The Report

GENDER NEUTRAL CLOTHING IS HAVING ITS MOMENT IN MENSWEAR

บทความโดย Kantinan Srisan, Style Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Visual Designer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

The Report

GENDER NEUTRAL CLOTHING IS HAVING ITS MOMENT IN MENSWEAR

27 June 2019

6 ลุคจาก 6 แบรนด์บนรันเวย์ ที่ยืนยันกับเราถึงการเปลี่ยนแปลง และการยอมรับที่มากขึ้นต่อกลุ่ม LGBTQ

Spread the words

เดือนมิถุนายนนี้เป็นเดือนที่เราได้พบเห็นสัญลักษณ์ของ “สายรุ้ง” บ่อยกว่าปกติ อาจจะด้วยตรงกับช่วงเวลา Pride Month ของปี อันเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ซึ่งหลายปีมานี้เราสังเกตเห็นว่าสังคมไม่ได้นิ่งดูดายต่อเรื่องดังกล่าวและมีวิวัฒนาการอยู่เสมอในเรื่องนี้

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือในปีนี้เราสัมผัสได้ถึงการยอมรับที่ชัดเจนมากขึ้นของแวดวงเสื้อผ้าเมนส์แวร์ ผ่านมุมมองการออกแบบ ความสร้างสรรค์ และแน่นอนว่ารวมไปถึงองค์ประกอบของวิธีการถ่ายทอดอย่างเสียงเพลง แสงสี เมคอัพ หรือการคัดสรรนายแบบด้วยเช่นกัน และนี่คือลุคที่เราคัดสรรมาแล้วว่าเป็นตัวกลางที่สื่อนัยยะกับเราถึงการยอมรับและการเปิดกว้างที่มากขึ้นของสังคม (และดีไซเนอร์) ต่อรูปแบบของเสื้อผ้าที่ไร้ขอบเขตทางเพศ ที่นอกจากจะเป็นเรื่องน่ายินดีแล้ว ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ยังเป็นพลังขับเคลื่อนชั้นดีต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นในเชิงความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย




Stefan Cooke Spring 2020

“15th century techniques on a 20p budget.” คือคำนิยามที่หลายคนพูดถึงงานของ Stefan Cooke ในคอลเลคชั่นล่าสุด ที่ใช้งบประมาณการสร้างสรรค์เพียงแค่ 20 เพนนีต่อชุดเท่านั้น ผ่านวัสดุอย่างผ้าฝ้ายและเนื้อแคนวาสราคาถูก ที่ทดแทนความแพงด้วยเทคนิคงานฝีมือและแนวไอเดีย

โดยแรงบันดาลใจของ Stefan Cooke และ Jake Burt ต่อคอลเลคชั่นนี้มีที่มาจากประสบการณ์แสนประทับใจต่อโรงละครนอกบรอดเวย์ในนครนิวยอร์ก จนเกิดเป็นไอเดียสร้างสรรค์เสื้อผ้าแนวคอสตูมโรงละครที่มีองค์ประกอบของความเป็น Genderfluid อยู่อย่างชัดเจน ทั้งโครงสร้างของเสื้อผ้าที่มีกลิ่นของความเป็นสตรีอยู่สูง แม้จะเป็นคอสตูมของบุรุษก็ตามแต่อย่างเช่น การสวมเลกกิ้ง การเข้าช่วงเอวที่มาก หรือการออกแบบช่วงแขน เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในคอลเลคชั่นนี้คือการหยิบเอาเทคนิคการร้อยเชือกจาก ”คอเซ็ท” (โครงสร้างดันทรงช่วงเอว ที่ใช้เทคนิคการร้อยเส้นเชือกเพื่อรัดบริเวณช่วงเอวให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม) มาสร้างเป็นดีเทลในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณระหว่างปกเสื้อ เข็มขัดของแจ็คเก็ต รวมไปถึงใช้เป็นเทคนิคในการทำเฮดแบนด์ด้วยเช่นกัน

