The Edit

Extra Supplies

Extra Supplies

The Sounds

12 December, 2019

THE+RECORD PLAYER SPECIAL EDITION: THE ALL-IN-ONE SYSTEM FOR AUDIOPHILE AND VINYL ENTHUSIASTS

เครื่องเล่นที่นิตยสาร How To Spend It ของ Financial Times ยกให้เป็น Tech Gift อันดับหนึ่งแห่งปี 2019 ได้เดินทางมาให้คุณลองด้วยตัวเองที่ W. MINISTRY แล้ว

Read

Extra Supplies

11 November, 2019

IN CONVERSATION WITH THE MAN BEHIND THE “CLASSIC MOVIE POSTER” SHOP

เปิดคลังโปสเตอร์หนังหมื่นใบของ “พี่ติ” แห่งร้าน “หนังคลาสสิค”

Read

Out of Office

20 April, 2019

EDITORS’ PICKS: SUMMER VACATION ESSENTIALS

เพื่อนร่วมเดินทางในหน้าร้อนที่ขาดไม่ได้ ในกระเป๋าของเหล่าเอดิเตอร์

Read

Extra Supplies

13 February, 2019

FIVE THINGS TO CONSIDER WHEN TAKING YOUR GIRLFRIEND’S PICTURE

เทคนิคง่ายๆกับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน ที่จะทำให้วันแสนพิเศษน่าจดจำกว่าครั้งไหน

Read

Extra Supplies

6 February, 2019

TRY GIFT EXPERIENCES THIS VALENTINE’S DAY

วันวาเลนไทน์ปีนี้ ให้ประสบการณ์เป็นของขวัญแทนความรัก ที่คนข้างกายของคุณจะไม่มีวันลืม

Read

Extra Supplies

3 September, 2018

FIVE DECORATIVE PLANTS WE KEEP AN EYE ON

ตกแต่งบ้านให้ครบครัน ด้วยไม้ประดับที่ครบเครื่องเรื่องบรรยากาศและดีไซน์ บทความโดย Nanat Suchiva, Deputy Editor, W.Ministry ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W.Ministry “อย่าปลูกต้นไม้ในบ้านเพราะมันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ออกมาแย่งอากาศหายใจตอนกลางคืน” น่าจะเป็นวิวาทะที่เราคนไทยถูกหล่อหลอมและปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเรียนวิชา ก.พ.อ. หรือการงานและพื้นฐานอาชีพ (ถ้าคุณเกิดทันในยุคนั้น) ว่าหากปลูกต้นไม้ในบ้านหรือห้องนอนนั้นเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง จนทำให้หลายคนติดภาพและชุดความคิดนั้นจนไม่กล้าที่จะนำพืชพันธุ์สีเขียวมาตกแต่งห้อง แต่หากลองนึกดูว่าเมื่อตอนคุณไปเยือนโรงแรมหรู ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ที่ตกแต่งตัวอุปกรณ์ชั้นดี ทำไมต้นไม้โดยเฉพาะไม้ใบเหล่านี้จึงเข้ามามีบทบาทกับหลายๆ มุมได้อย่างเข้าที จนทำให้เราต้องสละเวลาไม่กี่วินาทีจับภาพความประทับใจกับต้นไม้พวกนี้เพื่อความสบายตาและสบายใจ ความจริงแล้วการห้ามปลูกต้นไม้ในห้องนอนก็ไม่ใช่อะไรที่ผิดไปจากความเป็นจริง แต่การพร่ำสอนนี้ใช้ไม่ได้กับทุกสายพันธุ์ของพืชเพราะ “ไม้ใบประดับ” เหล่านี้มีคุณประโยชน์ทั้งเรื่องของดีไซน์การตกแต่งและที่สำคัญคือเครื่องมือฟอกอากาศขนาดย่อมที่ทำให้บรรยากาศห้องสดชื่นขึ้นได้ด้วยตาเห็นและการสูดหายใจ เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าสีเขียวที่สบายตาของต้นไม้เป็นปัจจัยให้การทำงานของดวงตาที่เหนื่อยล้าได้พักผ่อน แต่เมื่อต้นไม้เขียวขจีไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์และสีสัน แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่นำมันมาปลูกสักต้นดู หากย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องดีไซน์แล้ว แน่นอนว่าที่อยู่อาศัยในบางมุมอาจจะดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือไร้ชีวิตชีวาเพราะด้วยวัสดุการสร้างหรือสีสันที่ไม่เป็นใจ แต่จะทำอย่างไรเมื่อการแก้ไขเป็นเรื่องระดับโครงสร้าง ดังนั้นการใช้ต้นไม้เหล่านี้มาแทนที่ความไม่สดใสและช่วยเปลี่ยนให้กลายเป็นมุมโปรดคงจะดีไม่น้อย และในบทความนี้เรามีไม้ใบประดับทั้ง 5 ประเภท ที่แนะนำโดยภูมิสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญการออกแบบพื้นที่สวนทั้งในและนอกบ้าน มาแนะนำสำหรับการแต่งบ้านหรือห้องนอน และสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ที่ร้านขายต้นไม้ใกล้บ้าน Rubber Plant เริ่มกันที่ต้นยางอินเดีย ไม้ยืนต้นที่มีใบเขียวตลอดปี แม้จะเติบโตขึ้นได้ดีกว่าในที่กลางแจ้ง แต่ต้นยางอินเดียก็เป็นไม้ใบที่นิยมเอาไว้ประดับภายในอาคารและห้องนอนได้ดีเพราะรูปแบบใบที่กลมมน ดูมั่นคง ใบไม่ใหญ่มาก สีสันเขียวแบบเข้ม ใบมีลักษณะที่ด้านและเหนียวคล้ายกับยาง และที่สำคัญคือเจริญเติบโตได้ในสภาพที่แสงน้อยรำไร แถมยังปลูกง่ายทนทาน […]

