The Edit

Horology

Horology

The Read

18 December, 2019

W. MINISTRY x ORIENT STAR: EVERYDAY LUXURY

คุณณิกษ์และคุณกาย สองผู้เชี่ยวชาญจากต่างวงการพูดถึงคอนเซปต์ Luxury ที่มีได้ทุกวัน

Read

Horology

28 November, 2019

THE URBAN ISLANDER TAKES THE ALPINERX OUT FOR A SWIM

สำหรับผู้ชายที่มีไลฟ์สไตล์สองขั้วอย่างคุณวิน วินชนะ พฤกษานานนท์ นาฬิกา AlpinerX คือผู้ช่วยบนข้อมือที่เรายืนยันว่าเหมาะสมที่สุด

Read

Horology

31 October, 2019

ICONIC MILITARY WATCHES

เครื่องบอกเวลาที่ชี้เป็นชี้ตาย อุปกรณ์ประจำกายของชายชาติทหาร นี่คือ 3 นาฬิกาข้อมือรุ่นประวัติศาตร์ที่สร้างชื่อจากสมรภูมิ

Read

Horology

20 August, 2019

BLANCPAIN AND SÜHRING CELEBRATE THE ART OF LIVING

เรื่องราวของการรังสรรค์เรือนเวลาและศาสตร์การปรุงอาหารขั้นสูง

Read

Horology

11 March, 2019

HAMILTON INTRODUCES BROADWAY GMT FOR THE URBAN TRAVELER

ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึงโทรอนโต
นี่คือเรื่องราวของนาฬิกาข้อมือและการแต่งกายในแบบ City
สำหรับผู้ชายที่มีเวลาจำกัดแต่มากด้วยสไตล์

Read

Horology

28 February, 2019

FIVE WATCHES UNDER 50,000 BAHT WORTH COLLECTING

นาฬิกาน่าสะสมทั้งห้าเรือน ภายใต้งบประมาณที่เอื้อมถึงได้

Read

Horology

2 February, 2019

WATCHES WE LOVE FROM SIHH 2019

ทั้งแบรนด์ใหญ่และแบรนด์อิสระ นี่คือทั้ง 5 เรือนที่เราหยุดนึกถึงไม่ได้

Read

Query & Advice

26 October, 2018

CLASSIFY LUXURY WATCHES IN 30 SECONDS

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ใหม่ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

