The Buyer’s Guide

LET’S TALK BLAZERS : บทสนทนาที่จะทำให้คุณอยากหาซื้อเบลเซอร์มาใส่

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

The Buyer’s Guide

LET’S TALK BLAZERS : บทสนทนาที่จะทำให้คุณอยากหาซื้อเบลเซอร์มาใส่

24 July 2020

เคาะประตูห้องบก. พูดคุยเรื่องเบลเซอร์ให้กระจ่าง

 

สารภาพตามตรงว่านับตั้งแต่จำความได้ผมมักจะมีอคติกับคนที่ใส่เบลเซอร์หรือชุดสูทมาโดยตลอด ด้วยทัศนคติที่คับแคบ การมองโลกแบบเด็กๆ และความรู้อันน้อยนิด ทำให้คิดไปว่าคนที่ใส่เบลเซอร์ในประเทศไทยคือคนที่อยากหล่อ อยากดูดี เจ้าสำอาง ตลอดเวลา โดยไม่คำนึงถึงสภาพอากาศความเป็นจริง 

อย่างไรก็ตามเมื่อเติบโตขึ้น มีความรู้มากขึ้น เปิดรับทัศนคติใหม่ๆ มากขึ้น เสพสื่อมากขึ้น และศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้น กลับกลายเป็นว่าผมอยากจะหาเบลเซอร์มาใส่สักตัว แต่ด้วยที่ผ่านมาผมปิดกั้นเรื่องนี้มาโดยตลอด ทำให้เมื่อถึงวันที่ตัวเองอยากใส่พบว่า…ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับมันเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นทางที่ดีและง่ายที่สุดสำหรับการหาความรู้เบื้องต้นเพื่อจะไปหาซื้อเบลเซอร์ตัวแรกในชีวิตของผมคือการพูดคุยกับผู้มีความรู้และประสบการณ์ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ณัฐ สุริยะฉันทนานนท์” Editor-In-Chief แห่ง W.MINISTRY นั่นเอง 

 

Nath Suriyachantananont, Editor-In-Chief, W. MINISTRY

 

บทสนทนานี้น่าจะเป็นประโยชน์กับมือใหม่ด้านเบลเซอร์ทุกคน และเมื่ออ่านจบก็คงอยากไปหาซื้อเบลเซอร์สักตัวเหมือนผมก็เป็นได้

 


 

เบลเซอร์ 101

 

ขอเริ่มต้นด้วยคำถามโง่ๆ แบบคนไม่รู้อะไรเลยนะครับ เบลเซอร์, สูท, และแจ็คเก็ตนี่เหมือนกันหรือแตกต่างกันยังไงครับ

แจ็คเก็ตหมายถึงเสื้อคลุม เสื้อนอก ดังนั้นแจ็คเก็ตสูทก็เป็นแจ็กเก็ต เบลเซอร์ก็เป็นแจ็คเก็ตเหมือนกัน

 

หมายความว่าแจ็กเก็ตคือคำที่ครอบคลุมกว้างที่สุดหรือเปล่าครับ

ใช่ครับ ส่วนสูทความแตกต่างที่สุดคือสูทหมายถึงของ 2  ชิ้นคู่กัน แจ็คเก็ตกับกางเกง ถ้าเป็นฝั่งอังกฤษจะเรียกว่าโค้ท ส่วนอเมริกันจะเรียกแจ็คเก็ต

แต่ถ้าเป็นเบลเซอร์คือมาชิ้นเดียว มีแค่ท่อนบน และถ้าลึกในรายละเอียดลงไปก็จะแตกต่างกันเรื่องความยาวด้วย สูทส่วนใหญ่จะยาวกว่าเบลเซอร์ มันจะปิดลงมามากกว่านิดนึง นอกจากนั้นลักษณะของกระเป๋าหรือดีเทลการเย็บบางส่วนจะดูทางการกว่าเบลเซอร์ ยังไงเบลเซอร์ก็จะไม่มีทางดูเต็มเท่าสูทเพราะว่ามันมาชิ้นเดียว ไม่ได้มีคู่จับข้างล่างให้มันสมบูรณ์ สูทส่วนใหญ่ถ้าเอามาใส่เป็นเบลเซอร์ มันจะดูขาดๆ หายๆ ไม่ครบองค์ประกอบ

 

Blazers

 

