The Edit

The Big Kitchen

The Big Kitchen

14 January, 2020

THE CHINESE PASTRY 101

ขนมมงคลของจีนที่ใช้ในงานพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆ ทั้งหมดล้วนมีที่มาน่าสนใจและได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อชายจีน

Read

The Big Kitchen

27 November, 2019

LA PASTA PERFETTA

สำหรับพาสต้าที่ดีนั้น เส้นคือสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าซอส

Read

Out of Office

4 October, 2019

FIRST TIME AT TALAT-NOI VEGETARIAN FESTIVAL

ประสบการณ์ครั้งแรก ณ โรงเจเก่าแก่ริมน้ำเจ้าพระยา

Read

The Big Kitchen

18 March, 2018

THE HIDDEN GEM OF YAOWARAT

ท่ามกลางร้านอาหารจีนและร้านทองที่ตั้งเรียงรายอยู่ของสองฝากถนน เราได้มาถึง เยาวราช พื้นที่ที่รวมชาวไทยเชื้อสายจีนไว้มากที่สุดในประเทศแล้ว และถือได้ว่าเยาวราชนี้เป็นสถานที่ที่เปรียบได้กับถ้ำเสือแดนมังกรที่แท้จริง เพราะทุกตรอกซอกซอยของเยาวราช มักมีสิ่งต่างๆ (หรือผู้คนหลายๆ คน) ที่ทำให้เราแปลกใจได้เสมอ

Read

Horology

20 August, 2019

BLANCPAIN AND SÜHRING CELEBRATE THE ART OF LIVING

เรื่องราวของการรังสรรค์เรือนเวลาและศาสตร์การปรุงอาหารขั้นสูง

Read

Health & Fitness

5 November, 2018

HAWAIIAN HEALTHY TRENDS

กลับมาว่าด้วยเทรนด์อาหารสุขภาพ
ที่ไม่ได้มีดีแค่การรักษาหุ่นและให้พลังงานเท่านั้น

Read

The Big Kitchen

27 June, 2018

AN AFTERNOON AT NONNA NELLA

จากมื้ออาหารแสนอร่อยที่คุณยายทำให้ทานในสมัยที่ยังเป็นเด็ก สู่ตำรับเมนูของร้าน Nonna Nella โดยเชฟ Francesco Lenzi