Horology

18 September, 2018

HOW TO DRESS SHARP WITH CARTIER TANK

รถถังทรงเสน่ห์อันไร้กาลเวลา
ขั้นกว่าของเรื่องราว รสนิยม และวิถีทางที่เหมาะสม

Read

Horology

2 August, 2018

SKY IS THE LIMIT

ที่ความสูงสามหมื่นกว่าฟุตในห้วงความเงียบของกำแพงเสียง เวลาที่เที่ยงตรงและการตัดสินใจที่เฉียบขาด คือทุกสิ่ง บทความโดย Suwicha Sangkayoolakul, Features Editor, W.Ministry ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W.Ministry วิดีโอโดย Chananchida Vithvatchutikul, Visual Designer, W.Ministry เราออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ในวันพฤหัสบดี วิ่งตรงไปที่พิพิธภัณฑ์ทหารอากาศที่ตั้งเด่นอยู่แถวดอนเมือง เราจ้องมองเครื่องบินรบหลายสิบลำด้วยความฝันและความรู้สึกที่ว่า ถ้าวันหนึ่งเราได้มีโอกาสเป็นผู้ขับเครื่องบินรบเหล่านี้ ความรู้สึกที่ได้นั้นจะเป็นอย่างไรกัน แต่การขึ้นบินหาใช่ภารกิจหลักของเราในวันนี้ เพราะเหตุที่เราดั้นด้นมาถึงที่นี่ คือเพื่อพูดคุยกับนักบินเครื่องบินรบสมรรถนะสูงจากกองทัพอากาศไทย เรืออากาศเอก สหดล กิจชระโยธิน (เบสท์) เพื่อให้เขาได้ถ่ายทอดมุมมองในฐานะนักบินขับไล่ ที่มีน้อยคนนักจะมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในค็อกพิทของเครื่องบินที่บินอยู่เหนือความสูงกว่าสามหมื่นฟุต สายตาจับไปที่เส้นขอบฟ้า และบังคับเครื่องทยานผ่านกำแพงเสียง ที่รอบกายเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงเต้นของหัวใจเท่านั้น ขั้นตอนการผลิตนักบินแต่ละคนของกองทัพอากาศไม่ใช่เรื่องง่าย นักบินทหารต้องเริ่มตั้งแต่เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร จากนั้นก็เป็นโรงเรียนนายเรืออากาศ ต่อด้วยการเป็นศิษย์การบินในโรงเรียนการบินที่กำแพงแสนแล้วจึงค่อยเลือกตามความเหมาะสมและคะแนนที่ได้หรือตามรูปแบบที่เราชอบ ซึ่งแบ่งเป็นหลักๆ เป็นสามแบบคือเครื่องบินรบหรือไฟเตอร์ เครื่องบินลำเลียง และเครื่องบินฮอฯ (เฮลิคอปเตอร์) ซึ่งในส่วนของคุณเบสท์ คือเลือกที่จะขับเครื่องบินรบนั่นเอง “นักบินรบสมรรถนะสูงทุกคนจะต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และเวลา นั่นหมายถึงการดูแลรักษาร่างกาย อีกทั้งการฝึกสมาธิ เพราะเมื่อเราอยู่บนเครื่องบินรบสมรรถนะสูงนั้น เราต้องลืมเรื่องรบกวนจิตใจอื่นๆไปให้หมดเสียก่อน เพื่อที่จะมุ่งสมาธิทั้งหมดที่มี มาทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง ในเรื่องของการใช้เวลาแต่ละวันนั้น ผมต้องตื่นแต่เช้ามาทบทวนความรู้ อ่านหนังสือ เหมือนกับการลับมีดให้คม เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียวระหว่างปฏิบัติภารกิจ เพราะความผิดพลาดเพียงน้อยนิดอาจส่งผลถึงชีวิตตัวเองและคนอื่นๆ” เครื่องบินรบสมรรถนะสูงลำหนึ่งสามารถทำความเร็วได้ถึง 1-2 เท่าของความเร็วเสียง “ครั้งหนึ่งเคยมีคนถามผมว่า เห็นคุณเบสท์ชอบขับรถสปอร์ตที่มีความเร็วสูง แล้วรถในดวงใจคือคันไหน ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ตอบไม่ค่อยถูก นึกถึงเวลาพาตัวเองเคลื่อนที่ที่ความเร็วเกินหนึ่งมัค (หน่วยความเร็วเสียง) ทุกครั้งที่บิน แล้วตอบอย่างลังเลว่า ไม่มั่นใจว่าคำตอบที่เด็ดขาดนั้นจะเป็นรถคันไหน เพราะผมได้เคยสัมผัสกับความเร็วระดับที่เรียกว่า เร็วสุดขีดมาแล้ว” “ ตอนนั้นครูที่ฝึกบอกว่า อยากจะพาไปให้เห็นเส้นขอบฟ้า ที่ความสูงสามหมื่นเกือบสี่หมื่นฟุตได้ ผมเห็นขอบฟ้าแล้ว มันเป็นครั้งแรกที่ประจักษ์ต่อสายตาตัวเองว่าโลกมันกลมจริงๆ เมื่อเร่งเครื่องจนบินผ่านความเร็วเสียง ทุกอย่างมันเงียบ ในท้องฟ้ามันว่างเปล่าทั้งหมด จุดที่เราเร็วกว่าเสียง ผมรู้ในตอนนั้น ว่าในที่สุดผมได้หนีเสียงแม่บ่นแล้ว.. ” เราย้อนถามไปถึงแรงบันดาลใจของคุณเบสท์ในฐานะนักบิน เขายิ้มตอบเราว่า “ผมแค่ชอบเล่นเครื่องบินบังคับตอนเด็กๆ ไม่เคยมีความคิดจะมาเป็นทหารเลยแต่อย่างใด จนวันหนึ่งคุณพ่อให้ลองไปสอบดู ปรากฏว่าสอบติดและได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร แน่นอนว่าปีแรกๆ โหดมาก โดนรุ่นพี่ซ่อมตลอด แต่เราก็เข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องของการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ความรู้สึกท้อแท้อยากกลับบ้านเริ่มกลายเป็นความรักและเคารพในสถาบัน