The Style Guide

SHOES, BOOTS OR SNEAKERS: รองเท้าคู่เดิม เพิ่มเติมคือสไตล์ที่สดใหม่ ทดลอง 6 ลุคสร้างสรรค์หันหลังให้ความจำเจ

บทความโดย Nath Suriyachantananont, Editor-In-Chief, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

The Style Guide

SHOES, BOOTS OR SNEAKERS: รองเท้าคู่เดิม เพิ่มเติมคือสไตล์ที่สดใหม่ ทดลอง 6 ลุคสร้างสรรค์หันหลังให้ความจำเจ

7 October 2020

คู่มือแต่งองค์ทรงเครื่องฉบับนี้ขอเสนอ “สารพัดทางเลือก กับเกือกคู่เก่ง”

 

การใช้ “รองเท้า” เป็นสารตั้งต้นในการแต่งตัว หรือที่เรียกแบบไม่จริงจังในภาษาอังกฤษว่า bottom-up หมายถึงการเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่จากล่างขึ้นบนโดยมีรองเท้าเป็นโจทย์หลัก หลายคนใช้กลยุทธ์นี้ยามยืนประจันหน้ากับตู้เสื้อผ้าที่กำลังจ้องเรากลับแบบไม่มีคำตอบตายตัว ถ้ามันยักไหล่ใส่เราได้ ก็คงทำไปแล้ว…

ทว่าวิธีนี้ยังคงคล่องมือ สะดวกใจและได้ผลเกือบทุกครั้ง เหตุเพราะรองเท้าเป็นสิ่งที่เราให้คุณค่าเป็นอันดับต้นๆ เป็นการลงทุนหวังผลที่เข้าใจได้ หากไม่ได้งัดออกมาเฉิดฉาย ก็เท่ากับไม่ให้เกียรติตัวเองและรองเท้าเสียเปล่า เราจึงท่องจำรองเท้าในครอบครองจนขึ้นใจ และจินตนาการต่อถึงเสื้อผ้าในฐานะตัวประกอบได้โดยปริยาย

อีกเหตุผลหนึ่งหนีไม่พ้นแนวคิดที่ว่า รองเท้าสามารถพิพากษาสไตล์ของใครคนหนึ่งได้ว่า “รอดหรือร่วง” แล้วมาชี้ขาดกันตรงจุดนัดพบของปลายขากางเกงกับรองเท้าที่เลือกใส่ในโอกาสนั้น

จุดนัดพบตรงนี้เองที่นำมาสู่สไตล์ไกด์ฉบับนี้ แต่แทนที่จะนำเสนอแนวปฏิบัติแบบเดิมๆ ซึ่งเรามั่นใจว่าถึงจุดนี้หลายคนคงจะบดเคี้ยวจนละเอียดไร้รสชาติไปแล้ว เราจะถือวิสาสะรบกวนเวลาคุณผู้อ่านด้วยไอเดียการจับคู่รองเท้ากับเสื้อผ้าที่คาดเดายากขึ้นกว่าปกติ โดยในคู่เดียวกันเราจะแทรกด้วยลุคที่จัดว่าเป็น “สมการปลอดภัย” ไว้ให้ด้วย เพื่อขยายภาพของความแตกต่างที่เกิดขึ้นระหว่าง แต่งแบบสอบผ่าน กับ แต่งอย่างมีชั้นเชิง

เพราะท้ายที่สุด สไตล์เป็นเรื่องของความเข้าใจที่อาศัยความกล้าเสี่ยง ซึ่งหวังว่าคุณจะบรรลุทั้งสองสิ่งผ่านทุกภาพถ่ายและตัวอักษรที่เราบรรจงมอบให้ในบทความนี้

 

 

Belgian Loafer เป็นรองเท้าทรงเตี้ยแบบสวมที่มีรูปลักษณ์ออกไปในทางเรียบร้อยมากกว่า Moccasins ชนิดอื่นๆ จึงกลายเป็นรองเท้าคู่กายของสาย sartorial อย่างไม่ต้องสงสัย จุดเด่นคือโครงสร้างที่มักจะเป็นแบบ unlined ส่วนหลังเท้า (vamp) สั้นและทำมุมที่ปลาย ทรวดทรงกระทัดรัด โอบอุ้มรูปเท้าได้สัดส่วนพอเหมาะ โดยยังคงความสบายตลอดเวลาที่สวมใส่

