Silver Screens

CRASH LANDING ON YOU: เกาหลีเหนือบนแผ่นฟิล์มสวยงามเกินจริงหรือไม่

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Illustrator, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Silver Screens

CRASH LANDING ON YOU: เกาหลีเหนือบนแผ่นฟิล์มสวยงามเกินจริงหรือไม่

27 February 2020

หรือซีรีส์ดังของต้นปี 2020 จะเป็นเพียงภาพมายาเพื่อความบันเทิง

 

ท่ามกลางซีรีส์ที่มีอยู่มากมาย เชื่อว่าในตอนนี้คงไม่มีเรื่องไหนจะโด่งดังและเป็นปรากฏการณ์ให้คนพูดถึงได้เท่ากระแสของ “สหายผู้กอง” จากซีรีส์ที่ออกฉายบนบริการสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix เรื่อง “Crash Landing On You ปักหมุดรักฉุกเฉิน” อีกแล้ว

Crash Landing On You คือซีรีส์ผลผลิตจากค่าย Studio Dragon ว่าด้วยเรื่องราวของ ยุนเซรี (รับบทโดย ซนเยจิน) ทายาทสาวจากตระกูลดังจากประเทศเกาหลีใต้ ที่บังเอิญว่าวันหนึ่งระหว่างที่เธอกำลังเล่นร่มร่อน ดันเกิดกระแสลมแรงขึ้นอย่างกะทันหัน จนทำให้ต้องร่อนลงจอดฉุกเฉินในพื้นที่ของประเทศเกาหลีเหนือ ก่อนที่จะได้พบกับ รีจองฮยอก (รับบทโดย ฮยอนบิน) นายทหารหนุ่มจากกองทัพเกาหลีเหนือ ที่เป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

หลังจากนั้นเรื่องราวก็ดำเนินไปตามตำราของภาพยนตร์ซีรีส์แนวดราม่า-โรแมนติก ทั้งคู่ได้ทำความรู้จัก เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก่อนที่ความสัมพันธ์จะเบ่งบานกลายเป็นความรัก ในเส้นทางที่มีปมปัญหามากมายคอยถาโถมเข้ามาให้ทั้งคู่ต้องเผชิญ โดยมีบ้านเมืองประเทศเกาหลีเหนือเป็นฉากหลัง

ความโรแมนติกของเรื่องราวและบรรยากาศที่ชวนให้อบอุ่นหัวใจ กลับทำให้ประเทศเกาหลีเหนือที่ในความเป็นจริงนั้นเหมือนกับ “ดินแดนลับแล” ที่น้อยคนในโลกใบนี้จะล่วงรู้ข้อมูล ตื้น ลึก หนา บาง เกี่ยวกับประเทศนี้ นอกจากการปกครองด้วยระบบเผด็จการของตระกูลคิม ดูเป็นสถานที่ที่สวยงามและไม่ได้โหดร้ายกับประชนขนาดนั้น นี่จึงเป็นที่มาของคำถามที่ผู้เขียนต้องการหาคำตอบว่า “Crash Landing On You สร้างประเทศเกาหลีเหนือให้ออกมาดูสวยงามเกินความเป็นจริงไปหรือไม่?”

 


ชีวิตจริงเหนือเส้นขนานที่ 38

 

Life in North Korea

Life in North Korea

 

ก่อนจะไปเรื่องของความ Over-Romanticize ผู้เขียนขอปูพื้นด้านประวัติศาสตร์สักเล็กน้อย หากพูดถึงฝั่งประเทศเกาหลีใต้ ผู้เขียนเชื่อว่าไม่มีใครกังขาความมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะผ่านการนำเสนอของสื่อที่ฉายภาพป๊อปคัลเจอร์ด้านความบันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรมต่างๆ การท่องเที่ยวที่คึกคัก ที่ทำได้แบบนี้เหตุผลเดียวคือการมีสิ่งที่เรียกว่า “ความเป็นดินแดนประเทศประชาธิปไตย” ตรงกันข้ามกับฝั่งเหนือของเส้นขนานที่ 38 ของศูนย์สูตรของโลกอย่างเกาหลีเหนือที่ปกครองด้วย “ระบบเผด็จการลัทธิสตาลินแบบเบ็ดเสร็จ” (นิยามโดยสหประชาชาติ) ที่ทั้งคู่มีการแบ่งแยกประเทศอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1948 นี่คือสาเหตุง่ายๆ ที่ทำให้ประเทศเกาหลีเหนือดูคล้าย “ดินแดนลับแล” อย่างที่กล่าวไปตอนต้นบทความ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะอาภัพอับโชคขนาดนั้น เพราะในช่วงหลายปีมานี้ ประเทศเกาหลีเหนือก็ยังพอมี Spotlight สาดส่องเข้ามาได้บ้าง จากการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยว รวมถึงให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายทำสารคดี (แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็ต้องอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐบาลอย่างเข้มงวดอยู่ดี) ทำให้ชาวโลกพอจะเห็นภาพบ้างว่า สภาพความเป็นอยู่ในประเทศแห่งนี้เป็นอย่างไร

