The Edit

Lexus

Lexus

THE NEXT CHAPTER

บทบาทความเป็นพ่อของคุณปรินท์ สารสิน บอกเล่าผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์กับรถ Lexus RX 300

Read

Lexus

A DAY IN THE CITY WITH THE LEXUS UX

หนึ่งวันกับการทดลองขับฉบับคนใช้จริง ผ่านเส้นทางย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ

Read

Lexus

A WALK THROUGH LEXUS GLOBAL BOOTH AT BIMS 2019

มากกว่าพื้นที่การจัดแสดงรถยนต์ คือภาพสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียด

Read

Lexus

A BOLD MOVE. THE RIGHT CHOICE.

การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เริ่มต้นจาก
การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เช่นเดียวกับการพัฒนายนตรกรรม
ของเลกซัสตลอดเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา

Read

Lexus

MY AMAZING DAY

เมื่อเริ่มต้นสิ่งที่ดีจากภายใน ชีวิตในหนึ่งวันธรรมดาก็ดูแสนพิเศษ

Read

Lexus

THE MOST RELIABLE

การขับขี่อันนุ่มนวลที่มาพร้อมความปลอดภัย
และภูมิหลังแห่งยนตรกรรมที่ผ่านการทดสอบอันแสนหฤโหดหลายต่อหลายครั้ง
ผ่านการสร้างสรรค์อันเจนจัดด้วยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ

Read

Lexus

THE LEXUS TECHNOLOGIES

การตีความคำว่าเทคโนโลยีของเลกซัสนั้นลึกซึ้งกว่าปกติเสมอ
แต่ที่ท้าทายกว่าคือการผนวกความก้าวล้ำเข้ากับการใช้งานจริงของรถยนต์

Read

Lexus

GRACE AND LEGACY

การส่งต่อซึ่งมรดกทางความคิดและการฟันฝ่าซึ่งกระแสสังคม สิ่งที่กอปรสร้างขึ้นเป็นคู่พ่อ – ลูกครอบครัว “เหตระกูล”