 

 

บรรดาสูทและเสื้อผ้า tailoring คืออาภรณ์คู่บุญของ Belgian Loafers อย่างแท้จริง วิธีใส่ที่ง่ายที่สุดคือการจับคู่กับกางเกงผ้าสูท หรือ กางเกงลำลองสีสุขุมทั้งหลายในทรง slim หรือ slim tapered เพื่อโยงสายตาให้ผู้ใส่ดูสูงโปร่ง เป็นการเข้าคู่ที่ไม่มีทางผิด ตราบใดที่ความยาวขากางเกงไม่เลยลงไปกองท่วมรองเท้า

 

 

ด้วยทรงที่ได้รูปสวยงามของ Belgian Loafers การเล่นกับ silhouette ของกางเกงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ ในลุคนี้เราเลือกกางเกงที่มี volume มากขึ้นอย่างชัดเจนบริเวณต้นขา แต่เลือกตัวที่ขาสอบแคบลงคาบระดับตาตุ่มเพื่อให้ได้จังหวะขาลอยที่ลงตัวบริเวณข้อเท้า มองไปที่ท่อนบนบ้าง เราคุมโทนด้วยเสื้อไหมพรมสีดำ สวมทับด้วยเบลเซอร์เท็กซ์เจอร์นัวลาย houndstooth สีดำสลับขาวแพทเทิร์นใหญ่เพื่อบาลานซ์กับความพองของกางเกงตัวนี้ สังเกตเข็มขัดที่มีสีและพื้นผิวสอดคล้องกับรองเท้าให้ดี นี่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่สร้างความแตกต่างได้อย่างเหลือเชื่อ

 

 

ดาร์บี้เป็นรองเท้าหนังประเภทหนึ่งที่ขอยืนยันว่าถูกพูดถึงน้อยกว่าที่ควร ทั้งในแง่การออกแบบและการใช้งานนับว่าตอบโจทย์ชุดได้หลากหลายกว่าที่เห็น ในวันนี้เราเฉพาะเจาะจงกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยการเลือกประเภทหน้า Split-Toe เอกลักษณ์เด่นคือแนวตะเข็บที่ลากจากตรงกลาง Vamp ลงมาถึงพื้นรองเท้าด้านหน้า เป็นทรงที่ดูคมและบึกบึน และปลายรองเท้าที่งุ้มทำองศากับฐานที่ดูแข็งแกร่งของพื้นรองเท้า

 

 

ตัวเลือกที่ปลอดภัยเสมอที่จะเลือกมาใส่กับรองเท้าดาร์บี้ก็คือกางเกงยีนส์เอวสูงทรง tapered ที่เน้นว่า tapered ก็เพราะแนวความกว้างของขากางเกงที่ค่อยๆ แคบลงจากช่วงเข่าถึงข้อเท้าจะรับกับทรงรองเท้าที่ปลายจิกลงในลักษณะนี้ได้เส้นต่อเนื่องที่ลงตัวที่สุด

 

 

แต่หากว่าเดนิมสีเข้มเนื้อกรอบทรง tapered ดูจะเป็นตัวเลือกที่เล่นง่ายเกินไป ลองพาดาร์บี้สีดำไปชนกับชิโน่สีกากีทรงกว้าง แบบว่ากว้างประชดความ slim กว้างแบบปลายขา 8.5-10 นิ้วเอาให้สาสมกับความเสี่ยงนี้ อย่าได้ใส่ใจผิวหยาบและรอยยับของผ้า เพราะนั่นคือคาแรคเตอร์ที่ปรารถนา สังเกตว่าเรายังคงให้ความสำคัญกับความยาวขากางเกง ในกรณีนี้อย่าให้ลงไปห่มรองเท้า เพราะจะดูเหมือนทั้งชุดกำลังลงโทษความกล้ามากกว่าให้รางวัล ด้านบนเลือกเบลเซอร์ผ้าวูลฟลันเนิลน้ำหนักปานกลางมาหักล้างความ “หนัก” ของช่วงล่างที่มาจากทั้งกางเกงและความบึกบึนของรองเท้า

