Arts

LARGER THAN LIFE

บทความโดย Apisorn Iamsriraksa, Staff Writer, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

วิดีโอโดยโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Arts

LARGER THAN LIFE

12 September 2019

"ลุงติ๊กสเกล" เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินผู้คืนชีวิตให้วงการไดโอรามาไทย

Spread the words

หากกล่าวถึง ‘ไดโอรามา (Diorama)’ น้อยคนนักที่จะรู้ความหมายของคำคำนี้  แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ศิลปะการสร้างโมเดลจิ๋วดังกล่าวเริ่มเป็นที่พูดถึงโดยสื่อในบ้านเราอย่างแพร่หลาย หากแต่คนที่คืนชีวิตให้วงการนี้ กลับเป็นบุคคลที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน ชายวัย 60 ปี ผู้ไม่ได้มีพื้นเพเป็นที่รู้จักในวงการศิลปะ อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยแบงก์ชาติ ‘ส.ท.พงศ์กาณฑ์ โกมลกนก’ หรือ ‘ลุงติ๊ก’ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ชื่อของเขาปรากฎขึ้นในฐานะ ‘ศิลปิน’

‘ลุงติ๊ก’ ชายผู้มีร่องรอยของคนที่ทำงานมาทั้งชีวิตเล่าให้เราฟังว่า เขาทำมาแทบจะทุกอย่าง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เดินตามความฝันของตัวเองสักที เพราะถูกตีกรอบด้วยคำว่า ‘หน้าท่ี’ และ ‘ความรับผิดชอบ’ จนในที่สุดด้วยวัยเกือบ 60 ปี จึงได้มา ‘ค้นพบ’ การทำโมเดลสเกลไดโอรามา สิ่งที่ทำให้ลุงกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง พร้อมปลุกจิตวิญญาณศิลปินในครั้งเยาว์วัยให้ฟื้นตื่นขึ้นมา


เราไม่เหนื่อยกับมัน เพราะเรารักที่จะทำมัน

แม้ห้องทำงานของลุงติ๊กจะไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เราคาดไว้ในตอนแรก แต่พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ ตรงนี้กลับเต็มไปด้วยชิ้นงานมากมายที่ถูกวางเรียงตลอดแนวผนังปูนเปลือยของห้อง ทั้งชิ้นที่ยังอยู่ในขั้นตอนการทำและชิ้นที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมขึ้นหิ้งแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ถูกกองรวมอยู่ที่มุมห้อง พร้อมร่องรอยการใช้งานที่เพิ่งเกิดขึ้นมาหมาดๆ ร่องรอยที่แสดงให้เห็นถึงการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เคยหยุดหย่อนของเขา พู่กันที่ยังคงเปียกชื้นบนจานสีที่เปรอะเปื้อน กิ่งไม้รูปทรงประหลาด และกล่องเครื่องมือคู่กายที่ยังคงเปิดไว้ให้พร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ
ลุงติ๊กพาเราเดินชมห้องทำงานส่วนตัวอย่างเป็นกันเองพร้อมอธิบายแต่ละส่วนไปด้วย “อุปกรณ์แต่ละชิ้นลุงไม่เคยทิ้งเลยนะ ถึงมันจะเป็นของเก่าแค่ไหนก็ตาม ทุกอย่างมีประโยชน์หมด พู่กันแต่ละด้าม กิ่งไม้แต่ละกิ่ง แม้แต่หลอดดูดน้ำก็เหมือนกัน ถ้าเราไม่หยุดคิดหาเทคนิคใหม่ๆ เราสามารถเอามาสร้างสรรค์เป็นอะไรบางอย่างในงานของเราได้เสมอ เพราะงานลุงเป็นงานทำมือ มันไม่มีอะไรตายตัว” คุณลุงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
ขณะพาชมผลงานแต่ละชิ้นในห้อง คุณลุงได้เล่าให้เราฟังถึงศิลปะแบบไดโอรามาที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา แม้มองเผินๆ จะเหมือนงานสเกลจำลองแบบบ้านและคอนโดที่เราเห็นทั่วไป แต่ที่จริงมันกลับมีความซับซ้อนและแง่มุมในความเป็น ‘ศิลปะ’ อีกมาก ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ลุงติ๊กได้ผลิตผลงานออกสู่สาธารณะเป็นจำนวนกว่า 1,500 ชิ้น และในทุกทุกชิ้นล้วนมีองค์ประกอบอันเป็นเสมือนลายเซนต์ของเขาที่เหมือนกัน นั่นก็คือ ‘ความมีชีวิต’ ลุงติ๊กมองไปที่ชิ้นงานของตนพร้อมกล่าวด้วยนัยน์ตาแน่วแน่ว่า “ไดโอรามาที่ลุงทำ มันบ่งบอกถึงอารมณ์ ความมีเสน่ห์ของมันอยู่ตรงนี้แหละ การที่เราใส่อารมณ์ ใส่ความรู้สึก ใส่เรื่องราวลงไปในแต่ละงาน รายละเอียดเล็กๆ ทั้งหลายคือสิ่งที่ทำให้มันสมบูรณ์ คือสิ่งที่ทำให้มันมีชิวิต”


