The Edit

Horology

Horology

Horology

ICONIC MILITARY WATCHES

เครื่องบอกเวลาที่ชี้เป็นชี้ตาย อุปกรณ์ประจำกายของชายชาติทหาร นี่คือ 3 นาฬิกาข้อมือรุ่นประวัติศาตร์ที่สร้างชื่อจากสมรภูมิ

Read

Horology

BLANCPAIN AND SÜHRING CELEBRATE THE ART OF LIVING

เรื่องราวของการรังสรรค์เรือนเวลาและศาสตร์การปรุงอาหารขั้นสูง

Read

Horology

HAMILTON INTRODUCES BROADWAY GMT FOR THE URBAN TRAVELER

ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึงโทรอนโต
นี่คือเรื่องราวของนาฬิกาข้อมือและการแต่งกายในแบบ City
สำหรับผู้ชายที่มีเวลาจำกัดแต่มากด้วยสไตล์

Read

Horology

FIVE WATCHES UNDER 50,000 BAHT WORTH COLLECTING

นาฬิกาน่าสะสมทั้งห้าเรือน ภายใต้งบประมาณที่เอื้อมถึงได้

Read

Horology

WATCHES WE LOVE FROM SIHH 2019

ทั้งแบรนด์ใหญ่และแบรนด์อิสระ นี่คือทั้ง 5 เรือนที่เราหยุดนึกถึงไม่ได้

Read

Query & Advice

HOW TO CLASSIFY LUXURY WATCHES IN 30 SECONDS

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ใหม่ “Query & Advice”
พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

