The Sounds

DJ DOTT: บทสนทนาว่าด้วยจิตวิญญาณภายใต้ดนตรีปราศจากเนื้อร้องของเพลงแนวเฮ้าส์-เทคโน

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

The Sounds

DJ DOTT: บทสนทนาว่าด้วยจิตวิญญาณภายใต้ดนตรีปราศจากเนื้อร้องของเพลงแนวเฮ้าส์-เทคโน

1 September 2020

เสน่ห์ของเสียงเบสดังตุบๆ วนไปวนมา

 

ณ เวที Quarry Stage เทศกาล Wonderfruit Festival 2019

เวลา 4.00 

เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมงแล้วที่เราตกอยู่ในสภาวะ “ยืนงงในดงเพลง” เป็นแกะดำคนเดียวที่ไม่รู้สึกสนุก แตกต่างจากผู้คนรอบข้างรวมถึงเพื่อนของเราเองที่กำลังออกสเต็ปเต้นกันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงเพลงแนวเฮ้าส์-เทคโนที่ดังออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน เรากลับรู้สึกแปลกแยกออกมา พร้อมคำถามในหัวตัวโตๆ ว่า

“ทำไมไม่สนุกเลย เข้าไม่ถึงเพลงแนวนี้ แต่ทำไมคนอื่นถึงสนุกกันได้ สนุกมากๆ ด้วย”

สุดท้ายในค่ำคืนดังกล่าวเราก็ไม่ได้คำตอบ และก็เป็นเราเองที่ยกธงขาวยอมแพ้ แบกสังขารที่กรึ่มเมาเล็กน้อยกลับสู่เวทีที่เปิดเพลงแนวที่คุ้นเคย อย่างไรก็ตามคำถามดังกล่าวก็ไม่เคยจางหายไปไหน เราเองก็ยังคงพยายามเข้าถึงเพลงแนวนี้เรื่อยมา แต่มันก็ไม่เคยได้ผล

ครั้งนี้เมื่อผู้ชายที่นั่งอยู่ต่อหน้าเราคือ DOTT หรือ ต๊อบ ภัครภณ อนันตกฤตยาธร ชายหนุ่มวัย 29 ปี ดีเจ โปรดิวเซอร์ เพลงแนวเฮ้าส์-เทคโน มากความสามารถ ผู้ที่เคยไปแสดงโชว์ในต่างประเทศมาแล้วมากมาย นี่จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะคลายความสงสัยในใจ ด้วยการยิงคำถามให้ผู้เชี่ยวชาญตอบ 

สำหรับใครที่ไม่เคยรู้จักเพลงแนวนี้มาก่อน บทสนทนานี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นทำความรู้จักได้ดีที่สุด และสำหรับใครที่เคยรู้จักแต่เบือนหน้าหนีไปแล้ว บทสนทนานี้ก็อาจจะทำให้คุณลองให้โอกาสเพลงแนวนี้ดูอีกครั้ง

 


 

Intro

 

“ตอนนี้ฟูลไทม์โปรดิวเซอร์ครับ แล้วก็ดีเจด้วยครับ”

“เริ่มรู้จักเพลงแนวนี้หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีจากคณะคณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครับ แต่จริงๆ ตอนแรกจะฟังพวก UK Garage, 2 Step, Deep House พวกฝั่งอังกฤษมากกว่า” ต๊อบเริ่มบทสนทนาด้วยการเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่นำพาให้เขามารู้จักเพลงแนวนี้…แต่แค่เริ่มต้นก็ทำเรามึนตึ๊บเสียแล้ว

