bangkok

 

ในมุมมองของเหนือมองว่าศิลปะนั้นไม่มีข้อจำกัด ในเรื่องของการจัด ไลท์ติ้ง อินสตอลเลชั่น สำหรับเขาความมืดก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องมีการจัดวางเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เพียงบริเวณที่จัดแสงในมุมหรือฉากที่แสงตกกระทบ และมองว่าการจัดแสงหรือไฟตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเพื่อโชว์ผลงานทางศิลปะหรือประดับไว้เพื่อประโยชน์ใช้สอย มันต่างทำหน้าที่ของมันเอง ไม่มีงานไหนที่ดีเด่ต่างกันเพราะว่ามันไม่ได้ถูกออกแบบมาในวัตถุประสงค์เดียวกันตั้งแต่ต้น

 

City Lab Silom

City Lab Silom

 

ประเด็นหนักที่สุดที่เราคุยกันในโอกาสนี้คือเรื่องนิทรรศการศิลปะสามารถทำงานได้เกินขอบเขตทางศิลปะได้ไหม เช่น การมีส่วนกับการออกแบบผังเมืองหรือเป็นเครื่องมือการสื่อสารต่อสาธารณะให้กับประเด็นใดประเด็นหนึ่งเพื่อให้คนตระหนักรับรู้เรื่องดังกล่าวได้ดีมากขึ้น

เขายกตัวอย่างกรณีล่าสุดกับงานที่ทำร่วมกับ City Lab Silom ที่เป็นประเด็นถูกวิจารณ์โดยคนใช้ทางสาธารณะ ที่ขาดการมีส่วนร่วมทำความเข้าใจกับผู้สัญจรไปมา แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดีในการนำงานศิลปะให้เข้ามาอยู่ร่วมกับพื้นที่สาธารณะแบบให้เกิดประโยชน์ การสร้างแสงสีให้กับทางเท้าย่านสีลม คอนเซปท์ที่ต้องการให้ศิลปะมาช่วยสร้างสรรค์ความสนุกสนานให้กับถนนสีลม เหนือจึงมองหาอัตลักษณ์แสงในยามกลางคืนจากตรอกซอกซอยต่างๆ ดึงเอกลักษณ์สีเหล่านั้นมาตกแต่งทางเดินเท้า

 

เข็มทิศ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะแสง (Light Art) The Spectrum และ Miss Chiral ใน Awakening Bangkok

 

สำหรับเหนือแล้วนั้นสิ่งหนึ่งที่ทำให้งานศิลปะสามารถแยกตัวออกจากความหมายเดียวกับงานตกแต่งไฟให้แสงสว่างเพื่อประโยชน์ใช้สอย งานศิลปะนั้นถูกผลิตและคิดเพื่อสื่อสารเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ซึ่งตัวเขาเองก็พูดต่อว่า เขาก็ไม่ได้มองว่างานศิลปะที่ไม่ได้มีฟังก์ชัน นั้นด้อยค่ากว่าเมื่อเทียบกับศิลปะที่ให้ประโยชน์ต่อสาธารณะ เพราะวิธีคิดการออกแบบของวัตถุประสงค์ของแต่ละงานมันต่างกันตั้งแต่เริ่ม มันจึงเทียบกันไม่ได้อยู่ดีงานศิลปะมันคืองานที่เล่นกับความรู้สึก เล่นกับข้อมูล เล่นกับคอนเทนต์ เราไม่ได้พูดไปถึงฟังก์ชันการใช้งาน ฟังก์ชันอาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มาจากเรื่องที่เราอยากจะเล่าด้วย

Related Stories

Hennessy

SMELLS LIKE STREET SPIRIT WITH TAKARAWONG

ในตอนที่สองของซีรีย์ All I Need จากเฮนเนสซี่ เราตามติดชีวิตในหนึ่งวันของชายผู้ให้กำเนิดแบรนด์สตรีทแวร์ที่มีชื่อว่า TAKARAWONG

Read

Arts

INFLUENCES OF POP ART ARTISTS IN POP CULTURE

5 ศิลปินป๊อปอาร์ต ผู้ปูทางให้กับวัฒนธรรมร่วมสมัย

Read

Arts

STUDIO PERSONA: ประสบการณ์ครั้งแรกกับ ART THERAPY

ทางเลือกใหม่ที่จะช่วยจัดการชีวิต เพราะศิลปะเป็นเรื่องของทุกคน

Read

0Shares
preloader