Arts

GET TO KNOW EK Y50 AND HIS SCANDINAVIAN FURNITURE SHOWROOM

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Arts

GET TO KNOW EK Y50 AND HIS SCANDINAVIAN FURNITURE SHOWROOM

22 January 2020

เพราะว่าดีไซน์คือเรื่องราวของประวัติศาสตร์

บทสนทนาของบทความวันนี้จะเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้มานั่งคุยกับเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์มือสองย่านเอกมัย ที่ผมด้อมๆ มองๆ มาหลายปีก็คงจะไม่ผิดนัก Y50 Furniture คือหนึ่งในไม่กี่ร้านเฟอร์นิเจอร์เก่าที่เข้ามาแล้วเหมือนต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงที่ผมว่าหมายถึง “สิ่งของ” ที่ไม่เคยจะซ้ำกันเลยสักครั้งเพราะไม่ว่าจะโซฟา ตู้ Side Board เก้าอี้อาร์มแชร์ หรือไม่ว่าจะเป็นของจุกจิกต่างๆ ไปจนถึงโคมไฟ มันคอยเซอร์ไพรส์ผมอยู่ตลอดเวลา ถึงขนาดพึมพำอยู่ในใจว่า “ขายไปแล้วเหรอ” แทบจะทุกๆ ครั้ง

แต่ด้วยไดนามิกของสินค้าที่เข้ามาไม่ซ้ำหน้า ตัวเก่าออกไปสู่อ้อมกอดของเจ้าของใหม่ ทำให้ร้านนี้มีเสน่ห์อย่างเรียบง่าย ภายใต้อาคารเก่าๆ สองชั้นที่มีต้นไม้เลื้อยปกคลุมราวกับว่าเป็นแดนสนธยาแห่งย่านกิน เท่ียว ดื่มขวัญใจวัยรุ่น และแน่นอนว่าร้านเฟอร์นิเจอร์ในคราบโกดังที่สะสมความทรงจำนี้จะไม่สามารถแผ่รังสีความอบอุ่นออกมาได้หากไม่มีคุณ เอ็ก ประเมศวร์  ศรีทองกูล คอยเป็นผู้แนะนำทุกคนที่เดินเข้ามาแม้ว่าจะมีความรู้ หรือ ไม่เคยทำการบ้านเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์เก่ามาเลยก็ตามที

นับเป็นโอกาสดีที่วันนั้นผมได้เจอตัวคุณเอ็กในชุดสบายๆ เดินไปเดินมา หยิบของ โยกย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ามาล็อตใหม่อยู่พอดีเรานั่งสนทนากันเริ่มจากเรื่องของที่อยู่รอบๆ ตัว สรรพเพเหระ จนกระทั่งผมพาคุณเอ็กเข้าเรื่องเฟอร์นิเจอร์แบบ “สแกนดิเนเวียน” ที่ผมชื่นชอบส่วนตัวเป็นพิเศษหากผู้อ่านคนไหนได้ติดตามอ่านมาในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ และหากใครที่เป็นแฟน Danish Design, เฟอร์นิเจอร์จำพวก Mid-Century Modern หรือยังจำบรรยากาศสบายๆ ของประเทศแถบฝั่งสแกนดิเนเวียน บทความได้ดี บทความนี้ก็คงทำให้ยิ้มได้ไม่มากก็น้อย

ปัจจัยสี่ของความทรงจำที่จับต้องได้


อย่างที่ผมเคยนำเสนอไปว่าของเก่า ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของเสื้อผ้าหรืออะไรก็ตามแต่ ล้วนเป็นเรื่องของความชอบ ความเข้าใจ ความสมัครใจที่จะจ่ายในราคาที่ผู้ขายและผู้ซื้อเห็นตรงกัน และที่สำคัญคือ ไม่มีคำว่าแพง เรื่องของเฟอร์นิเจอร์ก็เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