ถ้าจะให้พูดแล้วชีวิตประจำวันของชาวเกาหลีเหนือก็ไม่ต่างจากคนในประเทศอื่นๆ หลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาก็ต้องออกไปทำงาน ในเวลาว่างก็อาจจะไปไปซื้อของใช้ในห้างสรรพสินค้า หรือสังสรรค์หาความสุขให้ตัวเอง แม้ว่าภาพที่คนภายนอกเห็นจะดูเย็นชา จืดชืด แต่สำหรับประชากรเกาหลีเหนือนั้นเองยังไม่โหดร้ายจนเกินไป อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่เคยได้รับเสรีภาพอย่างเต็มที่ จึงไม่อาจรับรู้ได้ว่ารสชาติของความอิสระเป็นเช่นไร นี่อาจเป็นคำอธิบายที่เรียบง่ายที่สุดในการพูดถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนเหนือเส้นขนานที่ 38 นี้


เกาหลีเหนือบนแผ่นฟิล์มสวยงามเกินจริงไปหรือไม่

 

North Korea in Crash Landing on You

North Korea in Crash Landing on You

 

เข้าเรื่องของการตั้งคำถามในบทความนี้กันดีกว่า ผู้เขียนขอยกท่อนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ อีจองฮโย ผู้กำกับซีรีส์ Crash Landing On You เขากล่าวไว้ว่า “สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดคือเคมีที่เข้ากันระหว่างนักแสดง ความสมจริงของโปรดักชั่นเป็นเพียงส่วนสนับสนุนความสมบูรณ์ของซีรีส์เรื่องนี้เท่านั้น” นี่คือแนวคิดของเขาในการถ่ายทอดเรื่องราวที่ทำให้คนทั้งประเทศเราติดกันจนงอมแงม

ถึงแม้ว่าตัวผู้กำกับจะกล่าวไปแบบนั้น แต่แท้จริงแล้ว Crash Landing On You ก็ใส่ใจในเรื่องรายละเอียดและความสมจริงไม่น้อย ดูได้จากการที่พวกเขาลงทุนจ้าง “ควางมุน” อดีตนายทหารชาวเกาหลีเหนือที่ปัจจุบันได้หลบหนีเข้ามาตั้งรกรากในประเทศเกาหลีใต้ ให้มาเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาบทจนถึงการถ่ายทำ

เนื่องด้วย ควางมุน เคยเป็นอดีตนายทหาร เขาจึงมีมุมมองต่อประเทศเกาหลีเหนือทั้งในแง่ตัวแทนของรัฐและประชาชนทั่วไปอย่างรอบด้าน อย่างเช่นในฉากหนึ่งที่ตำรวจลับมาเจอตัวของ ยุนเซรี ที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ควางมุน ก็เป็นคนให้คำแนะนำผู้กำกับเองว่าจากประสบการณ์ที่เขาเป็นทหารมา ถ้าเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นจริงๆ ยุนเซรี และ รีจองฮยอก ที่เป็นคนเข้ามาช่วยต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างไรถึงจะรอดไปได้

 

Kwak Moon Wan

Kwak Moon Wan

 

และในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ควางมุน ก็ทราบดีว่าสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในเกาหลีเหนือเป็นอย่างไร โดยเฉพาะความยากลำบากที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นั่นจึงสะท้อนผ่านหนึ่งในฉากที่ ควางมุน เป็นคนแนะนำให้ใส่เข้าไป คือฉากที่รถไฟต้องหยุดอย่างกะทันหันเพราะพลังงานถูกตัด และมีเด็กจรจัดอยู่เต็มถนน

ความพิถีพิถันในการสร้างประเทศเกาหลีเหนือลงบนแผ่นฟิล์มของทีมงาน Crash Landing On You สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากการนั่งรับประทานอาหารในบ้านเรือน ที่ทุกคนจะต้องนั่งกับพื้น ไม่มีเก้าอี้ โดยมีฉากหลังเป็นสโลแกนโฆษณาชวนเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นทางทีมงานยังเก็บรายละเอียดลงลึกไปถึงขั้นลวดลายของผ้าม่านที่บ่งบอกถึงระดับฐานะของประชนชาวเกาหลีเหนือ แม้กระทั่งกับการลงทุนจับนักแสดงเข้าคอร์สฝึกการพูดสำเนียงของชาวเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง

สิ่งที่ฟังดูเจ็บปวดแต่เป็นเรื่องจริง คือความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น ชีวิตของชนชั้นสูงและชนชั้นประชาชนทั่วไปในเกาหลีเหนือนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว และ Crash Landing On You ตีแผ่ความสุขสบายของชนชั้นปกครอง และตอกย้ำถึงชีวิตที่แร้นแค้นของประชาชนทั่วไปได้อย่างเถรตรง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการที่ รีจองฮยอก สามารถให้ความช่วยเหลือ ยุนเซรี ได้ ก็เพราะเขาเป็นลูกของนายพลระดับสูงของประเทศ ถ้าเปลี่ยนให้ รีจองฮยอก เป็นนายทหารระดับทั่วไป ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะจบลงอย่างโศกนาฏกรรมตั้งแต่ตอนแรกก็เป็นได้