“มันคืออะไรครับ แล้วแตกต่างกับเพลงเฮ้าส์-เทคโนที่เรารู้จักยังไงครับ” เราถามกลับ

“ต่างกันเยอะมากครับ เพราะแต่ละประเทศวัฒนธรรมเขาไม่เหมือนกัน แต่ละเมืองของประเทศนั้นแนวก็ไม่เหมือนกันอีก อย่างเช่นเราพูดว่าเฮ้าส์จากอังกฤษ ไบรท์ตัน ลอนดอน หรือว่าแมนเชสเตอร์ แนวมันก็ต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมที่ส่งต่อผ่านกันมารุ่นต่อรุ่น”

 

DJ DOTT- House Techno Music

 

“ถ้าอย่างนั้นมันพอจะมีแก่นหรือคำนิยามที่จะบอกได้ไหมครับว่าอะไรคือเพลงแนวเฮ้าส์-เทคโน”

“เดี๋ยวนี้มันยากเพราะหลายๆ อย่างมันผสมกัน แต่ถ้าให้พูดสมัยก่อนเฮ้าส์มันก็มาจากหลังยุคของดิสโก้เพราะดิสโก้มันเป็นดนตรีจริง เอาคนมิกซ์เครื่องเสียงเข้ามา แล้วก็มีพวกดนตรีสังเคราะห์ขึ้นมาแล้วเกิดเป็นพวก Chicago House Detroit ซึ่งเป็น 2 เมืองหลักของดนตรีเฮ้าส์ ซึ่งมันก็มาจากคนดำนี่แหละ”

กลับมาที่เรื่องของคุณต๊อบ เราถามเขาต่อไปว่าแล้วจากผู้ฟัง กลายมาเป็นผู้สร้างสรรค์ได้อย่างไร

“ตอนแรกผมเล่นดนตรีสดกับน้อง เล่นอยู่วงทั่วๆ ไปนี่แหละ  แต่สักพักวงน้องผมก็ไปศิลปากรแจ๊สกัน ผมอยู่ธรรมศาสตร์ก็เลยโหลดโปรแกรมมาทำเพลงเล่นๆ ก็มั่วๆ ซั่วๆ ไป ตอนแรกผมก็คิดว่า พวกดีเจแม่งเฉยๆ ว่ะ เอาเพลงคนอื่นมาเปิด ดนตรีมันก็ซ้ำๆ กัน แต่พอเราเข้าใจมัน ในความตุบแต่ละตุบ Drum Machine ที่เขาใช้มันก็ไม่เหมือนกัน”

พอทำเพลงเสร็จก็มีเพื่อนพาไปผับชื่อว่า Glow ซึ่งเป็นผับเดียวในไทยตอนนั้นเลยที่เปิดเพลงเฮ้าส์-เทคโนแบบอันเดอร์กราวน์ ก็ได้เจอคนที่คล้ายๆ กัน ปกติผมจะเป็นคนอินโทรเวิร์ต แต่ที่นี่รู้สึกคอมฟอร์ทตั้งแต่เรียนจนถึงเรียนจบ ผมเป็นคนไม่ชอบไปผับเลย โต๊ะเยอะๆ คนเยอะๆ เสียงก็แหลมๆ แต่พอไปผับนี้รู้สึกต่าง ที่นี่คนมันเต้นกันจนเหงื่อกระเด็นเข้าตา”

“หลังจากนั้นมันก็เหมือนไหลๆ ไปครับ ได้ไปเล่นที่นู่นที่นี่ มีโปรดิวเซอร์ต่างชาติมาเห็น เขาก็ชวนเราต่อไปอีกทอดครับ”

“แนวเพลงที่ผลิตออกมาคือแนวไหนครับ”

“ก็ Minimal House, Micro House มันก็คือ เฮ้าส์ ใน เทคโน นั่นแหละ แค่ทุกอย่างมันเสนอในความเป็นมินิมอลมากกว่า ไม่ได้มีอะไรเจาะจง ผมพยายามจะหาอะไรใหม่ๆ ตลอด หาอะไรที่แปลก ทั้งมินิมอลของแฟรงก์เฟิร์ต ของปารีส ของสเปน ฝรั่งเศส เพื่อมานำเสนอแก่คนฟัง”

