The Edit

Silver Screens

Movies

Silver Screens

WHY (500) DAYS OF SUMMER WILL ALWAYS BE AN INDIE CLASSIC

3 เหตุผลที่ทำให้ “หนังรักแต่ไม่รัก” เรื่องนี้

ขึ้นแท่นหนังอินดี้คลาสสิกตลอดกาล

Read

Silver Screens

QUENTIN TARANTINO’S MOST UNDERRATED FILMS

เตรียมพร้อมสู่ Once Upon A Time In Hollywood ไปกับเรื่องราวของผู้กำกับ เควนติน แทแรนติโน และผลงานที่ “ดีแต่ไม่ดัง” ที่ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

Read

Silver Screens

START 2019 WITH OUR POST-HOLIDAY MOVIE LIST

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ “Query & Advice”
พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

Silver Screens

MASTERPIECES OF CINEMATOGRAPHY THROUGH THE 4 MOVIES WE LOVE

4 กำกับศิลป์คุณภาพ
อันแฝงด้วยเรื่องราวของศิลปะระดับตำนาน

Read

Silver Screens

MEDITERRANEAN CLOTHING IN OUR FAVORITE FILMS

ภาพยนตร์สามเรื่องที่เราชื่นชอบ
และคิดว่ามีตู้เสื้อผ้าที่มีสไตล์มากที่สุดในโลก

Read

Silver Screens

STYLE LESSONS FROM OUR FAVORITE MOVIE CHARACTERS

แรงบันดาลใจจากตัวละครโปรดในงานกำกับศิลป์ สู่การเลือกสรรเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริง

Read

Silver Screens

7 RUNNING MOVIES THAT FUEL YOUR SPIRIT

เมื่อเรื่องวิ่งไม่ได้จำกัดอยู่ในแค่คำว่ามาราธอน
ทุกๆก้าวล้วนมีความหมายและให้คุณค่าในทางที่แตกต่างกันไป

Read

Silver Screens

KNOWING WES ANDERSON AND HIS ARTISTIC ATTIRE

ตัวตนของ Wes Anderson กับเสียงกระซิบซาบ ต้นตำรับจากจอแก้วสู่แง่มุมแห่งการจิตนาการด้านการแต่งตัว บทความโดย Kantinan Srisan, Style Editor, W.Ministry โดดเด่นด้วยสไตล์ เจนจัดด้านโทนสี มีดีด้านความแปลกใหม่ เป็นอะไรที่บ่งบอกถึงตัวตนของผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Wes Anderson ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เพราะนอกจากจะได้รับฉายาว่าเป็นผู้กำกับมือเก๋าด้าน Art Direction แห่งวงการภาพยนตร์เจ้าของบทภาพยนตร์สวนกระแสอย่าง Royal Tenenbaums หรือว่า Grand Hotel Budapest ที่มีดีกว่าผลงานด้านการกำกับในจอเงินแล้ว เขายังเป็นบุคคลผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่คุม Colorblock ได้อย่างเจนจัด และแน่นอนว่าส่งผลกระทบมาจนถึงแวดวงของเครื่องแต่งกายอีกด้วย Wes Anderson นักกำกับเจ้าบทบาทผู้คร่ำหวอดอยู่วงการภาพยนตร์ ผู้ที่มอบซึ่งความเป็นองค์ประกอบศิลป์เสมอมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องภูมิหลังของบทประพันธ์ ความสมมาตรของเฟรมกล้องที่แม้จะมีความแปลกไปจากมุมมองทั่วไป แต่แน่นอนว่าด้วยการกำกับศิลป์ระดับนี้ทุกอย่างได้กำหนดเอาไว้อย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะการเล่าเรื่องที่ตั้งใจบ่งบอกถึงความเป็นอดีตอันเป็นที่จดจำเกี่ยวกับการแตกแยกของครอบครัวที่ฝังลงเบื้องลึก การใช้พาเลตต์สีที่โดดเด่นชวนจดจำ หรือการวนนักแสดงจากหลายบทกำกับที่แม้จะทำให้เกิดความชินชาและจับทางได้อยู่บ้าง แต่เมื่อเป็นบทละครของ Anderson เราต่างรับรู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาและคำเชื้อเชิญดั่งพรายกระซิบทางความรู้สึกยังคงทำให้เราตกหลุมสู่จิตนาการอันกว้างไกลได้อย่างไม่รู้จบ แต่องค์ประกอบศิลป์อันจัดจ้านเหล่านี้ไม่สามารถถูกควบคุมไว้ได้ในโลกของของภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว เพราะการคัดสรรซึ่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับนานาชนิดของเขายังไว้ซึ่งรสนิยมจนถูกตาต้องใจต่อเหล่าแบรนด์ชั้นนำระดับสากลอย่าง Louis Vuitton ก่อให้เกิดการร่วมมือกันสำหรับกระเป๋าเดินทางในภาพยนตร์อย่าง Darjeeling Limited ที่ถึงจะไม่ได้บอกกล่าวออกมาแต่เราต่างรู้ดีว่าสิ่งนี้นับเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นที่น่าจดจำเสมอมา อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า Anderson เองก็มีทักษะในการเลือกสรรเครื่องแต่งกายสำหรับเข้าฉากได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจอันเป็นองค์ประกอบหนึ่งทางด้านงานศิลป์ […]