นอกจากการผสมผสานกลิ่นโรงละครเข้ากับเสื้อผ้าร่วมสมัย อย่างการถ่ายทอดรายละเอียดของความเป็นเสื้อผ้าคอสตูมสตรีอสู่เสื้อผ้าผู้ชายแล้ว สิ่งที่ส่งให้ภาพลักษณ์ดูชัดเจนยิ่งขึ้นคือการทำสไตล์ลิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการหยอดเครื่องประดับที่มีความเฟมินิน (Feminine) จ๋าอย่างกระเป๋าแฮนด์แบคกับเฮดแบนด์ ที่อยู่บนตัวนายแบบหน้าหวานหรือเมคอัพที่ผู้เขียนมองว่าสื่อสารความเป็น Genderfluid ออกมาได้ชัดในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ แต่หากมองเรื่องของการสวมใส่จริงอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์แบบ 100% เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าเสื้อผ้าคอสตูมไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้งานในชีวิตจริงๆ ถึงแม้จะมีการตัดทอนปรับประยุกต์มาแล้วก็ตาม ก็ยังนับว่าเป็นรูปแบบของเครื่องแต่งกายที่ใช้งานได้ไม่ง่ายนัก




Ludovic de Saint Sernin Fall 2019

มันถึงเวลาแล้วที่ใครก็ตามสามารถสวมใส่อะไรก็ได้ที่เขาต้องการ ประโยคนี้ดูจะไม่ผิดนักหากจะใช้เป็นคำนิยามถึงคอลเลคชั่นล่าสุดของ Ludovic de Saint Sernin ที่ตัวนักออกแบบเองหมายมั่นที่จะสร้างสรรค์เสื้อผ้าอัน “ไร้ขอบเขตทางเพศ” ต่อผู้สวมใส่ พร้อมกับกลิ่นอายความขลังจากเสื้อผ้ายุค ‘90s และ ‘2000s

การออกแบบในคอลเลคชั่นนี้ นอกจากจะเผยให้เห็นถึงความสวยงามและอัตลักษณ์จากหลากแบรนด์ที่โด่งดังในยุค ‘90s แล้ว ยังเป็นแฟชั่นโชว์ที่จะเรียกว่าเป็นการนำเสนอเสื้อผ้าของสตรีผ่านร่างกายของนายแบบก็คงจะไม่ผิดนัก ด้วยโครงสร้างเสื้อผ้า การดีไซน์และสไตล์ลิ่ง สีหน้าท่าทางของนายแบบที่ส่งออกมา ล้วนบ่งบอกไปในทิศทางเดียวกันและสื่อความถึง Genderfluid ได้อย่างมาก (แม้บางลุคจะมากจนดูตั้งใจเกินไปก็ตาม)

ส่วนลุคที่เราหยิบมาจากคอลเลคชั่นนี้นับเป็นลุคที่ “ไม่มากและไม่น้อย” เกินไปต่อการส่งนัยยะของเสื้อผ้าอันไร้เส้นแบ่งทางเพศ การผนวกเอาเสื้อคอกระเช้าที่ทำจากวัสดุโปร่งใส สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ผ้ามันเงา กางเกง 5 ส่วน และขาดไม่ได้ที่สุดสำหรับลุคแบบหญิงสาวอย่างกระเป๋าแฮนด์แบคชนาดแบบพอใส่กระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือ ที่แน่นอนว่ามองแบบผิวเผินแล้วเกือบจะทุกชิ้นส่วนดูมีความเป็นเสื้อผ้าสตรีมากกว่าบุรุษ แต่เมื่อปรากฏอยู่บนร่างกายของนายแบบที่สีหน้าดูมีความ Androgyny สูง ประกอบกับท่าทางการเดิน การทิ้งช่วงไหล่และสะโพกเฉกเช่นสตรี จึงทำให้ภาพที่ส่งออกมามีความสมดุลต่อภาพลักษณ์อย่างที่ผู้ออกแบบหมายมั่นปั้นมือไว้




