The Read

BOOKS WE RECOMMEND YOU TO READ PART 2

บทความโดย Suwicha Sangkayoolakul, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chananchida Vithvatchutikul, Visual Designer, W. MINISTRY

The Read

BOOKS WE RECOMMEND YOU TO READ PART 2

6 July 2018

ตอนที่ 2 ของซีรี่ส์บทความใหม่ที่เราจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับหนังสือที่ควรค่าแก่การอ่าน

 

หลังจากบทความแรกของเราที่หยิบยกหนังสือน้ำดีห้าเล่มมาให้เลือกสรร วันนี้เรากลับมาอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับหนังสืออีกห้าเล่มเช่นเคย แต่แน่นอนว่าเพิ่มหนังสือในประเภท (Genre) อื่นๆ มาให้เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความหลากหลายและให้ท่านผู้ที่รักและหลงใหลในการอ่าน ได้เปิดโลกทัศน์ของตนให้กว้างออกไปอีกขั้นหนึ่ง การอ่านไม่มีข้อจำกัด ไม่มีขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นบทประพันธ์กวีนิพนธ์ที่เปี่ยมความหมาย ยุทธจักรที่อุดมไปด้วยคุณธรรมน้ำมิตรและการแก้แค้น รวมไปถึงการสืบสวนสอบสวนคดีปริศนาต่างๆ ล้วนสามารถพาคุณผู้อ่านดำดิ่งท่องไปในโลกที่ไร้ซึ่งขอบเขตทางการเวลานี้ได้เหมือนๆ กัน

จอมโจรจอมใจ

โดย โก้วเล้ง (แปลโดย  เมืองลุง)

เมื่อได้ยินชื่อ “จอมโจรจอมใจ” เป็นครั้งแรก ท่านผู้อ่านหลายๆ ท่าน อาจขมวดคิ้วเข้าเป็นปมด้วยความสงสัยแต่หากเมื่อเราเอ่ยชื่อ “ชอลิ้วเฮียง” ขึ้นแล้ว ผู้เขียนหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า กว่าครึ่งของคิ้วที่ขมวดอยู่ต้องคลายปมออกด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจในหนังสือที่เราหยิบยื่นให้ท่านผู้อ่านเป็นเล่มแรกของวันนี้ “จอมโจรจอมใจ” หรือที่รู้จักกันในนาม ซีรี่ส์ชุดชอลิ้วเฮียง เป็นนวนิยายจีนกำลังภายใน แทรกการสืบสวนสอบแบบฉบับของนวนิยายยุโรปอย่าง เชอร์ล็อกโฮมส์ ได้รับอิทธิพลจากอมตะนิยายอย่างโรบินฮูด ผสมผสานกับเสน่ห์แบบเจมส์ บอนด์  ตัวเอกของเรื่องคือ ชอลิ้วเฮียง เป็นวีรบุรุษที่มีอาชีพเป็นขุนโจร คอยขโมยของล้ำค่าของพวกทุจริตและมิจฉาชีพมาแลกเป็นเงินมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ขัดสน

สิ่งที่ทำให้ชอลิ่วเฮียงเป็นที่นิยมมาตั้งแต่ตอนที่โก้วเล้งเขียน เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเนื้อหาของเรื่องมีความเชื่อมโยงกับการไขคดีข้อสงสัง ตลอดจนปริศนาต่างๆ ที่ชอลิ้วเฮียงและพรรคพวกของเขาต้องเผชิญ เมื่อรวมกับพลังยุทธวิชาคว้าจับ ท่าร่างวิชาตัวเบา กลิ่นสุรานารีแดงดื่มคู่กับเนื้อเส้นจากโรงเตี๊ยมข้างๆ น้ำมิตรไมตรีจากสหายร่วมเส้นทาง และความเคียดแค้นที่ฝังลากลึกมาตั้งแต่ต้นตระกูล ทำให้เนื้อหาแบบสืบสวนสอบสวนของฝรั่งดูมีกลิ่นไอที่น่าติดตามมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

