The Grooming Guide

FRAGRANTICA 101

บทความโดย Suwicha Sangkayoolakul, Contributing Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Visual Designer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

The Grooming Guide

FRAGRANTICA 101

11 July 2019

วิธีการ ศาสตร์ศิลป์ และเรื่องราวต่างๆ 
เกี่ยวกับน้ำหอม ที่เราอยากให้คุณรู้

Spread the words

เราเชื่อว่าหากคุณผู้อ่านติดตามบทความของเรามาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าเรามีบทความที่พูดถึงน้ำหอมอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นตัวของมนุษย์ที่ทำหน้าที่น้ำหอมได้ดีที่สุด โดยเราได้ยกตัวอย่างจดหมายรักของพระเจ้านโปเลียน ที่ไม่อนุญาตให้มเหสีของตนอาบน้ำ บทความวิธีการฉีดน้ำหอม ที่จะทำให้น้ำหอมคงกลิ่นติดร่างกายได้ดีที่สุด บทความแนะนำน้ำหอมสำหรับสุภาพบุรุษ ที่เราเลือกสรรน้ำหอมที่เราชื่นชอบมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้จัก และในวันนี้เอง เราก็อยากจะมาพูดถึงเรื่องน้ำหอมอีกครั้งหนึ่ง เพราะสำหรับเราแล้ว การเลือกกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งมาอยู่บนร่างกายอย่างน้อยๆ ก็สี่ถึงหกชั่วโมง อย่างมากนานกว่าสิบชั่วโมง ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนยิ่ง เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องราวที่เราอยากให้คุณผู้อ่านรู้ อันมีสารัตถะเกี่ยวกับน้ำหอมทั้งหมด ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ที่มาที่ไป วิธีการฉีด ตลอดจนวิธีการเก็บรักษา

เริ่มกันที่ชื่อบทความนี้กันก่อน คุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน ที่เมื่อพูดถึงน้ำหอมแล้ว จะคิดถึงเพียง Dior Sauvage หรือ Bleu de Chanel อาจจะไม่คุ้นหูกับคำว่า Fragrantica เท่าไหร่นัก ที่มาที่ไปของคำนี้ มาจากชื่อเว็บไซต์ที่รวบรวมน้ำหอมแทบจะทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น บนโลกเอาไว้ด้วยกัน และเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าชั้นดี ยามที่เราจะเลือกซื้อน้ำหอมกลิ่นใหม่ แต่ยังไม่มีเวลาเดินไปดมกลิ่นจริงๆ เสียที ซึ่งสิ่งที่เราคิดว่าดีงามที่สุดจากเว็บไซต์ดังกล่าว คือการรวมรีวิวของผู้ใช้จริงหลายๆ ท่าน และระบุกลิ่นโน้ตของน้ำหอมนั้นๆ รวมถึงการทำหน้าที่เป็นสถานที่พูดคุยแลกเปลี่ยนของเหล่าผู้หลงรักในกลิ่นหอมอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้นนั่นเอง และสาเหตุที่เราใช้ชื่อเว็บไซต์นี้มาตั้งเป็นชื่อบทความ ก็เพราะว่าเราอยากให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกับเว็บไซต์ดังกล่าว ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านในการศึกษาหาความรู้ หรือเพิ่มพูนควรรักและแก้อาการคันไม้คันมืออยากซื้อน้ำหอมขวดใหม่ หรือแม้แต่ติดตามข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของน้ำหอมต่อไป

Left Image Courtesy of backstagetales, Right Image Courtesy of Chemistryworld

ประวัติโดยย่อของน้ำหอม


ก่อนหน้าที่เราจะพูดถึงประเด็นอื่นๆ กัน เราขอพูดถึงประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ ของน้ำหอม ซึ่งคุณผู้อ่านที่เข้ามาเพื่อรู้ถึงวิธีการฉีดน้ำหอม หรือความแตกต่างระหว่างน้ำหอมดีไซเนอร์ และน้ำหอม Niche ก็อาจจะข้ามในส่วนของย่อหน้านี้ไปได้เลย แต่หากคุณผู้อ่านที่ต้องการรู้ถึงประวัติคร่าวๆ ของการผลิตน้ำหอมก็สามารถเริ่มอ่านได้ที่นี่

