Hennessy

BRIDGING THE CULTURES

บทความโดย Kantinan, Style Editor, W.Ministry

ภาพถ่ายโดย V.S., Photographer, W.Ministry และ
Paphaon Amatyakul, Photographer, W.Ministry

Hennessy

BRIDGING THE CULTURES

28 January 2019

หลอมรวมวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ผ่านรสชาติของรายละเอียด

Spread the words

การดื่มหาได้เป็นเพียงภาพจำของพฤติกรรมการเมามายเสมอไป แต่ยังเป็นตัวกลางในการประทับตราความสำเร็จ และบันทึกไว้ซึ่งช่วงเวลาชวนคำนึงหาที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น “เฮนเนสซี่” ผู้ผลิตคอนยัคเจ้าของภาพลักษณ์ความขลัง และรายละเอียดแสนละเมียดในรสสัมผัส กระจกเงาอันสะท้อนถึงความสุนทรีย์และศิลปะของการใช้ชีวิต เครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้ในยามที่ใครบางคนต้องการเพิ่มอรรถรสและเติมเต็มบรรยากาศให้สมบูรณ์พร้อมเพื่อวงสังสรรค์กับหมู่มิตร ในบางครั้งยังเป็นตัวช่วยในการทำงาน เป็นดั่งสะพานที่เชื่อมโยงผู้คนต่างความชอบและวัฒนธรรมเข้าหากัน

ในการนี้ไม่มีอะไรที่จะเล่าเรื่องราวได้อย่างตรงตัวและชัดเจนมากไปกว่าเหล่าบุคคลที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี ตั้งแต่นักออกแบบเสื้อผ้าไปจนถึงผู้ทำงานศิลปะเพื่อสังคม ที่เป็นตัวแทนบอกเล่าถึงเจตนารมณ์ของแบรนด์คอนยัค ผู้เป็นเสียงสำคัญในการสนับสนุนโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์เสมอมา ผู้ชายทั้งสี่มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดการใช้ชีวิตและการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย “รสชาติของรายละเอียด”
ในฐานะของผู้ชายในแวดวงสังคม คุณวร ทัตวร สุกัณศีล ผู้ก่อตั้งและ Creative Director ของแบรนด์ Vvon Sugunnasil ได้ร่วมถ่ายทอดความหลงใหลต่องานออกแบบและเสื้อผ้าอย่างแท้จริง



สำหรับดีไซเนอร์ที่ทำงานออกแบบเสื้อผ้า Tailor-Made เป็นหลัก
รายละเอียดเป็นสิ่งที่มีอยู่ควบคู่ไปในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์






“ภาพในอุดมคติของลูกค้าผู้ใช้บริการห้องเสื้อ Vvon Sugunnasil เป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์ที่เพียบพร้อมและมากด้วยรสนิยม มีความหลากหลายในตนเองและพรั่งพร้อมไปด้วยเรื่องราวที่อยากจะบอกเล่า” คุณวรได้กล่าวต่อกับเราถึงตัวตนของแบรนด์ Vvon Sugunnasil ว่าด้วยเรื่องของมโนภาพที่มีต่อห้องเสื้อของเขา
“สไตล์เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล” คุณวรกล่าวกับเรา “เราไม่สามารถไปจำกัดใครได้ว่าเขาเป็นคนที่มีสไตล์ที่ดีหรือไม่ แต่เราสามารถรู้ได้ว่าเขาคนนั้นเป็นคนเช่นไรผ่านการแต่งกาย มีความชอบ หรือไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร ผมมักสนใจการแต่งตัวของผู้คนในวันธรรมดาแต่ละวันมากกว่าช่วงเวลาที่จำเป็นที่ออกงาน เพราะผมเชื่อว่าการแต่งกายให้ดูดีในโอกาสสำคัญเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่การแต่งตัวในวันสบายๆ ต่างหาก ที่จะบอกเล่าความเป็นตัวตนของคนคนนั้นได้ดีที่สุด”