Read

The Big Kitchen

20 June, 2018

REVOLUTION OF THE MEAT-FREE MEAL

การรับประทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ จะไม่ใช่สิ่งที่น่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป บทความและภาพโดย Rungnapha Khattagule, Contributing Editor, W.MINISTRY เทรนสุขภาพกำลังมาแรง และการออกกำลังกายไม่ใช่องค์ประกอบเดียวที่จะให้เราท่านมีสุขภาพกายที่แข็งแรงดีพร้อมได้ ด้วยการนี้ผู้คนจำนวนมากจึงหันมาสนใจอาหารคลีนมากขึ้น แน่นอนว่าเพื่อสุขภาพของตัวเอง ณปัจจุบันเราพบว่า หลายๆ ที่ในกรุงเทพฯ มีร้านคลีนผุดขึ้นมากมายคล้ายดอกเห็ดในจานสลัด แต่ละร้านแตกต่างออกกันไปตามสภาพแวดล้อมและเมนูอาหาร แต่ในวันนี้เราจะพามารู้จักกับร้านอาหารคลีน นามว่า Broccoli Revolution ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท 49 ริมถนน ด้วยวิธีการแต่งร้านอินดัสเทรียลที่คงเน้นความดิบของร้าน มุ่งเน้นไปที่สไตล์แบบอเมริกัน ดังนั้นหากคุณจะริเริ่มลองอาหารสุขภาพแล้ว ที่นี่คงเป็นอีกที่หนึ่งที่ควรค่าจะไปลอง คุณเกรส เจ้าของร้าน Broccoli Revolution คุณเกรส เจ้าของร้านบอกว่า “อาหารสามารถสร้างความรู้สึกสดใหม่ให้คนได้ เช่นผู้คนที่กินเนื้อสัตว์มาเยอะแล้วหรือดื่มหนักจนเป็นกิจวัตร และอยากจะลองพักผ่อนร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดีของตน ทางร้าน Broccoli Revolution ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะยิ่ง หลายคนอาจมองว่า ร้าน Broccoli Revolution เป็นร้านอาหารเจ แต่หาใช่แบบนั้นเพราะร้านดังกล่าวเป็นร้านอาหารคลีนที่ไม่จำเจ มีความหลากหลายและไม่น่าเบื่อ ผักทุกชนิดในร้านเป็นผักไร้สารพิษ และยังมีโปรตีนจะแหล่งต่างๆ เช่น ถั่ว แรงบันดาลใจในการเปิดร้านของคุณเกรสคือ การทำมูลนิธิเพื่อสังคมที่ภาคเหนือและช่วยเด็กๆ ที่ด้อยโอกาส โดยการให้ความรู้น้องๆ จากการปลูกเห็ด” นี่คือความประทับใจแรกของเราต่อร้านอาหารคลีนร้านนี้  น้ำผักออแกนิคสกัดเย็น เบอร์ 1 หลังจากเกริ่นมาสักพักเราจะมาดูเมนูบางส่วนจากทางร้านกัน เริ่มจากน้ำผักออแกนิคสกัดเย็น เบอร์ 1 ที่มีส่วนผสมของ เคล ผักโขม แตงกวา ขึ้นฉ่านฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว มะนาว และขิง มาพร้อมกับหลอดที่ทำมาจากผักบุ้งใช้แทนหลอดพลาสติก แน่นอนว่าเพื่อลดโลกร้อนหนึ่ง และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดื่มน้ำสกัดเย็นเราสามารถดื่มเพื่อล้างสารพิษในลำไส้ ได้ดียิ่ง ต้มยำเห็ดน้ำข้นออแกนิค เมนูถัดมาเป็นเมนูที่ทางร้านแนะนำ คือ ต้มยำเห็ดน้ำข้นออแกนิค ต้มยำรสชาติกลมกล่อมเข้มข้น และยังมีส่วนประกอบของเห็ดที่มาจากฟาร์มของทางร้านเอง ถึงแม้จะไม่มีเนื้อสัตว์แบบที่อื่นๆ แต่เห็ดออแกนิคที่ทางร้านใส่มาก็สามารถทดแทนเนื้อสัตว์ได้อย่างดีเยี่ยม วีแกนชิลี่โบวล์ หลายคนอาจจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ทำจากเนื้อสัตว์ แต่เมื่อเราได้ลองทาน วีแกนชิลี่โบวล์ (ซอสชิลี่) ที่มีโปรตีนจากถั่วต่างๆ และมีวิตามินซีสูง คลุกเคล้ากับคินัวและข้าวแจสเบอรี่ หอมกรุ่นด้วยเครื่องเทศหลากชนิด ถือเป็นอีกชามหนึ่งที่น่าทดลองเช่นกัน สมูตตี้อินอะโบวล์ และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับคนที่รักในอาหารสุขภาพ คือ สมูตตี้อินอะโบวล์ ที่กำลังเป็นเทรนด์อาหารคลีนในตอนนี้ โดยทางร้านให้เราเลือกชนิดของน้ำสมูตตี้จากผลไม้และผักหลากหลายชนิด และยังสามารถเลือกท็อปปิ้งเน้นสุขภาพหลากหลายชนิดได้ การเลือกทางอาหารเป็นองค์ประกอบเล็กๆ ที่แสนสำคัญในการคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี […]