“การทำเพลงแบบมีเนื้อร้องกับไม่มีเนื้อเรื่องมันแตกต่างกันยังไงครับ แล้วสำหรับเพลงที่มีแค่จังหวะดนตรี เราจะสื่อสารอารมณ์ให้คนฟังได้ยังไงครับ”

 

DJ DOTT- House Techno Music

 

“เพลงแนวพวกนี้มันก็มีทั้ง 2 แบบ แบบแรกก็คือถ้าเป็นคอร์ดเมโลดี้ก็จะมีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง มันก็ใกล้เคียงกับการมีเนื้อร้อง เมโลดี้มันเศร้า เมโลดี้มันแฮปปี้ ก็ว่ากันไป แต่อีกแบบหนึ่งคือเป็นแนว Experimental เลย เป็นเสียงอะไรแปลกๆ ทำให้คนเหมือนหลงไปอยู่ในที่นู่นที่นี่”

“การมาเป็นผู้ผลิตผลงานเอง ทำให้มุมมองที่มีต่อเพลงต่างออกไปจากเดิมหรือเปล่าครับ”

“ต่างมาก ตรงที่แต่ก่อนเราอินกับทุกเพลงได้ง่าย เพลงนี้มันดี เพลงนี้มันสนุก แต่พอเราทำเราศึกษาไปเรื่อยๆ ได้คุยกับคนที่เขาทำจนเชี่ยวชาญ จะเห็นเลยว่าเพลงเดี๋ยวนี้บางเพลงมันโคตรฉาบฉวยเลย คนทำมันทำทุกอย่างแค่นี้แล้วก็ปล่อยออกมา อารมณ์มันต่างจากเพลงที่ตั้งใจทำมากๆ คนอื่นไม่เก็ตแต่เราเก็ต และมันทำให้ทักษะการฟังเพลงของเราไม่จำกัดแค่เพลงเฮ้าส์-เทคโน เราไปฟังดนตรีสดแนวอื่น ก็จะรู้ได้เหมือนกันว่าเพลงไหนตั้งใจทำออกมาจริงๆ”

 


 

จิตวิญญาณในเพลงเฮ้าส์-เทคโน

 

“เพลงแนวนี้ฟังยังไงให้มันอิน ให้มันสนุกครับ ผมฟังยังไงก็ไม่อิน ได้ยินแต่เสียงเบสตุบๆ วนไปมา” หลังจากรู้จักตัวตนของคู่สนทนาไปพอสมควรแล้ว เราก็เข้าประเด็นสำคัญที่สุดในวันนี้ทันที

“ส่วนมากตุบๆ นี่ทำไมมันถึงตุบ เพราะว่าดนตรีแบบนี้มันเป็นดนตรีที่ต้องฟังนานๆ แล้วให้คนเข้าไปอยู่เหมือนนั่งสมาธิน่ะ แต่ตัวเรายังเต้นอยู่ ให้มันเหมือนสะกดจิตเรา แต่ถ้าเป็นดนตรีสดหรือดนตรีฮิปฮอปคือ 5 วินาทีเปลี่ยนท่อน มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่อันนี้คือมันอยู่ตรงนั้นเหมือนสะกดจิตไปเรื่อยๆ จังหวะเหมือนเดิม แต่ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นไม่มีอะไรเหมือนกันสักเพลง”

“ถ้าให้พูดมันก็เหมือนเรานั่งรถไฟ ใน 2 – 3 ชั่วโมงในรถไฟยังเหมือนเดิม แต่รอบข้างเราจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อยู่ที่ว่าเราจะตั้งใจมองหรือเปล่า บางคนอยู่ในรถไฟก็นั่งเฉยๆ มันก็ไม่เห็นว่าอะไรมันเปลี่ยนไปข้างๆ”