คุณวรไม่ได้เป็นคนที่คิดหรือสร้างสรรค์คอลเลคชั่นตามปฏิทินแฟชั่น เพราะแรงบันดาลใจและแนวคิดตั้งต้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะออกมาด้วยข้อจำกัดด้านเวลา “ดังนั้นเมื่อต้องเริ่มต้นงานออกแบบเราจึงตัดเรื่องของซีซั่นออกไป แต่มองหาสิ่งที่เราหลงใหลแทน เราอยากที่จะเห็นอะไร อยากให้คนที่ใส่เสื้อผ้าของเราเป็นแบบไหน ทุกอย่างมันสามารถมอบแรงบันดาลใจให้เราได้ ขึ้นอยู่กับความชอบ ความพอดี และจังหวะที่ลงตัว”


การเดินทางของอารมณ์และความรู้สึกควรจะเป็นไปในทิศทางที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน




กว่าจะมาเป็นเสื้อผ้าเข้าชุดสักชุดหนึ่ง มันไม่ใช่แค่เพียงการหารูปทรงที่สวยงามเฉพาะชิ้น เรื่องของสัดส่วน ขนาด วัสดุ และการรับกับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ ในชุดเป็นสิ่งที่ต้องคิดมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ต่างอะไรกับ X.O ครึ่งแก้วในมือ ที่ผ่านการคำนึงซึ่งสัดส่วน วัตถุดิบ พร้อมการบ่มเพาะอย่างละเมียด กว่าจะหลอมรวมมาจนได้ความเป็นที่สุดสักขวด ไม่เคยเกิดขึ้นจากความบังเอิญ

“สำหรับเราทุกอย่างจำเป็นต้องเชื่อมโยงถึงกันหมด ยิ่งเรามีหน้าที่ในการช่วยเหลือ แนะนำ และดูแลลูกค้า นับว่ามีความสำคัญอย่างมาก สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยเหลือในด้านกายภาพของผู้ใส่ให้ดูดีแล้ว มันยังเป็นการสร้างความประทับใจ และความรู้สึกที่พิเศษ ซึ่งความพิเศษนี้ คือเรื่องของรายละเอียด”
นอกเหนือไปจากเรื่องของงานออกแบบและเสื้อผ้าแล้ว สิ่งที่ตอกย้ำได้ถึงความเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์ของคุณวรคือ การใส่ใจแม้กระทั่งรายละเอียดของบรรยากาศ “ในการสร้างสรรค์ชิ้นงานหนึ่ง นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่เป็นองค์ประกอบหลักแล้ว การออกแบบซึ่งสภาพแวดล้อมและบรรยากาศนับเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผมมาก เพราะการเดินทางของอารมณ์และความรู้สึกควรจะเป็นไปในทิศทางที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้คือนิยามของคำว่า ‘รสชาติของรายละเอียด’ ในมุมมองของผม”
นักเศรษฐศาสตร์มากความสามารถ และหนึ่งในสมาชิก The Aficionados ของ W. Ministry ผู้หลงใหลในการแต่งกายแบบคลาสสิคเมนส์แวร์ คุณกาย ศิรพล ฤทธิประศาสน์ เปิดร้านตัดสูทร่วมกับพาร์ทเนอร์อีกคนเพื่อเติมเต็มความฝันของตนเอง และมุ่งมั่นที่จะทำทั้งสองสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วให้ดำเนินไปได้และเป็นไปอย่างดีที่สุด

หากมองแบบผิวเผินเรื่องของเศรษฐศาสตร์กับรูปแบบเสื้อผ้าคลาสสิคนั้นแทบจะไม่ได้มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกันเลย แต่หากคุณต้องอยู่ในสายงานที่มีความจริงจัง สุขุม และเป็นทางการเสมอ การสวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ภาพลักษณ์ที่ดี ย่อมสร้างโอกาส และความน่าเชื่อถือได้ในอีกแง่มุม และแน่นอนว่าไม่มีเสื้อผ้ารูปแบบใดที่จะมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับคุณได้ดีไปกว่าชุดสูท นักเศรษฐศาสตร์ผู้หลงใหลในศาสตร์และศิลป์ได้บอกกับเรา พลางยกแก้วขึ้นลิ้มรสคอนยัค X.O ที่ถูกรินให้เมื่อห้านาทีก่อน


