Hennessy

INDULGE IN HENNESSY COGNAC 
WITH THE RIGHT MUSIC

บทความโดย Nanat Suchiva, Deputy Editor, W.Ministry

ภาพประกอบโดย Paritat Supaporne, Graphic Designer, W.Ministry

Hennessy

INDULGE IN HENNESSY COGNAC 
WITH THE RIGHT MUSIC

14 March 2019

ให้เสียงเพลงที่คู่เคียงกันไปในความแตกต่าง
เพิ่มอรรถรสให้กับคอนยัคมากคุณภาพอย่างลงตัว

Spread the words

คุณคิดว่าเครื่องดื่มดีๆสักแก้ว ควรคู่กับอะไร ? บรรยากาศที่เป็นใจ หรือ คนข้างกายที่คอยรับฟังเรื่องสุขทุกข์มากกว่าแค่สังสรรค์ ? คำตอบคือใช่ทุกประการ แต่ถ้าคุณกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ว่าองค์ประกอบที่สำคัญอย่าง “เสียงเพลง” นั้นหายไปไหน คุณกำลังมาถูกทางกับการดื่มด่ำเรื่องราวในบทความนี้ และเรายังเชื่อว่าสิ่งที่จะสะท้อนรสชาติอันละเมียดละไมของคอนยัคชั้นเลิศออกมาได้อย่างเต็มที่คือบทเพลงที่ดี ที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนในแต่ละประเภทแตกต่างกันไป เช่นเดียวกับน้ำสีอำพันของเฮนเนสซี่ที่มีเรื่องราวเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน

รสชาติแห่งศิลปะของความพิถีพิถันจากเฮนเนสซี่เกิดขึ้นได้ด้วยการบ่มเพาะอย่างใส่ใจและอ่อนโยนนานนับหลายปี และผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร สุดท้ายความขึงขังที่แฝงความหลงใหลในคุณภาพนี้ย่อมถูกส่งไปยังผู้มองเห็นความตั้งใจไม่แพ้การปูเรื่องราวของประวัติศาสตร์กว่า 200 ปี

แม้ความชื่นชอบในรสชาติกับความสามารถในการรับรสของการบรรจงกลืนเครื่องดื่มที่นุ่มละมุนผ่านริมฝีปาก ลิ้น และลำคอนั้นจะกำหนดออกมาให้เท่ากันดังสูตรคณิตศาสตร์ไม่ได้ แต่อย่างน้อยคุณคงไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจหากรู้ว่า “ประเภทของเสียงดนตรี” ก็มีความสัมพันธ์กับรสชาติที่เฉพาะตัวของทั้งสามทหารเสือจากเฮนเนสซี่ได้ เพราะแม้จะไม่ใช่การนำทฤษฎีหรืองานวิจัยใดๆ มาอ้างอิง แต่เราเชื่อว่าการจับคู่นี้จะเป็นตัวแทนของการแสดงรสชาติที่ลุ่มลึกได้อย่างน่าประทับใจ และยังไปสู่ขั้นกว่าของการดื่มด่ำได้




Hip Hop

เริ่มต้นความดื่มด่ำกับรสชาติคอนยัครหัสลับสามดาวประเภทแรกอย่าง Very Special ที่โดดเด่นด้วยรสสัมผัสอันสดชื่น ซาบซ่าไปด้วยกลิ่นของผลไม้และถังไม้โอ๊คที่นุ่มนวล แซมด้วยความหอมเป็นระยะจากกลิ่นเมล็ดอัลมอนด์เผาและบรรยากาศของไร่องุ่นที่ถูกฟูมฟักแบบธรรมชาติ ซึ่งจะว่าไปแล้ว Very Special ก็คือรสชาติอันเป็นมาตรฐานและเอกลักษณ์อย่างชัดเจนของเฮนเนสซี่ และแนวเพลงที่เป็นตัวแทนของความร่วมสมัยในการดื่มคอนยัคที่ไม่เหมือนใคร เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากบทเพลงประเภท “ฮิปฮอป” ซึ่งผู้อ่านอาจจะกำลังสงสัยอยู่ว่าคอนยัคและเพลงฮิปฮอปเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร เราจะมาไขข้อข้องใจไปด้วยกัน

จริงอยู่ว่าคาแรคเตอร์ของเพลงฮิปฮอปและคอนยัคไม่ได้มีอะไรที่น่าจะเจอกันได้ เพราะภาพของไร่องุ่น การเกษตรกรรม ถังไม้โอ๊ค และการละเลียดรอเวลาบ่มเพาะน้ำสีอำพันนี้ ช่างขัดกับสัญญะแห่งกลุ่มสังคมที่มีรถยนต์คันงาม ปืน เพชรนิลจินดาสะท้อนแสงไฟ และเงินทองมากมายในโลกวัตถุนิยมแบบ American Dream แต่ด้วยความบังเอิญของการให้กำเนิดบทเพลงฮิปฮอปในตำนานอย่าง “Pass the Courvoiser” จาก Busta Rhymes ก็ทำให้โลกรับรู้ว่าเครื่องดื่มคอนยัคจากในรูปอัลบั้มหน้าปกนั้นเป็นสิ่งที่จับพลัดจับผลูมาเจอกับเพลงฮิปฮอปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

