Silver Screens

ITAEWON CLASS: กลยุทธ์ที่ทำให้ปลาเล็กต่อรองกับปลาใหญ่ได้ในเกมธุรกิจ

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Illustrator, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Silver Screens

ITAEWON CLASS: กลยุทธ์ที่ทำให้ปลาเล็กต่อรองกับปลาใหญ่ได้ในเกมธุรกิจ

23 March 2020

การโค่นล้ม ชางกา คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ และคงไม่อาจสำเร็จได้ถ้าไร้ซึ่งกลยุทธ์ที่ดี

 

*บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรี่ส์ Itaewon Class

 

“ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”

ชางแดฮี ประธานบริษัทชางกา

ประโยคสำคัญจาก “Itaewon Class ธุรกิจปิดเกมแค้น” หนึ่งในซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้จากค่าย Netflix ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ พัคแซรอย อดีตนักโทษอุกฉกรรจ์ โดยหลังจากได้รับอิสระภาพเขาตั้งใจที่จะเปิดบาร์เล็กๆ เป็นของตัวเองใน อิแทวอน ย่านที่มีความหลากหลายที่สุดในกรุงโซล อย่างไรก็ตามการเปิดบาร์นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการอันยิ่งใหญ่ที่ต้องการโค่นล้ม ชางกา บริษัทธุรกิจอาหารอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้เท่านั้น โดยสิ่งที่ขับเคลื่อน พัคแซรอย คือความแค้นที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจมาตลอด 10 ปี

สิ่งที่ทำให้ผู้ชมมากมายเสพติดซีรี่ส์เรื่องนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นก็คงหนีไม่พ้นเนื้อเรื่องเข้มข้น ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เสน่ห์อันเหลือล้นของตัวละคร ที่พร้อมจะทำให้ผู้ชมตกหลุมรักหัวปักหัวปำ ในขณะเดียวกันก็พร้อมจะทำให้เกลียดเข้ากระดูกดำได้เช่นกัน นอกจากนั้นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือกลยุทธ์ต่างๆ ของพัคแซรอย ที่เปรียบเสมือนอาวุธสำคัญในการทำให้ธุรกิจของเขาซึ่งเป็นปลาเล็กในท้องตลาด สามารถต่อสู้กับปลาใหญ่อย่าง ชางกา บริษัทอาหารอันดับหนึ่งของประเทศได้

ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงกลุยุทธ์เหล่านั้นกัน เพราะไม่ใช่แค่ พัคแซรอย เท่านั้น แต่ผู้ชมเองก็สามารถนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้เช่นกัน

 


No.1

วางเป้าหมายชัดเจนและเดินตามอย่างมั่นคง

 

Itaewon Class - Prison

 

หลังจากที่สูญเสียพ่อผู้เป็นบุคคลสำคัญในชีวิตไป แถมยังต้องระเห็จเข้าไปนอนในเรือนจำหลายปีจากความอยุติธรรมที่บริษัทชางกาใช้อำนาจและเงินตรายัดเยียดให้ สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ในจิตใจของ พัคแซรอย ลุกโชนด้วยไฟแค้น และหนทางเดียวที่จะดับมันได้คือการแก้แค้น เขาอยากเห็นชางกาถูกโค่นล้มด้วยน้ำมือของตัวเอง

ถึงแม้จะเป็นฝันที่ดูไกลเกินเอื้อม แต่ พัคแซรอย ก็มุ่งมั่นกับเส้นทางนี้มาโดยตลอด เป้าหมายเขาชัดเจนตั้งแต่วันแรก และไม่มีใครหรืออะไรจะมาเปลี่ยนแปลงมันได้ ดังนั้นช่วงเวลาที่ไร้อิสระภาพอยู่หลังกรงขังจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการวางแผน…แผนการที่ว่าด้วยการโค่นล้มชางกาโดยเริ่มต้นจากศูนย์ ควบคู่ไปกับการศึกษาคู่แข่งโดยละเอียด เห็นได้จากตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำ พัคแซรอย มักง่วนอยู่กับการอ่านหนังสือ โดยเล่มโปรดของเขาคือหนังสือที่ ชางแดฮี ประธานบริษัทชางกาเป็นคนเขียน เล่าเรื่องชีวิตของตัวเองนับตั้งแต่วันที่เปิดร้านอาหารห้องแถว สู่วันที่กลายเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

