The Read

GEORGE BEST: เทพบุตรลูกหนังหัวใจร็อคแอนด์โรล ต้นฉบับนักฟุตบอลสายเพลย์บอย

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

The Read

GEORGE BEST: เทพบุตรลูกหนังหัวใจร็อคแอนด์โรล ต้นฉบับนักฟุตบอลสายเพลย์บอย

22 October 2020

เส้นทางในโลกลูกหนังและวีรกรรมสุดโลดโผนของนักฟุตบอลฉายา ‘The Beatles คนที่ 5’

 

ย้อนกลับไป 80 ปีที่แล้ว คุณจะไม่มีทางเห็นนักฟุตบอลที่มีไลฟ์สไตล์เฉกเช่นป็อปไอคอนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้อย่างแน่นอนไม่ว่าจะ เดวิด เบ็คแฮม ก็ดี หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ดี เพราะในช่วงเวลานั้นโลกของฟุตบอลก็ยังจำกัดไว้แค่เรื่องในสนาม ซึ่งจอร์จ เบสต์ (George Best) ตำนานเบอร์ 7 ของทีมปีศาจแดงผู้นี้ คือ นักฟุตบอลคนแรกที่เป็นใบเบิกทางให้กับโลกลูกหนังและโลกแฟชั่นได้มาเจอกัน

ถ้าถามว่าจอร์จ เบสต์ ผู้นี้เก่งสักแค่ไหน เซอร์ แมตต์ บัสบี้ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสมัยนั้น เคยบอกว่า ไม่มีนักเตะคนไหนที่สามารถบดขยี้คู่แข่งได้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์เท่ากับเขาอีกแล้ว

ผู้คนต่างพาตั้งฉายาให้แก่เขา หนึ่งในนั้นคือ Young God เพราะว่าเขาโด่งดังขึ้นมาช่วงที่อายุยังน้อย และก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจแฟนบอลได้เร็ว และอีกในนาม Belfast Boy เด็กหนุ่มจากเมืองหลวงของไอร์แลนเหนือที่พกพรสวรรค์มาวาดลวดลายบนผืนหญ้าให้คนทั้งโลกได้ชม ที่ต่อมา ‘ไข่มุกดำ’ เปเล่ ตำนานเบอร์หนึ่งของวงการฟุตบอลบราซิลยกย่องหนุ่มผมยาวผู้นี้ว่า เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

 

จังหวะทำประตูขึ้นนำ 2-1 ในแมตช์ชิงชนะเลิศศึกยูโรเปี้ยนคัพกับเบนฟิก้า ปี 1968

 

แม้กระทั่ง ‘เสือเตี้ย’ ตำนานเบอร์ 10 แห่งทีมชาติอาร์เจนติน่า อย่างดิเอโก มาราโดนา ก็ปลาบปลื้มทักษะอันแพรวพราวราวกับร่ายเวทมนตร์ของเจ้าของหมายเลขเสื้อเบอร์ 7 ผู้นี้ ถึงกับยกให้เป็นไอดอลในดวงใจ ที่บ่อยครั้งเรามักจะเห็นคำสรรเสริญบนอินเตอร์เน็ตให้เหล่าแฟนบอลรุ่นหลังที่เกิดไม่ทัน ได้เห็นภาพเดียวกันว่าจอร์จ เบสต์ผู้นี้เก่งกาจสักแค่ไหน  ‘Maradonna Good, Pele Better, George Best’

นอกจากความเก่งกาจที่รับทราบได้จากปากสู่ปากเล่าเป็นตำนานกล่าวขานต่อๆ มาว่า เขานั้นคืออัจฉริยะลูกหนังตัวจริง จอร์จ เบสต์ยังขึ้นชื่อเรื่องรูปลักษณ์หน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ บวกกับการแต่งตัวและรสนิยมที่จัดจ้าน ในปี 2007 เขาติด 1 ใน 50 อันดับของบุรุษผู้มีสไตล์การแต่งตัวที่คูลที่สุดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา จากการคัดเลือกของ GQ Magazine และเป็นหนึ่งบุคคลที่ถูกยกมาขึ้นหิ้งในโลกของเสื้อผ้าบุรุษในหนังสือ Men of style ของจอร์ช ซิมส์ อีกด้วย