“จะมีคนอยู่ 4 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่ฟังแล้วรู้สึกถึงกรูฟของเพลง เขาจะเต้นได้ กับอีกประเภทเป็นคนซึมซับศิลปะ เขาก็จะรอฟังว่าเพลงนี้มันจะมีอะไรแปลกๆ เข้ามาไหม สนุกกับการเดาว่าอันนี้จะเป็นยังไง อีกประเภทคือคนที่สนุกไปกับฟีลของเพลง แล้วประเภทสุดท้ายคือคนที่ไม่เข้าใจเลย คนประเภทนี้ต่อให้ผ่านไป 4-5 ปี เขาก็อาจจะยังไม่เก็ต”

 

DJ DOTT- House Techno Music

 

“หมายความถ้าจะอินคือต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในเพลงให้ได้ใช่ไหมครับ”

“อย่างดนตรีฮิปฮอปหรือดนตรีอะไรที่มันมีไคลแมกซ์ในเพลงเยอะๆ มันเป็นเพลงที่มีอีโก้เข้าไปเกี่ยวข้องเยอะ แต่สำหรับแนวเพลงนี้ อีโก้ทุกคนเท่ากันหมด เราสามารถอยู่บนฟลอร์แล้วรู้สึกว่าไม่มีใครต้องอวดกัน เพราะเพลงมันไม่ใช่เพลงแนวอวด เป็นเพลงที่อยู่กับที่ ไม่ได้ไปบังคับให้เต้นแต่ก็เข้ามาเต้นได้ เป็นแนวเพลงที่ไม่บังคับกัน”

“ต้องคิดว่าเพลงแนวนี้มันคือเพลงที่ต้องใช้ความอดทนนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพลงปกติที่เปลี่ยนทุกท่อน หรือมีท่อนฮุค ทุกอย่างมันจะมาโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ เราต้องปล่อยเพลงให้สะกดจิตเรา แต่มันก็มีปัจจัยอื่นๆ ด้วยเช่นดีเจ ดีเจบางคนก็เล่นแย่ ทำให้คนเก็ตไม่ได้ก็มี รวมถึงบรรยากาศตรงนั้นด้วย ถ้าคนมัวแต่เกร็งๆ กันมันก็ไม่สนุกหรอก ทำให้คนเลิกสนใจกัน สนใจแค่เพลง แล้วสนุกไปกับมัน”

“บรรยากาศหรือวิชวลรอบข้างมีส่วนมากน้อยแค่ไหนครับ”

“มันขึ้นอยู่กับเวลาที่เปิดด้วยครับ ถ้าสมมติเราอยู่อยู่บ้าน ถ้าเราไม่ได้เปิดดังมันก็กลายเป็นเพลงชิลล์ได้ เคยไปกินอาหารร้านอาหาร แล้วเขาเปิดเพลง EDM มันอาจจะหนักไปครับ แต่เฮ้าส์-เทคโนคือเปิดได้เกือบทุกเวลา อยู่ที่ว่าเราจะเล่นกับเสียงของมันยังไง พลงที่พวกผมเล่นมันค่อนข้างอยู่กึ่งกลาง มันไม่ได้เครียดไปเลยหรือว่าแฮปปี้ไปเลย”

เป็นการอธิบายที่พาเราไปไกลกว่าที่เราคาดไว้มาก ก่อนที่ภาพในอดีตที่เราเคยยืนงงท่ามกลางเพลงเฮ้าส์-เทคโนจะย้อนเข้ามาในห้วงความคิด ในตอนนี้เรารู้แล้วว่าถ้าครั้งต่อไปที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นเราจะยึดเกาะอะไรเพื่อนำทางสู่ความสุนทรีย์ของบทเพลง

 


 

เฮ้าส์-เทคโนในประเทศไทย

 

เคยไปเล่นที่ต่างประเทศมาใช่ไหมครับ ที่ไหนบ้างครับ” หลังจากที่เข้าใจกระจ่างแจ้งถึงเพลงแนวเฮ้าส์-เทคโน แล้ว ก็เข้าสู่ประเด็นต่อไปของการสนทนาทันที

