Horology

Cartier Tank: ถาม-ตอบ ครบอารมณ์ พร้อมคู่มือการซื้อนาฬิกา “คาร์เทียร์แทงค์” ฉบับนักสะสมที่กลมกล่อมที่สุด

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

Horology

Cartier Tank: ถาม-ตอบ ครบอารมณ์ พร้อมคู่มือการซื้อนาฬิกา “คาร์เทียร์แทงค์” ฉบับนักสะสมที่กลมกล่อมที่สุด

6 November 2020

ไม่ต้องไปหาที่ไหนเพราะเรารวบรวมเอาไว้ให้ที่นี่หมดแล้ว

 

เห็นนาฬิกาเรือนทอง สายหนัง หน้าปัดหลากสีสัน รูปทรงสี่เหลี่ยมสักหน่อยก็คงจะได้ยินคนพูดกันบ่อยๆ ว่า “นาฬิกาคาร์เทียร์แทงค์มันช่างสวยจับใจเสียจริงๆ” ใครก็ต่างหลงเสน่ห์เจ้าเรือนเวลารถถังแสนอหังการ์เรือนนี้

ผู้เขียนเองคือหนึ่งในคนที่ตกหลุมรัก “เครื่องประดับสีทอง” ชิ้นนี้อย่างจังมาแล้วหลายปี คิดแล้วคิดอีกว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีหรือไม่ เพราะถ้าเห็นในบทความที่ผ่านมาของ W. MINISTRY หรืออีกหลายๆ สำนัก เรื่องราวเกี่ยวกับนาฬิกาเรือนนี้ ก็มีให้เห็นกันในมุมของความเป็นมาไปถึงเรื่องที่ว่า จะจับคู่กับเสื้อผ้าชิ้นไหนดี 

แต่ในบทความนี้ ผู้เขียนตั้งใจอยากจะให้เคล็ดลับดีๆ ที่มั่นใจได้ว่าหลังจากอ่านบทความนี้ไม่ถึง 10 นาที คุณจะสามารถออกตามหา Cartier Tank ดีๆ ได้สักเรือน พร้อมความช่วยเหลือจากนักสะสมทั้งสองคน ได้แก่ คุณเอม นักสะสมรุ่นเยาว์เจ้าของร้าน THE NALIGA ที่เรียกได้ว่าอุทิศเวลาให้กับแบรนด์ Cartier ชนิดหาตัวจับยาก และ คุณแฮม ชายผู้หลงใหลในสรรพสิ่งที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทรงคุณค่า (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนาฬิกา ลองไปดูที่ @blastfromthepast91 สำหรับเรือนหายากที่ไม่มีให้เห็นบ่อยๆ) ทั้งสองเป็นเพื่อนต่างวัย ที่มีโลกของนาฬิกาเป็นจุดร่วม

 

 

 

ทั้งคุณเอมและคุณแฮมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นาฬิกา Cartier Tank ถูกสร้างสรรค์ออกมาตามวิถีของแบรนด์เครื่องประดับ ฉะนั้นเรื่องของความซับซ้อนและกลไก อาจไม่ใช่จุดเด่นของ Cartier Tank เพราะเสน่ห์ของมันคือ รูปทรงและรูปลักษณ์ในเชิง Jewelry Design

“Cartier Tank คือการใส่ใจเรื่องความสวยงามลงตัว เรียกว่าเป็นศิลป์อีกแขนงหนึ่งไปเลย มันไม่ได้โดดเด่นเรื่องกลไก มีแค่เวลา สองเข็ม ตัวเรือนทอง แพลตตินั่ม ก็เท่านั้นเอง” คุณเอมกล่าว 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ตระกูล Cartier Tank นั้นครอบคลุมตั้งแต่ Tank Normale, Tank Cintrée, Tank Louis, Tank Anglaise, Tank Americaine ไปจนถึง must de Cartier Tank ซึ่งจะแตกต่างกันในดีไซน์ ขนาด ยุคที่ผลิต และที่สำคัญคือ วัสดุที่ใช้ในการผลิตโดยเฉพาะส่วนของตัวเรือน ตรงนี้เองเป็นแง่มุมที่สร้างสีสันและความน่าสนใจให้กับการเป็นเจ้าของนาฬิกาทรงรถถังเรือนนี้

หากจะอธิบายในมุมของเสื้อผ้า ผู้เขียนขอเทียบกับ Levi’s 501 ซึ่งมีทั้ง Big E, LVC, Single-Stitch, หรือรุ่นผลิตใหม่ทั่วไปตามห้าง มันคือยีนส์ Levi’s 501 เหมือนกัน แต่แน่นอน เมื่อศึกษาลึกลงไป ภาพความแตกต่างในรายละเอียดของทรง เนื้อผ้า การเดินตะเข็บ รวมถึงที่มาที่ไป ก็เริ่มกระจ่างขึ้น

 

 

 

ความนิยมที่กลับมาของ Cartier Tank

 