แต่แล้วมันก็คล้ายกับเรื่องเดิม ชื่อเสียงมักมาพร้อมกับแสงสี…จอร์จ เบสต์มีความกระหายต้องการจะเอาชนะคู่แข่งเสมอเมื่ออยู่ในสนาม เช่นเดียวกับพฤติกรรมเมื่อเขาอยู่นอกสนาม เขาขึ้นชื่อเรื่องของการเป็นเพลย์บอย ที่ไม่มีปาร์ตี้ไหนที่หากเขารู้เขาจะไม่ไป หรือไม่มีนางแบบคนไหนที่เขายังไม่เคยหลับนอนด้วย และไม่มีแชมเปญราคาแพงขวดไหนที่เขายังไม่เคยดื่ม

 

วันแรกๆ ของเขาในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ภาพถ่ายโดย Bob Thomas

 

จอร์จ เบสต์เริงระบำอยู่ในโรงละครแห่งความฝันตั้งแต่ปี 1961 – 1974 ทั้งหมด 13 ปี ก่อนที่จะมีความผิดทางวินัยต่อสโมสรจนต้องจะระหกระเหินไปค้าแข่งตามดินแดนต่างๆ และยุติบทบาทเส้นทางอาชีพนักเตะในปี 1984 กับสโมสรเล็กในลีกบ้านเกิด และเสียชีวิตลงในปี 2005 ขณะอายุ 59 ปี ด้วยอาการติดเชื้อที่ปอดและอวัยภายในทำงานล้มเหลวซึ่งเป็นผลจากการดื่มหนักและใช้ชีวิตโลดโผนมาอย่างยาวนานตลอดการค้าแข้ง

โชคชะตาหรือฟ้าลิขิต สิ่งใดกันที่ทำให้เด็กหนุ่มจากไอร์แลนด์เหนือกลายมาเป็นตำนานแห่งโลกลูกหนัง ปีกสายลากเลื้อยที่ต่อกรยากที่สุดคนหนึ่งของโลก และในขณะเดียวกันชีวิตของเขาก็เป็นบทเรียนราคาแพงให้กับเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นหลัง ที่ครั้งหนึ่งนักฟุตบอลผู้เคยมีทุกอย่างแต่เมื่อเวลาผ่านไปไปไม่นานเขาคือ ผู้ที่สูญเสียทุกอย่างไปตลอดกาล แม้กระทั่งพรสววรค์ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ตอนเกิด

 

จอร์จ เบสต์กับสไตล์นอกสนาม

 

ต้นฉบับนักเตะลูกหนังสายเพลย์บอย

 

เด็กหนุ่มจากเบลฟาสต์ที่เกิดมาพร้อมกับของขวัญอันยิ่งใหญ่ เริ่มเดบิ้วกับทีมชุดใหญ่ของแมนยูครั้งแรก เมื่ออายุเพียง 17 ปี ด้วยตำแหน่งตัวรุกริมเส้นที่มีลีลาการลากเลื้อยสุดสะเด่า เอวเป็นเอว อกเป็นอก ที่เหล่าชายที่ว่าแมนๆ ทั้งหลาย ยังบอกว่าเซ็กซี่ การทรงตัวที่ดีขณะอยู่บนพื้นหญ้าทำให้คู่ต่อสู้น้อยคนที่จะเข้าสัมผัสตัวเขาได้ทัน เวลาที่เจ้าตัวเร่งความเร็วตะบึงบอลเข้าหาคู่ต่อสู้ เส้นผมที่ยาวของเขาจะพริ้วตามลม พร้อมแววตานักสู้แต่ละมุนยิ่ง ที่บ้านเราคงเรียกกันว่า ตาน้ำข้าว

จอร์จ เบสต์ แจ้งเกิดและเป็นที่รักของแฟนๆ ยูไนเต็ดจากแมตช์คลาสสิกกับเชลซีในปี 1964 เมื่อเขาเลี้ยงหลอกตำนานกองหลังของสิงโตน้ำเงินอย่างรอน แฮร์ริส  และจุดพีคที่สุดของเขา คือ ฤดูกาล 1967-1968 เจ้าตัวได้สังหารประตูที่สองขึ้นนำเบนฟิก้า ยอดทีมจากลีกโปรตุเกส ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศถ้วยยุโรป ที่คำคืนนั้นได้กลายเป็นประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดสำหรับเขาเหมือนกัน

 

งานฉลองในวันเปิดร้าน Edwardian ปี 1967

 