Read

Extra Supplies

9 April, 2018

HOW TO ENJOY YOUR FIRST CIGAR CHAPTER 2

บทความที่สองเกี่ยวกับแวดวงซิการ์ของเรา เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ก้าวล้ำเข้าไปในวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของใบยาสูบ หากคุณจำได้ในบทความแรกของเราเกี่ยวกับซิการ์ เราได้บอกคุณว่าขอให้คุณอย่างพึ่งลงทุนลงเงินกับงานอดิเรกประเภทนี้จนกว่าคุณจะมั่นใจว่าคุณเกิดมาเพื่อมันจริงๆ หลังจากนั้นประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์ เมื่อคุณได้ลองซิการ์และซึมซาบวัฒนธรรมแห่งใบยาสูบแล้ว ก็มาถึงเวลาที่คุณจะไปต่อเสียที โดยก่อนอื่นสิ่งที่คุณจะต้องลงทุนคือการซื้ออุปกรณ์สองชิ้นที่จะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่องานอดิเรกการสูบซิการ์ของคุณ เชื่อเราเถิดว่าทั้งสองชิ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งและถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นผู้ที่สูบซิการ์ในทุกเมื่อเชื่อวัน อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้ก็ถือว่ายังคุ้มค่าที่จะจัดหามาครอบครองอยู่ดี อุปกรณ์สองชิ้นที่เราพูดถึงนี้คือที่ตัดซิการ์ (Cigar cutter) และที่จุดซิการ์ (Lighter) โดยคุณสามารถหาอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นได้ในราคาที่แสนถูกเพียงไม่กี่ร้อย ไปจนถึงหลักพันหลักหมื่นเลยทีเดียว แต่เราก็ยังจะขอแนะนำคุณว่าให้คุณเลือกลงทุนลงเงินก็ที่จุดซิการ์คุณภาพดีเสียหน่อย และนำเงินที่เหลือ (จากที่คุณคิดจะลงทุน) ไปจัดหาที่ตัดซิการ์ที่ราคาไม่สูงมากเป็นการเริ่มต้น How should your lighter be Vintage Dunhill ผลิตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผมต้องขอยอมรับแบบลูกผู้ชายว่า ที่จุดซิการ์ที่ดีที่สุดของผมราคาเพียง 250 บาทเท่านั้น ผมซื้อมันที่ร้านขายใบยาสูบย่านสีลมเมื่อหลายปีก่อน พนักงานเรียกมันว่า Cigar Torch และข้อดีของมันคือการที่มันสามารถกันลมได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้คุณสามารถจุดซิการ์ของคุณที่ใดก็ได้ที่คุณต้องการ แต่สิ่งที่น่าเสียใจคือ Cigar Torch ของผมอันนี้มันช่างน่าเกลียดเสียเหลือเกิน ทำให้ผมมักไม่หยิบมันติดมือออกมาจากบ้านด้วยและเลือกที่จะหยิบ Dunhill Rollagas สีทองที่ได้จากคุณปู่มาใช้เสียบ่อยครั้งแทน สิ่งที่ผมต้องขอยอมรับอีกสิ่งคือแม้ว่า Dunhill ของผมทำงานตามประสงค์ได้อย่างไม่บกพร่อง ถึงกระนั้นในแง่ของการจุดซิการ์มันก็ไม่ได้ดีไปกว่า Cigar Torch แต่อย่างใด แล้วเหตุใดกันเล่าที่ผมมีไฟแช็คราคาหลักหมื่นติดกระเป๋า มากกว่าจะเป็น […]