Read

The Big Kitchen

22 May, 2018

HOW THAI DESSERTS GOT SUCH UNIQUE NAMES

ความสุนทรียะที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากรสชาติหรือหน้าตาแต่เพียงอย่างเดียว บทความและภาพโดย Yongyuth (ML), Contributing Editor, W.MINISTRY หลายครั้งที่เราพยายามหาคำตอบให้กับสิ่งต่างๆ บางคำตอบก็มาจากการค้นคว้า หรือไม่ก็มาจากประสบการณ์แต่ก็มีหลายๆ ครั้งที่เราเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความสงสัยนั้นแล้วปล่อยให้มันผ่านไป สมัยเด็กๆหลายครั้งเวลาที่เปิดเมนูในร้านอาหาร เราตัดสินใจสั่งเพราะคิดว่าเมนูนั้นๆ จะมีหน้าตาหรือส่วนผสมเหมือนอย่างที่เขียนไว้อย่างเช่น ขนมปลากริมไข่เต่า คิดในใจว่าจะต้องได้กินไข่เต่าในขนม แต่เมื่อพนักงานยกถ้วยขนมมาเสิร์ฟกลับไม่พบไข่เต่าในถ้วย แล้วทำไมต้องตั้งชื่อให้ชวนสงสัยด้วย ดังนั้นวันนี้ W.MINISTRY จึงขอนำเสนอที่มาของชื่อขนมที่เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้รับประทานหรืออย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินชื่อมาบ้าง Pra Kim Kai Tao ขนมปลากริมไข่เต่า เป็นขนมที่สามารถหารับประทานได้ทั่วไป  ขนมปลากริมไข่เต่าแบ่งเป็นสองส่วนคือสีน้ำตาลมีรสหวานและส่วนสีขาวมีรสเค็ม  ทั้งคู่มีแป้งปั้นเป็นเส้นยาวๆ เวลารับประทานก็จะตักมารวมในถ้วยเดียวกันอย่างละครึ่ง  รสชาติหวานๆ มันๆ เข้ากันดี  แต่แล้วทำไมขนมชนิดนี้ถึงชื่อว่าปลากริมไข่เต่า ? ขนมปลากริมไข่เต่านั้นที่จริงเป็นขนมคนละชนิดกันคือ “ขนมปลากริม” และ “ขนมไข่เต่า” สามารถกินแยกกันได้ไม่จำเป็นต้องตักมารวมกัน  ที่ชื่อว่าขนมปลากริมเป็นเพราะลักษณะหัวท้ายของแป้งที่ปั้นเป็นตัวขนมเรียวยาวเหมือนปลาชนิดหนึ่งที่ชื่อ “กริม”  และขนมไข่เต่าเดิมปั้นเป็นรูปกลมๆ ขนมเท่าไข่เต่า ในหนังสือแม่ครัวหัวป่าก์บอกว่าหากนำขนมทั้งสองนี้มารับประทานรวมกันจะเรียกว่า “ขนมแชงมา” ปัจจุบันหน้าตาของขนมไข่เต่านั้นเปลี่ยนแปลงไปจึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าไข่เต่าไปไหน  ด้วยความสงสัยนี้จึงมีผู้คิดแก้ปัญหาด้วยการใส่ไข่ไก่ลงไปในขนมแล้วบอกว่าคือไข่เต่า  ซึ่งจริง ๆ แล้วการใส่ไข่เช่นนี้คนไทยเรียกว่า“ไข่หวาน” เหมือนอย่างที่ใส่ในบัวลอย  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าที่เรียกขนมชนิดนี้ว่าปลากริมไข่เต่าเพราะมาจากลักษณะของแป้งที่เหมือนกับปลากริมและไข่ของเต่านั่นเอง Bha – Binh ขนมบ้าบิ่น ขนมที่มักจะได้รับเป็นของฝากอยู่เสมอๆ ขนมบ้าปิ่นทำจากแป้ง น้ำตาลและมะพร้าว ผสมเข้าด้วยกันแล้วนำไปอบหรือจี่บนกระทะรสชาติหอมหวานมันอร่อย  แต่เมื่อได้ยินชื่อก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงมีชื่อเช่นนี้ความสงสัยนี้ไม่ใช่จะเพิ่งมีในปัจจุบัน แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็มีผู้เขียนไปถาม ก.ศ.ร. กุหลาบ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ สยามประเภท ในสมัยนั้น ท่านตอบว่าที่เรียกเช่นนี้เพราะคนที่คิดทำขนมนี้คนแรกคือ “ป้าบิ่น” และในหนังสือตำราแม่ครัวหัวป่าก์ซึ่งร่วมสมัยกับ ก.ศ.