รายละเอียด คือเส้นแบ่งระหว่างของธรรมดากับของดี




เมื่อหน้าที่การงานมีเรื่องของผลประโยชน์ระหว่างประเทศเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ แนวคิดหรือวิธีการจึงไม่ได้เป็นเพียงหนทางเดียวที่จะช่วยให้ข้อตกลงลุล่วงได้ดั่งที่หวังหากขาดซึ่ง “ภาพลักษณ์” เพราะความมั่นใจและความน่าเชื่อถือ นับเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญ เมื่อผนวกเข้ากับความชื่นชอบโดยส่วนตัวของคุณกาย ในเสื้อผ้าแบบคลาสสิคเมนส์แวร์ ทำให้ทั้งสองสิ่งที่หลายๆ คนมองว่าเป็นคนละเรื่อง สามารถเดินทางและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ “ชุดสูทเป็นเสื้อผ้าที่มีรายละเอียดในตัวเองสูง สูทที่คุณภาพดีต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการทำ และเราหลงรักในเรื่องของการใส่ใจรายละเอียดตรงจุดนี้”
คุณกายยังเสริมกับเราอีกว่า สิ่งที่เรียบง่ายหาใช่ว่าจะไม่มีรายละเอียด สิ่งที่อัดแน่นด้วยองค์ประกอบเองก็หาใช่ว่าจะมีรายละเอียดที่มีคุณภาพเช่นกัน ดังนั้นแล้วคำๆ นี้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ของบางอย่างสามารถโดดเด่นได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องผ่านความตั้งใจ อดทน รวมถึงให้เวลาและใส่ใจกับมันอย่างแท้จริง จะเรื่องของเศรษฐศาสตร์ ชุดสูท หรือกับการผลิตคอนยัคให้เกิดคุณภาพสูงสุด ทั้งหมดล้วนมีรายละเอียดเป็นตัวนำทั้งสิ้น
ในฐานะช่างภาพสตรีทมือฉมังผู้หลงรักการเดินทางไปยังต่างถิ่น คุณนัท พิบูลวัฒน์ เปรมศรีเพชร สะสมประสบการณ์พร้อมเปิดมุมมองของตนต่อโลกกว้าง นักผจญภัยผู้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านเลนส์กล้องข้างกาย เพื่อเป็นหลักฐานของความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่สามารถบอกเล่าได้ด้วยคำพูด


ภาพที่ดี คือภาพที่สามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
และสะกดสายตาของผู้ชมได้โดยที่ไม่ต้องการคำพูดอธิบายใดๆ




ช่างภาพที่ดีจึงจำเป็นที่จะต้องมีทักษะในการสื่อสารมุมมองของตนเองผ่านม่านชัตเตอร์ ซึ่งเป็นตัวกลางในการบอกเล่าเรื่อง ดังนั้นแล้วภาพที่สวยจึงไม่จำเป็นต้องเป็นภาพวิว ทิวทัศน์ เสมอไป ภาพสารคดี หรือข่าว ก็สามารถถ่ายทอดความงามได้ไม่แพ้กัน