Read

Extra Supplies

28 March, 2018

HOW TO ENJOY YOUR FIRST CIGAR

เริ่มต้นบทความแรกเกี่ยวกับแวดวงซิการ์ของเรา เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ก้าวล้ำเข้าไปในวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของใบยาสูบ Gordon Gekko จาก Wall Street: Money Never Sleeps (2010) J.A. Shapira นักเขียนวิจารณ์ซิการ์กล่าวไว้เสมอว่า “มันเป็นเรื่องยากแสนยากที่เหล่าสุภาพบุรุษจะลืมเลือนซิการ์ตัวแรกของพวกเขา แน่นอนเราอาจลืมเหล้าแก้วแรก บุหรี่มวนแรก จูบแรก หรือแม้แต่ครั้งแรกที่ไปสัมภาษณ์งาน แต่มั่นใจได้เลยว่าซิการ์ตัวแรกเป็นสิ่งที่น่าจดจำและยากยิ่งที่จะลืมเลือนได้” สำหรับตัวผู้เขียนเองก็ยังคงมีภาพซิการ์ตัวแรกอยู่ในความทรงจำเสมอ และวันนี้เราจึงจะมานั่งคุยกันฉันเพื่อนเกี่ยวกับวัฒนธรรมการสูบซิการ์ที่ถือว่าสำคัญยิ่งต่อมนุษยชาติกัน บทความเรื่องนี้จะแบ่งเป็นทั้งหมดสองตอน โดยในตอนแรกนี้ ผู้เขียนจะบอกเล่าถึงประสบการณ์ของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะนำท่านผู้อ่านเข้าสู่โลกของการสูบซิการ์ ก่อนจะพยายามลงลึกถึงอุปกรณ์การสูบซิการ์ในบทความต่อไป และก่อนอื่นใดเราต้องขอกล่าวดักไว้ก่อนว่า เรามิได้ต้องการสนับสนุนให้ผู้ใดติดสารเสพติด แต่เราก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าวัฒนธรรมการสูบซิการ์เป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมสำคัญของโลก และมีบทบาทต่อการเข้าสังคมในแง่มุมต่างๆ เช่นการสูบซิการ์เพื่อฉลองในการทำสัญญาทางธุรกิจเป็นต้น ดังนั้นแล้วบทความนี้จริงออกมาในแง่มุมของการให้ความรู้เสียมากกว่าเข้าทำนองที่ว่า“รู้ไว้ใช่ว่า” นั่นเองครับ Patrick Bateman จาก American Psycho (2000) ราว 5 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนไปศึกษาภาษาอังกฤษช่วงฤดูร้อนที่ Oxford, สหราชอาณาจักร ในขณะนั้นผู้เขียนได้พบกับประสบการณ์ต่างๆ มากมาย และหนึ่งในนั้นคือการลองซิการ์ตัวแรกของชีวิตผู้เขียนเองด้วย วันนั้นอากาศดีกว่าทุกๆ วัน ผู้เขียนเดินทอดน่องมาที่ร้านขายยาสูบที่มีอยู่ร้านเดียวใน City Center เมือง Oxford แน่นอนเพื่อซื้อบุหรี่ตามปกติ ราคาบุหรี่ที่สหราชอาณาจักรแพงกว่าที่ไทยเป็นไหนๆ ดังนั้นผู้เขียนต้องขอรับสารภาพว่า สูบทุกตัวอย่างละเมียดละไม เพื่อนเจ้าถิ่นเมืองผู้ดีที่รู้จักกันโดยบังเอิญที่ The Grand Café ที่อ้างตนว่าเป็นบาร์และร้านกาแฟร้านแรกของอังกฤษ (ก่อตั้งในปี 1650 เลยทีเดียว) ถึงกับเอ่ยปากแซวว่าผู้เขียนสูบบุหรี่ช้าเหมือนเขาสูบซิการ์ และด้วยประโยคสั้นๆ ดังกล่าว เป็นการจุดประกายความอยากรู้อยากลองรสชาติและความรู้สึกของการสูบซิการ์ว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่ ในวันนั้นสิ่งที่ผู้เขียนได้ติดมือมาด้วยคือซิการ์ยี่ห้อMontecristo No. 4 ขนาดกำลังพอดีมือ ส่วนเรื่องของราคาผู้เขียนจำไม่ได้เสียแล้ว รู้เพียงว่ากำลังตื่นเต้นขนาดไหนที่จะก้าวขาทั้งสองข้างของตนสู่โลกของการสูบซิการ์อย่างจริงจัง ภาพบรรยากาศเมือง Oxford ในช่วงฤดูร้อน The Grand Café ร้านชาและกาแฟร้านแรกของอังกฤษ กลับมาบ้าน host ผู้เขียนหยิบซิการ์ออกมาจากซอง (ที่ทางร้านตระเตรียมไว้ให้) และจุดไฟใส่ซิการ์และยกขึ้นจรดปากเตรียมสูบ ไม่ต่างจากกิจวัตรการสูบบุหรี่ที่ผู้เขียนทำเป็นประจำ สิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกถึงไม่ใช่กลิ่นควันหอมหวนแบบที่เพื่อนชาวผู้ดีคนนั้นกล่าวอ้าง แต่ผู้เขียนกลับไม่รู้สึกถึงอะไรเลยด้วยซ้ำไป ทันทีทันใดนั้นผู้เขียนก็ระลึกได้ว่า