น้ำหอม (Perfume ที่ถอดรากศัพท์มาจากคำภาษาลาติน Perfumare) มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ยุคโบราณในอารยธรรมต่างๆ ของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นในอารยธรรมแรกเริ่มอย่างเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีกและโรมัน ไปจนถึงอารยธรรมจีน ก็มีปรากฏว่ามีบันทึกเกี่ยวกับน้ำหอม และการปรุงน้ำหอมหรือสุคนธภัณฑ์ (Perfumery) อย่างที่เป็นลายลักษณ์อักษร อาทิ ในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ปรากฏสุคนธกรนามว่า Tapputi ในหลักจารึกอักษรคูนิฟอร์ม โดยเธอเป็นผู้แรกที่นำดอกไม้ น้ำมัน และองค์ประกอบที่ให้กลิ่นหอมต่างๆ มากลั่นรวมกัน และกรองหลายๆ ครั้ง จนออกมาเป็นน้ำมันหอม หลังจากนั้นอีกหลายพันปี การปรุงน้ำหอมก็ถือกำเนิดขึ้นที่จุดต่างๆ ของโลก และด้วยวิธีการขั้นตอนที่แตกต่างกัน รวมถึงวัตถุดิบขั้นต้นที่เหล่าสุคนธกรใช้ ที่มาจากสถานที่ที่แตกต่างกัน หรือไม่ว่าจะเป็นบริบทของกรอบสังคม วัฒนธรรม และศาสนา ที่มีส่วนในการกอปรสร้างกลิ่นต่างๆ ก็ล้วนมีผลต่อการรังสรรค์น้ำหอมด้วยกันทั้งสิ้น

Image Courtesy of thedeinzen

หลังจากทราบถึงที่มาที่ไปคร่าวๆ ของน้ำหอมกันแล้ว ก็เป็นเรื่องของชนิดและประเภทของน้ำหอม โดยสิ่งที่เราจะพูดถึงก่อน คือการแยกประเภทแบบพื้นฐานที่สุด ในที่นี้หมายถึง สิ่งที่เขียนระบุอยู่ที่ขวดน้ำหอม และคุณผู้อ่านคงจะพอคุ้นตามาแล้วบ้าง โดยหลักๆ ที่จะได้เห็นคือคำว่า Eau de Toilette และ Eau de Parfum ซึ่งที่จริงแล้วยังมีอีกสามประเภท คือ Aftershave, Eau de Cologne และ Parfum Extract ด้วย

ทั้งห้าประเภทนี้ถูกจำแนกตามความเข้มข้นของเปอร์เซ็นต์สารประกอบอะโรมาติกที่อยู่ในน้ำหอม เรียงจากความเข้มข้นน้อยไปสู่ความเข้มข้นมาก เริ่มจาก Aftershave, Eau de Cologne, Eau de Toilette, Eau de Parfum และ Parfum Extract ตามลำดับ กล่าวคือ ในการฉีดน้ำหอมจำนวนครั้งที่เท่ากัน น้ำหอมแต่ละประเภทจะให้ความเข้มข้นที่แตกต่างกัน และจะนำมาซึ่งระยะเวลาความคงทนของน้ำหอม ที่จะอยู่ติดบริเวณที่ฉีด รวมถึงการกระจายตัวของน้ำหอมที่แตกต่างกันด้วย ความจริงแล้วเรายังสามารถแบ่งน้ำหอมในลักษณะอื่นได้อีก อาทิ การแบ่งตามส่วนประกอบหลักของน้ำหอม เช่น น้ำหอมประเภทดอกไม้ น้ำหอมจากกลิ่นสัตว์ (Musk หรือ Leather) และน้ำหอมจากกลิ่นไม้ เป็นต้น