ว่ากันตามตรงบริบทสังคมในสหราชอาณาจักรในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นช่วงกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความเสรีมากขึ้น และจอร์จ เบสต์ ก็ถูกทำให้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพูดถึง เป็นฮีโร่ขวัญใจคนทุกชนชั้นโดยเฉพาะชนชั้นกรรมาชีพ เพราะอาชีพนักฟุตบอลในเวลานั้นยังเป็นความสนุกที่อยู่ในโลกของชนชั้นแรงงาน และนักฟุตบอลส่วนใหญ่ถือกำเนิดจากชนชั้นนี้ทั้งสิ้น

เขาเข้ามาได้ในจังหวะพอเหมาะพอเจาะประกอบกับความเก่งกาจของฝีเท้าผสานความหล่อ  เขาว่ากันว่าเหตุที่เหล่านารีต่างพากันหลงใหลในตัวเทพบุตรผู้นี้เพราะผู้ชายทั้งหลายได้ให้ความเคารพนับถือต่อตัวจอร์จ และเหตุที่ทำให้หนุ่มๆ ถึงได้เลื่อมใสต่อนักฟุตบอลผู้นี้ก็เพราะว่าสาวๆ ต่างพากันคลั่งไคล้เขานั่นเอง

 

จอร์จ เบสต์กับเจ้า Jaguar E-Type อันโด่งดัง

 

ในยุคที่เพลงร็อคแอนด์โรลกำลังครองเมือง มันยากที่จะจินตนาการได้จริงๆ กับการที่เขานั้นอยู่ในระดับเดียวกันในช่วงเวลาที่มิค แจ็กเกอร์กำลังไปได้สวยกับวง The Rolling Stones (ในรายการ Top of the Pops ปี 1965 จอร์จปรากฏตัวท่ามกลางการแสดงสดเพลง The Last Time) และฌอน คอนเนอรี่ ผู้ครอบครองรหัส 007 ตลอดยุคซิกตี้ ซึ่งการที่จอร์จ เบสต์ได้ขึ้นมาในระดับนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกินความคาดหมายไปมาก และมันยากที่จะรับมือกับชื่อเสียงที่นับวันๆ จะโตกว่าตัวและจิตใจของเขา

ความโด่งดังชั่วข้ามชั่วคืน ทำให้จากนักฟุตบอลหนึ่งคนกลายเป็นป็อปไอคอนได้ เรื่องรายได้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟื่อย ซึ่งตอนนั้นรายได้ของนักฟุตบอลไม่สามารถเทียบได้เลยกับในสมัยนี้ ที่มีเพดานรายได้อยู่ที่ 20 เหรียญต่อสัปดาห์เท่านั้น แต่จอร์จ เบสต์ ผู้นี้ได้ผลักความคิดและทำลายกรอบเดิมออกไป เพราะเขาสามารถหารายได้ต่อสัปดาห์ถึง 2,000 เหรียญด้วยรายได้จากงานโฆษณาหลายเจ้า

 

จอร์จ เบสต์ สวมหมวกซอมเบรโรขณะอยู่ที่สนามบินฮีทโธรว์

 

The Beatles คนที่ 5

 

‘EL Beatle’ ถูกตั้งโดยนักข่าวชาวโปรตุกีสคนหนึ่ง จากภาพที่เขาสวมหมวกซอมเบรโร ขณะเดินอยู่ที่สนามบินฮีทโธรว์ หลังจากค่ำคืนแห่งชัยชนะต่อเบนฟิก้าในรอบก่อนรองชนะเลิศของถ้วยยุโรป ปี 1966 โดยเจ้าตัวเหมาคนเดียวสองประตู เทพบุตรหัวใจร็อคแอนด์โรลผู้นี้ ถูกสื่อเปรียบเทียบกับวงดนตรีระดับตำนานจากเมืองลิเวอร์พูลอย่าง The Beatles ว่าเขาคือ สมาชิกคนที่ห้าของวงสี่เต่าทอง ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกและสไตล์การแต่งตัวที่ดูแล้วรู้เลยในชนิดที่ว่าสามารถจับไปเดินอยู่บนปกอัลบั้ม Abbey Road (1969)