เราต้องตัดปลายของซิการ์เสียก่อน ไม่มีการรีรอผู้เขียนดับปลายซิการ์ข้างหนึ่งด้วยก้อนอิฐและวิ่งกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อล้างมีด (ที่พึ่งหั่นไส้กรอกในมื้อเย็น) และใช้มันตัดปลายอีกข้างหนึ่งของซิการ์ ใบยาสูบปลิวกระจายเต็มห้องครัว แต่ ณ เวลานั้นผู้เขียนสนใจแต่เพียงการสูบซิการ์ตัวนั้นให้เสร็จๆ ไปเสียทีเหมือนเรื่องตลกร้ายหลังจากสูบควันคำแรกของซิการ์เข้าปากผู้เขียนตะลึงในรสชาติที่ไม่ได้เรื่องของซิการ์ตัวนั้นก่อนจะโยนมันทิ้งโดยไม่คำนึงถึงราคาที่สามารถซื้อบุหรี่ได้อย่างน้อย 3 ถึง 4 ซองด้วยซ้ำไป เป็นเรื่องโชคดียิ่งของผู้เขียน ที่หลังจาก Montecristo ตัวนั้น ผู้เขียนได้มีโอกาสทดลองซิการ์ตัวอื่นๆ อีก โดยแน่นอนว่าครั้งนี้ผู้เขียนมีผู้รู้เรื่องซิการ์ให้คำแนะนำ ตัดมันด้วยที่ตัดซิการ์อย่างถูกต้อง และจุดมันด้วย Cigar Torch อย่างถูกต้อง และหลังจากนั้นผู้เขียนมีโอกาสสูบซิการ์อีกหลายร้อยตัว และมีโอกาสได้เข้าร่วมกลุ่มวิจารณ์ซิการ์ในวาระต่างๆ อีกมากมาย เป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งที่บนโลกใบนี้ไม่มีโรงเรียนไหนๆ สอนถึงเรื่องการสูบซิการ์อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นผู้ที่ทดลองสูบซิการ์เป็นครั้งแรก หากมิได้มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ข้างๆ ก็จะต้องลงเอยแบบผู้เขียนเป็นแน่แท้ ดังนั้นแล้วในบทความนี้ผู้เขียนหวังว่าจะพอมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านในเรื่องวัฒนธรรมการสูบซิการ์บ้างไม่มากก็น้อยครับ Montecristo White Series ประการแรกการสูบซิการ์เป็นงานอดิเรกที่แพง (และแพงมาก) ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มทุ่มทุนทุ่มเงินตรากับงานอดิเรกรูปแบบนี้ ลองให้ซิการ์ผ่านมือสักสองถึงสามตัวก่อน และให้แน่ใจว่าเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มลงทุนกับการงานอดิเรกดังกล่าว โดยสำหรับเราแล้วไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าการทดลองสูบซิการ์ที่ร้านที่เชี่ยวชาญด้านซิการ์ (เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านผู้อ่านต้องมารับกรรมแบบเดียวกับผู้เขียนและ Montecristo ของเขา) ถึงกระนั้นในประเทศไทยเอง เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เรามิได้มีร้านขายยาสูบอยู่มากมายเหมือนที่ประเทศอื่นๆ เขามีกัน แต่ก็พอมีอยู่บ้างประปราย เช่น Character Whisky & Cigar Bar และ Siam Havana Cigars (ที่โรงแรม Dusit Thani) กรุงเทพฯ เป็นต้น การเริ่มต้นที่นั่นน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีและได้เปรียบที่สุด หลังจากเดินเข้าร้านซิการ์เป็นครั้งแรก ประสบการณ์ของผู้คนทั่วไปคือความเกร็งความกลัว เกร็งว่าจะทำอะไรผิด และกลัวว่าจะทำอะไรที่ไม่เท่ซึ่งดูตรงข้ามกับการสูบซิการ์​ สลัดความเกร็งความกลัวนั้นๆ ทิ้งไป และให้ถามพนักงานประจำร้านถึงซิการ์สำหรับผู้เริ่มต้น โดยพูดให้ชัดเจนว่าต้องการซิการ์รสชาติปานกลาง และมีขนาดไม่ใหญ่มาก เพื่อทดลองสูบในระยะเวลาประมาณ 20 นาที ถึงครึ่งชั่วโมงเสียก่อน โปรดจำไว้เสมอว่าซิการ์นั้นเหมือนไวน์ชั้นดี และมีรสชาติที่หลากหลายแตกต่างกันซึ่งอาจเกิดจากบริบทที่แตกต่างกันทางกระบวนการการผลิต หรือส่วนประกอบของใบยาสูบนั้นๆ ดังนั้นถ้าคุณไม่ชอบซิการ์ตัวนี้ ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่ชอบซิการ์ตัวอื่นๆ Torch Lighter จาก Cohiba การตัดปลายซิการ์ด้วยเครื่องตัดซิการ์ (Cigar Guillotine) ค่อยๆ เผา […]