Image Courtesy of gearpatrol

วิธีการฉีดน้ำหอมให้คงทนที่สุด


ต่อมาเราจะพูดถึงวิธีการ หรือ How-to ต่างๆ ที่น่าจะมีประโยชน์สำหรับคุณผู้อ่าน อย่างแรกที่มักมีคนถามเราตลอดเวลายามพูดถึงเรื่องน้ำหอม และเราได้เขียนอธิบายเป็นบทความมาแล้ว ว่าด้วยวิธีการฉีดน้ำหอม ว่าแท้จริงมีกฏการฉีดอย่างไรกันแน่ ต้องฉีดที่บริเวณไหน ต้องฉีดกี่ครั้ง ฉีดห่างจากลำตัวเท่าไหร่ น้ำหอมถึงจะติดทนคงอยู่ที่บริเวณที่ฉีดได้นานที่สุด แท้จริงแล้ว การฉีดน้ำหอม ก็มีความคล้ายคลึงกับการเลือกน้ำหอม ที่ถือเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับตัวแต่ละบุคคลว่ามีความต้องการที่จะฉีดมากฉีดน้อยเท่าไหร่ เพราะหากฉีดน้อยจนเกินไปก็จะทำให้ผู้คนรอบข้างไม่ได้กลิ่นของน้ำหอมที่เราฉีด และกลายเป็นว่า การฉีดน้ำหอมลักษณะนี้สิ้นเปลืองโดยที่น้ำหอมยังไม่ได้ทำหน้าที่หลัก ในทางกลับกัน หากฉีดในปริมาณที่มากจนเกินพอดี กลิ่นน้ำหอมก็จะไปรบกวนผู้อื่น แทนที่จะได้รับคำชมว่ากลิ่นหอมน่าดึงดูด ก็จะได้รับคำตำหนิเสียแทน ดังนั้น ความพอดี คือสิ่งที่จำเป็นที่สุดเมื่อพูดถึงการฉีดน้ำหอม ว่าแต่เท่าไหร่จึงจะเรียกว่าพอดี

สำหรับเราตัวเลขที่ดีที่สุดคือสาม นั่นคือเราอยากให้แนะนำให้คุณผู้อ่านฉีดน้ำหอมสามครั้ง สองครั้งที่หูสองข้าง และหนึ่งครั้งที่ท้ายทอย ทั้งสามจุดถือเป็นจุดชีพจรของร่างกายที่มีอุณหภูมิสูง และความร้อนจากร่างกายนี้เอง ที่จะเป็นตัวช่วยในการกระจายตัวของน้ำหอม แต่ถึงกระนั้น การที่น้ำหอมมีค่าความเข้มข้นต่างกัน ตามที่ได้กล่าวเอาไว้ในย่อหน้าที่แล้ว ทำให้บางครั้งสำหรับ Eau de Cologne และ Eau de Toilette อาจจะต้องการจำนวนครั้งที่มากขึ้นเพื่อกลิ่นหอมที่ติดทนนานยิ่งขึ้น สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการย้ำมากที่สุดเกี่ยวกับวิธีการฉีดน้ำหอม คือท่าที่เห็นในโฆษณาหรือในรีวิวน้ำหอมจากช่องต่างๆ ใน YouTube ซึ่งคือการฉีดที่อากาศและเดินผ่าน วิธีการนี้ถือเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองมากที่สุด ตามที่ได้อธิบายไว้แล้วว่า น้ำหอมต้องการความร้อนจากร่างกายในการกระจายกลิ่น การฉีดและเดินผ่านไม่ได้ทำให้น้ำหอมไปตกอยู่ที่จุดชีพจรจุดไหนโดยตั้งใจเลย เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น กลิ่นของน้ำหอมก็จะจางลงเรื่อยๆ จนไม่ได้กลิ่นอะไรในที่สุด

