Out of Office

CYCLING TOUR IN SOUTH AMERICA: แด่การเดินทาง มิตรภาพ และความท้าทายในฝันของนักปั่นทุกคน

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

Out of Office

CYCLING TOUR IN SOUTH AMERICA: แด่การเดินทาง มิตรภาพ และความท้าทายในฝันของนักปั่นทุกคน

24 April 2020

เรื่องราวบนอานจักรยานของผู้ที่ใช้ผืนป่าอเมริกาใต้อันยิ่งใหญ่เป็นห้องทำงาน

 

*สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ก่อนทางการเปรูจะมีประกาศให้กักกันตัวเองให้อยู่ภายในบ้านวันที่ 15 มีนาคม 2563 ตามเวลาท้องถิ่น

 

ก่อนที่เราจะพาไปลัดเลาะเส้นทางแนวเทือกเขาชมธรรมชาติอันสวยงามของผืนป่าแห่งอเมริกาใต้ เรามาทำความรู้จักกับ ฐา หรือ ฐาวันต์​ รงคพรรณ ที่จุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยจักรยานของเขาในครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนสนใจมากกว่า Travel Blogger คนไหนๆ ด้วยเหตุผลที่ฐานั้นไม่ได้ท่องเที่ยวแบบตัวเปล่าแต่พกความคิดเรื่องความสำคัญของสิ่งแวดล้อมติดตัวไปด้วย โดยเขาใช้ตัวละครที่ชื่อ “ไอ้กาก” เป็นตัวดำเนินเรื่อง มนุษย์กรุงเทพฯ ที่มาจากโลกในอนาคต เพื่อกลับมาบอกให้เราตระหนักและเตรียมตัวรับแรงกระแทกของธรรมชาติ ถ้ามนุษย์ในปัจจุบันยังไม่ประนีประนอมการใช้พลังงานและการบริโภคอย่างสิ้นเปลือง

ไอ้กากจะปรากฏตัวพร้อมหน้ากากบนใบหน้าเสมอเพราะเขาเคยชินและหวาดกลัวกับสภาพอากาศที่เลวร้าย แม้เขาจะสามารถใช้สายตามองสำรวจว่าโลกที่เขาเดินทางย้อนเวลากลับมาคราวนี้ ธรรมชาติตรงหน้ามันจะชวนให้เขาสูดดมกลิ่นลมและแสงแดดมากเพียงใด แต่ความหวาดกลัวก็ยังคงหยั่งรากลึกภายในจิตใจของเขา

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

ภาพตัวละคร ไอ้กาก บุคคลผู้ดำเนินเรื่องการเดินทางครั้งนี้ ถ่ายโดย ปีแอร์ มงเต็ล ณ โบคัส เดล โตโร ติดตามผลงานของเขาได้ทางอินสตาแกรม @pierremontel

 

ฐาเริ่มต้นเดินทางด้วยจักรยานจากคอสตาริกาผ่านนิคารากัว ปานามา โคลอมเบีย เอกวาดอร์จนถึงเปรู (ประเทศปัจจุบัน) การขี่จักรยานท่องเที่ยวของฐานัยหนึ่งมันฉายภาพธรรมชาติที่น่าหวงแหนคงอยู่ไว้ด้วยความสวยงาม ที่ในอนาคตถ้ามนุษย์ยังไม่ประนีประนอมกับโลกก็อาจจะไม่มีภาพนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป

นอกจากเรื่องความคิดที่หวงแหนต่อโลกใบนี้ของเขา อีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้เขียนติดตามอ่านถ้อยคำที่เขาพรรณนาและดูภาพถ่ายที่เขาบันทึกชั่วเวลาแห่งความประทับใจจากอีกซีกโลกหนึ่งเป็นประจำ คือ ‘ประสบการณ์’ เพราะสุดท้ายทุกสิ่งที่เขาพบเจอและเรียนรู้ระหว่างทางจะกลั่นกรองออกมาเป็นเหรียญรางวัลที่นักเดินทางทั้งหลายต่างรู้จักความหมายของคำนี้ดีที่สุด

 