Horology

HOW TO DRESS SHARP WITH CARTIER TANK

รถถังทรงเสน่ห์อันไร้กาลเวลา
ขั้นกว่าของเรื่องราว รสนิยม และวิถีทางที่เหมาะสม

Read

Horology

SKY IS THE LIMIT

ที่ความสูงสามหมื่นกว่าฟุตในห้วงความเงียบของกำแพงเสียง เวลาที่เที่ยงตรงและการตัดสินใจที่เฉียบขาด คือทุกสิ่ง บทความโดย Suwicha Sangkayoolakul, Features Editor, W.Ministry ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W.Ministry วิดีโอโดย Chananchida Vithvatchutikul, Visual Designer, W.Ministry เราออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ในวันพฤหัสบดี วิ่งตรงไปที่พิพิธภัณฑ์ทหารอากาศที่ตั้งเด่นอยู่แถวดอนเมือง เราจ้องมองเครื่องบินรบหลายสิบลำด้วยความฝันและความรู้สึกที่ว่า ถ้าวันหนึ่งเราได้มีโอกาสเป็นผู้ขับเครื่องบินรบเหล่านี้ ความรู้สึกที่ได้นั้นจะเป็นอย่างไรกัน แต่การขึ้นบินหาใช่ภารกิจหลักของเราในวันนี้ เพราะเหตุที่เราดั้นด้นมาถึงที่นี่ คือเพื่อพูดคุยกับนักบินเครื่องบินรบสมรรถนะสูงจากกองทัพอากาศไทย เรืออากาศเอก สหดล กิจชระโยธิน (เบสท์) เพื่อให้เขาได้ถ่ายทอดมุมมองในฐานะนักบินขับไล่ ที่มีน้อยคนนักจะมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในค็อกพิทของเครื่องบินที่บินอยู่เหนือความสูงกว่าสามหมื่นฟุต สายตาจับไปที่เส้นขอบฟ้า และบังคับเครื่องทยานผ่านกำแพงเสียง ที่รอบกายเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงเต้นของหัวใจเท่านั้น ขั้นตอนการผลิตนักบินแต่ละคนของกองทัพอากาศไม่ใช่เรื่องง่าย นักบินทหารต้องเริ่มตั้งแต่เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร จากนั้นก็เป็นโรงเรียนนายเรืออากาศ ต่อด้วยการเป็นศิษย์การบินในโรงเรียนการบินที่กำแพงแสนแล้วจึงค่อยเลือกตามความเหมาะสมและคะแนนที่ได้หรือตามรูปแบบที่เราชอบ ซึ่งแบ่งเป็นหลักๆ เป็นสามแบบคือเครื่องบินรบหรือไฟเตอร์ เครื่องบินลำเลียง และเครื่องบินฮอฯ (เฮลิคอปเตอร์) ซึ่งในส่วนของคุณเบสท์ คือเลือกที่จะขับเครื่องบินรบนั่นเอง “นักบินรบสมรรถนะสูงทุกคนจะต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และเวลา นั่นหมายถึงการดูแลรักษาร่างกาย อีกทั้งการฝึกสมาธิ เพราะเมื่อเราอยู่บนเครื่องบินรบสมรรถนะสูงนั้น เราต้องลืมเรื่องรบกวนจิตใจอื่นๆไปให้หมดเสียก่อน เพื่อที่จะมุ่งสมาธิทั้งหมดที่มี มาทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง ในเรื่องของการใช้เวลาแต่ละวันนั้น ผมต้องตื่นแต่เช้ามาทบทวนความรู้ อ่านหนังสือ เหมือนกับการลับมีดให้คม เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียวระหว่างปฏิบัติภารกิจ เพราะความผิดพลาดเพียงน้อยนิดอาจส่งผลถึงชีวิตตัวเองและคนอื่นๆ” เครื่องบินรบสมรรถนะสูงลำหนึ่งสามารถทำความเร็วได้ถึง 1-2 เท่าของความเร็วเสียง “ครั้งหนึ่งเคยมีคนถามผมว่า เห็นคุณเบสท์ชอบขับรถสปอร์ตที่มีความเร็วสูง แล้วรถในดวงใจคือคันไหน ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ตอบไม่ค่อยถูก นึกถึงเวลาพาตัวเองเคลื่อนที่ที่ความเร็วเกินหนึ่งมัค (หน่วยความเร็วเสียง) ทุกครั้งที่บิน แล้วตอบอย่างลังเลว่า ไม่มั่นใจว่าคำตอบที่เด็ดขาดนั้นจะเป็นรถคันไหน เพราะผมได้เคยสัมผัสกับความเร็วระดับที่เรียกว่า เร็วสุดขีดมาแล้ว” “ ตอนนั้นครูที่ฝึกบอกว่า อยากจะพาไปให้เห็นเส้นขอบฟ้า ที่ความสูงสามหมื่นเกือบสี่หมื่นฟุตได้ ผมเห็นขอบฟ้าแล้ว มันเป็นครั้งแรกที่ประจักษ์ต่อสายตาตัวเองว่าโลกมันกลมจริงๆ เมื่อเร่งเครื่องจนบินผ่านความเร็วเสียง ทุกอย่างมันเงียบ ในท้องฟ้ามันว่างเปล่าทั้งหมด จุดที่เราเร็วกว่าเสียง ผมรู้ในตอนนั้น ว่าในที่สุดผมได้หนีเสียงแม่บ่นแล้ว.. ” เราย้อนถามไปถึงแรงบันดาลใจของคุณเบสท์ในฐานะนักบิน เขายิ้มตอบเราว่า “ผมแค่ชอบเล่นเครื่องบินบังคับตอนเด็กๆ ไม่เคยมีความคิดจะมาเป็นทหารเลยแต่อย่างใด จนวันหนึ่งคุณพ่อให้ลองไปสอบดู ปรากฏว่าสอบติดและได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร แน่นอนว่าปีแรกๆ โหดมาก โดนรุ่นพี่ซ่อมตลอด แต่เราก็เข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องของการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ความรู้สึกท้อแท้อยากกลับบ้านเริ่มกลายเป็นความรักและเคารพในสถาบัน