The Read

LIFE WITH A CAT: ชีวิตคนเดียวกับเหมียวหนึ่งตัว…บางทีก็อาจไม่เหงาขนาดนั้น

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Illustrator, W. MINISTRY

The Read

LIFE WITH A CAT: ชีวิตคนเดียวกับเหมียวหนึ่งตัว…บางทีก็อาจไม่เหงาขนาดนั้น

12 September 2020

ชีวิตหนุ่มโสด กับแมวหนึ่งตัว ที่เติบโตเรียนรู้ไปด้วยกัน

 

การเข้าสู่โลกวัยทำงาน หลายคนคงมีความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน…ความเหงาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเพื่อนที่เคยเป็นกลุ่มใหญ่ ผ่านประสบการณ์ทั้งสุข เศร้า เมา รั่ว มาตั้งแต่วัยเรียนก็เริ่มห่างหายกันไป ตามภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่มี 

คนมีคู่ก็ดีไป อย่างน้อยก็มีคนแบ่งเบาความเหงาที่มี ช่วยเติมเต็มความสุขซึ่งกันและกัน แต่คนโสดนี่สิหนักหน่อย ยิ่งอยู่คนเดียวในห้องพัก ไม่ได้อยู่ที่บ้านกับครอบครัวยิ่งหนักขึ้นแบบเท่าทวี ในแต่ละวันหลังเลิกงานถ้าไม่ได้ไปหาเพื่อน (ที่ก็มีอยู่น้อยนิด) ก็ต้องกลับไปอยู่คนเดียว แวะกินข้าวร้านใกล้ที่พัก ต่อด้วยซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้ออีกนิดหน่อย จากนั้นก็ขึ้นห้อง ดูหนังดูซีรี่ส์ไปตามเรื่อง ก่อนจะต้องรีบนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า…วนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นกิจวัตร 

แล้วชีวิตแบบนี้มันแย่หรือเปล่า….

คำตอบก็คงขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละบุคคล ส่วนสำหรับเราผู้เขียนบทความนี้ ที่ในปัจจุบันก็ใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรจากที่กล่าวไปด้านบนก็รู้สึกว่ามันไม่ได้แย่ แน่นอนว่าในบางเวลาก็มีเหงาบ้าง โดยเฉพาะตอนที่นึกอยากกินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างแล้วไม่มีใครให้พาไปกินด้วย เพื่อนก็ไม่ได้ว่างไปกับเราทุกเวลา จนต้องยอมเดินข้าร้านไปกินคนเดียว จนตอนนี้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ทำได้โดยไม่ต้องอาศัยความกล้าแล้ว

อย่างไรก็ตามเรายังรู้สึกว่าตัวเองโชคดี ท่ามกลางห้องพักขนาด 35 ตารางเมตรที่ดูเหงาเกินไปสำหรับการอาศัยอยู่คนเดียว อย่างน้อยเราก็มีเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ อาศัยอยู่เป็นเพื่อน เป็นแมวพันธุ์ไทยสีส้มสลับขาว ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่มันจะหยิ่งใส่เรา แถมชอบมองค้อนอีกต่างหาก

บทความนี้บันทึกส่วนตัวของเราในการใช้ชีวิตตัวคนเดียวท่ามกลางบรรยากาศของเมืองใหญ่ โดยมีเจ้าเหมียวคอยอยู่เป็นเพื่อน จนในบางเวลาเราก็รู้สึกว่าการอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อย่างไรก็ตามเราก็หวังว่าบทความนี้จะสามารถเชื่อมต่อกับผู้อ่านในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งด้วยเช่นกัน

 


 

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ในตอนนั้นเรายังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านรังสิต และก็เป็นช่วงที่ชีวิตเดินทางมาถึงจุดต่ำสุดก็ว่าได้…เลิกกับแฟนที่คบแฟนมาหลายปี มีปัญหาเรื่องครอบครัว สอบตกจนทำให้ต้องเรียนต่ออีก 1 ปี โดยที่เพื่อนในกลุ่มต่างก็จบการศึกษาออกไปหมด สิ่งเหล่านี้อยู่ๆ ก็ประเดประดังเข้ามาในชีวิตพร้อมๆ กันอย่างไม่ได้นัดหมาย 