Read

Extra Supplies

14 March, 2018

HOW TO PICK THE RIGHT TOBACCO

กลับมาอีกครั้งกับบทความเกี่ยวกับการสูบไปป์ โดยในวันนี้เราจะมาเน้นย้ำในเรื่องที่ผู้อ่านหลายๆ ท่านค้างคาใจ ซึ่งคือการเลือกใบยาสูบที่เราชื่นชอบนั่นเอง Image Courtesy of Smokingpipes.com หลังจากที่เราได้ถ่ายทอดประสบการณ์ในการสูบไปป์เล็กๆ น้อยๆ ให้ท่านผู้อ่านได้พอเข้าถึงพิธีกรรมการรับนิโคตินอันแสนจะศักดิ์สิทธิ์ ทั้งข้อมูลของอุปกรณ์ที่จำเป็น วิธีการจุด วิธีการกดใบยาสูบ วิธีการสูบ รวมถึงวิธีการทำความสะอาดไปป์แล้ว ในวันนี้เราจะกลับมาพูดถึงเรื่องของการสูบไปป์อีกครั้งหนึ่ง โดยจะเน้นย้ำไปที่ชนิดประเภทของใบยาสูบ และวิธีการเลือกใบยาสูบที่ดูเหมาะกับท่านผู้อ่านเอง ซึ่งในความเป็นจริงใบยาสูบไปป์มีอยู่ด้วยกันหลายสิบชนิด หลายหมื่นกลิ่น หลายพันรส ซึ่งก็ถูกคัดสรรรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถันจากแต่ละแบรดน์เพราะฉะนั้นในบทความนี้เราอยากจะแนะนำแบรนด์และรุ่นของยาสูบที่เราชื่นชอบเป็นการส่วนตัวให้ท่านผู้อ่านได้ลิ้มลองอีกด้วย ถึงกระนั้นเราก็ยังอยากย้ำคำเดิมที่ว่าประสบการณ์ในแวดวงนี้ของเราช่างน้อยนิดนัก ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่ผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน ท่านผู้อ่านที่คาบไปป์ไว้ในปากเป็นเวลานาน พอที่จะมีความรู้และประสบการณ์ที่ถูกต้อง ก็สามารถช่วยเราแก้ไขและเพิ่มเติมความรู้เพื่อท่านผู้อ่านท่านอื่นๆ เป็นวิทยาการด้วยครับ   Assortments of both aromatic and non – aromatic pipe tobacco. ในงานเขียนชิ้นนี้เราจะเน้นย้ำไปที่ชนิดของใบยาสูบ ซึ่งจะแบ่งหลักๆ เป็นสองชนิดตามที่ได้กล่าวไว้ในบทความที่แล้ว ได้แก่แบบแต่งกลิ่น (Aromatic) และแบบไม่แต่งกลิ่น (Non – Aromatic) ซึ่งทั้งสองชนิดเป็นการแบ่งตามกลิ่นชองใบยาสูบ แต่นอกเหนือจากการแบ่งในลักษณะนี้แล้ว ใบยาสูบยังสามารถแบ่งได้อีกหลายรูปแบบ เช่นแบ่งตามรูปลักษณ์ภายนอกของใบยาสูบ หรือแบ่งตามชนิดของใบยาสูบที่ใช้มาผสม (Blend) กัน นอกจากนั้นในตอนท้าย เราจะขอแนะนำยี่ห้อและรุ่นใบยาสูบที่เราชื่นชอบไว้ด้วย เริ่มจากการแบ่งใบยาสูบตามกลิ่น ตามที่ได้กล่าวเอาไว้ในข้างต้นแล้ว