คิดในใจแบบเด็กผู้ชายอายุ 17 ว่านี่ก็สบโอกาสที่เราจะได้ลองหนีเสียงบ่นของคุณแม่ดูสักทีหนึ่ง ภายหลังมารู้ตัวอีกทีผมก็อยู่ในค็อกพิทของเครื่องบินรบแล้ว” ด้วยความสงสัยของผู้คนที่เคยบินแต่เครื่องบินโดยสารไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราให้เขาช่วยเล่าถึงประสบการณ์ตอนขับเดี่ยวพาเครื่องบินรบเคลื่อนที่ทะลุผ่านกำแพงเสียง ว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่ คุณเบสท์เฉลยข้อสงสัยในแบบฉบับพลเมืองให้เราฟังคร่าวๆ “ตอนนั้นครูที่ฝึกบอกว่า อยากจะพาไปให้เห็นเส้นขอบฟ้าเขาบินลำหนึ่ง ผมบินอยู่อีกลำหนึ่ง ที่ความสูงสามหมื่นเกือบสี่หมื่นฟุตได้ ผมเห็นขอบฟ้าแล้ว มันเป็นครั้งแรกที่ประจักษ์ต่อสายตาตัวเองว่าโลกมันกลมจริงๆ เมื่อเร่งเครื่องจนบินผ่านความเร็วเสียง ทุกอย่างมันเงียบ ในท้องฟ้ามันว่างเปล่าทั้งหมด แล้วก็ผ่านไปเหมือนผ่านความเร็วความเร็วหนึ่ง เรารู้แล้วว่าเราผ่านความเร็วเสียงมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นในแบบที่คาดหวังไว้ แต่มันเป็นความรู้สึกที่บอกว่าเราได้สัมผัสจุดนี้แล้วนะจุดที่เราเร็วกว่าเสียง ผมรู้ในตอนนั้น ว่าในที่สุดผมได้หนีเสียงแม่บ่นแล้ว..” ว่ากันว่าไม่มีการเดินทางวิธีไหนปลอดภัยเท่าเครื่องบิน ยิ่งเป็นเครื่องบินรบด้วยแล้ว การวางแผนอย่างรอบคอบคือทุกสิ่ง “ปกติแล้ว แม้เราใช้เวลาบินในแต่ละครั้งประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งจำเป็น  เราต้องวางแผนและคาดคะเนเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยจะทำอย่างไร ถ้าลงสนามบินไม่ได้ต้องไปไหน ถ้าเกิดเหตุการณ์ขัดข้องวิทยุคุยกับภาคพื้นไม่ได้ จะต้องทำอย่างไร ต้องวางแผนล่วงหน้าไว้ทั้งหมด” “ หากการทิ้งระเบิดคลาดเคลื่อนไปหนึ่งวินาที นั่นหมายถึงการพลาดเป้าไปไกลถึงหลักกิโลเมตร ฉะนั้นหนึ่งวินาทีบนฟ้าไปไกลมาก เวลาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราต้องทำงานด้วยตลอด ” สำหรับนักบิน ไม่ว่าจะทำอะไร พวกเขาทำเป็นวินาที เพราะในค็อกพิททุกวินาทีมีความหมาย พลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว และนี่ไม่ใช่เพียงคำพูดเปรียบเปรย “หากการทิ้งระเบิดคลาดเคลื่อนไปหนึ่งวินาที นั่นหมายถึงการพลาดเป้าไปไกลถึงหลักกิโลเมตร ฉะนั้นหนึ่งวินาทีบนฟ้าไปไกลมาก เวลาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราต้องทำงานด้วยตลอด นาฬิกาที่ใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างไม่ต้องสงสัย นาฬิกาสำหรับนักบินจะต้องมีความเที่ยงตรงแม่นยำ ทนต่อสภาพสภาวะในที่สูง และมีความสามารถที่จะทนทานความดันอากาศต่ำๆ ได้” เราลองเดินขึ้นเครื่องบินลำเลียงลำหนึ่ง เพื่อให้คุณเบสท์ลองสาธิตขั้นตอนการนำเครื่องขึ้น ก่อนที่จะให้เขาทิ้งทวนถึงความสำคัญของเครื่องบินแต่ละแบบ และความภาคภูมิใจที่ได้เป็นนักบินรบกริพเพน ชายชาติทหารผู้นี้กล่าวกับเราอย่างสุขุมว่า “เครื่องบินทุกแบบมีความสำคัญต่อหน้าที่ของมันหมด ผมไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าเครื่องบินลำไหนดีกว่าลำอื่น และก็ไม่ใช่แค่นักบินที่จะเป็นพระเอกในการปฏิบัติหน้าที่ ทุกๆส่วนตั้งแต่ตัวนักบินรวมไปจนถึงเจ้าหน้าที่คนสุดท้าย ล้วนมีส่วนขับเคลื่อนความสำเร็จของทุกภารกิจ เครื่องบินกริพเพน ถือเป็นเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะสูงมาก มีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในหลายๆด้าน มีฟังก์ชั่นที่เหนือกว่ามาตรฐานอยู่พอสมควร มีความสามารถในการระบุตำแหน่ง ไม่ว่าข้าศึกจะอยู่ตรงไหน ทำให้เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการฝึกในการรบได้มากขึ้น” เราไม่เคยมองเห็นเส้นขอบฟ้าจากความสูงสามหมื่นฟุต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราไม่เคยมีโอกาสที่จะเคลื่อนตัวทะลุผ่านกำแพงเสียง แต่เพียงการพูดคุยสั้นๆ ในช่วงบ่ายของวันนี้ เราก็มองเห็นเส้นขอบฟ้าทุกครั้งที่หลับตาเสียแล้ว ร.อ. สหดล สวมนาฬิกา Hamilton รุ่น Khaki X-Wind Auto Chrono ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ อ่านเกี่ยวกับเรื่องราวเกียรติประวัติในโลกการบินของ Hamilton ได้ ที่นี่