“มันก็เป็นเรื่องของความชอบจริงๆ ตรงนั้นก็เป็นคำตอบสั้นๆ แต่ว่าที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด เพราะว่าบางที ให้เขาเปล่าๆ เขายังไม่เอาเลยถ้าเขาไม่ชอบ เขากลัวด้วย บอกเฮ้ย เอาอะไรของเก่ามา แล้วอีกอย่างของพวกนี้มันต้องมาดูแล้วชอบด้วยตัวเอง”

คุณเอ็กบอกว่าเฟอร์นิเจอร์วินเทจตอนนี้มันจะเรียกว่าก็เป็นกระแสก็ได้ แต่ในทางกลับกันมันก็คือความจริงด้วยเหมือนกัน เพราะตอนนี้ตลาดขายของเก่าต่างๆ ในบ้านเราก็มีให้เลือกเยอะมากกว่าเดิมในอดีต โดยเฉพาะในกรุงเทพก็มีตลาดนัดขายของเก่าดีๆ หลายที่ และจับต้องได้จริงๆ โดยเฉพาะกับสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เริ่มจะฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองหลังจาก ยักษ์ใหญ่อย่าง IKEA มาบุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มตัว

“ผมว่าเพราะว่าโดยรวมมันอาจจะเกิดจากการที่คนได้รับข้อมูลมากขึ้น ง่ายขึ้น สมมติว่ามีใครสักคนหนึ่งคิดอยากจะรู้ว่าสไตล์สแกนดิเนเวียนหรือว่าวินเทจมันคืออะไร เขาก็ Search หาได้ มีรูปภาพเป็น Reference อะไรต่างๆ เยอะแยะ ส่วนคำถามที่ว่าทำไมคนถึงชอบของเก่าแนวนี้ สำหรับผมเองคิดคิดว่าเพราะของเก่ามันก็มีเสน่ห์ของมัน เพราะว่ามันคืออดีตของพวกเราทุกคน”

ทำอะไรก็ได้ถ้าใจรักจริง


คงจะฟังติดๆ ขัดๆ น่าดูหากผมกำลังจะบอกว่าเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เปิดมากว่า 25 ปี ตั้งแต่ปี 1995 อย่างคุณเอ็กนั้นไม่ได้สะสมของเก่า ไม่ได้ร่ำเรียนจบจากสำนักศิลปะใดๆ หนำซ้ำยังไม่ได้ทำงานด้านนี้อีกด้วยซ้ำ ทั้งหมดคือเรื่องจริงซึ่งมันก็ทำให้ผมประหลาดใจทั้งที่เขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลยกับธุรกิจนี้ แต่คำตอบที่ดีที่สุดคือ “ใจรักจริง”

“ผมเรียนมาทางด้านรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็เคยใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะทำงานกระทรวงต่างประเทศ ในสมัยที่เด็กๆ แต่ว่าพอเรียนจบแล้วปุ๊บ ในช่วงจังหวะการทำงาน เราพลิกตัวเองไปเลย ว่าไม่ได้มาทำอะไรเกี่ยวกับสายงานอาชีพเรา เราก็ไปทำในสิ่งที่เราอยากจะทำดีกว่า คือตอนนั้นเปิดรับสมัครพอดีปุ๊บ คือเราก็อยากเที่ยว เรียนเสร็จเราก็อยากเที่ยวแล้วก็ได้เงินด้วย แค่นั้นเอง”