Read

Lexus

EXPERIENCE THE LEXUS PHILOSOPHY AT THE L GALLERIA

สัมผัสปรัชญาความเหนือชั้นของการให้บริการ ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ของเลกซัส หากจินตนาการถึงพื้นที่หนึ่งซึ่งเหมือนเป็นแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์จากมันสมองชั้นยอดของมนุษย์ เพื่อแบ่งปันผลงานศิลปะ การออกแบบเทคโนโลยี และชีวิตความเป็นอยู่อย่างหรูหราแต่เรียบง่าย คำตอบของพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้ากลางเมือง พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวของวัตถุและมีชีวิตหรืองานเปิดตัวผลงานของศิลปินชื่อดังในโลกคนใด แต่คือพื้นที่ที่ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นยอดสัญชาติญี่ปุ่นอย่างเลกซัสได้ส่งผ่านแนวคิดเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสตัวตน มากกว่าแค่เพียงมุมมองยนตรกรรม เมื่อราว 3 ปีที่ผ่านมาสถานที่ในนามว่า “Intersect by Lexus” ได้ถูกกำเนิดขึ้นที่เขตอาโอยาม่า พื้นที่แสนสงบแต่มีชีวิตชีวาในกรุงโตเกียวด้วยแนวคิดที่ว่าความเป็นอยู่ของชีวิตหลากมุมมองและยนตรกรรมจากเลกซัสนั้นต้องสามารถจับต้องได้ ไม่ใช่เพียงการอธิบายผ่านตัวอักษรเท่านั้น และเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ชิ้นสำคัญที่อยากเห็นผู้คนและชีวิตเมืองเชื่อมโยงกับรถยนต์อย่างไร้รอยต่อ เพราะชื่อของ Intersect นั้นเป็นเหมือนการอุปมาพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของผู้คนและรถยนต์ที่สามารถสื่อสารและพักผ่อนหย่อนใจกันได้ราวกับเป็นพื้นที่ของตัวเองครั้งหนึ่งผู้บริหารสูงสุดของเลกซัส อากิโอะ โทโยดะ ได้เคยพูดถึง Intersect by Lexus ไว้ว่าเป็นพื้นที่ที่เลกซัสตั้งใจสื่อสารแนวคิดและตัวตนไปยังผู้บริโภคอย่างอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีชีวิตโลดแล่นมากกว่าเพียงรถยนต์ และพื้นที่แห่งนี้ก็ประสบความสำเร็จเสมอมา เพราะหลังจากการเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว Intersect by Lexus ก็ได้ขยายไปยังเมืองใหญ่ของโลกอย่าง ดูไบและกำลังจะเปิดตัวที่มหานครนิวยอร์กเร็วๆนี้ และสามารถสร้างประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับผู้ที่ผ่านไปมา ได้มากกว่าการใช้สื่อใดๆ ทำการตลาดเพียงด้านเดียว หากผู้อ่านได้ติดตามบทความของเราที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องราวความมหัศจรรย์ที่เป็นมากกว่ายนตรกรรมของเลกซัสแล้วจะรู้สึกได้ว่าถ้อยคำที่ผู้ผลิตย้ำและสื่อสารอยู่ตลอดในคำว่า “Omotenashi” หรือความเอาใจใส่ขึ้นไปอีกขั้นตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คือปรัชญาเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้เลกซัสโดดเด่นและไม่เหมือนใครในความเรียบหรูมาตลอด 30 ปี และในวันนี้ปรัชญานั้นได้กำลังเข้ามาประชิดตัวเราอย่างเข้าไปอีกขั้นในโมเดลพื้นที่แบบใหม่ที่จะทำให้ตรงใจคนไทยมากกว่าที่เคยเป็นมาด้วยเอกลักษณ์แห่งศิลปะการทำมือที่ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนเพราะปรัชญาและวิสัยทัศน์ของเลกซัสไม่ได้เพียงมุ่งเน้นการสรรค์สร้างรถยนต์ที่เหนือชั้น แต่เป็นประสบการณ์ในชีวิตหลายๆ อย่างประกอบกันและในวันนี้วิสัยทัศน์นั้นได้ส่งออกไปอีกครั้งผ่านการเดินทางของพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่ สู่มหานครกรุงเทพในชื่อว่า “The L GALLERIA by LEXUS” แกลเลอรี่แสดงผลงานแห่งใหม่ใจกลางเมือง ที่เป็นมากกว่าแค่การเชื่อมโยงผู้คนและรถเข้าด้วยกัน เพราะเป็นการรวบยอดปรัชญาความคิดของเลกซัสที่มีมาตลอดอย่างเหนือชั้น ผ่านประสบการณ์ รูป รส กลิ่นเสียง และการสัมผัสอันเยี่ยมยอดที่จับต้องได้ ความเรียบหรูแต่ทรงพลังของเลกซัสไม่ได้ถูกนำเสนอผ่านวัสดุราคาแพงเทคโนโลยีล้ำอนาคตการออกแบบที่สะดวกสบาย หรือการใช้เชื้อเพลิงทดแทน แต่เป็นการมอบประสบการณ์ให้ผู้ใช้ด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในทุกๆ ด้าน สอดประสานกันอยู่ใน Omotenashi เพราะคำว่าเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือเครื่องจักร ล้วนต้องมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญในงานฝีมือ วัฒนธรรม และการเอาใจใส่ของมนุษย์ทุกอย่างล้วนคือการพัฒนาที่อยู่ในทุกอณูของเลกซัสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ณ The L GALLERIA by LEXUS แห่งนี้มีความพิเศษกว่าโดดเด่นที่การมอบประสบการณ์ที่หลอมรวมอยู่ใน Omotenashi ทั้ง 5 คือรูป รส กลิ่นเสียง และสัมผัส ที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้สึกเหล่านี้ได้ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง Sight ประสบการณ์แรกแห่งรูปลักษณ์บริเวณทางเดินของ The L GALLERIA by LEXUS นี้ ถูกถ่ายทอดออกมาโดยชัช ชัชวาล จันทโชติบุตร ช่างภาพคนไทยชื่อดังที่สร้างผลงานใหญ่ๆ มาแล้วทั่วโลก พ่วงด้วยตำแหน่งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ LEICA Thailand ปี 2016 ซึ่งภาพที่จัดแสดงใน The L GALLERIA by LEXUS นี้ได้ใช้คอนเซ็ปต์ที่ชื่อว่า Time, Shape and Reflection สะท้อนผลงานผ่าน 2 ตัวตนของเลกซัส ทั้งรถยนต์และผู้ขับขี่ซึ่งแนวคิดนี้ ได้เริ่มต้นจากความคิดที่ว่า องค์ประกอบหลัก และตัวแปรสำคัญในการสร้างสรรค์งานจากการสัมผัสรถจริงทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ LC 500, LS 500h และ RX 300 ออกมาเป็นทิศทางของการแสดงภาพที่ปราณีตและชัดเจนตามแบบฉบับ Omotenashi คุณชัชวาล  จันทโชติ (ชัช) Brand Ambassador LEICA Thailand 2016 Time ในมิติตัวรถคือภาพถ่ายของชัช ที่สะท้อนระยะเวลาในการบ่มเพาะและคิดสร้างสรรค์ความใส่ใจในทุกรายละเอียดออกมาได้อย่างดี ว่ากว่าจะมาเป็นรถยนต์เลกซัสสักคันหนึ่งนั้นใช้เวลานานเพียงใด และ Time ในมิติของผู้ใช้งานนั้น ภาพถ่ายของชัชสะท้อนออกมาในมุมมองของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารว่า ณ ขณะที่ใช้เวลาอยู่ในรถเลกซัสบนท้องถนนเป็นช่วงเวลาที่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเดินทางและเรียนรู้สมรรถนะตัวรถไปพร้อมๆ กัน ท้ายที่สุดคือการกลายเป็นช่วงเวลาของความสุนทรีย์ในทุกการเดินทาง Shape ถูกแสดงออกมาโดยเน้นการตกแต่งภายนอกของตัวรถ (Exterior) ทั้ง 3 รุ่นและสื่อสารออกมาแบบเส้นสายต่างๆ ที่บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสโดยเส้นโค้ง เว้า และรูปแบบของรถนั้นจะถูกถ่ายทอดออกไปยังผู้พบเห็นอย่างชัดเจน Reflection ของภาพถ่ายคือการสื่อสารถึงภาพสะท้อนของไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานรถยนต์เลกซัสโดยเน้นความเคลื่อนไหวของทั้งผู้ขับขี่และตัวรถไปพร้อมๆ กัน Taste ร้านกาแฟที่มุ่งมั่นเรื่องความพิถีพิถันและช่ำชองเรื่องนวัตกรรมแห่งเครื่องดื่มอย่าง EUREKA Nitro […]