ความเป็นป็อปไอคอนของเขาไม่เพียงสะกดให้เหล่าแฟนบอลแมนเชสเตอร์สีแดงคลั่งเท่านั้น ลามไปถึงเหล่า cityzens หรือ แฟนทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง อย่างโนเอล กัลลาเกอร์ อดีตมือกีต้าร์วง Oasis ที่ชอบจอร์จ เบสต์ถึงขนาดใส่รูปของตำนานผู้นี้ลงไปบนปกอัลบั้ม Definitely Maybe (1994) ด้วย โดยเขาให้เหตุผลว่า “จอร์จ มีทั้งร้านเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง เป็นเจ้าของไนท์คลับ ซิ่งเฟอร์รารี่ แถมได้คั่วบรรดามิสเวิลด์ แม่งโคตรเจ๋งเลย”

จอร์จเปิดร้านเสื้อผ้าชื่อ Edwardian ร่วมกับเพื่อนนักฟุตบอลสุดซี้ที่มาจากทีมคู่ปรับอย่างซิตี้ เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์แกมตลกกับนักข่าวไว้ว่า สาเหตุที่เปิดร้านเสื้อผ้านี้ขึ้นมาก็เพื่อเอาไว้เป็นที่ดึงดูดสาวๆ ให้เข้ามาเขาง่ายขึ้นเท่านั้น และเขายังเปิดไนท์คลับชื่อ Slack Alice อีกด้วย โนเอลบอกว่าสิ่งเดียวที่จอร์จยังไม่ได้ทำคือเล่นดนตรี และกัลลาเกอร์คนพี่เชื่อว่าเขาจะทำได้ดีด้วย

 

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอกเมืองแมนเชสเตอร์

 

รถซิ่ง สุรา นารี วิถีเซเลบริตี้ที่ใครก็อิจฉา

 

จากคำอธิบายถึงตำนานผู้นี้จากปากโนเอล ก็คงจะทายนิสัยของจอร์จ เบสต์กันได้ไม่ยาก จอร์จ เบสต์ คือ มนุษย์ที่สื่อความหมายของคำว่า ‘เพลย์บอย’ ได้ดีที่สุดคนนึง (แต่ผมไม่ได้บอกมันว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ)

ฝีเท้าว่าแพรวพราวแล้วฝีปากนั้นจัดไม่แพ้กัน ครั้งเมื่อมีนักข่าวถามเขาว่าถ้าให้เลือกระหว่างการโซโล่เข้าไปยิงประตูใส่ทีมลิเวอร์พลูกับเล่นจำจี้บนเตียงกับเหล่ามิสเวิลด์  “ถ้าคุณให้ผมเลือกระหว่างการลากบอลบดขยี้ผู้เล่นลิเวอร์พูลสี่คนและตะบันลูกบอลเข้าตาข่ายจากระยะสามสิบหลา หรือการกระโดดขึ้นเตียงกับเหล่านางฟ้ามิสเวิลด์ จริงๆ มันเป็นช้อยส์ที่เลือกยากเหมือนกันนะ แต่โชคดีผมเคยทำแล้วทั้งสองอย่าง” หรือในช่วงที่เขาเคยคิดจะกลับตัว “ในปี 1969 ที่ต้องหักดิบกับเรื่องเหล้าและผู้หญิง มันช่างเป็น 20 นาทีที่โคตรแย่ที่สุดในชีวิตเลย”

นอกจากการเป็นขาประจำทุกงานปาร์ตี้ เขายังปรนเปรอไลฟ์สไตล์ตัวเองด้วย รถซิ่งเท่ๆ อย่าง Jaguar E-Type หรือ Lotus Europa และอีกมากมาย แต่ก็มีบ้างช่วงหนึ่งเขาก็นึกถึงห่วงยามแห่งความสงบ ในปี 1969 จึงตัดสินใจจ้างสถาปนิกสไตล์โมเดิร์น เฟรเซอร์ แครน เพื่อสร้างบ้านห่างออกไปจากตัวเมืองแมนเชสเตอร์ 10 ไมล์ เหมือนอย่างแมนชั่นของจอห์น เลนนอนในเมืองเคนวูด แต่ถึงอย่างไรก็ตามไม่นานเจ้าตัวก็ต้องขายบ้านหลังนั้นทิ้งไปซะเพราะเหตุที่ว่าบรรดาแฟนคลับตามมาเยี่ยมเยือนกันอย่างไม่ลดละ ที่หนึ่งในนั้นมีโนเอลตัวน้อยยืนอยู่ด้วย ที่ถ้ามี ปรากฏการณ์ Beatlemania สิ่งที่เกิดขึ้นกับจอร์จนั้นก็เรียกได้ว่าไม่ต่างกัน อีกทั้งบรรยากาศในสนามที่เวลาเขาได้บอล แฟนบอลสาวๆ ต่างพากันกรี๊ดและร้องตะโกนชื่อเขาอย่างกับอยู่ในคอนเสิร์ต The Beatles