รายละเอียดนี่มันสำคัญนะ ทิ้งไม่ได้ ยิ่งเก็บได้มาก
งานเรายิ่งดูสมบูรณ์ ยิ่งสมจริง


“งานลุงไม่ใช่งานสะอาดนะ มันไม่ได้เนี้ยบเหมือนพวกงานโมเดลที่เราเคยเห็นกัน เพราะในความเป็นจริงมันไม่มีอะไรเพอร์เฟค” คุณลุงบอกกับเรา กวาดตามองแผ่นไม้แต่ละแผ่น อิฐแต่ละก้อน รอยแตกลอกของผนังปูน คราบสกปรกบนบานกระจก ทุกๆ รายละเอียดเล็กน้อยของความเป็นจริงถูกแต่งแต้มด้วยมืออย่างประณีตแต่ไม่ได้ "เรียบร้อย" ตามแบบฉบับของลุงติ๊ก
เมื่อสังเกตดีๆ งานของลุงติ๊กทุกชิ้นมีรายละเอียดที่ให้ความรู้สึกและแสดงถึงเรื่องราวที่แตกต่างกัน คุณลุงยังเล่าอีกว่า ครั้งหนึ่งเคยทำงาน 2 ชิ้นที่มีโครงสร้างและแบบแปลนเหมือนกัน แม้แต่วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็ไม่ต่าง แต่เมื่อมองดูมันตอนเสร็จแล้ว ทั้งสองงานกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจนน่าแปลกใจ และสิ่งที่ทำให้เป็นเช่นนั้นคือ ‘รายละเอียดเล็กๆ และเรื่องราวในชิ้นงาน’ ที่คุณลุงตั้งใจใส่ลงไปในช่วงเวลาและห้วงอารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน เราเดินชมงานที่เรียงรายด้วยความชื่นชมราวกับโดนสะกด ยิ่งดูเท่าไรก็ยิ่งเห็นมากขึ้น ยิ่งสังเกตเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกไม่พอ รายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ตั้งแต่พื้นดิน ผืนหญ้า แผ่นไม้ จนถึงวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งหมดประกอบกันแล้วให้ความรู้สึกราวกับได้เข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ
อาจเป็นเพราะงานส่วนใหญ่ของลุงติ๊กสร้างมาจาก ‘ความทรงจำ’ ก็เป็นได้ เราจึงสัมผัสได้ถึงความ ‘สมจริง’ ที่สื่อออกมามากมายขนาดนี้ “ผลงานของลุงเป็นส่วนผสมของทั้งความทรงจำและจินตนาการ เราจะจินตนาการที่ที่หนึ่งขึ้นมา แล้วก็เติมเต็มมันด้วยความทรงจำ ลุงจะเก็บทุกอย่างที่เรานึกได้ อย่างเช่นห้องครัวก็จะต้องมีครก เขียง มีด กระทะ ขวดน้ำมัน แม้แต่ไม้ขีดไฟที่วางอยู่ข้างฝาก็ต้องห้ามมองข้าม แล้วก็จินตนาการว่าคนบ้านนี้เขาอยู่กันยังไง เขาทำกับข้าวอะไรกิน มันต้องละเอียดถึงขั้นนั้นเวลาจะสร้างงานชิ้นหนึ่งขึ้นมา“ ลุงติ๊กเล่าอย่างใจดีพร้อมชี้ให้ดูชิ้นส่วนขนาดจิ๋วในงานไปด้วย