“ในเอเชียก็มี สิงคโปร์, จีน, เวียดนาม นอกเอเชียก็ ฝรั่งเศส, เบลเยียม, สวิตเซอร์แลนด์, โปแลนด์ เยอรมัน ครับ เล่นทั้งในคลับแล้วก็เฟสติวัลครับ”

 

DJ DOTT- House Techno Music

 

“ถ้าอย่างนั้นก็คงพอทราบถึงวัฒนธรรมเพลงแนวนี้ในต่างประเทศใช่ไหมครับ ในประเทศไทยมันนิช (Niche) มากๆ ที่ต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้างครับ”

“มันก็ยังถือว่าเป็นนิชนะ แต่สังคมเขามันมีพื้นที่พอสำหรับการขับเคลื่อนเรื่องนี้ อย่างเมืองไทยเราจัดงานบางทีมีคนงมา 10 คน ถ้าสัก 50 คนก็ถือว่าสำเร็จแล้ว แต่ที่นู่นจัดยังไงก็มีคน”

“นอกจากการฟังยากแล้ว คิดว่าอะไรคือเหตุผลที่เพลงเฮ้าส์-เทคโนในเมืองไทยจำกัดแค่ในกลุ่มแคบๆ ครับ”

“มันเป็นเพราะวัฒนธรรม ของเมืองไทยอยู่กับเพลงป็อปมานาน ลองดูเพลงป็อปเมืองไทย 20 ปีที่แล้วเทียบกับตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีแตกต่างเท่าไร เมื่อเป็นแบบนี้คนทำเพลงก็เลยไม่กล้า และไม่มีความเข้าใจที่จะทำสิ่งที่ต่างออกไป เหมือนประเทศเราฟังเพลงแค่ตามที่สื่อบอก สื่อแนะนำเท่านั้น นี่คือเหตุผลหลักๆ เลย”

“อีกอย่างคือผับในไทยปิดแค่ตี 2 ส่วนต่างประเทศเขาเปิดกันถึงเช้า แต่เพลงแนวนี้มันจะมีชั่วโมงเวทมนตร์ของมัน ที่จะต้องค่อยๆ เลี้ยงให้คนสนุกไปกับเพลง สลับอารมณ์ไปเรื่อยๆ ขึ้นๆ ลงๆ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงพีคไทม์ (Peak Time) ซึ่งมันต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ในบ้านเรายังไม่ทันทำอะไรผับก็ปิดแล้ว”

“ปัจจุบันสังคมของเพลงเฮ้าส์-เทคโน ในประเทศไทยเป็นยังไงบ้างครับ”

“ส่วนมากจะรันวงการกันเป็นกลุ่มๆ มากกว่าครับ เช่นกลุ่ม Mela ที่เป็นกลุ่มจัดปาร์ตี้เพลงแนวนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว น่าจะตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วครับ กลุ่มนี้เขาจะพยายามทำให้คนไทยเข้าถึงได้มากขึ้น เป็นกลุ่มที่สำคัญมาก นอกนั้นก็จะมีกลุ่ม Sunset to Sunrise, กลุ่ม Raze แล้วก็กลุ่มผมที่ชื่อ Unstๆ ครับ”

“คือการจะจัดปาร์ตี้เพลงเฮ้าส์-เทคโน ในไทยต้องจัดในรูปแบบอีเวนต์เท่านั้นใช่ไหมครับ ตอนนี้ไม่มีผับไหนที่เป็นผับเพลงแนวนี้โดยเฉพาะเลยเหรอครับ”

“เมื่อก่อนมันมี Glow แล้วก็มีอีกหลายที่แต่ก็ปิดไป ตอนนี้ Glow ก็ยังมีเปิดอยู่ แต่ก็มีแนวอื่นเข้ามาด้วยเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพราะในแง่ของธุรกิจก็ต้องยอมรับว่า เฮ้าส์-เทคโน มันทำเงินได้น้อยกว่าครับ”