หลังจากออกจากเรือนจำ พัคแซรอย ก็ยังคงต้องทำงานอย่างหนักเป็นเวลายาวนานกว่า 7 ปี ไม่ว่าจะเป็นชาวประมงน้ำลึก หรือกรรมกร เพื่อเก็บเงินมาเปิดร้านในอิแทวอน ซึ่งเป็นก้าวแรกของแผนการโค่นล้มชางกาของเขา ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน นอกจากนั้นยังต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่ พัคแซรอย ก็ยังคงมุ่งมั่นและเดินตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง

 


 

No.2

ไม่อาจชนะได้เพียงลำพัง

 

Itaewon Class - ทันบัม

 

“ถ้าไม่มีทุกคนก็คงทำไม่สำเร็จ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีทุกคน”

หนึ่งในประโยคที่ พัคแซรอย พูดบ่อยๆ ถึงแม้จะมีบุคลิกที่มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว มุทะลุ แต่ลึกๆ เขาก็รู้ดีว่าภารกิจยิ่งใหญ่ที่ตั้งเป้าไว้ ลำพังตัวคนเดียวคงไม่มีทางทำสำเร็จ เขาจำเป็นต้องมีทีมที่ดีเพื่อผลักดันช่วยเหลือในด้านต่างๆ

คนแรกที่ต้องกล่าวถึงคงหนีไม่พ้นตัวละคร โชอีซอ ที่เปิดตัวในเรื่องด้วยภาพลักษณ์ของเด็กสาวอัจฉริยะผู้มีไอคิวสูงกว่า 160 เรียนดี กีฬาเด่น นอกจากนั้นด้วยหน้าตาน่ารักสดใส ยังทำให้เธอเป็นคนดังในโลกโซเชียล เป็นบล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามหลักแสนคน อย่างไรก็ตามอีกด้านหนึ่งเธอกลับเป็นพวกต่อต้านสังคม ยากที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จนกระทั่งกรงล้อแห่งโชคชะตาหมุนให้เธอมาเจอกับเถ้าแก่พัคโดยบังเอิญ

ด้วยความที่เธอมีอาชีพเป็นบล็อกเกอร์ ทำให้ โชอีซอ มีความเข้าใจในเรื่องการตลาดออนไลน์ยุคปัจจุบันเป็นอย่างดี บวกกับการที่เธอมีฐานแฟนคลับอยู่จำนวนหนึ่ง เธอจึงสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้กอบกู้ร้านร้างผู้คน ให้กลายเป็นร้านที่คนต้องมาต่อแถวได้สำเร็จ

ชเวซึงควอนกับมาฮยอนอีก็เช่นเดียวกัน ทั้งคู่คือฟันเฟืองหลักที่อยู่คู่กับเถ้าแก่พัคและร้านทันบัมมาตั้งแต่วันแรก โดยถึงแม้ ชเวซึงควอน จะดูเป็นคนซื่อๆ เถรตรง แต่ในเรื่องของการดูแลงานหน้าร้านเขาคือยอดฝีมือ ถึงขั้นที่ โชอีซอ จอมเย็นชายังเคยออกปากชม ส่วน มาฮยอนอี ที่ในตอนแรกฝีมือการทำอาหารของเธอเป็นจุดอ่อนของร้าน แต่เธอก็พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่เธอใช้ฝีมือพาร้านทันบัมชนะเลิศในการแข่งขันรายการ “สุดยอดร้านอร่อย” คือก้าวสำคัญที่ทำให้ทันบัมเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

Itaewon Class - อีโฮจิน

 

อีกหนึ่งคนสำคัญที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ อีโฮจิน อดีตเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมของ พัคแซรอย และเป็นคนที่ พัคแซรอย เคยช่วยเหลือไว้จากการถูก ชางกึงวอน ลูกชายคนโต ทายาทบริษัทชางกา รังแก นั่นทำให้ อีโฮจิน รู้สึกขอบคุณ และอยากช่วยเหือ พัคแซรอยในการแก้แค้นให้สำเร็จ

บทบาทสำคัญของ อีโฮจิน คือการเป็นผู้จัดการกองทุนฝีมือเยี่ยม และมีส่วนช่วยในการนำเงินทุนของพัคแซรอยไปต่อยอดให้งอกเงย เป็นการสร้าง Passive Income และโจมตีชางกาจากอีกทาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ พัคแซรอย ไม่สันทัด

เมื่อมีความถนัดในด้านที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการมาอยู่รวมกันเป็นทีม จึงเป็นการเกื้อหนุนกัน แต่ละคนใช้จุดเด่นความสามารถของตัวเองเป็นฟันเฟืองในการช่วยขับเคลื่อน พัคแซรอย และ ทันบัม ก้าวไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง จนถึงวันที่ทัดเทียมกับชางกาได้สำเร็จ