 

ช่วงชีวิตของเขาที่นิวยอร์ก ในปี 1975 ถ่ายโดย MARTY LEDERHANDLER / จอร์จ เบสต์ในปี 1974

 

นักเตะที่ยิ่งใหญ่แต่กลับพ่ายแพ้ใจตัวเอง

 

หลังจากการได้แชมป์ยุโรปกับต้นสังกัดในปี 1968 จอร์จ เบสต์กล่าวว่าเหตุการณ์หลังจากนั้น คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาหันเข้าหาเพื่อนในขวดแก้วมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาหมดแพสชั่นในการเล่นฟุตบอล เพราะทีมขาดแรงทะเยอทะยานและหวังเพิ่งเขาคนเดียวมากเกินไป

หลังจากนั้นเขาเริ่มเสียวินัย ขาดซ้อมและไม่มีส่วนร่วมกับทีมในท้ายที่สุด เซอร์ แมตต์ บัสบี้ จึงต้องตัดชื่อเขาออกจากทีมในปี 1974 เบสต์ระหกระเหินไปทั่วทุกสารทิศหลังจากที่เปิดประตูออกจากโรงละครแห่งความฝัน ตั้งแต่ทีมในแอฟริกา อเมริกา จนกลับไปยังบ้านเกิดที่ไอร์แลนด์เหนือ แต่สิ่งที่เขายังละเลิกไม่ได้ก็คือนิสัยรักการดื่ม ซึ่งสุดท้ายมันได้กลับมาทำร้ายเข้ามากกว่าที่เคยจริงๆ จอร์จ เบสต์เสียชีวิตในวัย 59 ปี ซึ่งในขณะนั้นที่รับการรักษาเขาก็ยังคงดื่มอยู่

ในช่วงบั้นปลายชีวิตจอร์จ เบสต์เคยพูดไว้ว่า “เมื่อถึงวันที่ผมจากไป ทุกคนก็จะลืมเรื่องเหลวไหลที่ผมเคยทำ แต่จะจำถึงสิ่งที่ผมเคยฝากไว้ในสนาม ซึ่งต่อให้มีแค่คนเดียวที่พูดว่า ผมเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก มันก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว”

ความเป็นจริงในช่วงเวลาระหว่างก่อนและหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว จอร์จ เบสต์ถูกพูดถึงในทั้งสองด้าน

ในโลกของฟุตบอลแน่นอนทุกคนต่างยอมรับเขา ไม่ว่าจะเป็นบรรดาแฟนบอลหรือนักเตะระดับท๊อปที่ใครๆ ก็ฝันอยากเล่นร่วมกับเขา หรือแม้แต่ตัวผู้จัดการทีมระดับตำนานอย่างเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ก็ยังรักและเคารพในฝีเท้าของบุรุษผู้นี้เสมอ

อีกด้านหนึ่งของวีรกรรมนอกสนามของจอร์จ เบสต์ คือ บทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่าย

มีครั้งนึงเพื่อนซี้ของเขา ไมค์ ซัมเมอร์บี พาร์ทเนอร์ร้าน Edwardian ได้เคยพูดถึงจอร์จไว้ว่า “นักเตะจำพวกเดวิด เบ็คแฮม ควรดูสิ่งที่เคยเกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตของจอร์จ และกล่าวขอบคุณเขาให้มากๆ”

 

จอร์จ เบสต์ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจรับใช้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ในปี 1970

 

เรื่องราวมันเป็นอย่างนี้เสมอ ใครที่เป็นคนที่เริ่มอะไรเป็นอย่างแรกมักจะเจ็บช้ำก่อนตลอด