เนื้อผ้าต่างกันด้วยหรือเปล่าครับ

เรื่องของเนื้อผ้านี่แล้วแต่เลย สูทที่ผ้าลำลองมันก็มี ส่วนเบลเซอร์ต่อให้ใช้เนื้อผ้าที่ดูทางการมันก็ยังเป็นเบลเซอร์ เพราะมันไม่มีคู่ด้านล่างให้จับ เราจะไม่เรียกเบลเซอร์ว่าสูท เบลเซอร์ก็คือเบลเซอร์ บางคนอาจจะเรียกสว่าปอร์ตโค้ท หรือสปอร์ตแจ็คเก็ตก็มี คำเรียกแตกต่างกันแต่โดยรวมก็หมายถึงเบลเซอร์นี่แหละ

 

แล้วเรื่องการตัดละครับ เบลเซอร์จำเป็นไหมที่ต้องตัดให้ออกมาพอดีตัวเหมือนสูท

เบลเซอร์จะยืดหยุ่นกว่าสูทในเรื่องของฟิตติ้ง เช่นบางแบรนด์จะตัดให้สั้นหน่อย เพราะใส่ลำลองแล้วดูดี บางแบรนด์จะตัดแขนสูงขึ้นมาเพราะต้องการให้ดูสบายๆ ด้วยความที่เบลเซอร์สามารถเลือกผ้าได้หลากหลายกว่า อาจจะมีความเด้ง ความกรอบ ความยับที่เกิดขึ้นได้ซึ่งถ้าอยู่ในสูทมันจะไม่เหมาะ ทำให้เรื่องฟิตติ้งยืดหยุ่นได้มากกว่าสูท 

ดังนั้นเราสามารถหาซื้อเบลเซอร์แบบสำเร็จรูปได้ง่ายกว่าสูทแน่นอน แต่ถามว่ามันมีการตัดแบบสูทด้วยไหม มันก็มีในร้านที่ดีๆ แต่ถ้าหุ่นไม่ได้ผิดมาตรฐานเกินไปซื้อเบลเซอร์แบบสำเร็จรูปก็โอเคแล้ว

 


ประเทศไทยกับการใส่เบลเซอร์

 

 

Blazers

 

 

เมื่อเข้าใจแล้วว่าเบลเซอร์คืออะไร ประเด็นต่อไปของผมจึงเข้าสู่เรื่องแนวคิดสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่กล้าใส่เบลเซอร์ เพราะกลัวคนรอบข้างจะมองแปลกๆ เนื่องจากวัฒนธรรมการใส่เบลเซอร์ในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายเท่าไรนัก

ผมเริ่มใส่เบลเซอร์ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ประมาณปี 1-2 เพราะว่ามหาวิทยาลัยคณะที่เรียนเขาไม่ได้บังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา

ถ้าใส่สูทไปมหาวิทยาลัยคนก็อาจจะทักแซวว่า “วันนี้ใส่สูทเว้ย” แต่ถ้าใส่เบลเซอร์มันก็เหมือนการอยากจะใส่เสื้อคลุมที่ดูสุภาพขึ้นมานิดนึง แล้วเบลเซอร์มันตอบโจทย์ตรงที่สามารถเลือกเนื้อผ้าได้หลากหลายกว่าสูท เพราะว่ามันเป็นแค่ชิ้นเดียว ประยุกต์กับนู่นนี่ได้ง่าย อาจจะเป็นผ้าลินินหรือฮอปแซคที่มีการทอที่ค่อนข้างระบายอากาศ ถ้ามองลงไปใกล้ๆ จะเห็นรูเล็กๆ 

ในประเทศไทยคนชอบบอกว่าใส่เสื้อคลุมแล้วมันร้อน แต่เบลเซอร์มันใส่ในเมืองไทยได้นะ ถ้าเลือกผ้าให้ถูกต้อง และสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้ร้อนคือเนคไทมากกว่า ไม่ใช่แจ็คเก็ต เพราะว่าเนคไทมันปิดคอ ทำให้ไม่มีอากาศระบาย

 

ไม่ร้อนแต่จะดูเก๊กเกินไปหรือเปล่าครับ

เหนือสิ่งอื่นใดคือเราต้องรู้กาลเทศะ สมมติวันนี้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ใส่เสื้่อเชิ้ตกางเกงขายาวก็พอ ผมก็เลือกที่จะไม่ใส่เบลเซอร์ เพราะไม่รู้ว่าจะใส่ไปเพื่ออะไร แต่สมมติว่าวันนั้นอากาศหนาว ผมก็อาจจะพกไปด้วย แต่ก็จะไม่ได้ใส่เดินไปเดินมาในคณะ ก็ต้องยอมรับว่ามันจะดูเยอะเกินไปในบริบทของบ้านเรา 