Image Courtesy of gearpatrol

การเก็บรักษาเพื่อยืดอายุของน้ำหอม


อีกสิ่งที่ต้องพูดถึงคือ การเก็บรักษาน้ำหอม เพราะหากเก็บรักษาได้ไม่ดีเท่าที่ควร น้ำหอมย่อมจะเสื่อมสภาพ กลิ่นและสีเพี้ยน และไม่สามารถรักษาสภาพความคงทนยามฉีดลงบนร่างกายได้ ถึงแม้จะฉีดลงบนจุดชีพจรก็ตาม บ้างครั้งมีคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน สอบถามเราถึงสาเหตุที่กลิ่นน้ำหอมไม่คงทน ด้วยความเข้าใจผิดที่ว่า น้ำหอมอาจหมดอายุ หรือเหตุที่ว่าเขาหรือเธอฉีดน้ำหอมน้อยครั้งจนเกินไป จนสุดท้ายเกิดเป็นผลเสียที่กลิ่นน้ำหอมไปรบกวนผู้อื่น ดังนั้นการเก็บรักษาน้ำหอมให้ดี คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการยืดอายุน้ำหอมให้ใช้ได้นานจนหมดขวด

ความเข้าใจผิดๆ ที่เราเห็นอยู่บ่อยครั้งคือการเก็บน้ำหอมในตู้เย็นและการเก็บน้ำหอมในห้องน้ำ ความเย็นที่เกินอุณหภูมิห้องไปเสียมาก ทำให้น้ำหอมเสื่อมสภาพได้รวดเร็วไม่ต่างจากการเก็บน้ำหอมไว้ในที่ที่อุณหภูมิสูง ส่วนการเก็บน้ำหอมไว้ในที่ชื้นอย่างห้องน้ำ ก็มีผลต่อคุณภาพของน้ำหอมในระยะยาวด้วยเช่นกัน สถานที่ที่ดีที่สุดในการเก็บน้ำหอมคือในอุณหภูมิห้องที่คงที่ ไม่โดนความชื้น และไม่โดนแสงแดด ดังนั้นแล้ว การเก็บน้ำหอมในตู้เสื้อผ้าดูจะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีและปลอดภัยที่สุด

ในโอกาสถัดไปเราจะมีบทความเกี่ยวกับน้ำหอมที่จะออกเป็นซีรีส์อีกหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเจาะลึกแบรนด์น้ำหอมดีไซเนอร์ และแบรนด์ Niche ที่เรามองว่าน่าสนใจมาให้คุณผู้อ่านได้รู้จัก การเล่าถึงประสบการณ์การเลือกน้ำหอมครั้งแรกของเราตอนไฮสคูล การเลือกกลิ่นของน้ำหอมที่เหมาะกับแต่ละช่วง แต่ละวัยและแต่ละโอกาส กลิ่นของน้ำหอมที่เหมาะกับฤดูกาลหรือสภาพอากาศ ตลอดจนการศึกษากลิ่นโน้ตของน้ำหอมในแต่ละช่วงของวันที่แตกต่างกันไปตามอุณหภูมิร่างกายของผู้ฉีดแต่ละคน ขอให้คุณผู้อ่านติดตามต่อได้เร็วๆ นี้

Related Stories

The Grooming Guide

5 DESIGNER FRAGRANCES WE RECOMMEND

น้ำหอมรุ่นตัวแทนจากห้าแบรนด์ดีไซเนอร์ชื่อดัง ที่คงความนิยมด้วยห้วงความหอมอันเป็นเอกลักษณ์

Read

The Report

LOUIS VUITTON LAUNCHES ITS FIRST UNISEX FRAGRANCE COLLECTION

Louis Vuitton กลับมาอีกครั้ง กับคอลเลคชั่นน้ำหอมกลิ่นอายฤดูร้อน

Read

The Grooming Guide

HUMAN’S PERFECT ODOR

หนึ่งประโยคในจดหมายฉบับสั้นๆ ของนโปเลียน กำลังบอกเราว่ากลิ่นกายของมนุษย์นี่เอง ที่เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดมากที่สุด

Read

0Shares
preloader