งานลุงเหมือนนิทานเรื่องหนึ่ง
กระดานแผ่นเดียวมันบ่งบอกทุกอย่าง


รายละเอียดแบบไทยๆ ที่สะท้อนออกมา ไม่ว่าจะผ่านวิถีชีวิตหรือสถาปัตยกรรมรูปแบบเก่าๆ ถือเป็นสเน่ห์ของงานภายใต้ชื่อ ‘ลุงติ๊กสเกล’ อันยากจะเลียนแบบ คุณลุงบอกเราว่าที่ต้องทำงานแบบวิถีไทยนั้น เป็นเพราะสิ่งเหล่านี้กำลังจะไม่มีให้เห็นแล้ว ภาพเก่าๆ และบรรยากาศอันอบอุ่นในอดีตกำลังจะหายไป “วิถีไทยบางอย่าง เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้จักนะ อย่างตู้กับข้าว กรงดักหนู ลุงใส่รายละเอียดพวกนี้ลงไปในงานทั้งหมด เพราะต้องการทำงานศิลปะพวกนี้ให้เป็นสื่อสำหรับเด็กรุ่นหลัง จะได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในยุคก่อนๆ”
คุณลุงพาเราไปดูโมเดลร้านตัดผมบาร์เบอร์แบบวินเทจที่แทบจะหาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน แผ่นไม้เก่าๆ เก้าอี้ตัดผมแบบคลาสสิค หวี มีดโกน แบตเตอเรียน กรรไกร และไฟหมุน ภาพเหล่านี้พาให้หวนนึกถึงความทรงจำจากวันวานอันหอมหวาน ชิ้นงานไดโอรามาของลุงติ๊กไม่ได้เป็นเพียงศิลปะสวยงามที่จรรโลงใจเท่านั้น แต่ยังช่วยเป็น ‘สื่อกลาง’ ที่ช่วยให้อดีตอันห่างไกลกลับมาอยู่ใกล้เพียงเอื้อม


เราสร้างความฝันของเขาให้หวนกลับคืนมา


เป็นเรื่องน่าแปลกที่ภาพบางอย่างที่ดูจะห่างไกลในเส้นของเวลาอย่าง ‘ความทรงจำ’ กลับทรงพลังและส่งผลต่อความรู้สึกใน ’ปัจจุบัน’ ของเราได้มากขนาดนี้ ก่อนจากกันลุงติ๊กเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยสร้างงานที่ทำให้คนเสียน้ำตามาแล้ว แต่ไม่ใช่น้ำตาจากความเศร้าโศก หากเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ “ทุกคนมีความทรงจำหมด เรื่องราวในวัยเด็ก เราเคยอยู่ที่ไหน เราเคยวิ่งเล่นตรงไหน แต่บางทีที่ตรงนั้นมันก็ไม่มีแล้ว” จากรูปเพียงใบสองใบ ลุงติ๊กได้สรรสร้างภาพในความทรงจำของคนคนหนึ่งออกมาเป็นชิ้นงานที่มองเห็นและจับต้องได้ “เขาดีใจน้ำตาไหลเลยนะ บอกลุงว่าผมนึกถึงยายเลย เขาจะนั่งอยู่ตรงนี้เป็นประจำ เราสร้างฝันให้เขากลับมา ที่ตรงนั้นที่ลุงสร้างมันอาจจะไม่ได้เป็นของจริงนะ แต่ความรู้สึกตื้นตันของเขามันเป็นของจริง”

Related Stories

Hennessy

THE LOST ART REIMAGINED

จิตวิญญาณอันหนักแน่น ของนักสร้างงานศิลปะสายเลือดไทย กับชีวิต ผลงาน และคุณค่าของสตรี

Read

Hennessy

WHERE A LOCAL STREET ARTIST GETS HIS INSPIRATIONS

ศิลปะของความดื่มด่ำกับแบรนด์คอนยัคสุดลึกล้ำ
แง่คิดและแรงบันดาลใจที่ส่งถึงกันในฐานะศิลปิน

Read

The Inspirations

THE MASTERS: STEVE MCCURRY

…การลาออกจากงานเพื่อไปอินเดียอาจจะฟังดูบ้าแล้ว แต่ปลายปี 1979 แมคเคอร์รีทำสิ่งที่บ้ากว่านั้นเข้าไปอีก…

Read

0Shares
preloader