Read

Lexus

LEXUS PARADIGM BEHIND BLOCKBUSTERS

การวางรากฐานเพื่ออนาคตด้วยความเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ สะท้อนจินตนาการผ่านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของเลกซัส รถยนต์ Lexus LC500 ในสี Structural Blue ยานพาหนะของตัวเอก ใน Black Panther (2018) แนวคิดของการ “มองไปข้างหน้า” ตั้งแต่วันแรกที่ให้กำเนิดรถยนต์ต้นแบบ เป็นอะไรที่จับต้องได้อย่างชัดเจนสำหรับรถยนต์แบรนด์หรูสัญชาติญี่ปุ่น เพราะน้อยครั้งที่เลกซัสได้เอ่ยปากเกี่ยวกับเรื่องราวเกียรติประวัติหรือตำนานในอดีตของการสร้างตัวตนในโลกใบนี้ต่างจากค่ายรถยุโรป แต่แทนที่ด้วยการค้นคว้า พัฒนา เติมเต็มและสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือกว่าในบริบทที่ว่าด้วยความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนแบบญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า Omotenashi ตั้งแต่เครื่องยนต์ไปจนกระทั่งความสะดวกสบายในการโดยสารขั้นสูงสุด ซึ่งก็นับว่าเป็นปรัชญาที่ไปด้วยกันกับวิสัยทัศน์ของรถยนต์แดนอาทิตย์อุทัยอย่างชัดเจน การสร้างแบรนด์เพื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง ฉีกกฎการทำตลาดรถยนต์แบบเดิมๆ คือกลยุทธ์หลักที่เลกซัสพยายามตามหาความสำเร็จอยู่ตลอดมา และในครั้งนี้ดูเหมือนว่ากำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการพุ่งเป้าปรับชุดความคิด (Mindset) ของผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นและการผันตัวให้อยู่เหนือกว่าตลาดรถยนต์ที่แข่งขันกันอย่างรุนแรงเพราะเลกซัสเชื่อเสมอว่าการปรับตัวให้เข้ากับเป้าหมายเหล่านั้นคือการวางรากฐานที่ดีในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ในระยะยาว มากกว่าที่จะสร้างความประทับใจแบบหวือหวาชั่วข้ามคืนอย่างที่มักจะเห็นกัน ทั้งนี้เพื่อพุ่งตรงไปสู่จุดหมายและหล่อเลี้ยงวิสัยทัศน์ในการผลิตจินตนาการให้เป็นรูปร่างโดยไม่เคยมีคำว่าปิดกั้นตราบใดที่วิศวกรและทีมออกแบบทุกคนเห็นภาพปลายทางที่ชัดเจนเป็นภาพเดียวกัน ต่อเนื่องจากแคมเปญที่เราจับมือกับ Lexus ตั้งแต่ปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ในบทความฉบับนี้ W.Ministry จะพาผู้อ่านเข้าสู่โลกจินตนาการแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ผ่านม้วมฟิล์มจอเงินที่ไม่ใช่เพียงการนำรถแห่งอนาคตมาเป็นตัวประกอบ แต่เป็นการฝังรากแนวคิดที่สื่อสารกับผู้ชมหัวก้าวหน้าได้อย่างเฉียบคม Imagination Brought to Films Major Valérian (รับบทโดย Dane DeHaan) ใน Valerian and the City of a Thousand Planets (2017) บ่อยครั้งที่เราเห็นยานพาหนะได้เข้าไปผนวกเข้ากับความบันเทิงในฟอร์มของภาพยนตร์มากกว่าสิ่งใดๆ เหตุก็เพราะเนื้อหาประเภทนี้มีคุณสมบัติครบรสทั้งในเชิงอารมณ์และแนวคิด ที่ถ่ายทอดผ่านภาพและเสียงที่บรรจุอยู่ในรูปแบบความบันเทิงแก่ผู้ชมยาวเกินกว่าชั่วโมง และรถสปอร์ตสุดสวยกับหนังแอ็คชั่นแทบจะเป็นอะไรที่แยกกันไม่ออก เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปยังภาพยนตร์แสนคลาสสิคอย่างสายลับ 007 ภาพของ เจมส์ บอนด์ควบ Aston Martin คันงาม ก็คงผุดขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย หรือ Ford Mustang Fastback สีเขียวมรกตที่Steve McQueen ขับในเรื่อง Bullitt หรือจะเป็น Audi สีดำขลับที่ขับโดยโทนี่ สตาร์คใน Iron Man และอีกมากมาย ทว่าเลกซัสถือเป็นผู้นำในการออกแบบสมการลักษณะนี้ โดยการพาไอเดียเข้าใกล้โลกอนาคตที่สุด หนึ่งตัวอย่างที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุดเห็นจะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ–ไฟผลงานของยอดผู้กำกับ Luc Besson ในฉากนี้ Major Valérian (แสดงโดย Dane DeHaan) ตัวเอกของเรื่อง กำลังควบคุมเครื่องยนต์ “สกายเจ็ท” ยานอวกาศที่ออกแบบโดยเลกซัส ที่เขาขับไล่กวดยานของคู่ต่อสู้จนค่อยๆ พังลงทีละลำ เรียกคะแนนอย่างอ้อมๆจากคนดูได้ไม่น้อยในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย นี่ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีอธิบายแนวคิดสร้างสรรค์ในผลงานยนตรกรรมที่ไร้ขีดจำกัด เพื่อให้ผู้ชมตระหนักถึงจินตนาการความกล้าหาญอันท้าทายในผลผลิตทางความคิดชิ้นใหญ่นี้ของเลกซัส Futuristic Pop Culture Lexus 2054 ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ–ไฟ Minority Report (2002) เลกซัสได้เฉิดฉายควบคู่วัฒนธรรมความบันเทิงตั้งแต่ช่วงรอยต่อของสหัสวรรษใหม่ ความตื่นตัวทางเทคโนโลยีของผู้คนผ่านหัวเลี้ยวสำคัญของเวลาช่วงยุค 2000’s เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด ในปี 2002 ผู้กำกับ Steven Spielberg ซึ่งเป็นผู้ใช้รถยนต์เลกซัสอยู่แล้วนั้น ได้ติดต่อไปยังเลกซัสเพื่อขอให้ออกแบบยานพาหนะที่รองรับกับโลกในปี 2054 สำหรับ Minority Report ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นที่เขียนโดย Philip K. Dick และสิ่งประดิษฐ์ที่ออกมาตามบัญชาของ Spielberg นั้น คือรถยนต์ต้นแบบสุดล้ำที่มีรูปลักษณ์โค้งมนเป็นจุดเด่น“Lexus 2054” มีโครงสร้างทนทานต่อแรงชนกระแทก พ่วงด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบ Fuel Cells และระบบควบคุมความปลอดภัยแบบไบโอเมทริกซ์ตามสไตล์รถยนต์จากโลกอนาคต โมเดลนี้ยังประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นในจินตนาการที่คิดๆไปก็ดูไม่ไกลเกินความจริงเมื่อเรามองจากปี 2018 อาทิ โหมดไร้คนขับ ที่สามารถรับคำสั่งแบบเสียง และคัดสรรเสียงดนตรีในห้องโดยสารเพื่อให้เหมาะกับสถาวะอารมณ์ขณะนั้นของคนนั่งเป็นการพาเอาหลักคิดแบบ Omotenashi ของเลกซัสไปอยู่ในบริบทของปี 2054 ได้อย่างแนบเนียน ซึ่งในเวลาต่อมา Lexus 2054 ออกปรากฏตัวทั้งในภาพยนตร์เอง และตามงานออโต้โชว์ต่างๆ จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก จริงอยู่ว่าวัฒนธรรมกระแสนิยมหรือ Pop […]

Read

preloader