ร. กุหลาบก็เรียกขนมชนิดนี้ว่า “ขนมบ้าปิ่น” ซึ่งอาจเกิดจากการสลับเสียงซึ่งเป็นธรรมชาติของภาษา อย่างเช่น สถิติ ก็อาจสลับเป็น สติถิ ได้เมื่อพูดไปเรื่อยๆ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าขนมบ้าบิ่นนั้นไม่ได้ทำให้คนทำหรือคนกินบ้า แต่มาจากชื่อของทำและเรียกเพี้ยนมาจนกลายเป็น “บ้าบิ่น” หรือ “บะบิ่น” อย่างในปัจจุบัน Peak – Poon ขนมเปียกปูน อย่างน้อยที่สุดหากไม่เคยรับประทานขนมชนิดนี้ก็อาจจะต้องเคยได้ยินมาบ้างจากวิชาคณิตศาสตร์ เพราะด้วยรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ของขนมเปียกปูนนี้เอง จึงมีคนเอาไปเรียกสี่เหลี่ยมชนิดหนึ่งที่มุมภายในทั้งหมดไม่เป็นมุมฉาก (สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดก็เรียก) ขนมเปียกปูนที่พบเห็นได้ทั่วไปปกติแล้วมีสองสีสีเขียวได้จากการใส่น้ำใบเตยส่วนสีดำได้จากการนำกาบมะพร้าวไปเผาไฟแล้วนำไปละลายน้ำนำมาผสมกับแป้ง  ที่จริงแล้วก็คล้ายๆ ผงชาโคลในปัจจุบัน แต่ต่างกันที่กาบมะพร้าวเผานั้นมีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ก็น่าสงสัยว่าแล้วขนมนี้เกี่ยวอะไรกับปูน แล้วทั้งๆ ที่มันก็แห้งๆ แต่ทำไมถึงเรียกเปียก คำว่าเปียกนั้นเป็นวิธีการประกอบอาหารโดยการกวนแป้งหรือข้าวบนไฟให้สุก อย่างเช่น ข้าวเหนียวเปียก เป็นต้น ส่วนคำว่าปูนนั้นมาจากส่วนผสมสำคัญที่ต้องใส่ลงไปในขนมชนิดนี้นั่นคือ “น้ำปูนใส” ซึ่งได้จากการละลายปูนขาวหรือปูนแดงแล้วตั้งทิ้งไว้จนตกตะกอน น้ำปูนใสนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการทำขนมไทยเพราะช่วยให้ขนมอยู่ตัวไม่เละและยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกด้วย ดังนั้นที่ขนมชนิดนี้ชื่อว่าเปียกปูนก็เป็นเพราะวิธีการทำที่ต้องนำแป้งไปกวนและส่วนผสมที่ต้องใส่น้ำปูนใสลงไปด้วยนั่นเอง Kai – Hong เป็นขนมที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่าสองร้อยปีแล้วทำด้วยแป้งทอด มีไส้ทำจากถั่วเขียวนึ่งผัดกับพริกไทย แล้วนำไปเคลือบด้วยนํ้าตาล  ลักษณะกลมเหมือนกับไข่ของสัตว์ชนิดหนึ่ง  แม้จะชื่อว่าไข่หงส์แต่แท้จริงแล้วขนมนี้ไม่ได้มีที่มาหรือเชื่อมโยงอะไรกับหงส์ทั้งสิ้น มีหลักฐานกล่าวว่ารัชกาลที่ 1 โปรดเสวยไข่ตัวเงินตัวทอง หรือ “ไข่เหี้ย” อยู่มาวันหนึ่งพระองค์ทรงอยากเสวยแต่ช่วงนั้นไม่ใช่ฤดูวางไข่ของตัวเงินตัวทอง  เจ้าจอมแว่นจึงได้คิดประดิษฐ์ทำขนมไข่เหี้ยขึ้น เมื่อรัชกาลที่ 1 เสวยก็โปรด ต่อมามีการเผยแพร่ออกสู่นอกวังจนกลายเป็นขนมทั่วไปที่ชาวบ้านทำกินรวมถึงทำขาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปชื่อของตัวเงินตัวทองนั้นถือเป็นคำไม่สุภาพ จึงมีคนคิดเปลี่ยนชื่อให้เป็น “ไข่หงส์” ทั้งนี้ในบางท้องถิ่นหรือผู้เฒ่าผู้แก่บางท่านก็ยังคงเรียกขนมนี้ด้วยชื่อเดิมอยู่ Sanehjaan เป็นขนมที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม มักขายคู่กับขนมทองเอกและขนมจ่ามงกุฎ ปัจจุบันมักเขียนชื่อผิดเป็น“เสน่ห์จันทร์” การเขียนชื่อขนมนี้ผิดมีผลต่อรสชาติและส่วนประกอบที่เปลี่ยนแปลงไป ที่ขนมชนิดนี้ต้องเขียนว่า“เสน่ห์จันทน์” เพราะลักษณะของขนมนี้มีลักษณะเหมือนผลลูกจันทน์เทศ และเวลากวนขนมก็จะต้องใส่ผงลูกจันทน์เทศป่นลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอม แต่ปัจจุบันร้านขนมหลายร้านไม่ทราบชื่อที่ถูกต้องหรือไม่รู้จักลูกจันทน์เทศจึงไม่ใส่ลงไปด้วย รสชาติของขนมจึงไม่ต่างจากขนมทองเอกเพียงแค่มีรูปร่างที่ต่างกันเท่านั้น การที่เราทราบที่มา เรื่องราว หรือเข้าใจถึงขนมชนิดนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง ความสุนทรียะที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้เกิดจากรสชาติหรือหน้าตาแต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นผ่านการรับรู้เรื่องราวเหล่านั้นด้วย ความอิ่มจึงเกิดขึ้นทั้งทางกาย ทางใจ หรือจะว่าไปทางสมองก็อิ่มด้วยเช่นกัน