 

North Korea in Crash Landing on You

North Korea in Crash Landing on You

 

สิ่งเหล่านี้ผู้เขียนไม่ได้ยกเมฆขึ้นมาเอง แต่เป็นการนำข้อมูลที่ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือหลายคนเคยพูดถึงประเทศบ้านเกิดของตัวเองผ่านสื่อมาเรียบเรียงเพื่อให้เห็นภาพและเกิดความเข้าใจ โดยเฉพาะ “คัง นารา” ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ ที่ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็น YouTuber อยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

คัง นารา สรุปว่าประเทศเกาหลีเหนือใน Crash Landing On You กับ ประเทศเกาหลีเหนือที่เธอเติบโตมานั้นมีความใกล้เคียงกันเกินกว่า 60% เลยทีเดียว มีเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นที่ยังขาดตกบกพร่องไปบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องเครื่องแต่งกายในบางฉากที่ดูดีเกินกว่าสิ่งที่เธอเคยเห็น และเธอยังบอกอีกว่าคนเกาหลีเหนือนั้นมีความใสซื่อและไร้เดียงสาอย่างที่ซีรีส์นำเสนอจริงๆ เพียงแต่ว่าเธอยังไม่เคยพบเจอนายทหารรูปหล่ออย่าง รีจองฮยอก เลยสักครั้ง

นอกจากเรื่องรูปลักษณ์อย่างที่ คัง นารา ว่าเอาไว้ ในความเป็นจริงประเทศเกาหลีเหนือนั้น เรื่องราวของ “ท่านผู้นำ” แทบจะอยู่ในทุกมิติชีวิตของประชาชน แต่ใน Crash Landing On You นี้ผู้กำกับและผู้เขียนบทเหมือนพยายามจะตัดการมีตัวตนอยู่ของท่านผู้นำออกไป หลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึงอย่างจงใจ นั่นทำให้ชีวิตของชาวเกาหลีเหนือดูมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น

ดังนั้นการจะตอบคำถามที่ว่า “เกาหลีเหนือบนแผ่นฟิล์มสวยงามเกินจริงไปหรือไม่” ผู้เขียนคิดว่าในแง่ของสภาพบ้านเมือง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวเกาหลีเหนือนั้นไม่ได้สวยงามเกินความเป็นจริงเลย ความยากลำบาก แร้นแค้น และไร้ซึ่งเสรีภาพยังคงถูกนำเสนอออกมาได้อย่างชัดเจน แต่ความสวยงามเกินจริงอาจจะมีอยู่บ้างในแง่ของแฟชั่นที่ดูดี ซึ่งก็เป็นเหตุผลทางความบันเทิงที่เข้าใจได้ แต่อย่างไรก็ตาม “ความเกินจริง” ที่ว่ามาทั้งหมดนี้มันคือความสวยงามที่ผู้เขียนเองรู้สึกชื่นชอบ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่ควรยึดโยงตัวตนของมนุษย์ไว้คือการใช้ชีวิตแบบปัจเจก หาใช่แนวคิดของรัฐซึ่งเป็นเพียงสิ่งสมมุติสร้างขึ้นมาครอบงำประชาชน

 

Fun Facts

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผู้เขียนสังเกตเห็น คือการใช้โทรศัพท์มือถือที่แทบจะไม่มีให้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่ออยู่ในฉากของประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งผู้ที่มีโทรศัพท์มือถือไว้ในครอบครองส่วนใหญ่จะเป็นนายทหารระดับสูง หรือไม่ก็บรรดาผู้มีฐานะภายในประเทศเท่านั้น และเรื่องนี้ก็ตรงกับความเป็นจริง เพราะในประเทศเกาหลีเหนือนั้นมีประชากรไม่ถึง 10% ที่มีโทรศัพท์มือถือ

ส่วนในแง่ของระบบการปกครอง Crash Landing On You ก็ไม่ลืมที่จะนำเสนอออกมา ยืนยันได้จากคำที่นายทหารชาวเกาหลีเหนือเรียกกัน และเป็นที่มาของกระแส “สหายผู้กอง” โดยคำว่า “สหาย” ที่นำหน้าชื่อนี้มันคือวิธีการเรียกชื่อของประเทศที่ปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์

 

 

 

Related Stories

Silver Screens

STUDIO GHIBI: 4 อนิเมชั่นที่พิสูจน์ว่าสตูดิโอจิบลิเป็นผู้มาก่อนกาล

ความในใจของฮายาโอะ มิยาซากิ เสียงคำรามแห่งพงไพรจากยุค ‘80s - '90s ที่บอกว่าประเด็นเหล่านี้ไม่เคยเก่าเลย

Read

Silver Screens

WES ANDERSON กับสไตล์ที่เจนจัดจากหนัง 5 เรื่อง

ต้นตำรับจากจอเงินสู่แง่มุมแห่งจิตนาการด้านการแต่งตัว

Read

Silver Screens

THE IRISHMAN: หนังดีที่ควรค่ากับรางวัลออสการ์สาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

คอสตูมดีไซน์ที่อาจไม่เข้าตากรรมการแต่ชนะใจเรา

Read

0Shares
preloader