ตลอดเวลาที่ผมได้นั่งคุยกับเขา เสียงแจ้งเตือนจาก LINE ดังขึ้นเป็นระยะๆ คุณเอ็กถึงขนาดต้องขอตัวไปสักพักเพื่อตอบข้อความเหล่านั้น ซึ่งผมมาทราบตอนหลังว่ามันคือการซื้อขายเฟอร์นิเจอร์ของเขากับลูกค้าที่มีเข้ามาตลอดเวลา และมันคืออีกช่องทางการขายนอกจากโชว์รูมที่ผมกำลังนั่งอยู่ตอนนั้นนั่นเอง
“คือมันเป็นเรื่องของความชอบในพวกงานศิลปะต่างๆ มาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ก็อย่างที่บอกไปว่าผมเคยเป็นสจ๊วตอยู่การบินไทยทั้งหมด 5 ปี ก็ถือว่าโชคดีที่มีโอกาสบินไปที่ต่างๆ ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นการเปิดโลกของเรา ได้ไปเยือนประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย อเมริกา ยุโรป ไปเห็นแนวทางของศิลปะต่างๆ มากมาย มันก็ซึมซับเรื่อยๆ  แล้วก็มาจบที่เราชอบคาแรกเตอร์ของเฟอร์นิเจอร์แบบสแกนดิเนเวียน ก็เลยตัดสินใจเอาของเข้ามาลองดู มาเปิดร้าน แล้วผมก็ลาออกจากสจ๊วตเลยแล้วก็เริ่มต้นธุรกิจที่ตัวเองชอบ” 

อีกอย่างคือคุณเอ็กบอกผมว่า ร้าน Y50 นี้มันเหมือนกับว่าเขาทำมันด้วยใจ ทั้งที่ช่วงที่เขาเป็นสจ๊วตอยู่ 5 ปี ก็ได้เงินมากมาย ได้เดินทางไปที่ที่ไม่ซ้ำ แต่ก็ตัดสินใจออกเพราะเขารู้สึกว่าพอแล้วและอยากจะมีชีวิตอิสระ คุณเอ็กซ์เรียกมันว่าความสุขส่วนตัว

“เรามีความสุขที่จะทำแบบนี้ ก็เท่านั้นเอง”

ศึกษา หาความรู้ จนเป็นกูรูที่หลายคนไว้วางใจ


ถึงแม้ว่าเรื่องของเก่ากับคุณเอ็กดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวในตอนแรก แต่อย่างน้อยเขาก็คือคนหนึ่งที่ศึกษาหาความรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนมาเป็นอย่างในทุกวันนี้ เพราะเขาบอกผมว่าของเก่า มันก็คือเรื่องราวของประวัติศาสตร์ในอดีต เราจะเจาะเวลาหาอดีตเราก็ต้องเข้าไปหาประตูของมัน นั่นก็คือข้อมูล แต่ผิดกับสมัยนี้ที่จะหาข้อมูลอะไรจากอินเตอร์เน็ทก็ง่ายแค่ปลายนิ้วเพราะคุณเอ็กใช้หนังสือ และ การเดินตลาดของเก่าเป็นสื่อความรู้เท่าที่เขาจะหาได้เมื่อย้อนกลับไปหลายสิบปีที่แล้ว

“หนังสือนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมซึมซับได้มากที่สุด อีกอย่างคือผมจำได้ว่าผมไปเดินตลาดขายของเก่าที่เดนมาร์ก เขาเรียกว่าถนนขี้หมา เพราะคนจูงหมามาขี้กันเยอะ ก็จะมีร้านขายของเก่าเล็กๆ ผมเริ่มโฟกัสจากเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่หลังยุค 1950 เป็นต้นไป หรือจะเรียกว่ายุค Mid-Century Modern ก็ได้นะ พออ่านไปอ่านมา เดินดูไปเดินดูมามันก็ยิ่งชอบ ก็เลยหาเสพเรื่องพวกนี้มาเรื่อยๆ”

แต่แม้ว่าคุณเอ็กจะหลงไหลดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ของประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียน แต่เขาก็เป็นผู้เรียนรู้ที่ดี และพยายามหาสินค้ามาจากประเทศอื่นมาเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าของเขาอยู่ตลอด ร้าน Y50 จึงมีความผสมผสานที่ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็ยังไม่เคยเบื่อแบบที่ผมบอกไปในตอนต้นของบทความ