แต่ถ้าถามว่าผมให้เหตุผลกับคนได้ไหมว่าทำไมถึงใส่ ใส่ทำไม ไม่ร้อนเหรอ อันนี้ผมตอบได้เสมอ เหมือนเราเลือกของอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วเราศึกษามันอย่างละเอียด เรื่องคุณสมบัติของผ้า ศึกษาการใช้งาน ก็จะรู้ว่าเบลเซอร์มันมีประโยชน์ของมัน นอกจากจะใส่เพื่อลุคแล้ว มันยังมีช่องกระเป๋าเยอะ ใส่ของได้มาก แก้ปัญหากระเป๋ากางเกงตุงเวลาใส่กระเป๋าสตางค์หรือโทรศัพท์มือถือ 

ถ้าจะให้สรุปง่ายๆ คือ เบลเซอร์คือสิ่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างการใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวธรรมดากับชุดสูท

 


 

เลือกเบลเซอร์ให้เหมาะกับโอกาส

 

เบลเซอร์กับความหมายของการเป็นเสื้อคลุม

จริงๆ แล้วเบลเซอร์ต้นกำเนิดของมันมาจากการเป็นเสื้อคลุมที่ต้องการแสดงความเป็นสมาชิกคลับหรือสถาบัน เช่นเบลเซอร์สีน้ำเงินกระดุมทอง ก็เป็นนักเรียน Ivy League ดังนั้นเบลเซอร์สมัยก่อนมันคือเครื่องแบบชิ้นหนึ่งที่ใส่ทับลงไปปุ๊ปก็จะบอกได้ทันทีว่าคนนี้มาจากไหน

เบลเซอร์มันคือเสื้อคลุมโดยกำเนิดเลย การใช้งานของมันตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนเลย ใส่ชิ้นนี้ชิ้นเดียวเพื่อให้ทุกอย่างมันโอเคเป็นในแบบที่มันควรจะเป็น 

 

 

Blazers

 

 

แล้วเราควรจะเลือกเบลเซอร์ให้เหมาะกับโอกาสอย่างไรครับ?

ยกตัวอย่างเช่นงานแต่งงาน ถ้าเป็นงานแต่งงานที่ไม่ได้ทางการมากหรือจัดในโรงแรม การใส่เบลเซอร์ไปก็โอเคแล้ว ขึ้นอยู่กับ Dress Code ของงานนั้นๆ ด้วย เช่นถ้าเขาระบุไว้ว่า Smart Casual  ก็สามารถใส่เบลเซอร์กับกางเกงขายาวไปได้เลย แต่ถ้าเป็นงานแต่งงานในโรงแรมก็ไม่แนะนำให้ใส่เบลเซอร์ เพราะเราจะดูแตกต่างจากคนอื่น ใส่สูทไปจะดีกว่าเพราะทุกคนเขาใส่สูท การที่เราจะไปทำตัวเด่นหรือมีสีสันฉูดฉาดกว่าคนอื่นก็ไม่ควร มันไม่ใช่ที่ที่เราจะเป็นคนโดดเด่นที่สุด 

โอกาสที่เหมาะกับเบลเซอร์มากๆ คือการออกไปประชุมกับลูกค้า สมมติวันนั้นซวยมาก ดันใส่เสื้อยืด คอกลมกับกางเกงยีนส์ แล้วจะต้องออกไปประชุมกับลูกค้า การที่มีเบลเซอร์กับไม่มีเบลเซอร์ ลุคที่ออกมาจะต่างกันมาก การมีเสื้อคลุมอีกชั้นหนึ่งมันดูเรียบร้อยกว่า และก็ดูเหมาะกับกาลเทศะกว่าเยอะ

ดังนั้นถามว่าผมจะพกสูทไว้ที่ออฟฟิศไหม ก็คงไม่พก แต่ถ้าถามว่าพกเบลเซอร์ไหม…อันนี้ชัวร์ 

 

เบลเซอร์สำหรับใส่ทำงาน, ใส่ออกงาน, หรือใส่ไปเดท แตกต่างกันไหมครับ?