 


 

No.3

ใช้จุดแข็งลบจุดอ่อน

 

Itaewon Class - โชอีซอ

 

ถ้า ชางกา เป็นมวยรุ่นเฮฟวี่เวท ทันบัม เองก็คงเป็นเพียงแค่มวยสตรอว์เวทที่ไม่อาจเทียบชั้นได้ ไม่ว่าจะมองด้านไหนก็เสียเปรียบสุดลิ่มทิ่มประตู อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นแบรนด์ขนาดเล็ก นั่นทำให้ ทันบัม สามารถทำในสิ่งที่ ชางกา ไม่สามารถทำได้ คือการใช้ช่องทางโซเชียลทำการตลาดออนไลน์สำหรับฐานลูกค้าวัยรุ่น โดยมี โชอีซอ ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เป็นคนวางกลยุทธ์

ดังนั้นกลยุทธ์นี้จึงเป็นการใช้จุดอ่อนของตัวเองที่เป็นแบรนด์เล็กให้กลายเป็นจุดแข็งที่แบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ มีภาพลักษณ์หรูหรา และมีความอนุรักษ์นิยม อย่างชางกา ไม่สามารถเลียนแบบได้

 


 

No.4

มาตรฐานคือสิ่งสำคัญ

 

Itaewon Class - Honey Night

 

“เพราะธุรกิจอาหารคือเรื่องของผู้คนและความเชื่อมั่น” หนึ่งในคติพจน์ที่ พัคแซรอย ยึดถือมาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเปิดร้าน

ในช่วงแรกหลังจากที่ โชอีซอ มาทำงานที่ร้านได้ไม่นาน แต่ด้วยพลังโลกออนไลน์ของเธอทำให้มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย อย่างไรก็ตามพวกเขารู้ดีว่าลูกค้าเหล่านี้มีโอกาสที่จะมาครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีกเลย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของมาตรฐานและรสชาติที่ต้องทำออกมาให้ดี เพื่อมัดใจ เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำให้สำเร็จ ซึ่งแม้แต่ ชางแดฮี ประธานแห่งชางกาเอง ก็ยึดถือเรื่องของมาตรฐานและรสชาติเช่นเดียวกัน เขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชางกายิ่งใหญ่เป็นอันอับหนึ่งในปัจจุบัน

 


 

No.5

หาจุดอ่อนคู่แข่งให้เจอ และโจมตีจากตรงนั้น

 

Itaewon Class - ชางกึงวอน

 

ถึงแม้จะเป็นบริษัทใหญ่โต มีอำนาจบารมีล้นฟ้า สามารถชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ได้ตามใจชอบ แต่ก็ใช่ว่า ชางกา จะไร้ซึ่งจุดอ่อน ตรงกันข้ามพวกเขากลับมีจุดอ่อนที่ค่อนข้างใหญ่หลวง นั่นก็คือ ชางกึงวอน ลูกชายคนโตของประธาน ชางแดฮี นั่นเอง

เรียกได้ว่า ชางกึงวอน มีนิสัยครบสูตรความเลว ไม่ว่าจะเป็นการบ้าอำนาจ หลงตัวเอง เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่ค่อยเฉลียวฉลาดนัก นั่นจึงทำให้ทายาทแห่งชางกาคนนี้ตกเป็นเหยื่อของ โชอีซอ ที่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ปล่อยหมัดเด็ดใส่ชางกาได้สำเร็จ และมันคือหมัดสำคัญที่พลิกสถานการณ์ของทันบัมให้ตีตื้นชางกาขึ้นมาได้ในระยะอันสั้น

 


 

No.6

ศัตรูของศัตรูคือมิตร

 

Itaewon Class - คังมินจอง

 

“ชางกาก็คือชางแดฮี ชางแดฮีก็คือชางกา” หนึ่งในประโยคที่ ชางแดฮี เคยลั่นวาจาเอาไว้ แสดงให้เห็นว่าเขายิ่งใหญ่และมีอำนาจเบ็ดเสร็จมากแค่ไหนในบริษัทชางกา อย่างไรก็ตามด้วยสภาพวัยที่ค่อยๆ เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านใกล้จะมาถึงแล้ว และด้วยความอ่อนแอไร้ความสามารถของ ชางกึงวอน ลูกชายของ ชางแดฮี ที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอด ทำให้ คังมินจอง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ควบตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัทดูจะมีอำนาจและผู้สนับสนุนมากขึ้นทุกวัน