ประสบการณ์คือความสุขที่ไม่มีวันหมดอายุ

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

ภาพที่ตราตรึงใจฐาราวกับสามารถหยุดเวลาได้ชั่วขณะบนเส้นทางจากเลย์เมบัมบาไปเซเลนดิน ประเทศเปรู

 

“แน่นอนว่าหลังจากปั่นทั้งวันเพื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุด เราก็ได้รับแรงที่เราฝากไว้กับแรงโน้มถ่วงคืน เป็นการไหลลงที่ไม่ต้องออกแรง นอกจากนั้นธรรมชาติคงเห็นถึงความพยายามของเราตลอดทั้งวัน จึงได้ค่อยๆ เป่าหมอกหนาให้จางลง และมอบของขวัญให้เราเป็นทิวทัศน์ของเทือกเขาเคลือบแสงอาทิตย์ยามเย็น”

ข้างบน คือถ้อยคำพรรณนาประกอบภาพภูเขาที่ทอดยาวไม่รู้จบที่ผู้เขียนชื่นชอบของชายผู้นี้ การเดินทางของเขาไม่ได้เกิดจากการสิ้นไร้ไม้ตอก แต่เพียงไม่อยากทนอยู่แล้วกับบรรดาฝุ่นควันในเมืองหลวงที่บดบังเกิดขึ้นของพระอาทิตย์ในยามเช้าที่ชักชวนให้อึดอัดทั้งกายและใจ เราคุยกันขณะที่ฐากำลังพักแรงที่กาฆามาร์กา ประเทศเปรู เพื่อเตรียมเดินทางต่อ แต่พอภายหลังสองวันให้หลังก็มีประกาศระเบียบจากรัฐบาลเปรูใหัประชาชนกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ทำให้การเดินทางของเขาจำเป็นต้องเลื่อนออกไป

หนุ่มหัวขบถที่ไม่ยอมจำนนต่อความเป็นไปของปัญหาสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และการที่เขาได้เลือกทางเดินให้กับตัวเองโดยการหนีไปจากบ้านเกิด มันกลับส่งผลเป็นพลังความสุขให้เขาจดจำธรรมชาติและมิตรภาพที่เขาได้พบเจอต่อไปนี้ไปได้ตลอดกาล

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

ทิวทัศน์เมืองเอลปาเนซิโญ กีโต ประเทศเอกวาดอร์ ที่เรียงรายไปด้วยบ้านเรือนเล็กใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา

 

เรื่องเล่าของเขาไม่ต่างจากตัวละครเอกบนเวทีภายใต้แสงไฟบีมที่สาดส่องลงมาที่ตัวเขากับบทพูดที่เขากำลังเอ่ยขานด้วยท่าทีมั่นใจต่อทุกประโยคที่พูดไปราวกับมันเป็นชีวิตของเขาจริงๆ ทั้งหมดนี้นั้นเพื่อเป็นการส่งสารถึงผู้ชมให้เชื่อ นอกจากฐาจะตั้งใจทำบันทึกการเดินทางนี้เพื่อเตือนสติมนุษย์ถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก อีกด้านหนึ่งการกระทำของเขานั้นบอกกับเราว่า ความสุขของคนเรานั้นมีหน้าตาที่แตกต่างกันไป

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

ก่อนที่ความหม่นมัวของท้องฟ้าสีเทาจะพรากทุกสิ่งไปจากเรา นี่คือคำเกริ่นของอัลบั้ม Celebrate the Colors..

 

สายตาที่กักเก็บความจริงของเขาที่ได้เดินทางผ่านเมืองแห่งอารยธรรมโบราณและพาชมความสวยงามของธรรมชาติ เทือกเขา ลำเนาไพร เขานั้นทำหน้าที่เหมือนอัศวินที่ได้รับคำบัญชาให้พิสูจน์เรื่องเหล่านั้นให้แก่คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าการออกเดินทางคือความสุขที่เป็นรูปธรรม เพราะประสบการณ์ของมันนั้นคือความสุขที่อยู่กับตัวเราได้นานที่สุด

 