แน่นอนว่าในฐานะผู้ที่หลงรักและชื่นชอบที่จะเดินทางไปยังต่างแดน การซึมซับวัฒนธรรมที่หลากหลายและพบเจอซึ่งผู้ต่างดินแดน ย่อมเป็นสิ่งที่นักเดินทางทุกคนต่างถวิลหา “สองสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้เรียนรู้จากการเดินทางคือ ประสบการณ์และความสุข” คุณนัทบอกกับเราพร้อมยกตัวอย่างการออกเดินทางต่างแดนครั้งล่าสุดให้ฟัง
“ไม่นานมานี้ผมได้เดินทางไปยังประเทศอินเดีย แน่นอนว่าสิ่งที่ได้รับในทางตรงคือการได้ออกไปมองโลก ได้ไปเห็นบ้านเมืองเขา ซึ่งทำให้มุมมองหลายๆ อย่างของเราเปิดกว้างมากขึ้น ได้มองในมุมมองของผู้อื่นมากขึ้น เหมือนเราไปลองใส่รองเท้าคนอื่นและเดินในแบบที่เขาเดิน แน่นอนว่าการไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมต่างแดนก็มีบ้างเป็นเรื่องปกติ อย่างการบีบแตรเสียงดังตลอดเวลา ถ้าเป็นที่ไทยสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาก็คงหนีไม่พ้นการทะเลาะวิวาท มีปัญหากัน แต่สำหรับที่อินเดียนั้น มันเป็นเพียงการ ‘ทักทาย’ และเป็นสัญญาณเตือนอีกฝ่ายว่ากำลังมีรถวิ่งมาต่างหาก”
คุณนัทเล่าต่อ “นอกเหนือไปจากการเก็บภาพความทรงจำผ่านเลนส์กล้อง ก็คือการพูดคุยกับชาวบ้านหรือคนท้องถิ่น ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบตัวต่อตัวในเรื่องเดียวกันแต่แตกต่างกันด้วยพื้นฐานความคิดอันเป็นภูมิหลังของแต่ละบุคคล สำหรับผมสิ่งเหล่านี้คือสะพานที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและทัศนคติสองฟากเข้าหากัน”

การเล่าเรื่องผ่านม่านชัตเตอร์ กับการค้นพบมิตรภาพในที่ต่างถิ่น แม้ทั้งสองสิ่งจะมีกระบวนการที่แตกต่างกัน แต่ปลายทางกลับมาบรรจบกันอยู่ที่บทสนทนาความยาวหนึ่งแก้วคุณภาพ (หรืออาจจะมากกว่านั้น) ซึ่งความกลมกล่อมจากรสชาติของ V.S.O.P ข้างกายนี้ ถือเป็นเคล็ดลับในการสร้างบรรยากาศให้บทสนทนาระหว่างเราดูมีมิติมากยิ่งขึ้น”

“แก่นหลักในการใช้ชีวิตของผมไม่ว่าจะกับเรื่องใด คือการใส่ใจในทุกอณูของงาน หรือการกระทำนั้นๆ เราถึงจะสามารถดึงเอาศักยภาพสูงสุดของสิ่งนั้นๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์”
สำหรับคนทำงานในฐานะศิลปินแล้ว ไม่มีอะไรที่จะรู้สึกดีหรือภาคภูมิใจมากไปกว่าการที่ผลงานได้เป็นที่ยอมรับชื่นชมจากสังคมหรือนักเสพศิลป์มากหน้า คุณอั้ม สรวิช ประคอง บอกกับเราพร้อมสีหน้าแห่งความภาคภูมิ