“คือกลุ่มสแกนดิเนเวียนนี่ถือว่าเป็นเบสิกในการที่เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจของผมนะ ดีไซน์มันเรียบ ถูกจริตผม แต่ว่าในช่วงเวลาที่มันดำเนินผ่านมา 25 ปีผมก็อาจจะมีความชอบอย่างอื่นด้วยเหมือนกัน คือมันไม่ใช่จำเป็นต้องเป็นสแกนดิเนเวียนอย่างเดียวหรอก อย่างอื่นก็สวยเหมือนกัน เพราะว่าผมค่อนข้างจะเปิดหัวให้กว้างๆ กับดีไซน์ที่มันเข้าตา”

ความท้าทายหลังจากขายเฟอร์นิเจอร์เก่าจน (เกือบ) อิ่มตัว


ระหว่างที่ผมคุยกับคุณเอ็ก ก็เหลือบมองไปที่เฟอร์โต๊ะไม้หลายๆ ตัวที่มันดูเหมือนทำขึ้นมาใหม่ หน้าตาแปลกไปจากพวกที่วางอยู่ในร้าน ผมเลยถามเขาว่าทำไม คำตอบคือการทดลองทำอะไรใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่กว้างกว่าเดิมของร้าน Y50

“เวลาเราทำอะไรมานานๆ เราก็เลยมีความคิดอยากฉีกออกไปบ้าง 25 ปีที่ผ่านมา ผมขายแต่ของเก่า ซื้อมาขายไปก็เริ่มรู้สึกชินๆ กับมัน เลยอยากหาอะไรที่มันท้าทายตัวเอง อย่างวันนี้ผมเพิ่งทำโต๊ะตัวนี้เสร็จออกมา (โต๊ะไม้ยาวประมาณ 2 เมตรประกอบด้วยขาเหล็กเก่า) เป็นฟิวชั่นดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่แตกตัวออกมาใหม่จากวัสดุอะไรก็ได้ เอามามิกซ์กัน มันก็ท้าทายมากนะว่างานที่ผมทำมันจะขายได้หรือเปล่า เพราะเพิ่งเริ่มมาจับจริงๆ ได้สักประมาณปีกว่าๆ”

แนะนำ 4 ชิ้นเด็ดประจำร้าน


ผมไม่ลืมให้คุณเอ็กแนะนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด็ดของร้าน (ที่ยังพอเหลืออยู่) เผื่อผู้อ่านคนไหนถูกใจและอยากลองไปจับๆ ดูแล้วถูกใจจะได้เอามาไว้ที่บ้านสักตัว



Ax Chair by Peter Hvidt & Orla Mølgaard-Nielsen (Circa 1947)

“ตัวนี้เป็นเก้าอี้ไม้ดัดที่ใช้โครงสร้างไม้เนื้ออ่อนแล้วใช้ความร้อนในการดัด ถูกออกแบบโดยยอดดีไซน์เนอร์ Peter Hvidt และ Orla Mølgaard-Nielsen ซึ่งการดัดลักษณะนี้เป็นสัญลักษณ์การดีไซน์ของแนวสแกนดิเนเวียนแท้ๆ ซึ่งในอดีตกรรมวิธีการดัดไม้แบบนี้นิยมมาก แต่ปัจจุบันก็ยังมีอิทธิพลอยู่ในแนวเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยของประเทศกลุ่มนั้น”



Danish-Style Sofa by Børge Mogensen (Circa 1960)

“ตัวนี้ต้องบอกว่าเป็นโซฟาแบบเอกลักษณ์ของช่างฝีมือประเทศเดนมาร์ก มีรูปทรงเหลี่ยมคล้ายๆ กับกล่อง ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่าโซฟาตัวนี้ถูกออกแบบโดย Børge Mogensen ดีไซน์เนอร์ของเดนมาร์กที่ถือว่ามีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก เน้นความเรียบง่าย เป็นรูปลักษณ์เหลี่ยม มีการใช้ไม้เนื้อแข็งเข้ามาประกอบกับหนังสัตว์”