Read

Horology

5 WATCHES TO BUY FOR UNDER 200,000 BAHT

ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกาของเราเผย 5 รายชื่อนาฬิกา ที่จัดว่าน่าซื้อ ภายในกรอบงบประมาณหกหลักต้นๆ

Read

Horology

HAMILTON CELEBRATES 100 YEARS OF TIMING THE SKIES

แบรนด์อเมริกันเฉลิมฉลองการเป็นสุดยอดแห่งนาฬิกาเจ้าเวหา ด้วยโมเดลเฉพาะที่ตอกย้ำความสำเร็จของพวกเขาตลอดหนึ่งศตวรรษเต็ม Hamilton มีความเชื่อมโยงกับการเดินทางบนท้องฟ้าหรือเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเจ้าเวหาต่างๆมาช้านาน หากมองย้อนกลับไปในปี 1914 แบรนด์ Hamilton ก็สามารถสร้างชื่อให้ตนเองด้วยการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ผลิตและผู้ส่งมอบนาฬิกาให้แก่กองทัพสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ได้รับความไว้ใจจากกองทัพสหรัฐฯ ก่อนที่ในปี 1918 จะได้รับการคัดเลือกให้ใช้บนเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากวอชิงตันไปยังนิวยอร์กโดยกรมไปรษณีย์กลางสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของวงการการบินที่จะเป็นที่จดจำไปอีกนานแสนนาน แน่นอนว่าชื่อของ Hamilton ปรากฎให้เห็นเด่นชัดอย่างสง่างามอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์นี้ด้วยเช่นกันและหากจะว่าไปแล้ว Hamilton ก็สั่งสมชื่อเสียงในแวดวงดังกล่าวไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว ในบทความนี้เราจะมามองย้อนกลับไปที่ความสำเร็จในอดีต พร้อมการชื่นชมปัจจุบันที่งดงาม และเฝ้ารออนาคตของ Hamilton ที่จะแบ่งบานไปพร้อมๆ กัน  Hamilton Watch Company in Lancaster (1892) Hamilton เริ่มต้นทุกอย่างขึ้นในปี 1892 โดยการก่อตั้งบริษัทผู้เชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาความเที่ยงตรงสูงที่แลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่า Hamilton ในยุคนั้นมีชื่อเสียงด้านความเที่ยงตรงเป็นอันดับแรกๆ ของโลก และด้วยเหตุนี้ทำให้ Hamilton ได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลของสหรัฐฯ ในหลายๆหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการคมนาคม ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อบริบทการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐฯ และประเทศมหาอำนาจต่างๆ Hamilton สามารถสร้างความแตกต่างให้กับการเดินทางด้วยรถไฟ ถึงแม้ว่าในบริษัทจะผลิตได้เพียงนาฬิกาพกเท่านั้น โดย Hamilton ได้รับเลือกเป็นนาฬิกาประจำการเดินรถไฟก่อนที่ในสมัยต่อมาการคมนาคมพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การเดินทางโดยเครื่องบินเข้ามาแทนที่การเดินทางโดยรถไฟ แต่ Hamilton ก็ยังคงแสดงแสนยานุภาพอันเที่ยงตรงที่เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของตนได้อย่างสง่างามเสมอมา การส่งมอบนาฬิกา Hamilton เพื่อใช้จับเวลาในการเดินทางทางเครื่องบิน (1918)  อย่างที่กล่าวไปข้างต้นในย่อหน้าแรก ว่าด้วยการเดินทางในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ จากวอร์ซิงตัน ดีซี ฟิลาเดลเฟียและ นิวยอร์ก ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสื่อสาร (ด้วยกรมไปรษณีย์กลางสหรัฐฯ) และยุคทองของการคมนาคมด้วยเครื่องบิน