คิดในใจแบบเด็กผู้ชายอายุ 17 ว่านี่ก็สบโอกาสที่เราจะได้ลองหนีเสียงบ่นของคุณแม่ดูสักทีหนึ่ง ภายหลังมารู้ตัวอีกทีผมก็อยู่ในค็อกพิทของเครื่องบินรบแล้ว” ด้วยความสงสัยของผู้คนที่เคยบินแต่เครื่องบินโดยสารไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราให้เขาช่วยเล่าถึงประสบการณ์ตอนขับเดี่ยวพาเครื่องบินรบเคลื่อนที่ทะลุผ่านกำแพงเสียง ว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่ คุณเบสท์เฉลยข้อสงสัยในแบบฉบับพลเมืองให้เราฟังคร่าวๆ “ตอนนั้นครูที่ฝึกบอกว่า อยากจะพาไปให้เห็นเส้นขอบฟ้าเขาบินลำหนึ่ง ผมบินอยู่อีกลำหนึ่ง ที่ความสูงสามหมื่นเกือบสี่หมื่นฟุตได้ ผมเห็นขอบฟ้าแล้ว มันเป็นครั้งแรกที่ประจักษ์ต่อสายตาตัวเองว่าโลกมันกลมจริงๆ เมื่อเร่งเครื่องจนบินผ่านความเร็วเสียง ทุกอย่างมันเงียบ ในท้องฟ้ามันว่างเปล่าทั้งหมด แล้วก็ผ่านไปเหมือนผ่านความเร็วความเร็วหนึ่ง เรารู้แล้วว่าเราผ่านความเร็วเสียงมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นในแบบที่คาดหวังไว้ แต่มันเป็นความรู้สึกที่บอกว่าเราได้สัมผัสจุดนี้แล้วนะจุดที่เราเร็วกว่าเสียง ผมรู้ในตอนนั้น ว่าในที่สุดผมได้หนีเสียงแม่บ่นแล้ว..” ว่ากันว่าไม่มีการเดินทางวิธีไหนปลอดภัยเท่าเครื่องบิน ยิ่งเป็นเครื่องบินรบด้วยแล้ว การวางแผนอย่างรอบคอบคือทุกสิ่ง “ปกติแล้ว แม้เราใช้เวลาบินในแต่ละครั้งประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งจำเป็น  เราต้องวางแผนและคาดคะเนเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยจะทำอย่างไร ถ้าลงสนามบินไม่ได้ต้องไปไหน ถ้าเกิดเหตุการณ์ขัดข้องวิทยุคุยกับภาคพื้นไม่ได้ จะต้องทำอย่างไร ต้องวางแผนล่วงหน้าไว้ทั้งหมด” “ หากการทิ้งระเบิดคลาดเคลื่อนไปหนึ่งวินาที นั่นหมายถึงการพลาดเป้าไปไกลถึงหลักกิโลเมตร ฉะนั้นหนึ่งวินาทีบนฟ้าไปไกลมาก เวลาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราต้องทำงานด้วยตลอด ” สำหรับนักบิน ไม่ว่าจะทำอะไร พวกเขาทำเป็นวินาที เพราะในค็อกพิททุกวินาทีมีความหมาย พลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว และนี่ไม่ใช่เพียงคำพูดเปรียบเปรย “หากการทิ้งระเบิดคลาดเคลื่อนไปหนึ่งวินาที นั่นหมายถึงการพลาดเป้าไปไกลถึงหลักกิโลเมตร ฉะนั้นหนึ่งวินาทีบนฟ้าไปไกลมาก เวลาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราต้องทำงานด้วยตลอด นาฬิกาที่ใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างไม่ต้องสงสัย นาฬิกาสำหรับนักบินจะต้องมีความเที่ยงตรงแม่นยำ ทนต่อสภาพสภาวะในที่สูง และมีความสามารถที่จะทนทานความดันอากาศต่ำๆ ได้” เราลองเดินขึ้นเครื่องบินลำเลียงลำหนึ่ง เพื่อให้คุณเบสท์ลองสาธิตขั้นตอนการนำเครื่องขึ้น ก่อนที่จะให้เขาทิ้งทวนถึงความสำคัญของเครื่องบินแต่ละแบบ และความภาคภูมิใจที่ได้เป็นนักบินรบกริพเพน ชายชาติทหารผู้นี้กล่าวกับเราอย่างสุขุมว่า “เครื่องบินทุกแบบมีความสำคัญต่อหน้าที่ของมันหมด ผมไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าเครื่องบินลำไหนดีกว่าลำอื่น และก็ไม่ใช่แค่นักบินที่จะเป็นพระเอกในการปฏิบัติหน้าที่ ทุกๆส่วนตั้งแต่ตัวนักบินรวมไปจนถึงเจ้าหน้าที่คนสุดท้าย ล้วนมีส่วนขับเคลื่อนความสำเร็จของทุกภารกิจ เครื่องบินกริพเพน ถือเป็นเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะสูงมาก มีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในหลายๆด้าน มีฟังก์ชั่นที่เหนือกว่ามาตรฐานอยู่พอสมควร มีความสามารถในการระบุตำแหน่ง ไม่ว่าข้าศึกจะอยู่ตรงไหน ทำให้เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการฝึกในการรบได้มากขึ้น” เราไม่เคยมองเห็นเส้นขอบฟ้าจากความสูงสามหมื่นฟุต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราไม่เคยมีโอกาสที่จะเคลื่อนตัวทะลุผ่านกำแพงเสียง แต่เพียงการพูดคุยสั้นๆ ในช่วงบ่ายของวันนี้ เราก็มองเห็นเส้นขอบฟ้าทุกครั้งที่หลับตาเสียแล้ว ร.อ. สหดล สวมนาฬิกา Hamilton รุ่น Khaki X-Wind Auto Chrono ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ อ่านเกี่ยวกับเรื่องราวเกียรติประวัติในโลกการบินของ Hamilton ได้ ที่นี่

Read

preloader