Out of Office

EDITOR’S JOURNAL: SIEM REAP CAMBODIA

บทความโดย Apisorn Iamsriraksa, Staff Writer, W. MINISTRY

Out of Office

EDITOR’S JOURNAL: SIEM REAP CAMBODIA

5 March 2020

3 วัน 2 คืนที่เสียมเรียบ การเดินทางครั้งสำคัญสู่มรดกโลกในอาณาจักรโบราณ

 

‘เสียมเรียบ’ หรือ ‘เสียมราฐ’ เมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ในประเทศกัมพูชาข้างๆ นี้ เป็นจุดหมายปลายทางที่อยู่ในลิสต์ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งของเรามาตลอด แต่พอมีช่วงว่างวันหยุดเมื่อไร ไม่รู้ทำไมก็จะเลือกไปแต่ฝั่งเมืองหนาวอยู่ทุกครั้ง อาจด้วยคำขู่มากมายว่ากัมพูชาร้อนบ้าง สกปรกบ้าง ลำบากบ้าง ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกตั้งอยู่ แต่ก็ยังเลือกที่จะผลัดวันประกันพรุ่งมันไปทุกทีจนแทบจะลืมไปแล้วว่าอยากไป

โชคดีที่เดือนก่อนมีเวลาว่างพอดีและไม่อยากไปไหนไกล คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็คงต้องรอต่อไปอีก จึงตัดสินใจที่จะกดจองตั๋วในนาทีสุดท้ายไปลองดูกันสักตั้ง แต่ทริปไม่ตั้งใจในระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ครั้งนี้ กลับเป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่เปลี่ยนความคิดเราเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้ไปเลยอย่างสิ้นเชิง

 

Floating Village in Siem Reap

หมู่บ้านลอยน้ำ โตนเลสาบ

 

ไฟลท์กรุงเทพฯ-เสียมเรียบใช้เวลาบินเพียงชั่วโมงกว่าก็ถึงที่หมาย เราเดินเข้าไปในสนามบินชั้นเดียวเล็กๆ ที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังไปเที่ยวต่างจังหวัดตอนเด็กๆ อย่างไรอย่างนั้น มองไปรอบๆ แล้วบรรยากาศไม่ได้ต่างอะไรจากบ้านเราเลย แถมอากาศช่วงบ่ายแก่ๆ ที่นี่ก็ไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด

 

Angkor Wat in Siem Reap

ภายในปราสาทหินนครวัด

 

เมื่อออกจากสนามบินแล้ว สิ่งที่ชอบที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการจราจรที่ไม่ติดขัดและตัวเมืองที่ไม่มีตึกสูงเลย แม้จะมีฝุ่นบ้าง แต่กลับไม่ได้รู้สึกถึงมลพิษที่มาจากมนุษย์เท่าไรนัก อาจด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวชอุ่มรอบๆ ที่คอยให้ความร่มรื่นก็เป็นได้ และสำหรับคนที่อยู่ในป่าคอนกรีตมาแทบทั้งชีวิต ภาพเหล่านี้แหละคือสิ่งที่เราไม่รู้ตัวเลยว่า ‘คิดถึง’ จนได้มาสัมผัสกับมันจริงๆ

 

A bar at day time in Siem Reap

บรรยากาศบริเวณที่พัก

 

จุดหมายปลายทางแรกคือที่พัก ที่ต้องขอยอมรับเลยว่าประทับใจเป็นพิเศษ ทั้งการบริการระดับ 5 ดาวตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากรถ การต้อนรับที่อบอุ่นเป็นกันเองจากพนักงาน และสไตล์การตกแต่งที่ผสมผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความโมเดิร์นเข้าด้วยกันได้อย่างไร้ที่ติ จะว่าไปก็ไม่ต่างอะไรจากเมืองนี้เท่าไรนัก ความน่ารักของผู้คน ความลงตัวระหว่างความสะดวกสบายทันสมัยและวัฒนธรรมอันเก่าแก่นี่แหละ ที่ให้นครมากประวัติศาสตร์แห่งนี้มีเสน่ห์ยากจะไม่ตกหลุมรัก

 

Angkor Wat in Siem Reap

ปราสาทหินบายน

 

หลังจากพักผ่อนเต็มอิ่มไปหนึ่งคืน ก็ถึงเวลาของการไปเยี่ยมเยือนจุดหมายที่ทำให้เราอยากมาที่นี่ตั้งแต่แรก ปราสาทหินนครวัด-นครธม สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้เวลาสร้างทั้งหมดนานกว่า 100 ปี บทพื้นที่กว่า 1.6 ล้านตารางเมตร เรารีบตื่นเช้าด้วยความกระตือรือร้น เพราะพนักงานที่โรงแรมบอกว่าการเที่ยวมรดกโลกแห่งนี้ แนะนำให้ไปถึงไม่เกิน 8 โมงเช้า เนื่องจากเป็นเวลากำลังดีที่ไม่ร้อนจนเกินไป