จริงอยู่ที่ จอร์จ เบสต์ เติบโตและโด่งดังในจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะ แต่ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ต่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับทุกคน ในเวลานั้นยังไม่มีการฝึกรับมือกับบรรดาสื่อต่างๆ ที่พร้อมจะวิ่งเข้ามาหา ทำลายสมาธิคุณให้แตกกระเจิงหรือโค้ชที่จะมานั่งแนะแนวการใช้ชีวิตนอกสนาม

และก็เป็นเรื่องจริงอีกเหมือนกันที่สมัยนี้ไม่ใช่นักฟุตบอลทุกคนจะเรียนรู้ความผิดพลาดจากจอร์จ เบสต์แล้วเชื่อฟัง มีนักเตะมากมายที่ประพฤติตัวเหมือนเป็นดาราดังหรือทำตัวเป็นคาสโนว่า แต่ถึงอย่างไรมันก็ต่างกันที่ตอนนั้น กรณีของจอร์จมันเกิดขึ้นในยุค ’60s ซึ่งภายหลังที่เข้ามาสู่ทศวรรษหลังๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกกรุยทางไว้รับมือกับปัญหาเช่นนี้อยู่ตลอด

ฉะนั้นในอีกมุมหนึ่งวีรกรรมที่ก่อจอร์จ เบสต์เคยได้ก่อไว้ สามารถเรียกว่าเป็น ผลทดลองทางวัฒนธรรมก็ย่อมได้ ในฐานะที่เขาเป็นบทเรียนหนึ่งในวิชาประวัติศาสตร์แห่งโลกฟุตบอล

เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันเคยพูดถึงดาวดังผู้นี้ว่า นักฟุตบอลเมื่อก่อนนั้น ก็คือคนจากชนชั้นแรงงานทั้งหมด และมันก็ทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาจึงหลงและสนุกกับชื่อเสียงที่ได้รับมาใหม่อย่างไม่ทันตั้งตัว เฟอร์กี้ยกตัวอย่างให้เห็นทั้ง จอร์จ เบสต์และพอล แกสคอยน์ อัจฉริยะลูกหนังที่สะท้อนความไม่สมบูรณ์แบบ ในขณะที่เขาเป็นฮีโร่ในใจใครหลายๆ คน แต่ในข้อเท็จจริงของความเป็น ‘คน’ คือไม่มีใครสามารถสมบูรณ์แบบไปได้ทุกเรื่อง ซึ่งความอ่อนแอในจิตใจคือสิ่งที่พวกเขาเหล่านี้พ่ายแพ้

 


 

บางคนหยิบยกอาถรรพ์เลข 27 ที่บรรดาเหล่าร็อคสตาร์ต้องเผชิญกับจุดจบในชีวิตไม่ว่าจะเป็นจิมมี่ เฮนดริกซ์ จิม มอร์ริสันและเคิร์ต โคเบน โดยเอามาเปรียบเทียบกับการที่จอร์จ เบสต์ต้องยุติช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการค้าแข้งไว้ที่อายุ 27 ปี โดยหลังจากนั้นชีวิตของเขาค่อยๆ ดิ่งลงเหวมาเรื่อยๆ สำหรับผมแล้วนั้นถ้าเรื่องราวของตำนานเบอร์ 7 ผู้นี้เกี่ยวข้องกับอาถรรพ์เลข 27 จริงๆ คงจะเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่เศร้าที่สุดของความเชื่อนี้ เพราะเขาต้องทรมานอยู่กับความเจ็บปวดทั้งกายและใจหลายปีก่อนจะเสียชีวิต

Related Stories

The Inspirations

JAMES DEAN AND HIS REBELLIOUS STORIES

ชายหนุ่มที่ไม่ได้สนใจในกรอบของกฏเกณฑ์แห่งชีวิต ผู้ที่เสกความแตกต่างให้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Read

The Inspirations

SERGE GAINSBOURG: สไตล์ไอคอนแห่งยุค ‘60s พ่วงด้วยดีกรีนักรัก นักกวี นักปรัชญา และนักประพันธ์เพลง

หนุ่มฝรั่งเศสหน้าตาไม่พิมพ์นิยมแต่ลงตัวด้วยส่วนผสมของสเน่ห์ผู้ชายอันเหลือร้าย

Read

The Inspirations

THE STORIES OF RALPH LAUREN

เคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างโลกของ Ralph Lauren
อาณาจักรของห้องเสื้อที่บอกเล่าเรื่องราวชนชาติอเมริกันผ่านมุมมองของผู้กำกับ

Read

0Shares
preloader