Read

Lexus

LEXUS PARADIGM BEHIND BLOCKBUSTERS

การวางรากฐานเพื่ออนาคตด้วยความเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ สะท้อนจินตนาการผ่านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของเลกซัส รถยนต์ Lexus LC500 ในสี Structural Blue ยานพาหนะของตัวเอก ใน Black Panther (2018) แนวคิดของการ “มองไปข้างหน้า” ตั้งแต่วันแรกที่ให้กำเนิดรถยนต์ต้นแบบ เป็นอะไรที่จับต้องได้อย่างชัดเจนสำหรับรถยนต์แบรนด์หรูสัญชาติญี่ปุ่น เพราะน้อยครั้งที่เลกซัสได้เอ่ยปากเกี่ยวกับเรื่องราวเกียรติประวัติหรือตำนานในอดีตของการสร้างตัวตนในโลกใบนี้ต่างจากค่ายรถยุโรป แต่แทนที่ด้วยการค้นคว้า พัฒนา เติมเต็มและสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือกว่าในบริบทที่ว่าด้วยความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนแบบญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า Omotenashi ตั้งแต่เครื่องยนต์ไปจนกระทั่งความสะดวกสบายในการโดยสารขั้นสูงสุด ซึ่งก็นับว่าเป็นปรัชญาที่ไปด้วยกันกับวิสัยทัศน์ของรถยนต์แดนอาทิตย์อุทัยอย่างชัดเจน การสร้างแบรนด์เพื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง ฉีกกฎการทำตลาดรถยนต์แบบเดิมๆ คือกลยุทธ์หลักที่เลกซัสพยายามตามหาความสำเร็จอยู่ตลอดมา และในครั้งนี้ดูเหมือนว่ากำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการพุ่งเป้าปรับชุดความคิด (Mindset) ของผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นและการผันตัวให้อยู่เหนือกว่าตลาดรถยนต์ที่แข่งขันกันอย่างรุนแรงเพราะเลกซัสเชื่อเสมอว่าการปรับตัวให้เข้ากับเป้าหมายเหล่านั้นคือการวางรากฐานที่ดีในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ในระยะยาว มากกว่าที่จะสร้างความประทับใจแบบหวือหวาชั่วข้ามคืนอย่างที่มักจะเห็นกัน ทั้งนี้เพื่อพุ่งตรงไปสู่จุดหมายและหล่อเลี้ยงวิสัยทัศน์ในการผลิตจินตนาการให้เป็นรูปร่างโดยไม่เคยมีคำว่าปิดกั้นตราบใดที่วิศวกรและทีมออกแบบทุกคนเห็นภาพปลายทางที่ชัดเจนเป็นภาพเดียวกัน ต่อเนื่องจากแคมเปญที่เราจับมือกับ Lexus ตั้งแต่ปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ในบทความฉบับนี้ W.Ministry จะพาผู้อ่านเข้าสู่โลกจินตนาการแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ผ่านม้วมฟิล์มจอเงินที่ไม่ใช่เพียงการนำรถแห่งอนาคตมาเป็นตัวประกอบ แต่เป็นการฝังรากแนวคิดที่สื่อสารกับผู้ชมหัวก้าวหน้าได้อย่างเฉียบคม Imagination Brought to Films Major Valérian (รับบทโดย Dane DeHaan) ใน Valerian and the City of a Thousand Planets (2017) บ่อยครั้งที่เราเห็นยานพาหนะได้เข้าไปผนวกเข้ากับความบันเทิงในฟอร์มของภาพยนตร์มากกว่าสิ่งใดๆ เหตุก็เพราะเนื้อหาประเภทนี้มีคุณสมบัติครบรสทั้งในเชิงอารมณ์และแนวคิด ที่ถ่ายทอดผ่านภาพและเสียงที่บรรจุอยู่ในรูปแบบความบันเทิงแก่ผู้ชมยาวเกินกว่าชั่วโมง