 

An old tree inside Angkor Wat

บรรยากาศในปราสาทหินนครวัดและเศียรพระพุทธรูปที่ซ่อนอยู่ระหว่างรากไม้

 

นั่งรถไม่นานเพียง 10 กว่านาทีจากตัวเมืองก็ถึงที่หมาย แม้จะรู้อยู่แล้วว่ามันยิ่งใหญ่ แต่แวบแรกที่ได้เห็นความตระการตาตรงหน้าท่ามกลางเหล่าแมกไม้สีเขียว ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตะลึงอีกครั้ง โชคดีที่ในวันนั้นนักท่องเที่ยวไม่เยอะนัก ทำให้มีโอกาสได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงหน้าอย่างเต็มที่ สำหรับเรามันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายเป็นตัวอักษรได้จริงๆ ราวกับว่าได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตและเรื่องราวมากมาย

 

Angkor Wat in Siem Reap

บรรยากาศภายในปราสาทหินนครวัด

 

ต้นไม้ใหญ่มหึมาที่เติบโตแทรกโครงสร้างบางส่วนทำให้หวนนึกถึงเวลาแรกเริ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราได้แต่มองไปและจินตนาการเอาเองด้วยความสงสัยว่าสมัยก่อนตอนที่สถานที่แห่งนี้ยังมีชีวิตมันจะเป็นอย่างไร ใครคือคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ หรือแม้แต่การสร้างมันขึ้นมาจะต้องใช้ความอดทนและพละกำลังมากมายขนาดไหนกันเชียว จึงจะออกมาเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทั้งละเอียดอ่อนและยิ่งใหญ่ในคราเดียวกันได้เช่นนี้

 

Floating Village in Siem Reap

เพิงลอยน้ำที่โตนเลสาบ

 

แม้ดาวเด่นของเสียมเรียบจะเป็นเหล่าปราสาทหิน แต่อีกสถานที่ที่ทำให้รู้สึกประทับใจและได้ใช้เวลากับตัวเองมากที่สุดกลับเป็นชุมชนลอยน้ำที่โตนเลสาบซึ่งต้องนั่งรถออกจากตัวเมืองไปสักพัก การได้นั่งเรือออกจากแผ่นดิน จิบกาแฟในเพิงลอยน้ำกลางทะเลสาบ ได้รู้สึกว่ามีเพียงแค่เราที่อยู่ตรงนั้นท่ามกลางผืนน้ำสีหม่นที่กว้างสุดลูกหูลูกตาตัดกับฟ้าสีคราม แม้จะเหงาแบบแปลกๆ แต่ความสงบนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้เจอมาแสนนานและโหยหามันเหลือเกิน

 

A view from the bridge to Angkor Wat

ภาพถ่ายจากสะพานสู่ปราสาทหินนครวัด

 

การได้มาสัมผัสกับธรรมชาติที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ๆ และวิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน ตั้งแต่อาหาร ที่พัก สภาพบ้านเมือง ไปจนถึงความน่ารักเป็นกันเองของผู้คน ได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันแต่ละที่ สิ่งเหล่านี้แหละคือเรื่องราวที่ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งมีความหมาย แม้มันจะเป็นทริปเร่งรีบที่ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 3 วัน และจะเป็นครั้งแรกของเราที่นี่ แต่ก็มั่นใจได้เลยว่ามันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอนสำหรับเมืองมากประวัติศาสตร์แห่งนี้

 

ติดตามเรื่องราวการเดินทางของเหล่าเอดิเตอร์อีกมากมายได้ ที่นี่

 

Related Stories

Out of Office

THE TRAVEL BUCKET LIST WORTH EXPLORING

โบ๊ท ภควัฒน์ นักเดินทางอารมณ์ดีเจ้าของเพจ PakaPrich มาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวน่าพิชิตทั้ง 5 ที่ในปีนี้

Read

Out of Office

5 HOLIDAY DESTINATIONS IN ASIA EVERYONE WILL BE TALKING ABOUT

หมุดหมายน่าไปในทวีปเอเชีย ที่กำลังจะโด่งดังในไม่ช้า

Read

Out of Office

WHERE CONSCIOUS TRAVELERS GO ON HOLIDAY IN 2020

5 ที่พักสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Read

0Shares
preloader