“คิดว่าสุดท้ายแล้วเพลงแนวนี้จะแมสในประเทศไทยได้ไหมครับ”

 

DJ DOTT- House Techno Music

 

“แน่นอนว่ามันจะแมส แต่ผมไม่รู้ว่ามันจะแมสไปในทางที่ดีหรือไม่ดี เพราะว่าตอนนี้คนที่ไม่เคยฟังมาก่อน ก็เริ่มมาฟังพวกเทคเฮ้าส์ ซึ่งมันคือแนวที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับเฮ้าส์-เทคโน ดนตรีมันจะโยกได้มากกว่า ไม่ใช่แค่ตุบๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็มีสิทธิ์ที่จะแมสได้มากกว่า แต่ความเป็นอันเดอร์กราวน์ก็อาจจะหายไปด้วย”

แล้วตัวคุณต๊อบเองล่ะครับ มองเส้นทางอาชีพของตัวเองจากนี้เป็นแบบไหนครับ”

“ผมก็พยายามออกเพลงกับค่ายที่เป็นค่ายสำคัญๆ ในต่างประเทศไปเรื่อยๆ ให้ได้มากที่สุด ออกแผ่นไวนิลของตัวเอง เพราะว่าที่ผมที่ได้ไปเล่นต่างประเทศก็เพราะออกเพลงกับค่ายต่างเหล่านี้แหละครับ คือไม่ได้สังกัดค่ายไหน ไม่ผูกมัด แค่ทำผลงานไปให้เขาช่วยจำหน่าย แล้วแบ่งค่าตอบแทนกัน”

“แล้วตอนนี้ก็กำลังทำร้านแผ่นเสียงของตัวเองอยู่ครับ หวังว่ามันจะสร้างรายได้ให้ได้ เพราะที่ผ่านมาซื้ออุปกรณ์ทำเพลงหมดไปเยอะครับ หักลบกับรายได้ที่ได้มาก็แทบไม่ได้อะไรเลย ถึงแม่จะเข้าใจ แต่ก็เพราะเขาอยากให้เราสบายใจแหละ คงไม่ได้อยากให้เราทำแบบนี้หรอก ยังไงในไทยตอนนี้เพลงแนวเฮ้าส์-เทคโน ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่สร้างรายได้จริงๆ จังๆ ได้ ทำเอาแพชชั่นกับความสบายใจล้วนๆ”

เราตอบกลับไปด้วยประโยคเชิงให้กำลังใจ และบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านี้ แต่สิ่งที่ไม่จบตามลงไปด้วยคือเส้นทางของเรากับเพลงแนวเฮ้าส์-เทคโน ที่ครั้งหนึ่งเราเคยเบือนหน้าหนีมันมาแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากวันนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่เราจะเปิดประตูให้โอกาสมันอีกครั้งหนึ่ง

Related Stories

The Sounds

JOE HISAISHI: พ่อมดผู้ร่ายเวทมนตร์แห่งท่วงทำนองลงบนเรื่องราวใน Studio Ghibli

ผู้เติมแต่งเรื่องราวแห่งจินตนาการให้สมบูรณ์ด้วยเสียงเพลง

Read

The Sounds

VINTAGE AUDIO: เสน่ห์ของเสียงจากโลกเก่า กับการหวนคืนสู่วิถีอนาล็อกของคนรุ่นใหม่

ให้เสียงเพลงเป็นเครื่องนำทาง ก่อนตัดสินใจก้าวเข้าไปในดินแดน ‘เครื่องเสียงวินเทจ’

Read

The Sounds

DJ SONNY ON CITY POP: เสียงเพลงที่เป็นสมการของความสดใสในช่วงเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว

ดนตรีที่เชื่อมโยงกับความเหงาแต่ไม่เคยทำให้เราเดียวดาย

Read

0Shares
preloader