ว่าหากแบ่งตามกลิ่น ใบยาสูบจะสามารถแบ่งได้สองชนิด สำหรับแบบแต่งกลิ่น (Aromatic) คือใบยาสูบที่นำไปผ่านกระบวนการแต่งกลิ่นระหว่างการผลิต ซึ่งกลิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือกลิ่นเชอรี่ ช็อคโกแลต วานิลลา รัม หรือแอปเปิ้ล โดยส่วนใหญ่นักสูบไปป์มือใหม่ มักเริ่มต้นเส้นทางสายนี้ด้วยใบยาชนิด Aromatic เพราะด้วยกลิ่นที่ปรุงแต่งมาอย่างหอมหวาน ทำให้สามารถสูบได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่ในขณะเดียวกันใบยาสูบประเภทนี้ก็เผาไหม้ได้รวดเร็ว เพราะมีน้ำตาลอยู่ในใบยาสูบในปริมาณที่มากกว่าใบยาสูบแบบไม่แต่งกลิ่น ทำให้อาจเกิดอาการใบยาสูบกัดลิ้น(Tongue Bite) ซึ่งเกิดจากความร้อนของควันที่ร้อนเกินไปด้วย ตรงกันข้ามกับใบยาสูบชนิดไม่แต่งกลิ่น ที่จะทำให้ผู้สูบได้รับรสอันเข้มข้นของใบยาสูบโดยตรง และมักเป็นที่นิยมในสหราชอาณาจักรมากกว่าที่สหรัฐอเมริกา   ต่อมาคือการแบ่งประเภทของใบยาสูบ โดยอาศัยรูปลักษณ์ภายนอกของมัน (Tobacco Cuts) ซึ่งจะสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ แบบ Ribbon ซึ่งเป็นชนิดของใบยาสูบที่เห็นได้บ่อยที่สุด คือการตัดใบยาสูบเป็นทรงริบบิ้น ทำให้สามารถแพคใบยาสูบและจุดใบยาสูบได้ง่าย แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในการทำ Ribbon Cut ที่สุดแบรนด์หนึ่งคือ Dunhill ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ Scandinavian Tobacco Group ชนิดต่อมาคือแบบFlake หรือใบยาสูบที่อัดรวมกันเป็นแผ่นๆ มีที่มาจากเหล่านักเดินเรือที่ต้องการถนอมรสชาติของใบยาสูบไม่ให้แห้ง เมื่อต้องเดินทางเป็นเวลานาน พวกเขาจึงคิดค้นวิธีการต้มน้ำเชื่อมมาเทลงบนใบยาสูบและอัดเป็นแผ่น ซึ่งวิธีนี้สามารถถนอมใบยาสูบไม่ให้แห้งได้อย่างดีเยี่ยม ชนิดต่อไปคือแบบ Rope หรือแบบเชือก โดยการอัดใบยาสูบมาเป็นรูปแบบของเชือกและผู้สูบต้องอาศัยมีดในการตัดใบยาสูบมาบรรจุลงในไปป์ หรืออาจเป็นแบบPlug ที่เป็นการอัดใบยาสูบมาเป็นก้อน ซึ่งถือเป็นการถนอมใบยาสูบไม่ให้แห้งได้เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิธีการแบ่งใบยาสูบด้วยรูปลักษณ์ภายนอกแบบอื่นอีก เช่นแบบ Crumble