สมมติว่ามีเบลเซอร์หลายตัว ถ้าใส่ไปทำงานก็ไม่ควรเลือกตัวที่จะโดดเด่นกว่าลูกค้าหรือคู่ค้า นั่นไม่ใช่หน้าที่ของเบลเซอร์ในเวลานั้น เขาควรจะเห็นเราใส่เบลเซอร์แล้วคิดว่าผู้ชายคนนี้มีกาลเทศะ และรู้จักเลือกของให้เหมาะกับตัวเอง นั่นคือหน้าที่ของเบลเซอร์ในบริบทของการทำงาน 

ในขณะเดียวกันถ้าออกงานสังคม เช่นวันนี้บริษัทมีงานสังสรรค์ หรือไปงานเปิดตัวของลูกค้า มันก็จะเป็นกึ่งงานกึ่งสังสรรค์ กรณีนี้เบลเซอร์ที่ใส่ก็ไม่ควรที่จะดูทางการหรือสุขุมเกินไป อาจจะเลือกเบลเซอร์ที่มีแพทเทิร์นมากนิดนึง เช่น Houndstooth ที่เป็นแพทเทิร์นคล้ายกับฟันหมาทับกันไปทับกันมา หรือ Gun Club ก็เป็นอีกหนึ่งแพทเทิร์นที่เหมาะ ไม่ว่าจะใส่ไปเดทหรืออกงานสังคม

เรื่องของแพทเทิร์นเบลเซอร์ ยิ่งแพทเทิร์นใหญ่ ใส่ออกมาแล้วก็จะยิ่งดูใหญ่ เรียกร้องความสนใจ อาจจะเหมาะกับคนที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจน ส่วนถ้าเป็นแพทเทิร์นเล็กละเอียด มองไกลๆ อาจจะดูไม่มีอะไร แต่เมื่อเห็นใกล้ๆ จะพบว่ามีลวดลายที่น่าสนใจรออยู่ ซึ่งส่วนตัวผมชอบมันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อต้องใส่มันใช้เวลานานๆ หลายชั่วโมง อย่างการไปเดท

 


 

อยากได้เบลเซอร์สักตัวควรต้นเริ่มยังไง และซื้อที่ไหนดี

 

Blazers

 

จำเบลเซอร์ตัวแรกที่ซื้อเองได้ไหมครับ

จำไม่ได้จริงๆ มันนานมากแล้ว แต่จำโจทย์ที่มีในใจได้ว่าต้องเป็นของที่ใส่ได้บ่อยที่สุด เพราะตอนเบลเซอร์เป็นของที่มีราคา และตอนนั้นยังเป็นนักศึกษาอยู่ ดังนั้นเลยเลือกซื้อสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีพื้นฐาน ไม่ฉูดฉาดเกินไป ใส่คนครั้งเดียวคนจำได้จนไม่อยากใส่อีก 

 

แต่งตัวแนวสตรีทสามารถใส่เบลเซอร์ได้ไหมครับ

คำถามแรกที่ต้องถามก่อนคือปกติเป็นคนใส่เสื้อผ้าแบบไหน พอดีตัว สลิม หรือโอเวอร์ไซส์ ถ้าใส่เสื้อผ้าโคร่งๆ ก็ต้องหาเบลเซอร์ที่ตัวใหญ่หน่อยมาใส่ เพื่อให้มันไปด้วยกันได้ ให้มันดูเลเยอร์ขึ้น มีอะไรมากขึ้น แต่ไม่กลบสไตล์ของตัวเอง นี่คือความสนุกของการเลือกใส่เบลเซอร์

การใส่เบลเซอร์กับรองเท้าผ้าใบก็เป็นอะไรที่โอเค แน่นอนว่าใส่กับโลฟเฟอร์มันก็เข้ากว่า แต่ตราบใดที่เบลเซอร์ตัวนั้นไม่ได้ดูทางการเกินไป มันก็ใส่กับรองเท้าผ้าใบได้

 

ช่วยแนะนำแหล่งซื้อเบลเซอร์สำหรับงบประมาณจำกัด / งบกลางๆ / และงบไม่จำกัดหน่อยครับ

ถ้ามีงบสัก 5,000 บาท ไม่ต้องตัดเทเลอร์เด็ดขาด ไม่แนะนำเลยในการไปหาตัดในราคานี้ แทบจะไม่มีทางออกมาสวย แค่ต้นทุนเรื่องผ้าก็ไม่ได้แล้ว  5,000 บาทไม่พอที่จะได้ผ้าคุณภาพดี

ดังนั้นให้ลองไปหาเบลเซอร์สำเร็จรูป ซึ่งเวลาจะหาของพวกนี้ให้รอช่วงเซลล์ เพราะเราก็คงไม่ได้คำนึงอยู่แล้วว่า จะต้องเป็นเบลเซอร์ที่ On Trend ที่สุดในเวลานั้น ดังนั้นรอช่วงเซลล์ของแบรนด์ดีๆ ดีกว่า

อย่างเช่นใน YOOX ที่เป็นเว็บไซต์เอาท์เลทของเมืองนอก ในนั้นมีแบรนด์ดีๆ เยอะมากเลือกสมมติปกติตัวหนึ่งราคา 18,000 บาท ลดเหลือสัก 6,500 ยังไงก็คุ้มกว่าไปหาตัดร้านในไทย ผมการันตีเลย 