 

 

บู๊ทหุ้มข้อหน้าเรี่ยมที่ทั้งแมนและเปรี้ยวในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ดูเหมือนจะมีพื้นที่สำหรับเชลซีบู๊ทอยู่เสมอ นอกจากจะเป็นรองเท้าที่มากการใช้งาน ยังเป็นอาวุธลับเพิ่มส่วนสูงให้กับใครอีกหลายคน จุดเด่นอยู่ที่ทรงยกสูงจากส้นเท้า หน้าคมและโค้งมนตรงปลาย สวมใส่ง่ายด้วยแผ่นยางยืดด้านข้างและห่วงดึงบริเวณหลังข้อเท้า

 

 

มีบู๊ทที่ไหนต้องมียีนส์ที่นั่น มันคงเป็นโชคชะตาที่พระเจ้าแห่งสไตล์ได้ลิขิตไว้ในยุคตื่นทอง รูปลักษณ์และสัดส่วนของทั้งสองมันจึงเหมาะเจาะและลงตัว และคงจะผิดมหันต์ถ้าเราไม่เรียกมันว่าอมตะ เดนิมริมแดงเจนสภาพกับรองเท้าบู๊ทคือเครื่องหมายการค้าที่ตรงไปตรงมาแบบฉบับอเมริกันฝั่งตะวันตก ยากที่จะหลงทางกับการแต่งแบบนี้

 

 

โบราณว่า ถ้าของมันไม่พังก็อย่าดันทุรังไปซ่อม เราจึงคงธีมบู๊ทกับยีนส์ไว้ แต่ปรุงรสด้วยทรวดทรงที่แปลกตากว่าทุกครั้ง หลายซีซั่นที่ผ่านมาเราเห็นการคืนชีพของสไตล์เจ็ดศูนย์อย่างหนาตา ที่น่าสงสัยคือเหตุใดไม่ค่อยมีใครส่องไฟมาที่ยีนส์ขาม้า นี่ไม่ใช่ร่างทรงสุดสับสนของ bootcut จากทศวรรษ 2000s ที่ทุกคนอยากจะลืม เรากำลังพูดถึงยีนส์ bootcut แบบฉบับดั้งเดิม เอวสูง เข้ารูป เซ็กซี่ในแบบที่ยีนส์ควรจะเป็น แต่ยังเข้มและดุดัน ท่อนบนเป็นการกระชากคอนทราสต์ด้วยมาด sartorial เบลเซอร์สองกระดุมปกกว้างลาย Prince of Wales เชิ้ตสีขาวลายทางเส้นบางและเนคไทแบบถักสีเลือดหมู เป็นลุคสะดุดตาที่เรากล้าการันตีคำชม

 

 

Horsebit Loafers ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1953 โดย Aldo Gucci ลูกชายคนโตของ Guccio Gucci โดย Horsebit Loafers จัดเป็นดีไซน์ระดับไอคอนทำนองเดียวกับที่ Submariner เป็นสมบัตินิรันดร์ของ Rolex นั่นหมายถึง การออกแบบที่ไม่ต้องการอัพเดทหรือการปรับแต่งอีกต่อไป คลาสสิคในตัวเองแบบปราศจากข้อกังขา Lawrence Schlossman โฮสต์ Podcast ชื่อดัง “Throwing Fits” และผู้เขียนหนังสือ Fuck Yeah Menswear เคยกล่าวในตอนหนึ่งของรายการว่า หากเขาต้องเลือกรองเท้าคู่เดียวใส่ไปตลอดชีวิต มันจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก Gucci 1953 Horsebit Loafers คงไม่ต้องอธิบายว่าทำไม

 

 

ถึงแม้ Horsebit Loafers จะได้เปรียบรองเท้าแบบอื่นๆ ในแง่สไตลิ่งค่อนข้างจะขาดลอย แต่สูตรสำเร็จอย่างการจับคู่กับกางเกงสูททรงดีๆ สักตัวจะยังมีพื้นที่ในใจของเราเสมอ สีดำของหนังกับสีทองของอะไหล่ รับส่งกับผ้าวูลสีอ่อนได้อย่างน่าประทับใจจนเกือบถึงขั้นเสพติด ครีม เบจ ขาว ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเลือกที่วางใจได้ นอกเหนือไปจากตระกูลสีมืดที่เราต่างคุ้นกันดี