Cake แบบ Coin หรือแม้แต่แบบที่ผสมกันมาก็มีให้นักสูบได้ลิ้มลองด้วยเช่นกัน ต่อมาคือการแบ่งไปที่ชนิดของใบยาสูบ ที่นำมาใช้ในการผสม Blends นั้นๆ โดยชนิดที่ได้รับความนิยมเช่นเวอร์จิเนีย (Virginia) ซึ่งมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก ทำให้มีรสชาติที่หวานหอม จุดติดได้ง่าย มีสีแดง ไปถึงสีส้ม และดำ เป็นที่นิยมในการใช้เป็นส่วนผสมของใบยาสูบหลายๆ Blend เบอร์เล่ย์ (Burley) มีกลิ่นคล้ายถั่ว นุ่มกว่าเวอร์จิเนีย มีลักษณะใบที่หนา เผาไหม้ได้ช้ากว่าเวอร์จิเนียเช่นกัน เพอร์ลีค (Perique) นิยมปลูกในรัฐLouisianna จัดว่าเป็นใบยาสูบที่รสชาติจัดจ้านกว่าตัวอื่นๆ มีลักษณะภายนอกเด่นชัดคือมีสีดำเข้ม ออเรียนทอล(Oriental) ได้รับความนิยมในการปลูกในภูมิภาคที่มีอากาศร้อน มีรสชาติจัดจ้านในตัวเองและมีความเปรี้ยวติดเป็น After taste เป็นที่นิยมในการ Blend ใบยาสูบแบบ English Blend ลาตาเกีย (Latakia) นิยมปลูกในภูมิอากาศที่ร้อนเช่นกัน มีรสชาติที่เข้มข้นและรุนแรงกว่าใบยาสูบตัวอื่นๆ ทำให้ได้รับความนิยมในการผสมเป็นEnglish Blend เช่นเดียวกับออเรียนทอล       Dunhill Early Morning Pipe หลังจากทำความรู้จักกับชนิดของใบยาสูบแบบเบื้องต้นแล้ว (เราต้องเน้นย้ำอีกครั้งว่า “เบื้องต้น” เท่านั้นเพราะความจริงแล้ว ใบยาสูบ สามารถแตกแยกย่อยไปได้อีกหลายชนิดตามแต่ผู้ผลิตจะเห็นสมควร) ต่อมาก็มาถึงการแนะนำใบยาสูบที่ผู้เขียนชื่นชอบ โดยการแนะนำตรงนี้ตั้งอยู่บนความรู้สึกของผู้เขียนเท่านั้น ดังนั้นหากท่านผู้อ่านลิ้มลองแล้วไม่ได้เห็นชอบถูกใจตามที่ผู้เขียนแนะนำ ต้องกราบขออภัยไว้ในข้างต้นด้วย Dunhill Early Morning Pipe ใบยาสูบจากบ้านของ Dunhill มีส่วนผสมของลาตาเกีย เวอร์จิเนีย และ ออเรียนทอล มาในรูปแบบของ Fine Ribbon มีกลิ่นหอมของลาตาเกียเป็นโน้ตหลัก ตามด้วยกลิ่นอันหอมหวานของเวอร์จิเนีย ทำให้กลิ่นอันหอมหวานติดอยู่กับตัวผู้สูบจนยากจะแยกออกได้ เหมาะอย่างยิ่งในการเป็น Pipe แรกของวัน แต่ในขณะเดียวกันด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณะและกลิ่นที่หอม ทำให้ Early Morning Pipe สามารถใช้สูบได้ตลอดทั้งวัน   Erinmore Flake Erinmore […]