มิตรภาพบนถนนเส้นเดียวกัน

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

กลุ่มเด็กห้าคนที่ต้อนรับผู้มาเยือนได้อย่างอบอุ่น ตอนฐาไปถึงหมู่บ้านลาส อาชูปาส ประเทศเปรู

 

ฐาสร้างอัลบั้มภาพที่ถ่ายทอดแต่ละประเด็นที่เขาพบเจอระหว่างเดินทาง ทั้งในเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ  สถานที่ที่ประทับใจหรือจะเป็นบันทึกความทรงจำครั้นพิชิตยอดเขาชิมโบราโซ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 6,263 เมตร แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนชอบใจเป็นพิเศษคือประเด็นการได้พบเจอผู้คนระหว่างทาง เพราะการเจอคนใหม่ๆ ได้รู้จักสิ่งใหม่มันก็ทำให้เรามีความคิดที่โตขึ้น ได้มองมุมที่ต่างไปจากที่เราเห็นมาก่อนหน้านี้ ผ่านการเคลื่อนไหวในชีวิตของคนพวกนี้ที่เหมือนขุนศึกที่กรำศึกมานักต่อนัก อย่างเช่นคนแรกปีแอร์ มงเต็ล ชาวฝรั่งเศส อดีตเคยเป็นล็อบบี้ยิสต์ของสมาคมสื่อในระดับภูมิภาค มีหน้าที่การงานดี รู้สึกประสบความสำเร็จในชีวิตระดับหนึ่ง แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตมันผิวเผินมาก คนที่จะไว้ใจได้มีน้อย จึงตัดสินใจลาออกไปค้นหาตัวตนที่เหลือในอเมริกากลาง จากคำบอกเล่าของฐา ปีแอร์เที่ยววนอยู่แค่คอสตาริกากับปานามา จนวันหนึ่งได้มีโอกาสเป็นเจ้าของโฮสเทลหลังน้อยแสนอบอุ่นที่ปานามาซึ่งเป็นที่ทำให้เขาทั้งสองรู้จักกัน

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

ฐากับเบโต้ บนยอดเขาชิมโบราโซ ประเทศเอกวาดอร์ ยอดเขาที่สูงที่สุดเมื่อวัดจากแกนโลก เขาได้บอกกับเราว่าระหว่างเดินทางขึ้นไปเดินเพียง 5-10 ก้าวก็ต้องพักหายใจตลอดทางแต่ความสวยงามของมันนั้นก็สุดจะคุ้มค่ากับแรงและใจที่ลงไป

 

ต่อมาคือเพื่อนร่วมทริปของฐาในตอนนี้ เบโต้ นักปั่นหัวใจหินจากเม็กซิโก บุคคลที่เขายอมรับว่าบ้าคลั่งมาก ตอนเจอกันเบโต้ขี่จากอเมริกามาเปรูเป็นระยะทางทั้งหมด 18,000 กิโลเมตร ด้วยสองแรงขาและแขนข้างเดียว โปรเจกต์ของเขาคือปั่นจากอลากาสไปถึงเมืองอุชัวญา ประเทศอาร์เจนติน่า เมืองที่คนว่ากันว่าคือจุดที่ใต้ที่สุดของโลก เป็นเส้นทางที่ถ้าคนไปพิชิตทวีปอเมริกาต้องไป ไม่ว่าจากใต้ขึ้นไปเหนือหรือเหนือลงไปใต้ ไม่ว่าจะด้วยพาหนะอะไรทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์และจักรยาน

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

แฟร์นันดา นักปั่นสาว ชาวอาร์เจนไตร์ ที่ฐาเจอเธอบนถนน PE08 ประเทศเปรู โดยเส้นทางของเธอนั้นคืออาร์เจนตินา-เม็กซิโก

 

อีกอัลบั้มภาพที่ชื่นชอบเหมือนกันชื่อ Cycloviajeros แปลว่านักเดินทางด้วยจักรยาน เจาะจงไปที่มนุษย์นักปั่นที่พบเจอตามถนนในแต่ละวันโดยเฉพาะ สำหรับเขาแล้วนั้นการพบเจอผู้คน ผ่านมาผ่านไป ได้ทักทายมนุษย์ผู้ใช้ชีวิตเช่นเดียวกับเขา อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้ว่าถนนทุกๆ สายที่เขาจะมุ่งไป มันจะไม่เดียวดายอย่างแน่นอน