และหากย้อนกลับในปี ค.ศ. 1992 แล้วนั้น เจ้าพ่อแห่งบทเพลงฮิปฮอปอย่าง 2Pac ก็ได้เคยสรรค์สร้างเนื้อร้องและทำนองเพื่อผู้ผลิตคอนยัคระดับโลกในชื่อตรงกันว่า “Hennessy” จนกระตุ้นให้การรับรู้นี้กลายเป็นที่นิยมในหมู่แฟนเพลงแร็ปเปอร์ แม้กระทั่งศิลปินในปัจจุบันอย่าง Drake เองก็ยังมีบทเพลงที่กล่าวถึงเฮนเนสซี่ด้วยเรื่องราวที่มีต่อปูมหลังของเขา

ไม่เพียงเท่านี้ เนื้อเพลงของบทเพลงฮิปฮอปที่มีการพูดถึงเกี่ยวกับเฮนเนสซี่นั้นยังมีอีกมากมายนับพันเพลงจากศิลปินน้อยใหญ่ เช่น Notorious BIG, Kanye West, Rick Ross, Dr.Dre และ 50 Cent แม้มีท่วงทำนองชวนโยกหัวไปกับบีทดนตรีที่ “ไม่ได้ซับซ้อนและหวือหวา” แต่เพลงฮิปฮอปนั้นแฝงเรื่องราว “ความเข้มข้นในเนื้อหา” เอาไว้มากมายผ่าน Rhyme หรือ เนื้อร้อง ที่ในบางครั้งศิลปินได้กลั่นออกมาจากความนึกคิดขณะนั้นแบบไม่ได้เตรียมตัวใดๆ ซึ่งถือเป็นการแสดงทัศนะและสื่อสารออกมาอย่างเต็มที่ผ่านการฝึกฝน สังเกตเรื่องราวหรือเหตุการณ์มากมายในชีวิต และหากเปรียบเทียบกับ Very Special จึงเป็นเหมือนจุดกึ่งกลางที่ทั้งสองสิ่งนี้มาบรรจบกันอย่างลงตัว

และคำถามที่ว่าเพราะเหตุใดทำนองเพลงฮิปฮอปกับ Very Special จากเฮนเนสซี่จึงเป็นภาพสะท้อนที่เหมาะสม คำตอบก็คงจะเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แต่มีกลิ่นอายความขบถแฝงอยู่ให้ได้รู้สึกบ้างเป็นครั้งคราว และยังมีความสุภาพในความแข็งกร้าวของเนื้อหาที่เข้มข้นไม่แพ้กัน

 

Best enjoyed with




Jazz

บรรยากาศของเแสงไฟสลัว ทำนองเพลงที่ค่อยๆดำเนินไปพร้อมกับความกลมกล่อม นุ่มแต่มีเสน่ห์และเซ็กซี่ คงจะเป็นคำนิยามขององค์ประกอบระหว่างฟังบทเพลงประเภท “แจ๊ส” ที่เข้าคู่กันเป็นอย่างดีกับคอนยัคเฮนเนสซี่ V.S.O.P หรือ Very Superior Old Pale ที่มีความหรูหราที่ขยับขึ้นมาอีกระดับเป็นอย่างดี ด้วยรสสัมผัสที่นุ่มนวล และเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก ทำให้จุดที่เจอกันของทั้งสองสิ่งนี้ถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

หากลองจินตนาการถึงวงดนตรีแจ๊สแบบเครื่องดนตรีสามชิ้น (Trio) ที่ประกอบไปด้วยเปียโน ดับเบิ้ลเบส และเครื่องเคาะจังหวะ ที่เริ่มบรรเลงด้วยการให้จังหวะจากกลองแบบเบาๆ ก็เหมือนกับการเริ่มรับรสความซาบซ่าของผลไม้ ต่อด้วยการบรรจงกรีดกรายนิ้วมือลงบนลิ่มเปียโนที่เหมือนให้ V.S.O.P ได้ไหลผ่านลิ้นและกลั้วไปทั่วทั้งปาก เผยรสชาติแท้จริงที่หนักแน่นแต่นุ่มนวล และยังคงแฝงไปด้วยกลิ่นอายความหอมแบบกลิ่นไหม้เบาๆ เสมือนการตบท้ายด้วยดับเบิ้ลเบสที่เคร่งขรึมเพื่อเติมเต็มวงดนตรีแจ๊สสามชิ้นให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น