Ermenegildo Zegna Spring 2020

แม้แต่แบรนด์ที่สร้างสรรค์เสื้อผ้าบุรุษเพียงอย่างเดียวมาอย่างยาวนานอย่าง Ermenegildo Zegna เองก็ไม่ได้นิ่งดูดายต่อความเคลื่อนไหวและการยอมรับที่เปิดกว้างขึ้นของสังคม เพราะในครั้งนี้ Alessandro Sartori ได้หยิบยกเอาเรื่องของการรีไซเคิลมาใช้เป็นองค์ประกอบของการสร้างสรรค์เสื้อผ้า โดยหัวเรือใหญ่ของแบรนด์ได้บอกว่า หลายชุดในคอลเลคชั่นนี้ได้มีการนำเอาเสื้อผ้าที่เหลือค้างก่อนหน้ามาสร้างสรรค์ใหม่ผสมเข้ากับดีไซน์ของคอลเลคชั่นปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 20% ของลุคบนรันเวย์ Spring 2020

แต่กระนั้นเองก็ไม่ได้มีการบอกอย่างโจ่งแจ้งว่าเสื้อผ้าในครั้งนี้ ทำขึ้นเพื่อบอกเล่าถึงเรื่องของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างชัดเจน แต่หลายๆ ชิ้นงานในคอลเลคชั่นเองก็ยังมีการผสมความเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง (Unisex) ลงไปอยู่บางๆ ซึ่งทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ อย่างเช่นลุคที่เราเลือกมานี้ การแมทช์หมวกถักนิตติ้งทรงเบเร่ต์เข้าคู่กับเสื้อยืดปกโปโล พร้อมกางเกงสแลคสีนวลและ “กระเป๋าสะพายข้างใบจิ๋วสีชมพู” ที่นับว่าเป็นจุดดึงดูดสายตาที่ชัดเจนมาก แต่ความหวานของลุคกลับถูกเบรคด้วยรองเท้าบู้ทย้อมสีไล่เฉดโทนมืด

จะด้วยความตั้งใจในการเลือกสีสันให้สดใสให้เหมาะสมต่อความเป็นคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ หรือมีใจจะสร้างสรรค์ลุคให้มีกลิ่นความหวานแบบกระซิบกระซาบก็ตามแต่ สำหรับเราแล้วลุคนี้ถือว่ามีความเอนเอียงไปด้วยกันได้กับช่วงเวลา Pride Month ณ ตอนนี้อย่างพอดี เป็นลุคที่ผู้ชายสามารถสวมใส่ได้จริง โดยไม่ทิ้งไปซึ่งเอกลักษณ์ของตัวแบรนด์ทิ้งไป




MSGM Spring 2020

แม้ในคอลเลคชั่นก่อนหน้านี้ของ MSGM แบรนด์สัญชาติอิตาลีแท้ที่เดินทางเข้าสู่ปีที่ 10 จะมีการดีไซน์ที่ดูสนุกสนาน วัยรุ่น และเล่นกับเรื่องของสีสันลายผ้าอยู่บ่อยครั้ง (จริงๆ ก็แทบจะในทุกซีซั่น) แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจคอลเลคชั่นนี้เป็นพิเศษคือ นอกเหนือไปจากลายพิมพ์และโทนสีมากหน้าที่เห็นได้แทบจะในทุกลุคบนรันเวย์แล้ว รูปทรงของเสื้อผ้าและการสไตล์ลิ่งดูส่งเสริมและดำเนินเรื่องไปในทิศทางของความเป็น Genderfluid ได้อย่างไม่ฝืนใจทำ

ซึ่งถ้าคุณคาดหวังลุคที่ประกาศอย่างชัดเจนถึงความเป็น Genderfluid บอกได้เลยว่าหลากลุคหลายชิ้นงานในคอลเลคชั่นนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง เพราะทั้งเสื้อเชิ้ตลายปริ้นท์หนังสัตว์ (Animal Print) ที่จับคู่กับกางเกงขาสั้นคาดลายเพสลีย์ (Paisley) หรือเซ็ทการแมทช์เสื้อเบลเซอร์ เสื้อยืดคอกว้างกับกางเกงขาสั้นในโทนอย่างชมพูนีออนต่างมีให้เห็นอยู่มากจนสังเกตได้ แต่หากคุณมองว่าลุคการมิกซ์แอนด์แมทช์เช่นนี้ช่างผิวเผินตัวอย่างที่เราเลือกมาน่าจะถูกใจอยู่ไม่น้อย