 

 

ให้เซ็ตนี้พิสูจน์ว่า Horsebit Loafers คือรองเท้าหนังสารพัดนึกที่ไม่เคยเกี่ยงสไตล์ข้ามสายพันธุ์ ใครจะไปคิดว่ายีนส์หน้าซื่อสัญชาติอเมริกัน จะสามัคคีกับเชื้อแฟชั่นของอิตาเลียน ผลลัพธ์ที่ได้คือสมดุลใหม่แห่งความเจนจัดกับความหรูหรา โดยมีบาทาเป็นตัวเอก ชายตาขึ้นไปจะพบเสื้อเชิ้ตเวสเทิร์นสีซีดจากที่ถูกเรียกมาเสริมกำลัง คลุมทับด้วยเบลเซอร์ผ้าฝ้ายลายตะกร้าสานสีกรมท่าที่เบาสบายไร้ซับใน เป็นความคล้องจองของสองจริตที่เราอยากเชื้อเชิญให้ทดลอง

 

 

ยังจำอาการตื่นตัวแบบเฉียบพลันต่อกระแส sartorial ได้อยู่ไหม ช่วงที่ใครก็อยากใส่รองเท้าหนังมีเข็มขัด รู้ตัวอีกทีก็มีแต่ภาพถ่ายของเหล่าชายแต่งตัวล้น เดินขวักไขว่ในหมวกเฟดอร่าและสูทรัดรูปกันเต็มหน้าอินเตอร์เน็ต ความจริง Double Monk Strap ไม่เคยจากเราไปไหน และไม่เคยทำอะไรผิด มันเพียงแต่ถูกมนตร์มืดแห่งเทรนด์สะกดให้สลบไปชั่วขณะ เหมือนฝันร้ายที่รอการตื่นขึ้นสู่ความเป็นจริงที่ดีกว่า เราเชื่อว่า Monk Strap สมควรได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าเดิม และนี่ก็เป็นเพียง 2 ตัวอย่างในอีกหลายแนวทางที่ทำได้

 

 

Double Monk Strap ที่เราเลือกมาในวันนี้มีจุดเด่นที่ทรง หรือ “หุ่น” ตามภาษาช่างทำรองเท้า เอวคอด ปลายแหลมจิกพื้น หัวตัดเล็กน้อยได้รูป (chiseled toe) โดยรวมดูเนี้ยบและคม ด้วยทรงรองเท้าที่โดดเด่นอยู่แล้ว เราจึงแนะนำให้เลือกสีเข้มอย่าง oxblood ไปจนถึงดำสนิท ใส่คู่กับกางเกงฟอร์มอลโทนมืดทรง slim ตีจีบคมกริบเพื่อคงความเรียบร้อยตลอดทั้งลุค ปลายขาสบด้านบนรองเท้าพอดี หรือร่นขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นรองเท้าพองามตามแต่ใจเรียกร้อง

 

 

อีกแนวหนึ่ง ซึ่งเรากำลังกวักมือเรียกให้ลองขณะที่คุณจ้องภาพสลับกับอ่านบรรทัดนี้อยู่ คือลุคที่ลดทอนลงมา แต่ยังเปล่งสำเนียงหรูหราและแฝงด้วยชั้นเชิง คีย์ของลุคนี้คือบาลานซ์ที่แปลกตา เราเวิร์คจากส่วนล่างขึ้นบน ใช้ประโยชน์จากเส้นคมของรองเท้าคู่เดียวกันด้วยการเล่นกับทรงกางเกงซึ่งทิ้งน้ำหนักและหย่อนถมส่วนบนของรองเท้า โดยไม่รู้สึกว่ารองเท้าโดนขากางเกงท่วมจนฉุดสายตา คว้าเข็มขัดเส้นกว้างมาช่วยรักษา volume เพราะมันภักดีกับกางเกงเอวสูงกว่าใคร (แล้วก็ไม่เห็นต้องเป็นสีเดียวกับรองเท้าเสมอไป) ช่วงบนคือเฉลยของลุคนี้ ให้สีสันและลวดลายของเสื้อสกัดความสงบของท่อนล่าง ตามติดด้วยคาร์ดิแกนไหมพรมสีคาเมลที่เนื้อผ้าทิ้งน้ำหนักล้อกันกับจังหวะของกางเกง