ไม่เพียงเท่านี้ โลกของดนตรีแจ๊สกับคอนยัคยังมีความสัมพันธ์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากการถือกำเนิดขึ้นของวงดนตรีอเมริกันแจ๊สเครื่องดนตรีสี่ชิ้น (Quintet) ในนาม V.S.O.P ที่ประกอบด้วยนักดนตรีชั้นปรมาจารย์มากมายอย่าง Herbie Hancock, Wayne Shorter, Tony Williams และ Freddie Hubbard ที่ต่างก็เคยเป็นสมาชิกในวงดนตรีเดียวกับศิลปินแจ๊สที่ขึ้นหิ้งไปแล้วอย่าง Miles Davis ในช่วงยุค 60’s นั่นเอง

เรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงความบังเอิญตรงกับผลิตภัณฑ์ของเฮนเนสซี่ แต่ชื่อของวงดนตรี V.S.O.P นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอายุและคุณภาพของคอนยัคที่ถูกบ่มเพาะมาอย่างดีเพื่อสื่อสารไปในทางเดียวกันว่า “นี่คือวงดนตรีและคอนยัคที่มีคุณภาพ” ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ถือเป็นเรื่องราวการจับคู่กันครั้งแรกในความเกี่ยวข้องกันระหว่างเสียงดนตรีแจ๊สและคอนยัคที่น่าประทับใจ


Best enjoyed with




Classical

เราขอหยิบยกบทเพลงคลาสสิคตลอดกาลที่ไม่ว่าจะได้ยินทำนองเมื่อใดก็รับรู้ได้เลยว่า เป็นของยอดนักประพันธ์เพลงแห่งศตวรรษที่ 17 อย่าง Antoni Vivaldi ผู้ที่ให้กำเนิดบทเพลงไวโอลินคอนแชร์โต้ (Violin Concerto) ในตำนานที่ถูกสรรค์สร้างจากเครื่องดนตรี 4 แบบ และให้ท่วงทำนอง อารมณ์ของเพลงที่แตกต่างกันไปตามการแบ่งส่วนของบทเพลงเป็นสี่ฤดูในนาม “The Four Seasons” และหนึ่งในสี่บทเพลงนั้น “La Primavera” น่าจะเป็นตัวแทนของการเล่าเรื่องที่ไปพร้อมกับคอนยัคที่ถูกบ่มเพาะอย่างยาวนานที่สุดจากเฮนเนสซี่ที่ให้รสชาติที่ซับซ้อนแต่หรูหราในความเคร่งขรึมอย่าง X.O หรือ eXtra Old

หากพูดถึงด้านเอกลักษณ์ของเฮนเนสซี่ X.O หรือ eXtra Old แล้ว สิ่งที่โดดเด่นเหนือกาลเวลาที่บ่มเพาะมานับร้อยปีนี้ คือความนุ่มนวลที่มาพร้อมความซับซ้อนอย่างน่าฉงน พร้อมรสชาติที่ชวนดำดิ่งลงสู่มิติอันล้ำลึกและทรงพลัง ผ่านประสาทสัมผัสการรับรสและกลิ่นด้วยอุ่นไอของพริกไทยที่ผสมผสานเข้ากับโกโก้ด้วยกรรมวิธีอันแสนละเอียดลออ ให้ผลลัพธ์ทรงคุณค่าที่นิ่งเรียบด้วยภาพลักษณ์แต่มากด้วยเรื่องราวไม่ต่างจากบทประพันธ์แสนคลาสสิคอย่างไวโอลินคอนแชร์โต้ชิ้นนี้ ที่พร้อมจะนำพาผู้ที่ได้รับฟังร่วมสัมผัส รับรู้ถึงประสบการณ์เฉพาะ และสะท้อนถึงรสนิยมของผู้รับฟังบทเพลงคลาสสิคและดื่มเฮนเนสซี่ X.O ได้อย่างดีที่สุด ดั่งคำกล่าวที่ว่า

“ทุกหยดของเฮนเนสซี่ X.O คือการผจญภัยที่ลึกล้ำ”



Best enjoyed with



ติดตามอีกหลากหลายเรื่องราวของเฮนเนสซี่ได้ที่นี่

Related Stories

Out of Office

AN EDITOR’S JOURNAL: DESTINATION DETOX ON THE JAPANESE ISLAND OF KYUSHU

5 วันในภูมิภาคคิวชู จากเมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติสู่หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา

Read

Query & Advice

HOW TO CHOOSE A MOISTURIZER FOR GUYS WHO WORK OUT

ให้ความสำคัญกับก้าวแรกของสกินแคร์สำหรับผู้ชายที่ชอบออกกำลัง

Read

The Style Guide

A FEW TIPS ON SOCKLESS STYLE

เรียนรู้เเละปรับใช้จากเหล่าผู้บุกเบิกสไตล์ ไม่เว้นแม้แต่การใส่รองเท้าเพื่อเผยข้อเท้า

Read

0Shares
preloader