Read

The Big Kitchen

5 May, 2018

ORIGINAL THAI SUMMER DESSERTS AND WHERE TO FIND THEM

“สุนทรียะ” ที่เราได้รับผ่านอาหาร จะทําให้อารมณ์ของเรานั้นพลอยเย็นลงไปด้วย บทความและภาพโดย Yongyuth (ML), Contributing Editor, W.MINISTRY Cool sweets for your heart and soul จะว่าไปแล้วอากาศในประเทศไทยเห็นจะมีด้วยกัน 3 ฤดู อย่างที่เคยเรียนๆ มา แต่ดูเหมือนในตอนนี้ จะเป็นร้อนร้อนมาก และ ร้อนที่สุด อาจมีฝนหรือลมหนาวพัด มาให้ชื่นใจ พอให้ได้หยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่บ้างหรือหยิบร่มออกมากางบ้าง (โดยเฉพาะช่วงนี้) แต่ก็คงไม่บ่อยเท่า ใช้ร่มสำหรับบังเพลิงแดดแรงกล้า ผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านบอกกับเราว่า สมัยก่อนอากาศไม่ร้อนอย่างทุกวันนี้ สมัยนี้ร้อนจนจะขาดใจ ผู้เขียนจึงสงสัยว่า สมัยก่อนไม่มีทั้งเครื่องปรับอากาศหรือแป้งเย็นให้ได้ทาแล้วคนสมัยก่อนเขามีวิธีคลายร้อนกันอย่างไร การคลายร้อนของคนโบราณท่ีตกทอดมาจนถึงปัจจุบันก็มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการแต่งกายวัฒนธรรมการปลูกบ้าน แต่วัฒนธรรมที่ผู้เขียนอยากนําเสนอก็คือ “วัฒนธรรมอาหาร” บรรพบุรุษของไทยได้ประดิษฐ์คิดทําเมนูต่างๆ ไว้สําหรับคลายร้อนทั้งที่เป็นของคาวและของหวาน และวันนี้ W.MINISTRY ขอเสนอ 5 “คิมหันตเมนู” หรือ “เมนูฤดูร้อน” ให้ได้ดับกระหายคลายอารมณ์กัน Sohm Choon “ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น เรียกส้มฉุนใช้นามกร หวนถวิลลิ้นลมงอน  ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน” บทเห่ชมผลไม้ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ประจําฤดูร้อนอีกชนิดหนึ่ง นิยมกินทั้งผลสดหรือนำมาลอยแก้ว ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีน้ำมาก ช่วยดับกระหายในช่วงหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี ในบทพระราชนิพนธ์ข้างต้น มีการกล่าวถึงเมนู “ส้มฉุน”เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเป็นแน่ “ส้มฉุน” เป็นชื่อของหวานลอยแก้วชนิดหนึ่ง แต่มีจุดเด่น ที่น้ำเชื่อมที่จะใส่น้ำและผิวของ “ส้มซ่า” ลงไปด้วยส้มซ่า เป็นพืชในตระกูล Citrus (เช่นพวกส้มหรือมะนาว) มีเปลือกค่อนข้างหนา คนไทยนิยมนําไปปรุงแต่งอาหารเช่น ในเมนู “หม่ีกรอบโบราณ” ก็จะใส่ผิวส้มซ่า ลงไปด้วย สำหรับส้นฉุนนั้น เวลารับประทานก็จะนํา ผลไม้ตามฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ ลำไย ส้ม สละ หรือมะปราง แช่ไว้ในน้ำเชื่อมประมาณหนึ่งคืน จากนั้นใส่ลงในชาม ตามด้วยน้ำเช่ือมที่ผสมน้ำส้มซ่า โรยหน้าด้วยขิงอ่อนซอย บางตํารับอาจเพิ่มมะม่วงเปรี้ยวซอยลงไปด้วยและที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “หอมเจียว” ที่จะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเมนูได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าส้มฉุนคืออีกหนึ่งเมนูหน้าร้อนอย่างแท้จริง เพราะวัตถุดิบทุกอย่างล้วน “เหมาะเจาะ” ให้ได้ทําส้มฉุนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ ส้มซ่า มะม่วงเปรี้ยว หรือขิงอ่อนที่จะอร่อยที่สุดในหน้านี้ ดังนั้น เหตุผลหนึ่งที่ส้มฉุนเป็นเมนูคลายร้อน นอกจากจะดับกระหายได้แล้ววัตถุดิบทุกอย่างที่นํามาปรุง ล้วนลงตัวกับช่วงนี้อย่างพอดิบพอดี Where to find it หากผู้อ่านอยากลิ้ม ลองรสชาติของส้มฉุน เราขอแนะนําส้มฉุน ของห้องอาหาร “Miss Siam” ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของ “โรงแรม Hua Chang Heritage” ช่วงเวลาที่เราไปคือประมาณบ่ายสองโมงซึ่งเป็นเวลาที่มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงสุดของวัน เมื่อไปถึงก็รีบจัดการสั่ง ส้มฉุนมาหนึ่งที่ (ราคา 90 บาท ++) ส้มฉุนของห้องอาหาร Miss Siam ใช้ลิ้นจี่และลําไยมาลอยแก้ว โรยหน้าด้วยขิงอ่อนซอย มะม่วงเปรี้ยวซอย และหอมแดงเจียว เมื่อจะรับประทานให้คนทุกอย่างเข้าด้วยกัน ต้องขอการันตีเลยว่าส้มฉุนของที่นี่รสชาติ “เลอค่า” มากๆ น้ำเชื่อมที่ปรุงมาอย่างพอดี หอมกลิ่นของส้มซ่า ไม่หวานจนเกินไป หอมเจียวที่แม้จะอยู่ในน้ำเชื่อมแต่ก็ยังคงความกรอบได้เป็นอย่างดี เมื่อรับประทานพร้อมกับผลไม้เครื่องเคราต่างๆ ยิ่งรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อเคี้ยวโดนผิวส้มซ่า ที่เชฟหั่นเป็นเส้นบางๆ แล้วยิ่งทําให้รู้สึกสดชื่นกว่าการนั่งตากแอร์เสียอีกเมนูส้มฉุนของห้องอาหาร Miss Siam มีเฉพาะช่วงเดือนเมษายนถึงวัน ที่ 15 พฤษภาคม นี้เท่านั้น ถ้าหากวันไหนที่ท่านผู้อ่านมีธุระแถวสยาม เราก็อยากให้ได้ไปลองชิมกันสักครั้ง Fried Dried Fish with Watermelon เป็นของว่างที่มีอายุเก่าแก่มาก เราไม่ทราบเลยว่า ปลาแห้งแตงโมมีมาตั้งแต่สมัยใด แต่เราได้อ่านพบในหมายกำหนดการ เรื่อง ฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จ.ศ. 1171 (พ.ศ. 2352) ว่าเป็นหนึ่งในสำรับคาวสำหรับจัดพระราชทานถวายพระสงฆ์ […]

Read

preloader