พัคแซรอย เล็งเห็นถึงสถานการณ์ต่างๆ ในบริษัทชางกา เขาจึงเลือกถือไพ่ใบสำคัญโดยการให้การสนับสนุน คังมินจอง ในแง่ของเงินทุนและจำนวนหุ้นส่วนในบริษัท เข้าตำราการดึงศัตรูของศัตรูให้เข้ามาเป็นมิตร จากนั้นก็ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นบันไดเพื่อขึ้นสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้

 


 

No.7

คว้าโอกาสอย่างรอบคอบ

 

Itaewon Class - พัคแซรอย

 

หลังจากที่ มาฮยอนอี แสดงฝีมือการทำอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศรายการสุดยอดร้านอร่อยได้สำเร็จ ถือว่าช่วงเวลาดังกล่าวคือขาขึ้นของทันบัมอย่างแท้จริง เนื่องจากร้านของเถ้าแก่พัคแซรอยถูกนายทุนยื่นข้อเสนอจำนวนมหาศาลเพื่อร่วมทุนในการขยายสาขาเป็นกิจการเฟรนไชส์ทั้งๆที่ ทันบัมยังเป็นเพียงร้านเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน

“น้ำขึ้นให้รีบตัก” นี่คือสิ่งที่ โชอีซอบอกกับ พัคแซรอย ความหมายของเธอคือการให้รีบคว้าโอกาสที่นายทุนเหล่านั้นหยิบยื่นให้ เพราะโอกาสแบบนี้อาจจะไม่มีมาอีกแล้วก็ได้ ถึงแม้ในตอนแรกจะไม่เห็นด้วย แต่สุดท้าย พัคแซรอย ก็เชื่อในตัวผู้จัดการร้าน และยอมทำตาม อย่างไรก็ตามในครั้งนี้มันคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะนายทุนเหล่านี้แท้จริงแล้วคือคนในบัญชาของ ชางแดฮี ที่มาขุดบ่อล่อเหยื่อ และเมื่อ พัคแซรอย ติดกับ เขาก็ลอยแพทันที

โชคดีที่ พัคแซรอย เอาตัวรอดจากสถานกาณ์ตรงนั้นมาได้ และในที่สุดเขาก็ได้นายทุนที่จริงใจต่อเขาจริงๆ ครั้งนี้เขาไม่ผิดพลาดแบบครั้งแรก คว้าโอกาสไว้อย่างรอบคอบ พร้อมดินหน้าพัฒนาบริษัท IC (Itaewon Class) อย่างเต็มกำลัง และหลังจากนั้นเพียง 4 ปี ผลของการคว้าโอกาสครั้งสำคัญเอาไว้ ก็ทำให้บริษัท IC เติบโตอย่างก้าวกระโดด กลายมาเป็นหนึ่งในบริษัทอาหารแถวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ได้สำเร็จ

 


 

เหล่านี้คือกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แผนการที่ดูเหมือนจะเป็นฝันกลางวัน ไร้ซึ่งหนทางเป็นไปได้ กลับประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงาม ซึ่งถึงแม้ในโลกความเป็นจริง การทำธุรกิจอาจจะยากเย็นและไม่สวยงามยิ่งกว่าที่ พัคแซรอย ต้องเผชิญ อย่างไรก็ตามตำรา Itaewon Class ก็คงพอที่จะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ถ้าสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว ส่วนใครที่ยังไม่ได้ดู นี่คืออีกหนึ่งซีรี่ส์ที่มีครบทุกรสชาติ และน่าจะช่วยทำให้ชีวิตในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้านมีสีสันขึ้นมาบ้าง

Related Stories

Silver Screens

ETERNAL SUNSHINE OF THE SPOTLESS MIND: 
ความทรงจำที่เลวร้ายควรเก็บไว้หรือลบทิ้ง

บทเรียนจากหนังเก่าเรื่องโปรด ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังทันสมัย

Read

Silver Screens

CRASH LANDING ON YOU: เกาหลีเหนือบนแผ่นฟิล์มสวยงามเกินจริงหรือไม่

หรือซีรีส์ดังของต้นปี 2020 จะเป็นเพียงภาพมายาเพื่อความบันเทิง

Read

Silver Screens

STUDIO GHIBI: 4 อนิเมชั่นที่พิสูจน์ว่าสตูดิโอจิบลิเป็นผู้มาก่อนกาล

ความในใจของฮายาโอะ มิยาซากิ เสียงคำรามแห่งพงไพรจากยุค ‘80s - '90s ที่บอกว่าประเด็นเหล่านี้ไม่เคยเก่าเลย

Read

0Shares
preloader