และรถสปอร์ตสุดสวยกับหนังแอ็คชั่นแทบจะเป็นอะไรที่แยกกันไม่ออก เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปยังภาพยนตร์แสนคลาสสิคอย่างสายลับ 007 ภาพของ เจมส์ บอนด์ควบ Aston Martin คันงาม ก็คงผุดขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย หรือ Ford Mustang Fastback สีเขียวมรกตที่Steve McQueen ขับในเรื่อง Bullitt หรือจะเป็น Audi สีดำขลับที่ขับโดยโทนี่ สตาร์คใน Iron Man และอีกมากมาย ทว่าเลกซัสถือเป็นผู้นำในการออกแบบสมการลักษณะนี้ โดยการพาไอเดียเข้าใกล้โลกอนาคตที่สุด หนึ่งตัวอย่างที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุดเห็นจะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ–ไฟผลงานของยอดผู้กำกับ Luc Besson ในฉากนี้ Major Valérian (แสดงโดย Dane DeHaan) ตัวเอกของเรื่อง กำลังควบคุมเครื่องยนต์ “สกายเจ็ท” ยานอวกาศที่ออกแบบโดยเลกซัส ที่เขาขับไล่กวดยานของคู่ต่อสู้จนค่อยๆ พังลงทีละลำ เรียกคะแนนอย่างอ้อมๆจากคนดูได้ไม่น้อยในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย นี่ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีอธิบายแนวคิดสร้างสรรค์ในผลงานยนตรกรรมที่ไร้ขีดจำกัด เพื่อให้ผู้ชมตระหนักถึงจินตนาการความกล้าหาญอันท้าทายในผลผลิตทางความคิดชิ้นใหญ่นี้ของเลกซัส Futuristic Pop Culture Lexus 2054 ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ–ไฟ Minority Report (2002) เลกซัสได้เฉิดฉายควบคู่วัฒนธรรมความบันเทิงตั้งแต่ช่วงรอยต่อของสหัสวรรษใหม่ ความตื่นตัวทางเทคโนโลยีของผู้คนผ่านหัวเลี้ยวสำคัญของเวลาช่วงยุค 2000’s เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด ในปี 2002 ผู้กำกับ Steven Spielberg ซึ่งเป็นผู้ใช้รถยนต์เลกซัสอยู่แล้วนั้น ได้ติดต่อไปยังเลกซัสเพื่อขอให้ออกแบบยานพาหนะที่รองรับกับโลกในปี 2054 สำหรับ Minority Report ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นที่เขียนโดย Philip K. Dick และสิ่งประดิษฐ์ที่ออกมาตามบัญชาของ Spielberg นั้น คือรถยนต์ต้นแบบสุดล้ำที่มีรูปลักษณ์โค้งมนเป็นจุดเด่น“Lexus 2054” มีโครงสร้างทนทานต่อแรงชนกระแทก พ่วงด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบ Fuel Cells และระบบควบคุมความปลอดภัยแบบไบโอเมทริกซ์ตามสไตล์รถยนต์จากโลกอนาคต โมเดลนี้ยังประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นในจินตนาการที่คิดๆไปก็ดูไม่ไกลเกินความจริงเมื่อเรามองจากปี 2018 อาทิ โหมดไร้คนขับ ที่สามารถรับคำสั่งแบบเสียง และคัดสรรเสียงดนตรีในห้องโดยสารเพื่อให้เหมาะกับสถาวะอารมณ์ขณะนั้นของคนนั่งเป็นการพาเอาหลักคิดแบบ Omotenashi ของเลกซัสไปอยู่ในบริบทของปี 2054 ได้อย่างแนบเนียน ซึ่งในเวลาต่อมา Lexus 2054 ออกปรากฏตัวทั้งในภาพยนตร์เอง และตามงานออโต้โชว์ต่างๆ จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก จริงอยู่ว่าวัฒนธรรมกระแสนิยมหรือ Pop […]