ลายเส้นและโทนสีที่ปรากฏออกมา ล้วนบอกได้ถึงสภาวะอารมณ์ ณ ขณะนั้นได้อย่างเด่นชัด




“แท้จริงแล้วศิลปะที่เราทำถึงจะใช้สื่อในด้านการวาด หรือลายเส้นมาเป็นตัวกลาง แต่ทุกคำทุกชิ้นที่เราทำนั้นเมื่อมองให้ลึกลงไป จะพบว่ามันคือศิลปะที่ทำหน้าที่ในการจรรโลงหรือเตือนสติผู้คนที่พบเห็น มันคือศิลปะเพื่อสังคมในความหมายของผม” แต่ความเพียบพร้อม การกลั่นกรองความคิดที่ว่านั้น เพียงพอแล้วหรือไม่กับการนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาไว้ หากขาดซึ่งความรัก ความตั้งใจที่บ่มเพาะมาจากตัวศิลปินผู้สร้างสรรค์
ลายเส้นและโทนสีที่ปรากฏออกมา ล้วนบอกได้ถึงสภาวะอารมณ์ ณ ขณะนั้นได้อย่างเด่นชัด ความรู้สึกที่ปล่อยผ่านตัวนำสารอย่างสี และเส้นสาย ล้วนเป็นองค์ประกอบที่บอกเล่าได้ทั้งความใส่ใจ ความละเอียด และนัยยะที่ต้องการให้คิดต่อ สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบของงานศิลปะที่กระทบต่อสายตาหรือความคิดของผู้เสพเป็นอันดับแรกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นหากความสวยงามชั้นแรกไม่สามารถส่งสารได้ดีพอ การที่ผู้คนจะเข้าถึงแก่นของงาน หรือสนใจตัวงานจริงๆ ก็เกิดขึ้นได้ยาก เช่นเดียวกับเครื่องดื่มที่มอบได้เพียงความเมามายแต่ไร้ซึ่งความเป็นศิลป์ ผู้คนที่พบเห็นอาจชื่นชอบแต่ก็แค่ผิวเผิน เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงเปลือกกายที่เมื่อมองลึกลงไปก็ไม่สามารถค้นหาความหมายใดๆ ได้อีก

“ดังนั้นเครื่องดื่มที่ดีในมุมมองของผมจึงเปรียบได้ดั่งงานออกแบบชิ้นเอก ที่นอกจากเรื่องของบรรจุภัณฑ์จะต้องสวยงาม น่าดึงดูดให้ลิ้มลองแล้ว รสสัมผัสอันเป็นแก่นหลักที่เปรียบได้กับความหมายที่ซ่อนเร้นในรูปภาพหรืองานศิลปะ ยังต้องกลมกล่อมและสื่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้สร้างสรรค์ออกมาได้ สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญต่อผมในการเลือกสรรเครื่องดื่มที่ดีสักแก้ว” อั้มกล่าวกับเรา พร้อมลิ้มรสชาติจากคอนยัคข้างกายที่ตอนนี้เดินทางไปเกือบจะก้นแก้วแล้ว
“แม้คอนเซ็ปต์ หรือแนวความคิดจะสมบูรณ์พร้อมเพียงใด ก็ไม่สามารถทำงานของมันได้อย่างเต็มภาคภูมิ หากผู้สร้างสรรค์ขาดซึ่งทักษะและความตั้งใจจริง” เขากล่าวกับเรา 

“เราในฐานะของผู้สร้างทำได้เพียงส่งมอบความสุนทรีย์ที่เกิดขึ้นจากความคิดที่พิถีพิถัน ที่มีจุดหมายปลายทางในการสร้างลูกโซ่แห่งการตระหนักรู้ต่อสังคม และนั่นคือรสชาติของรายละเอียดในฐานะของศิลปินผู้ทำงานศิลปะเพื่อสังคม”



ติดตามอีกหลากหลายเรื่องราวของเฮนเนสซี่ได้ที่นี่

Related Stories

The Style Guide

7 WAYS TO ELEVATE YOUR POLO SHIRT

แล้วจะรู้ว่าเสื้อผ้าฝ้ายคอปกชนิดนี้มีดีกว่าแค่เป็นเครื่องแบบตีกอล์ฟ

Read

The Style Guide

THE INFINITE POWER OF WHITE TEES

ความเหมือนในความแตกต่างของเสื้อยืดคอกลมสีขาวที่คุ้นเคย
ดึงจุดเด่นเน้นดีเทลของแต่ละแบบ ด้วยไอเดียการจับคู่ให้ได้ผลทั้ง 5 สไตล์

Read

Out of Office

137 PILLARS HOUSE: A STAY AT ONE OF CHIANG MAI’S OLDEST BUILDINGS

เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทค้าไม้ของอังกฤษเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว บัดนี้ "บ้าน 137 เสา" ยังคงตั้งตระหง่านต้านทานกาลเวลาอย่างสง่างาม

Read

0Shares
preloader