ผ่านการจับเวลาและเครื่องมือที่จำเป็นยิ่งต่อการควบคุมเครื่องบินของทั้งผู้ขับและผู้ช่วยผู้ขับ โดยอาศัยความร่วมมือของ Hamilton ทำให้สิ่งที่เป็นไปได้ยาก เกิดขึ้นได้จริง เป็นที่ทราบกันดีว่าความเที่ยงตรงในการจับเวลา มีความสำคัญต่อการเดินทางด้วยเครื่องบินถึงเพียงไหน แต่นอกเหนือจากความเที่ยงตรงแม่นยำดังกล่าว ความกล้าหาญในการที่จะเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมรวมถึงจิตวิญญาณแห่งนักผจญภัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Hamilton ไม่เคยจะทอดทิ้งไป ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปถึงเพียงไหนก็ตาม Hamilton ของพลเรือเอกริชาร์ด อี เบิร์ด ในการเดินทางสำรวจขั้วโลกเหนือและแอนตาร์กติกา (1926 – 1928) นอกจากการได้รับการคัดเลือกจากกองทัพ และกรมไปรษณีย์กลางของสหรัฐฯแล้ว Hamilton ยังคงโดดเด่นและสร้างชื่อเสียงผ่านการเดินทางต่างๆ อีกบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางตะลุยขั้วโลกเหนือครั้งแรกของ พลเรือเอกริชาร์ด อี เบิร์ดด้วยเครื่องบินFokker F.VIIa/3m Tri-motor และ นาฬิกา Hamilton ในปี 1926 และความสำเร็จในการเดินทางดังกล่าว ก็ทำให้นาฬิการุ่นต่อๆ มาของ Hamilton ยังได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดสำหรับการเดินทางในครั้งต่อๆ มา อาทิ การสำรวจแอนตาร์กติกาด้วยเรือสองลำและเครื่องบินอีกสามเป็นครั้งแรกของริชาร์ด อี เบิร์ด ผู้เดิมในราวปี 1928 ความเที่ยงตรงของ Hamilton ขจรกระจายไปไวพร้อมๆ กับการสำรวจโลกทางเครื่องบินของสหรัฐฯ และยิ่งได้รับความมั่นใจจากการบินในภาคเอกชน อาทิ การได้รับการรับเลือกเป็นนาฬิกาประจำสายการบินหลักทั้งสี่สายของสหรัฐฯ ในราวช่วงปี 1930 และ และเป็นผู้จับเวลาเที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่บินข้ามเมืองชายฝั่งจรดชายฝั่งแบบไม่หยุดพักจากนิวยอร์กไปยังซานฟรานซิสโกอีกด้วย ในสมัยต่อมา ไม่ว่าจะเป็นการบินของการทัพในภาครัฐการบินภาคเอกชน ไปจนถึงหน่วยกู้ภัยทางอากาศและเหล่านักบินผาดแผลง ต่างก็มี Hamilton เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางด้วยเสมอ ด้านล่างนี้คือหลักฐานสำคัญที่จะเน้นย้ำเกียรติประวัติด้าน Aviation ของแบรนด์จากสหรัฐฯ Khaki X-Wind คือโมเดลตัวเอกที่ประทับบทบาทอมตะของ Hamilton กับโลกการบิน The classic Khaki X-Wind Hamilton X-Wind Auto Chronograph มาพร้อมฟังก์ชั่นการคำนวณองศาทางเดินลมรุ่นแรกของโลก จึงสามารถช่วยให้นักบินคำนวณและจดบันทึกทิศทางเดินลมในการเดินทางได้อย่างเที่ยงตรง ตัวเรือนเป็นสเตนเลส มาพร้อมกลไกระบบขึ้นลานอัตโนมัติรหัส H-21 สำรองกำลังลานสูงสุด 60 ชั่วโมง หน้าปัดออกแบบให้ดูคล้ายอุปกรณ์การบินบนแผงหน้าปัดควบคุมในห้องนักบิน ตัวเลขขนาดใหญ่พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® หน้าปัดทดเวลา 30 นาที ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และตำแหน่งทดเวลา 12 ชั่วโมงที่ 12 นาฬิกา พร้อมหน้าต่างแสดงวันและวันที่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา กระจกคริสตัลแซฟไฟร์พร้อมสารเคลือบป้องกันแสงสะท้อนสองชั้น พร้อมสายหนังสีน้ำตาลอ่อน ถึงเป็นเรือนแรกเริ่มของรุ่น Khaki X-Wind ที่สร้างแสงบันดาลใจให้นาฬิการุ่นอื่นๆ ในเวลาต่อมา The latest iteration Khaki […]

Read

preloader