นอกจากการได้พบเจอนักปั่นมากหน้าหลายตา ยังมีเรื่องน่าสนใจเป็นยาใจที่เกิดระหว่างทาง เช่น ชีวิตของคนที่พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลาอย่างมิโยชิ ชายชาวญี่ปุ่น อายุ 72 ปี ที่อายุไม่ใช่อุปสรรคของการเรียนรู้ ฐาเล่าว่ามิโยชิจะอยู่ตามโฮสเทลหนึ่งระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน ภาพที่เห็นประจำคือเขาจะนั่งเรียนภาษาสเปนจากเทปอย่างตั้งใจ

 

การเดินทางที่ไม่มีเลขไมล์บอก

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

เลย์เมบัมบา ประเทศเปรู

 

It is by riding a bicycle that you learn the contours of a country best, since you have to sweat up the hills and coast down them. – Ernest Hemingway

ไม่มีพาหนะใดที่จะพาให้คุณทำความรู้จักชื่นชมเรือนร่างของธรรมชาติและบ้านเมืองได้ดีเท่ากับจักรยานอีกแล้ว หนึ่งในคำพูดของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ที่ฐาจดบันทึกลงในสมุดคู่กายและจำในฐานะคติประจำใจให้เขาหลงใหลและชื่นชอบในใช้จักรยานเป็นพาหนะพาเขาไปสู่สถานที่มากมายที่คนต่างนิยามว่าที่เหล่านั้นคือ สวรรค์บนดิน ฐาบอกกับเราว่าการเดินทางคนเดียวมันให้อะไรเยอะมากไม่ว่าจะใช้พาหนะประเภทอะไร แต่กับจักรยานมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะมันตัวคนเดียวจริงๆ ในยามที่เราเหนื่อยและหยุดพัก มองไปรอบๆ ก็พลางคิดในใจว่าเราช่างตัวเล็กนิดเดียวเสียจริงๆ เพราะการเดินทางด้วยรูปแบบจักรยานมันท้าทายใจตัวเองขึ้นในทุกระดับ แรงกายที่ห้ามหมดแล้วยังไม่เท่าแรงใจ หากแรงใจแล้งแล้ว จุดหมายข้างหน้าก็คงยากที่จะไปถึง

 

เติมความหมายให้พจนานุกรมชีวิต

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟโกโตปักซี ประเทศเอกวาดอร์ ความสูง 5,897 เมตรจากระดับน้ำทะเล อีกหนึ่งความประทับใจที่ฐาอวดกับเราของบันทึกการเดินทางครั้งนี้

 

เราพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตกันอย่างสนุก ผู้เขียนมองเรื่องราวการเดินทางที่ฐาทำอยู่ก็รู้สึกว่ามันเหมือนการแสวงหาอะไรบางอย่างให้เราหลุดพ้น ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เหมือนกับการธุดงค์ที่ต้องทิ้งโลกที่ผ่านมาไว้ข้างหลังและไม่หวนกลับไป ซึ่งฐาเองก็ยอมรับว่า “ใช่ เราได้คิดอยู่กับตัวเอง” การเดินทางครั้งนี้มันเติมความหมายและเพิ่มรสชาติให้กับคำว่า ชีวิต ในพจนานุกรมชีวิตของตัวเขาเอง

มาถึงคำถามที่ไม่ถามก็คงจะแปลกๆ สำหรับจุดสิ้นสุดของโร้ดทริปนี้คือที่ไหน “ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะไปให้สุดถึงจุดใต้ (อุชัวญา) เลยไหม ถ้าไปก็ดีแบบเราได้พิชิตทวีปนี้แล้วนะ แบบที่เขาบอกให้ใช้ชีวิตให้เป็นตำนานของตัวเอง แต่อีกใจนึงก็คิดว่าไม่จำเป็นนะ มันเป็นปลายเปิดไม่ได้มีจุดหมายในตัวเอง จุดหมายทั้งในกายภาพและจุดหมายในนามธรรม” ซึ่งคำตอบที่เขาตอบมามันแสดงชัดถึงความอิสระของนักเดินทางที่แท้จริงในตัวเขาและจังหวะชีวิตที่เกิดขึ้นต่อไปจากนี้คือเรื่องที่สนุกและเรียนรู้ได้อย่างไม่รู้จบ