Read

Extra Supplies

22 February, 2018

PIPE SMOKING 101

พิธีกรรมของเหล่านักคิด นักปรัชญา และนักเขียน การสูบไปป์เป็นหนึ่งในงานอดิเรกและวิธีผ่อนคลายตนเองจากวันที่เหนื่อยล้าด้วยวิธีการอันแยบยล ที่ต้องอาศัยการเอาใจใส่มากที่สุด เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า นิโคติน (Nicotine) เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพของผู้ที่รับ (เสพ) มันเข้าไป ไม่ว่าจะทางการสูบ การเคี้ยว การสูด หรือการเหน็บ และแน่นอนการรับนิโคตินที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันมากที่สุดคือการสูบ ทั้งบุหรี่ (Cigarette) และ ซิการ์ (Cigar) แต่ถึงกระนั้น มันกลับมีวิธีอีกวิธีหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับทั้งในอดีตและในปัจจุบัน ว่าเป็นวิธีการรับนิโคตินที่ถูกเลือกโดยเหล่านักปรัชญา นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ และนักคิด เป็นดังพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ใช่เพียงจุดไฟแช็คลงยาสูบและยกขึ้นสูบเท่านั้น และวิธีการนี้คือการสูบไปป์ (Pipe Smoking) นั่นเอง ผู้เขียนเป็นหนึ่งในผู้เริ่มต้นที่จะทำความรู้จักกับการรับนิโคตินในรูปแบบนี้ โดยมีแรงจูงใจทั้งที่ต้องการจะเลิกบุหรี่หนึ่ง และต้องการซึมซับถึงความรู้สึกของเหล่ายอดคนอย่าง Albert Einstein (เจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพ) , J. R. R. Tolkien (ผู้เขียน The Hobbit และ The Lord of the Rings) , Ernest Hemingway (นักปรัชญาและนักเขียนเจ้าของผลงาน The Sun Also Rises) และ Sir Arthur Conan Doyle (รวมถึงตัวละครอมตะตลอดกาลของเขา Sherlock Holmes) ถึงกระนั้นผู้เขียนต้องออกตัวเสียก่อนว่า ภายใต้งานเขียนชิ้นนี้อุดมไปด้วยความเห็นส่วนตัวของมือใหม่ (กอปรกับการได้รับคำปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์ในการคาบไปป์ไว้ในปาก) ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่ผิดพลาด หรือมีข้อมูลใดที่ไม่แน่ชัด ผู้อ่านทุกๆ ท่านที่มีความรู้ หรือแม้แต่มีข้อคิดเห็นใดๆ สามารถถ่ายทอดบอกกล่าวเราได้ตลอดเวลา นอกจากจะเป็นวิทยาทานแก่เราแล้ว ยังเป็นประโยชน์ยิ่งต่อผู้อ่านท่านอื่นๆ ด้วยครับ   Ernest Hemingway และไปป์ของเขา   J. R. R. Tolkien สูบไปป์เช่นเดียวกับตัวละครในหนังสือของเขาหลายตัว   ในงานเขียนชิ้นนี้ เราจะอภิปรายถึงอุปกรณ์ที่จำเป็น วิธีการสูบ ชนิดของยาสูบ (Tobacco) เบื้องต้น และการทำความสะอาดไปป์ โดยจะไล่ลำดับตามที่กล่าวเอาไว้แล้วในข้างต้น ประเด็นแรกคือ การสูบไปป์ควรจะต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง ที่จริงแล้วการสูบไปป์ คือการจุดไฟลงบนยาสูบในไปป์ แต่แน่นอนว่า “พิธีกรรม”​การสูบไปป์จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ต่างๆ มากกว่านั้น นอกจากไปป์ ยาสูบ และไฟแล้ว คุณยังต้องการที่ทำความสะอาดไปป์ (Pipe Cleaner) น้ำยาความสะอาดไปป์ (Pipe Solutions) และ ที่กดใบยาสูบและอุปกรณ์ไปป์ (Tamper & Pipe Tools) Pipe Tools จาก Laguiole Calumet ไปป์ (Pipe) โดยส่วนใหญ่ไปป์ที่ผู้คนใช้สูบกัน ผลิตจากไม้บลายร์ (Briarwood) เนื่องจากความหนา และความสามารถในการกักเก็บและป้องกันความร้อนจากมือผู้สูบ นอกจากบลายร์แล้ว ยังมีกระเบื้อง ดินเผา หรือแม้แต่แร่ชนิดซิลิเกตของแมกนิเซียมที่เรียกว่า Meerschaum (ที่ต้องอาศัยการดูแลที่ยุ่งยากกว่าไปป์ไม้บลายร์ธรรมดาแต่มันก็ถือเป็นงานศิลป์ที่งดงามยิ่งเช่นกัน) ราคาของไปป์มีให้คุณเลือกสรร ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น รูปทรงก็มีให้เลือกมากมาย (ซึ่งถ้ามีโอกาสเราจะมาพูดถึงมันในบทความต่อๆ ไป) แต่ผู้ที่ริเริ่มพิธีกรรมนี้ส่วนมากได้รับคำแนะนำให้เริ่มต้นจากไปป์ข้าวโพด (Corn […]

Read

preloader