 

 

รายการสุดท้ายเอาใจคนไม่สันทัดรองเท้าหนัง chunky sneakers หรือที่หลายสำนักเรียก ugly sneakers คือผลพวงจากการระบาดของ normcore และทุกสิ่งที่เป็น 90s ซึ่งเขย่าแฟชั่นไฮสตรีทตลอดหลายปีที่ผ่านมา (ขออนุญาตข้ามเรื่องราวของเทรนด์นี้ไปก่อนในบทความนี้) สนีกเกอร์ทรงตันคู่นี้ถูกเบรกด้วยเส้นสายและแพทเทิร์นการใช้วัสดุที่ชาญฉลาด ทำให้ยังจัดอยู่ในกลุ่มรองเท้าผ้าใบที่ใช้งานง่าย ไม่ดึงความสนใจจนออกหน้า นึกเสียว่ามันเป็น chunky sneakers ในภาษามินิมัลลิสต์ก็จะสบายใจ

 

 

ลุคปลอดภัยสำหรับสนีกเกอร์ทรงใหญ่ก็คือกางเกงทรงกว้างที่ตัดปลายขาลอย ท่อนขาที่ tapered สร้างบาลานซ์ที่ดีระหว่างกางเกงกับรองเท้า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากางเกงขากว้างทรงตรงทั่วไปจะไม่เป็นมิตรกับรองเท้าผ้าใบทรงนี้ ขออย่างเดียวคือหลีกเลี่ยงกางเกงทรง skinny กับ chunky sneakers ในทุกกรณี

 

 

ใช้ข้อได้เปรียบของความ “บวม” ของทรงรองเท้ามาสไตลิ่งลุคสุดท้ายในวันนี้ chunky sneakers ไปกับเสื้อผ้าที่ silhouette ทิ้งตัวได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย เราต้องการอารมณ์ยับ ย้วย มีเลเยอร์ จึงเลือกใส่มันกับกางเกงคาร์โก้สีเขียวทหารทรงกระบอก สังเกตโทนสีกับเนื้อผ้าที่กลมเกลียวกับรองเท้า ท่อนบนยังคงเล่นเท็กซ์เจอร์ต่อเนื่อง เสื้อยืดเฮนลีย์ทอสลับแนวตั้งแนวนอนล้อกันกับแพทเทิร์นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนของคาร์ดิแกนทรงโอเวอร์ไซส์ที่เป็นกรอบให้ทั้งลุคดูสมบูรณ์และลงตัวแบบไม่ลืมความขี้เล่น แถมท้ายด้วยเครื่องประดับพอประมาณตามอัธยาศัย

Related Stories

The Style Guide

DRESSING FOR YOUR BODY SHAPE: แต่งตัวยังไงให้หุ่นของคุณดูดี

อ้วน เตี้ย ล่ำ ไม่สำคัญเท่าการเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะกว่าที่เคยเป็น

Read

The Style Guide

STYLE GUIDE FOR A SPECIAL NIGHT OUT: 5 สไตล์การแต่งตัวสำหรับค่ำคืนแสนพิเศษ

เสื้อผ้ากองเต็มตู้ แต่ไม่รู้จะหยิบชิ้นไหนมาใส่ เรามีไอเดียดีๆ มาฝาก

Read

The Style Guide

GUCCI HORSEBIT LOAFERS: โลฟเฟอร์ ‘สำอางคลาสสิค’ ของคนรักสไตล์ แต่ไม่ทิ้งลายแฟชั่น

แม้ Gucci ทุกวันนี้จะขึ้นชื่อเรื่องสีสันและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่า Horsebit ยังคงเป็นตัวแทนแห่งภูมิปัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

Read

0Shares
preloader