 


 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

ภาพท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดงที่เกาะ​โบคัส เดล โตโร ประเทศปานามา

 

แม้บทการเดินทางของฐาจะไม่พิลึกพิลั่นทำให้เราตาโตตลอดเวลาอ่านแต่ละบรรทัดหรือไม่มีท่อนโซโล่ด้นสดของชาร์ลี ปาร์คเกอร์ประกอบเหมือนในหนังสือเรื่อง On The Road ของแจ็ค คูเรแอก แต่มนต์เสน่ห์ของการพบเจอคนที่มีความคิด ความเชื่อและกำลังทำสิ่งที่เหมือนกันกับเรา ที่จะบอกว่าเราไม่ได้เป็นคนเดียวออกมาเผชิญโลกนี้อย่างว่างเปล่าและอ้างว้างนะ (แม้บางครั้งบางช่วงเวลา สถานการณ์และเหตุการณ์ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น) มีคนอีกมากมายที่อยู่บนถนนเส้นนี้เส้นเดียวกับเรา “ถนนแห่งความฝันและอิสรภาพ” ของผู้คนที่กล้าคิด กล้าออกมาใช้ชีวิตจากสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบและอึดอัด การกระทำที่ซื่อสัตย์ต่อตัวเองคือที่สุดแล้วของกฏในการมีชีวิตอยู่ของพวกเขารวมถึงตัวฐาเองด้วย

ในทุกการเดินทางของเรานั้นมันมีจุดหมายตลอด ทั้งจุดหมายทางกายภาพและในจิตใจ ถึงแม้การบอกว่าเราตั้งใจที่จะเดินทางไปอย่างเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ ไม่รู้ปลายทาง นั่นก็ถือเป็นจุดหมายอย่างหนึ่งที่เราตั้งขึ้นมา

 

เรื่องราว การเดินทาง ของไอ้กาก ผู้ปั่น จักรยาน รอบทวีป อเมริกาใต้

ระหว่างเส้นทางจากเลย์เมบัมบาไปเซเลนดิน ฐาต้องสัญจรเส้นทางนี้ด้วยความยากลำบากด้วยสภาพถนนที่ไม่ดีและหินร่วงตามข้างทาง ทำให้เขาต้องหยุดรถบ่อยครั้งและใช้ความพยายามมากกว่าเดิม แต่เขาก็บอกกับเราว่า “…แต่ถึงอย่างไรวิวก็สวยจนต้องหยุดชื่นชมเป็นพักๆ อยู่แล้ว”

 

Travelling is leaving home,
Parting with friends
It’s trying to fly;
To fly along new routes
Crossing paths
It is trying to change. – Gabriel García Márquez

ขอปิดบทความนี้ด้วยท่อนหนึ่งของกลอนที่แต่งโดยกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ นักเขียนชาวโคลอมเบีย เจ้าของผลงานหนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยวให้เหมาะสมกับลักษณะนิสัยของผู้ให้สัมภาษณ์ที่เป็นทั้งนักอ่านและนักเดินทาง

Related Stories

Out of Office

EVEREST BASE CAMP: การค้นพบคำตอบชีวิตบนความสูง 5,380 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

บันทึกการเดินทางไกล 13 วัน ก่อนที่จะค้นพบสัจธรรมของชีวิต

Read

Out of Office

AN EDITOR’S JOURNAL: PILOK ON MY MIND

เมืองเล็กกลางหุบเขา สถานที่ชำระจิตใจก่อนเริ่มต้นใหม่

Read

Out of Office

EDITOR’S JOURNAL: SIEM REAP CAMBODIA

3 วัน 2 คืนที่เสียมเรียบ การเดินทางครั้งสำคัญสู่มรดกโลกในอาณาจักรโบราณ

Read

0Shares
preloader