เพราะสิ่งที่เราได้เลือกมานั้นดูมีความก้ำกึ่งอยู่พอควร จะดูเป็นเสื้อผ้าผู้ชายผ่านโครงสร้างสามัญของเบลเซอร์ พร้อมสาบกระดุมแบบเสื้อเชิ้ตบุรุษก็อาจจะบอกได้ไม่เต็มปาก แต่จะพูดว่าเพราะการเล่นโทนสีชมพูอ่อนทั้งลุคทำให้เสื้อผ้ามีความเฟมินินอย่างชัดเจนเลยก็เห็นว่าอาจจะไม่ถูกต้อง100%  อีกทั้งเมื่อสังเกตในรายละเอียดดีๆ จะพบว่านอกเหนือไปจากการคาดลายเพสลีย์บริเวณเสื้อเชิ้ตด้านในแล้ว บริเวณใต้กระเป๋าหน้าอกของเสื้อเบลเซอร์ยังมีการสกรีนหน้าของชายหนุ่มปากแดง ที่มองผิวเผินอาจจะเป็นเพียงกิมมิคเพิ่มความสนุกทำให้เสื้อผ้าดูเด็กขึ้น แต่อีกนัยหนึ่งรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้อาจจะเป็นการเล่าเรื่องที่มหาศาลก็เป็นได้ ยิ่งผสมเข้ากับการเมคอัพหน้าผมกับวีธีการเดินของนายแบบเจ้าของลุคแล้ว ยิ่งทำให้กลิ่นความเป็น Genderfluid ชัดเจนยิ่งขึ้น




Loewe Spring 2020

ล่าสุดแบรนด์สัญชาติสเปนอย่าง Loewe ก็ดูเหมือนว่าจะตอบรับต่อความเคลื่อนไหวในเรื่องความหลากหลายทางเพศกับเขาด้วยเช่นกัน เพราะคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง Spring 2020 ที่เพิ่งปล่อยตัวออกมาไม่นานนี้ สิ่งที่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงความเป็น Genderfluid ในคอลเลคชั่น คือการจับคู่ชิ้นส่วนที่มีรูปทรงของเสื้อผ้าสตรีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นคาร์ดิแกนตัวยาว หรือทั้งเดรสและชุดแซกยาวจรดข้อเท้า ที่มีกลิ่นอายความเป็นฮิปปี้อยู่กลายๆ เข้ากับตัวนายแบบที่มีการสไตลล์ลิ่งหน้าผมและแน่นอนว่าเครื่องประดับอย่างดอกไม้ทัดหูหลากสายพันธุ์เองก็ช่วยปรับและส่งให้ลุคดูมีความเกี่ยวโยงกับ LGBT และช่วงเวลา Pride Month ได้อย่างพอดิบพอดี

ส่วนลุคที่เราเลือกมานี้ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ภาพลักษณ์ของการจับคู่ที่ส่งออกมาให้ดูเหมือนเป็นเสื้อผ้าสตรีจากความกรุยกรายของสัดส่วนและเนื้อผ้า แต่เป็นการเลือกผสมองค์ประกอบของเสื้อผ้าที่หลอมรวมให้เกิดภาพลักษณ์ดังกล่าวต่างหาก การจับคู่ชิ้นส่วนที่มีความเป็นผู้หญิงจ๋าอย่างชุดคลุมอาบน้ำสีชมพูอ่อนเข้ากับเสื้อเชิ้ตแบบโอเวอร์ไซส์สีชมพูที่เป็นประเภทของเสื้อเชิ้ตสตรีอันสามารถสังเกตได้จากการซ้อนทับของสาบเสื้อ ทั้งหมดนี้บอกกับเราอย่างเสียงดังว่านี่คือเครื่องแต่งกายของสตรีอย่างแน่นอนผ่านแง่มุมของหลักเหตุผลเพียงแต่ทำออกมาในไซส์ของเสื้อผ้าผู้ชาย