ปัญหาที่ต้องเผชิญในตอนนั้นใหญ่เกินกว่าที่เราในวัย 22 จะรับมือกับมันเพียงลำพังได้ไหว ผลที่ตามมาคือการกลายเป็นคนสำมะเลเทเมาไปโดยไม่รู้ตัว เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ กว่าจะกลับถึงห้องในสภาพหัวราน้ำท้องฟ้าก็เกือบสว่างแล้ว ถึงแม้จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาแบบเด็กๆ ตื่นมาในวันถัดไปความทุกข์ที่เหมือนจะลืมไปชั่วครู่ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่สิ่งที่เราทำได้ในตอนนั้นมีเพียงเท่านี้จริงๆ 

ในบางค่ำคืนที่ไม่มีใครออกไปไหน เราก็จะซื้อเบียร์มา 2-3 กระป๋อง ลงมานั่งดื่มลำพังที่โต๊ะไม้หินอ่อน ด้านล่างหอพักที่เราอยู่ และก็เป็นในตอนนั้นแหละที่เราได้เจอกับเจ้าแมวตัวสีส้มสลับขาว ที่ทุกครั้งที่เรานั่งดื่มมันจะพยายามมาคลอเคลีย วนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา เรียกได้ว่าพอเราหย่อนตัวลงนั่ง เปิดเบียร์ปุ๊ป มันก็จะพุ่งจากที่ไหนไม่รู้ เข้ามาหาทันทีราวกับมีระบบอัตโนมัติสั่งการ

เราตั้งชื่อให้มันว่า “เลโอ” ตามชื่อแมวของศิลปินไอดอลเกาหลีคนหนึ่งที่เราชื่นชอบ

จริงๆ แล้ว เลโอ มีหลายชื่อมาก เพราะบางครั้งเราก็เห็นเพื่อนร่วมหอเรียกมันด้วยชื่ออื่นๆ ที่ต่างกันออกไป แต่เอาเป็นว่าสำหรับเรามันคือ เลโอ

 

Life with a cat - 01

 

เลโอ เป็นแมวจรจัดที่อาศัยพื้นที่หอพักแห่งนี้เป็นบ้าน เราเห็นมันตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะก่อนหน้านี้เราไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน และก็ไม่ได้มีแพชชั่นกับมันเหมือนคนรอบข้างที่ต่างก็เป็นทาสแมว ทาสหมา กันแทบทุกคน

แต่ไม่รู้ว่าด้วยสภาวะอารมณ์ที่เปราะบางหรือเพราะเหตุผลประการใด เราก็ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกับ เลโอ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความทุกข์ในใจดูจะเบาบางลงในตอนที่มีมันมานั่งมองข้างๆ คลอเคลียอยู่บนตัก

หลังจากนั้นเป็นต้นมา บางครั้งเราก็ไม่รู้สึกอยากดื่มหรือเมา แต่เราก็ลงจากห้องมานั่งเล่นที่โต๊ะหินอ่อนข้างล่างหอพักอยู่ดี พร้อมกับของฝากเป็นข้าวคลุกปลาทูที่ไปขอมาจากร้านอาหารตามสั่งใกล้ ๆ

วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับความผูกพันที่มีต่อแมวตัวนี้ที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเราสำเร็จการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยในปีต่อมา ก่อนจะต้องเก็บของย้ายหอจากย่านรังสิตกลับไปอยู่ในกรุงเทพ เราถึงกับรวบรวมความกล้าไปพูดกับเจ้าของหอพักว่าขอ เลโอ ไปเลี้ยงด้วยได้ไหม จนสุดท้าย เลโอ ก็ได้ย้ายบ้านมาพร้อมกับเรา

 

Life with a cat - 02

 

การเข้ามาอยู่ในกรุงเทพกลายเป็นว่าความทุกข์ของเรากลับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพราะนี่คือ “ชีวิตจริง” เราต้องหางานทำ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไร ยิ่งนานวันเงินในบัญชีก็ร่อยหรอไปเรื่อยๆ และในตอนนี้ถ้าเงินหมดก็คือหมดจริงๆ ไม่สามารถยกหูโทรศัพท์หาพ่อแม่ให้โอนมาให้ได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตามการมี เลโอ อยู่ด้วย ก็ช่วยให้ชีวิตหนุ่มโสดว่างงานของเราทุกข์น้อยลงอย่างไม่สามารถหาคำอธิบาย แต่เชื่อว่าคนที่เลี้ยงสัตว์คงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่มีขนปุยๆ ของมันมาคลอเคลียด้วย เรารู้สึกโล่งใจ และคิดได้ว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็วันใหม่แล้ว ทุกอย่างมันต้องดีขึ้นกว่าเดิม