ตั้งแต่ต้น Cartier วางตัวเองในฐานะแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงมาโดยตลอด ซึ่งนั่นรวมถึงนาฬิกา Cartier Tank Louis ที่มีช่วงราคาขนาบข้างแบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก ด้วยวัสดุตัวเรือนที่ทำจากทองคำ 18K

ต่อมาในยุค ‘70s Cartier ได้ให้กำเนิด must de Cartier Tank ซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ Tank Louis หากแต่ลดทอนวัสดุจากทองคำล้วนเป็นทองชุบ (Gold-Plated) ต้นทุนที่ต่ำลง หมายถึงราคาที่เอื้อมถึง ในที่สุด Cartier ก็สามารถดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ ที่เคยมี Tank อยู่ในดวงใจมาได้สำเร็จ 

กระทั่งในปลายยุค ‘70s เกิดวิกฤติที่สะเทือนวงการอย่างการเข้ามาของนาฬิการะบบ Quartz ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ Cartier เองต้องส่งไลน์ผลิตนาฬิการะบบ Quartz ออกมาต่อกรกับนาฬิกาใส่ถ่านในตลาด ซึ่งทำให้ ณ เวลานั้นเราจึงได้เห็นนาฬิกา must de Cartier Tank ทั้งกลไกแบบใส่ถ่านและไขลานควบคู่กัน

ตั้งแต่นั้น Cartier Tank ก็ครองความนิยมเรื่อยมา ทั้งในหมู่แฟนๆ ของแบรนด์ ตลอดจนนักสะสมทั่วโลก ซึ่งเราก็ได้เห็นวิวัฒนาการของ Cartier Tank ในหลายรูปแบบ และแน่นอนว่าในทศวรรษนี้ การเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ทำให้ Cartier Tank ยิ่งทวีความนิยมขึ้นอย่างถล่มทลาย โดยเฉพาะในปีสองปีที่ผ่านมาที่เราเห็นราคาขาย “Vintage Cartier Tank” ทะยานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

คุณเอมบอกว่าในมุมมองของเขา มันก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้ตลาดคึกคัก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การซื้อขายที่ “สมราคาและสะท้อนคุณค่า” ต่างหาก

 

จุดสังเกตหลักของนาฬิกา Cartier Tank

 

 

 “ฟ้อนท์ต้องคม”

ไม่ว่าจะเลขโรมันแบบ Art Deco  ตัวพิมพ์ ตัวเขียน หรือ ข้อความพวก Swiss Made ที่อยู่ด้านล่าง สังเกตดีๆ จะมีนูนขึ้นมาเป็นสีที่มีเลเยอร์ขึ้นมา ไม่ใช่รูปแบบการสกรีน เมื่อส่องใกล้ๆ จะเห็นได้ว่ามันเล่นแสงกับไฟ 

 

“หน้าปัดอาจไม่สมบูรณ์แบบ” 

วัสดุหน้าปัดของนาฬิกา Cartier ทำจากกระเบื้องหรือสีเคลือบแลกเกอร์ กาลเวลาอาจสร้างรอยแตกหรือร้าวขึ้นบนผิวหน้าปัด ที่หลายคนในวงการเรียกกันว่า “Spider” ถ้าเจอหน้าสวยไม่มีแตกเลย อาจจะต้องตั้งข้อสงสัยในใจ และลองสืบหาที่มาให้แน่ชัดสักหน่อย แน่นอนว่าถ้าเจอของแท้สภาพหน้าปัดสมบูรณ์แบบ กรณีนั้นนับว่าโชคดี แต่เรื่องนี้คุณแฮมย้ำว่าเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างจริงจัง ถ้าเป็นไปได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู และได้ส่องก่อนซื้อจริง

 

“Cartier Tank Louis ทำด้วยวัสดุล้ำค่าเท่านั้น”

White gold, yellow gold, platinum เพราะวัสดุตัวเรือนเงิน ทองชุบ หรือ gold-plated จะมีใน must de Cartier Tank อย่างเดียว

 

“ถ้าเป็นไปได้ให้มองหาเครื่องไขลาน”

เพราะทนทานเรื่องการใช้งาน เป็นเครื่องมาตรฐาน ETA2852 อยู่ได้นานหลายสิบปี

 

Cartier Tank New York Edition

 

 

Cartier Tank 6 เรือนหายาก (และไม่ยาก) ที่นักสะสมอยากแนะนำ

must de Cartier Tank “Lapis”

Circa 1970s

 

 

คำว่าหน้า Lapis นี้จริงๆ แล้วเป็นเพียงชื่อเล่นที่เรียกกันในวงการเท่านั้น ไม่ได้ทำมาจากอัญมณี Lapis Lazuli แต่อย่างใด เพราะมันมีหน้าปัดสีน้ำเงินแบบเดียวกันกับ Lapis Lazuli เท่านั้น และแน่นอน must de Cartier Tank หน้า Lapis เรือนนี้หายากเป็นอย่างยิ่ง หากผู้อ่านคนไหนพบเจอ อย่าให้พลาดมือเลยทีเดียว