Louis Poulsen-Style Hanging Lamp (Circa 1960)

“โคมไฟอันนี้เป็นอลูมิเนียม ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งเลยของแนวสแกนดิเนเวียน น่าจะถูกผลิตขึ้นราวๆ ยุคปี 1960 แล้ว เพราะว่ามันมีความเป็นรูปทรงวงๆ ชั้นๆ ไล่ลงมา เพื่อให้ดูมีมิติของแสง คล้ายกับโคทไฟของพวกตระกูลบริษัท PH (Poul Henningsen) ที่ราคากระโดดไปไกลมากด้วยเหมือนกัน เพียงแต่ว่าตัวนี้จะเป็นบริษัทรองๆ แต่ก็ทำไฟออกมาสวยไม่แก้กัน”



B&O Receiver (Circa 1930)

“วิทยุตัวนี้เป็นของ B&O ลำโพงที่เรารู้จักกันนั่นแหละครับ แต่ตัวนี้ถูกผลิตขึ้นมาน่าจะยุคประมาณปี 1930 หรืออะไรประมาณนี้ สเน่ห์ของมันคือบอดี้โครงไม้ ซึ่งก็เน้นเรื่องความสวยงามด้วย เป็น B&O ยุคแรกๆ ระบบข้างในก็ยังเป็นระบบหลอด คือเวลาเสียบปลั๊กแล้วจะต้องวอร์มหลอดให้ร้อน สัญญาณมันถึงจะมา คลาสสิกมากครับ”

ดีไซน์คือเรื่องราวของประวัติศาสตร์


สิ่งหน่ึงที่ทั้งผมและคุณเอ็กเห็นตรงกัน คือสไตล์แบบสแกนดิเนเวียน (หรืออื่นๆ) คือความอมตะและถือว่าเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องกระแสการกลับไปโหยหาความเป็นวินเทจสักเท่าไหร่ อย่างคำพูดติดปากของคุณเอ็กที่ว่า “มันคือเรื่องของความจริง”

คุณเอ็กยกตัวอย่างว่า สมมติศิลปะแบบ Art Deco ก็ยังอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับยุค Mid-Century Modern หรือในสมัยอียิปต์โบราณ สมัยอาณาจักรโรมันก็ตามที พวกนี้เขาก็มีสังคมในแต่ละยุคสมัย แม้กระทั่งพวกมนุษย์ถ้ำ เขาก็มีสังคมอยู่ในถ้ำ มีการออกแบบอะไรเท่าที่เขาจะคิดออก และมันถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเรื่อยๆ

“ผมว่าคนก็จะดึงเอาอดีตกลับมา หวนคิดถึงว่า เฟอร์นิเจอร์พวกนี้มันมาจากไหน โลกเรามันพัฒนามายังไง นี่รวมไปถึงพวกเรื่อง Painting, Sculpture อะไรต่างๆ ที่มีให้ศึกษากันไม่หวาดไม่ไหว”

Related Stories

Arts

HOT SEATS PART 1: HANS J. WEGNER AND HIS ICONIC CHAIRS WE LOVE

จากช่างทำตู้ไม้ในเมืองเล็กๆ ของเดนมาร์ก สู่ตำนานนักออกแบบเก้าอี้ที่ทั้งโลกยอมรับ

Read

Arts

HOT SEATS PART 2: THE FORTUITOUS BEAUTY OF CHARLES EAMES’ CHAIRS

คู่รักนักออกแบบชาวอเมริกันที่มีใจรักในการทดลอง กับตำนานแชร์ดีไซเนอร์ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในยุค 40’s

Read

Arts

ICONIC HOME DESIGN IN FAMOUS FILMS

สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในยอดเยี่ยมจาก 5 หนังดัง

Read

0Shares
preloader