หลังจากเตะฝุ่นอยู่ประมาณ 3 เดือน ในที่สุดเราก็ได้งานทำ และมันก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ทิ้งความทุกข์เก่าๆ ไว้เบื้องหลัง การได้ออกจากห้องบรรยากาศอุดอู้ มาทำงาน ได้พบปะสังคมใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ มันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ 

 

Life with a cat - 04

 

ครั้งนี้เราไม่อยากให้ชีวิตตัวเองกลับไปผิดพลาดเหมือนในอดีตอีกแล้ว เราอยากมีความรับผิดชอบมากขึ้น ดูแลตัวเองได้ เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเสียที เราเลยลดพฤติกรรมเหลวไหลสำมะเลเทเมาของเราลงมาพอสมควร ไม่มีความจำเป็นต้องไปทุกปาร์ตี้ที่มีคนชวน และก็ไม่ต้องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกวันก็ได้

เลโอ คือเพื่อนที่ช่วยให้เรากลายเป็นคนที่ดีขึ้นโดยที่ตัวมันเองก็คงไม่รู้ตัว จากเมื่อก่อนเราไม่เคยอยากกลับมาที่ห้อง ต้องหาเรื่องออกไปที่นู่นที่นี่ตลอดเวลา แต่กลายเป็นว่าตอนนี้หลังเลิกงานเราอยากรีบกลับห้องไปหา เลโอ เพราะกลัวว่ามันจะเหงาหรือหิว 

เท็ด โมสบี้ ตัวละครจากหนึ่งในซีรี่ส์ที่เรารักที่สุดอย่าง How I Met Your Mother เคยกล่าวเอาไว้ว่า 

“ผู้คนมักหัวเราะเยาะใส่คนที่อยู่ในห้องเรื่อยเปื่อยทุกๆ คืนโดยที่ไม่ออกไปไหน แต่ความจริงหมอนั่นคืออัจฉริยะ”

ในตอนที่เรายังเป็นวัยรุ่นก๋ากั๋น คิดว่าตัวเองแน่เสียเต็มประดา เราก็คิดไปว่าตัวละครที่เราชอบกลายเป็นคนหมดไฟในชีวิตไปแล้ว แต่ในตอนนี้เรายอมรับแล้วว่า หมอนั่นมันอัจฉริยะจริงๆ 

การได้กลับมาพักผ่อน นอนดู Netflix เรื่อยเปื่อย ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย มีแค่ต้องระวัง เลโอ มาขโมยขนมในมือไปกิน หลังจากใช้ชีวิตอย่างเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันมันก็มีข้อดีไปอีกแบบ

 

Life with a cat - 03

 

ส่วนในเรื่องความสัมพันธ์ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเราหมดอาลัยตายอยาก ปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นๆ ล่ะ ตรงกันข้ามเรายินดีพร้อมต้อนรับทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต เพียงแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ…เราไม่รีบร้อนอีกแล้ว

เมื่อก่อนเราเคยเป็นคนยึดติดกับความรัก รู้สึกว่าต้องมีใครสักคนไว้ให้ยึดเหนี่ยวตลอดเวลา ถ้าไม่มีใครเข้ามาเราก็ต้องเป็นฝ่ายออกไปตามหาเอง แต่ในตอนนี้หลังจากที่ชีวิตเริ่มลงตัว เราไม่ได้ไขว่คว้ามันขนาดนั้น รู้สึกพอใจกับการดื่มด่ำความสุขเล็กๆ น้อยในแต่ละวันเสียมากกว่า ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน เล่นกีฬา ดูซีรี่ส์ หรือบางทีก็นอนเล่นกับ เลโอ 

ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็จะเจอคนที่ใช่เอง…เราคิดแบบนี้

ส่วนในตอนนี้แทนที่จะเครียดไปกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง สู้ใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุขที่สุดน่าจะดีกว่า…ว่าไหม เลโอ? 

เลโอ ไม่ตอบ และหันมามองค้อนเหมือนเช่นเคย

Related Stories

Out of Office

STARRY, STARRY NIGHT: ‘ท้องฟ้าจำลอง’ จากห้องทดลองในวัยเด็กสู่ความโรแมนติกแห่งดวงดาว

อดีตห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในวัยเด็กสู่เดทครั้งที่จำได้ไม่เคยลืม

Read

The Read

BETWEEN US: แค่ไหนถึงจะพอดีกับพื้นท่ีตรงกลางของความสัมพันธ์

เพราะบางทีก็มีคำว่า 'ใกล้กันเกินไป' สำหรับคู่รัก

Read

0Shares
preloader