 

must de Cartier Tank “Silver Numerals”

Circa 1970s

 

 

ตัวเรือนทอง ฟ้อนท์กับเข็มสีเงินตัดกับพื้นหลังสีดำดูแปลกตา คุณแฮมตั้งชื่อเล่นให้ว่า “Inverted Dial” ในยุคนั้นมันถือว่าแหวกแนวมาก สำหรับการผลิตนาฬิกาของ Cartier ความพิเศษคือไม่มีตัวเรือนสีเงิน จะมาในสีทองเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการออกแบบที่กล้าหาญ โดย must de Cartier Tank หน้าปัดดำ Silver Numerals นี้จะมีแค่ระบบไขลานเท่านั้น 

 

must de Cartier Tank “Art Deco”

Circa 1990s

 

 

เรือนนี้เป็นเรือนที่คุณแฮมใส่เองบ่อยมากที่สุดเรือนหนึ่ง นี่คือ must de Cartier Tank ยุค ‘90s ฟ้อนท์ Blue Numerals แบบโรมัน ซึ่งปกติที่เห็นกันบ่อยๆ ฟ้อนท์จะเป็นสีดำ แต่ตัวนี้ความพิเศษอยู่ที่เครื่องระบบไขลาน ซึ่งหาได้ยากพอสมควร ตัวเรือนคือเงินชุบโรเดี้ยม หน้าปัดหากสังเกตดีๆ จะออกสีเหลืองเพราะมีการ aging ตามเวลา เรียกว่าเป็นเสน่ห์ของนาฬิกาเก่าที่ทำเลียนแบบได้ยาก

 

must de Cartier Tank “Black Dial”

Circa 1980s

 

 

รุ่นยอดฮิต ที่เรียกกันติดปากว่า “หน้าดำ” เป็น must de Cartier รุ่นที่หาง่ายพบบ่อยที่สุดรุ่นหนึ่ง หน้าเกลี้ยงเกลาปราศจากตัวเลขโรมัน ถือเป็นเอกลักษณ์ของ must de Cartier ที่ค่อนข้างคุ้นตากัน สวมใส่ง่าย เข้าคู่ได้กับทุกสายไม่ว่าจะสีอะไร ซึ่งเจ้า “หน้าดำ” เรือนนี้ ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกับ must de Cartier หน้าสีแดงสด และ Ivory นั่นเอง

 

Cartier Tank Louis “Paris Dial”

Circa 1970s

 

 

ตัวเรือนและ buckle ทองคำแท้ 18K หน้าปัดกระเบื้อง เป็นเครื่องไขลานเดียวกับ must de Cartier Tank คาลิเบอร์ 78 แต่มีเบสคือ เครื่อง ETA 2512 ที่ Cartier เอามาใช้ น็อตอยู่ด้านข้าง ซึ่งคุณเอมบอกว่าจะมีอีกเรือนที่เหมือนเป็นฝาแฝดกัน แต่แค่ตัวเรือนบางกว่าและใช้เครื่องไขลาน คาลิเบอร์ 21 ผลิตโดย Frederic Piguet และมีน็อตตรงฝาหลัง ซึ่งจะมีชื่อเล่นว่า “Extra Plated”

 

Cartier Tank Louis “Small Size”

Circa 1970s

 

 

 

ในบรรดานาฬิกาที่คุณเอมสะสมนั้น ดูเหมือนว่าเจ้า Cartier Tank Louis ตัวนี้จะเป็นตัวโปรดของเขามากที่สุด ตัวเรือนและ buckle ทองคำแท้ 18K เหมือนกับเรือนก่อนหน้าทุกประการ ทั้งหน้าตาและกลไก แต่พิเศษตรงที่ขนาดหน้าปัดเล็กเพียง 20 x 27 mm ซึ่งเป็นไซส์ที่ถือว่าหาได้ค่อนข้างยากในยุคนี้

 

Related Stories

Horology

THE VINTAGE ROLEX SUBMARINER COLLECTOR’S GUIDE PART 1

คู่มือการซื้อ Submariner ฉบับสมบูรณ์ตอนที่ 1 โดยนักสะสม Rolex วินเทจผู้เป็น Aficionado ด้านนาฬิกาของเรา

Read

Horology

Blancpain ต้อนรับเชฟฝาแฝดแห่งร้านอาหาร Sühring Bangkok เป็นสมาชิกใหม่ในแวดวง Culinary Friends

ตอกย้ำคุณค่าของศาสตร์แห่งการรังสรรค์เรือนเวลาและการปรุงอาหารขั้นสูง ขนบธรรมเนียมที่มีมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ

Read

Horology

FIVE WATCHES UNDER 50,000 BAHT WORTH COLLECTING

นาฬิกาน่าสะสมทั้งห้าเรือน ภายใต้งบประมาณที่เอื้อมถึงได้

Read

0Shares
preloader