ส่วนค่าขนส่งส่วนใหญ่มันจะมีขั้นต่ำ สมมติว่าซื้อถึง 200 ปอนด์มันก็จะส่งฟรี และก็เคลียร์ภาษีให้เราแล้วด้วย ไม่ต้องผ่านศุลกากร ไม่ผิดกฎหมายนะ แค่มันเป็นขั้นตอนที่เค้าจัดการให้ ของพวกนี้คุณภาพผ้ามันจะดีอยู่แล้ว คิดว่ามันคือของราคา 20,000 บาท ในราคาแค่ 5,000-6,000 บาท

 

Blazers

 

ด้วยงบนี้ผมแนะนำ YOOX หรือถ้าเป็น MR PORTER ช่วงเซลล์ก็พอไหวอยู่ แต่ไซส์ก็อาจจะต้องตามล่ากันหน่อย

ต่อไปถ้างบประมาณไม่เกิน 15,000 บาท แนะนำแบรนด์ Boglioli แบรนด์นี้เวลาลดราคาจะคุ้มมากๆ  คุ้มที่สุด เป็นเบลเซอร์ที่ผมซื้อบ่อยมาก เพราะผ้ามันสวย ส่วนอีกที่แนะนำคือ Drake’s เวลาลดราคาก็จะอยู่ในช่วงราคา 15,000-20,000 บาท ถือเป็นอีกแบรนด์ที่เก่าแก่และคุณภาพดี เแต่แบรนด์เหล่านี้เขาจะไม่ได้เคลียร์ภาษีให้เหมือน YOOX เพราะ YOOX เป็นบริษัทใหญ่ เขาอาจจะทำข้อตกลงกัน ต่างจากแบรนด์เล็กๆ 

ส่วนถ้าอยากจะซื้อแบบมีหน้าร้านให้ลองในไทย ก็ไปที่ Decorum ก็ได้ เขาก็มี เบลเซอร์ราคา  20,000 บาทนิดๆ เหมือนกัน จะได้ลองไซส์ให้พอดีตัวด้วย 

แต่ถ้ามีงบประมาณไม่ได้เป็นปัญหา และคุณต้องการงานจากช่างตัดสูทและเมคเกอร์ฝีมือชั้นครู ผมแนะนำ The Somchai มีหน้าร้านในไทย ที่เขาจะมีแบรนด์ระดับท็อปเทียร์ของโลกให้เลือกหลายแบรนด์

 


 

บทส่งท้าย

 

คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแอตติจูดเพื่อมาใส่เบลเซอร์ กลับกันถ้าคุณใส่เบลเซอร์แอตติจูดของคุณจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเอง คุณจะเข้าใจว่าเบลเซอร์มันมีหน้าที่ของมัน ไม่ใช่ใส่แค่เพื่อเอาลุค แล้วหลังจากนั้นคุณจะรู้สึกอยากใส่มันซ้ำๆ หรือหาซื้อตัวใหม่มาใส่ 

เบลเซอร์ทำให้อารมณ์ของการแต่งตัวเปลี่ยนไป โดยไม่รู้สึกว่าเราต้องไต่เต้าขึ้นไปเพื่อใส่มัน

Related Stories

The Style Guide

STYLE GUIDE FOR A SPECIAL NIGHT OUT: 5 สไตล์การแต่งตัวสำหรับค่ำคืนแสนพิเศษ

เสื้อผ้ากองเต็มตู้ แต่ไม่รู้จะหยิบชิ้นไหนมาใส่ เรามีไอเดียดีๆ มาฝาก

Read

The Style Guide

GUCCI HORSEBIT LOAFERS: โลฟเฟอร์ ‘สำอางคลาสสิค’ ของคนรักสไตล์ แต่ไม่ทิ้งลายแฟชั่น

แม้ Gucci ทุกวันนี้จะขึ้นชื่อเรื่องสีสันและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่า Horsebit ยังคงเป็นตัวแทนแห่งภูมิปัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

Read

The Buyer’s Guide

GOOD AS GREY: เห็นสูทเทาอย่าเพิ่งเหมาว่าธรรมดา ชวนไขปริศนาการเลือกผ้าสีเข้มแสนสุขุมที่คุณมักสงสัย

Contributing Editor ของเราเล่าถึงสูทสีเทาเจ้าปัญหา วิธีการเลือกผ้าที่ใช่ และความพอดีตามวลี ‘นานาจิตตัง’

Read

0Shares
preloader