Read

Silver Screens

5 STYLE LESSONS FROM OUR FAVORITE VILLAINS

ธรรมะชนะอธรรมเป็นเรื่องที่แสนปกติ แต่เราก็สามารถเรียนรู้บางอย่างจากฝ่ายตัวโกงได้เช่นกัน หากท่านผู้อ่านติดตามบทความเกี่ยวกับ Yuppie Culture ที่ลงไปเมื่อวันก่อน จะพอทราบได้ว่าตัวเอก (หรือตัวร้าย) ของเรื่องอย่าง Patrick Bateman เป็นผู้ที่มีสไตล์อย่างเหลือร้าย ไม่ว่าจะด้วยทางผมแบบ Slickback ตามแบบฉบับของผู้ที่ทำงานในวอลล์สตรีท สูทวาเลนติโนแสนเนี้ยบ หรือแว่นตาโอลิเวอร์ พีเพิลส์ ซึ่งกอปรสร้างขึ้นมาเป็นตัวละครเอกแสนร้ายที่ทรงเสน่ห์ ดังนั้นแล้วเพื่อความต่อเนื่องทางอารมณ์ของท่านผู้อ่าน (และผู้เขียนเอง) ในบทความนี้เราจะมาดูตัวละครฝ่ายอธรรมตัวอื่นๆ ที่เราชื่นชอบ และแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นก็เปี่ยมไปด้วยสไตล์ที่ยากจะหาตัวจับด้วยเช่นกัน Dr. Julius No (Dr. No, 1962) Played by Mr. Joseph Wiseman หาใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนจะหลงรักความเท่ห์และสไตล์ของ 007 ที่รับบทโดย Sir Sean Connery แต่หารู้ไม่ว่า Dr. Julius No หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Dr.No ตัวร้ายประจำภาค จากภาพยนตร์เรื่อง Dr.No ที่ใช้ชื่อของเขามาเป็นชื่อเรื่องเอง ถือเป็นตัวร้ายที่เราคิดว่าเนี้ยบและมีสไตล์ที่สุดคนหนึ่งของหนังชุดสายลับเจมส์บอนด์ 007 Dr.No มักปรากฏกายออกมาพร้อมเสื้อแจ็คเก็ตคอจีนที่เรียกว่า Nehru เสมอๆ ด้วยความที่ตัวเขาเองมีพื้นเพมาจากประเทศจีน เสื้อแจ็คเก็ตชนิดดังกล่าวเป็นที่นิยมใส่กันในงานสังคมที่เป็นทางการยิ่ง […]

Read

preloader