แต่เมื่อมองกันด้วยความรู้สึกแล้วเรากลับรู้สึกได้ว่าลุคดังกล่าวคือการแมทช์เสื้อผ้าที่สื่อสารและให้ความรู้สึกถึง Genderfluid เสียแทน จะด้วยการประดับประดาดอกไม้ สีหน้าท่าทางหรือการเผยให้เห็นถึงแผงอก หรือการเลือกใช้สรีระของบุรุษเป็นตัวกลางในการถ่ายทอด ที่แน่นอนว่าบอกเล่าถึงความ Androgyny ได้มากกว่าอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้




Palomo Spain Fall 2019

จากเรื่องราวการเดินทางของคณะ Ballet Russes สู่แรงบันดาลใจการออกแบบคอลเลคชั่นเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงกลิ่นอาย Genderfluid จาก Alejandro Gómez Palomo ทั้งการเมคอัพและรูปทรงเสื้อผ้าสไตล์กึ่งโอตกูตูร์ (Haute Couture) หรือการเลือกเหล่า “นายแบบที่เป็นเพศทางเลือก” มาร่วมเดินบนรันเวย์ ที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างไม่ต้องสงสัยให้มากความ เสื้อผ้าจากคอลเลคชั่นนี้มีความเป็นเสื้อผ้าคอสตูมอย่างชัดเจนมาก จะด้วยการดึงเอาแรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าของคณะละคร Ballet หรืความต้องการที่จะสนับสนุนกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศของตัวนักออกแบบเองก็ตามแต่  สิ่งที่ปรากฏออกมาสามารถยืนยันได้อย่างเสียงแข็งว่าความตั้งใจของ Alejandro นั้นสัมฤทธิ์ผลอย่างสมบูรณ์แบบในทุกๆ แง่มุม

หากถามว่าลุคที่เลือกมานี้น่าสนใจอย่างไร? สิ่งแรกที่ต้องบอกคือเป็นลุคที่ถ่ายทอดความเป็น Genderfluid ออกมาได้อย่างชัดเจน แต่ไม่มากจนล้นเหมือนเช่นบางลุคจากคอลเลคชั่น (ไม่ใช่ไม่สวย แต่พรีเซนหนักเกินไปจนทำให้ความเป็นศิลป์ถูกมองข้าม) ด้วยเทคนิคการปักหมุดของกางเกงและเสื้อชิ้นใน การคลุมผ้าตาข่าย (mesh) รอบรูปทรงของเสื้อโค้ทที่ส่งอารมณ์ความดรามาติคออกมาได้อย่างน่าสนใจ แม้จะดูเป็นเทคนิคที่หวือหวาเกินกว่าจะใช้งานได้ในชีวิตจริง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกคุมให้อยู่บนรูปทรงของเสื้อผ้าชิ้นเบสิกแทบทั้งสิ้น ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมที่ออกมาดูมีความเรียลมากกว่าชุดละครฟูฟ่องชิ้นโต ที่เมื่อผสมเข้ากับการตกแต่งลุคด้วยหมวกปีกกว้างใบโตที่ทำจากวัสดุหนังเงาพร้อมลิปสติกและอายไลน์เนอร์เส้นเด่นบนใบหน้า นับเป็นสัญญาณที่ชัดที่สุดต่อการบอกเล่าถึงความเป็นเสื้อผ้าอันไร้ขอบเขตทางเพศในแง่ของการดีไซน์ และด้วยความเยอะในน้อย เล่นตามเกมส์ การเล่าเรื่องที่สมดุลแต่ทรงพลัง เราขอยกให้ลุคนี้เป็นตัวอย่างที่ดีและบอกเล่าถึงการเปิดรับของ LGBTQ ได้อย่างลงตัวที่สุดลุคหนึ่งของแฟชั่นโชว์ในซีซั่นล่าสุดนี้

Related Stories

The Style Guide

HOW TO TONE DOWN YOUR FAVOURITE RUNWAY LOOKS

ปรับภาพลักษณ์ความสุดโต่งจากลุคบนรันเวย์ สู่สไตล์และเทคนิคที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง

Read

The Inspirations

5 DESIGNERS WHO REDEFINED LEGENDARY FASHION HOUSES

5 ยุคสมัยของงานออกแบบจาก 5 นักออกแบบแนวหน้า อันเป็นที่จดจำต่อห้องเสื้อระดับตำนาน

Read

0Shares
preloader