นอกจากนั้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชอลิ้วเฮียงเป็นที่รักของผู้ที่ชื่นชอบในนวนิยายกำลังภายใน คือเสน่ห์อันเหลือร้าย การเลือกใช้ถ้อยคำที่ชาญฉลาด และความถือดีในตัวเองของพระเอกผู้กรุ้มกริ้มที่สุดของโก้วเล้ง เช่น ในตอนต้นเรื่องที่ชอลิ้วเฮียงไปขอหยิบยืม (ขโมยนางงามหยกขาว โก้วเล้งได้เขียนเอาไว้ว่า “ฟังว่า ท่านมีนางงามหยกขาว สลักขึ้นจากปฏิมากรชั้นเยี่ยม ประณีตพิสดารเป็นผลงานสุดยอด มีความเลื่อมใสสนใจสุดซึ้งเที่ยงคืนวันนี้ จะอาบแสงจันทร์มานำไป ท่านมีจิตใจกว้างขวางเอื้ออารีเสมอมา ต้องไม่ถึงกับให้ข้าพเจ้าเสียเวลาไปกลับเปล่า” เนื้อความเบื้องต้นคือสิ่งที่ชอลิ้วเฮียงเขียนในจดหมายจ่าหน้าไปถึงผู้ถือครองนางงามหยกขาวเพียงประโยคช่วงเปิดเรื่องสั้นๆ นี้ ก็ทำให้ชอลิ้วเฮียงครองใจผู้อ่านหลายท่านอย่างง่ายดายดุจการหยิบยืมนางงามหยกขาวในอีกสามหน้ากระดาษถัดมา

ซีรี่ส์ชุดชอลิ้วเฮียงมีทั้งหมดแปดเล่ม แบ่งเป็น จอมโจรจอมใจ (สามเล่มใต้เงามัจจุราช (สามเล่มชอลิ้วเฮียงและราศีดอกท้อ อีกอย่างละเล่ม ในด้านสำนวนการแปลมีทั้งที่เป็นของ  เมืองลุง และของนนพรัตน์ แล้วแต่ท่านผู้อ่านจะเลือกสรรกัน

มังกรคู่สู้สิบทิศ

โดย หวงอี้ (แปลโดย นพรัตน์)

หากให้นับในหนังสือประเภทนวนิยายกำลังภายในที่ผู้เขียนเคยอ่านมาทั้งหมด “มังกรคู่สู้สิบทิศ” ของหวงอี้ มีความยาวมากที่สุด แบ่งเป็นทั้งหมดยี่สิบเล่มด้วยกัน มังกรคู่สู้สิบทิศ เป็นผลงานชิ้นที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของหวงอี้นักเขียนนวนิยายจีนกำลังภายในรุ่นหลังจากกิมย้งและโก้วเล้ง ซึ่งเราเคยเอ่ยถึงงานเขียนของหวงอี้ เอาไว้ในบทความว่าด้วยโลกแห่งนวนิยายกำลังภายในว่า “…นิยมชมชอบในงานศิลปะ การศึกษาประวัติศาสตร์ ปรัชญา และคำสอนของปราชญ์เมธีจีนโบราณเป็นทุนเดิม เมื่อเขาริเริ่มที่จะเขียนหนังสือ เขาได้นำตัวอักษรอี้ (จากคัมภีร์ตำรา อี้จิง ที่มีความลึกล้ำเข้าใจยาก มาเป็นนามปากกาของ…”

หลังจากการเสียชีวิตของโกวเล้ง และการเลิกเขียนงานของกิมย้ง ทำให้ตลาดนิยายกำลังภายในขาดตอนไป แต่ในที่สุดก็ได้หวงอี้เข้ามางานเขียนผลงานใหม่ๆ เป็นการปลุกกระแสนิยายกำลังภายในอีกครั้งหนึ่ง ผลงานที่มีชื่อเสียงของหวงอี้ประกอบไปด้วยเรื่องขนาดยาวอย่างมังกรคู่สู้สิบทิศ (大唐雙龍傳ที่เป็นเรื่องราวของโค่วจงและฉีจื่อหลิง หนุ่มน้อยพเนจรทั้งสองจากเมืองหยางโจว ที่มีบทบาทต่อการครองแผ่นดินของหลี่ซื่อหมิงกษัติรย์พระองค์ที่สองแห่งราชวงศ์ถัง เรื่องราวที่เกิดขึ้นในมังกรคู่สู้สิบทิศ มีความเชื่อมโยงกับเรื่องที่เกิดขึ้นในพงศาวดารจีน แต่มีการเติมเสริมตัวละครทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมะมากมาย เพื่อสร้างกลิ่นของนวนิยายกำลังภายในอิงประวัติศาสตร์ นอกจากตัวละครในจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว หวงอี้ยังเพิ่มเติมตัวละครจากนอกกำแพงอย่างชาวเกาหลีและชาวถูเจี๋ย สอดแทรกความรักในแผ่นดินบ้านเกิดและผลเสียของการแก่งแย่งชิงดีไว้อย่างแนบเนียนในเรื่องอีกด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้ว เหตุที่ผู้คนหลงรักงานของหวงอี้ เนื่องจากงานของเขามรการสอดแทรกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ด้วย ไม่ได้มีเพียงเรื่องแต่งที่เป็นนวนิยายกำลังภายในเท่านั้น จึงถือเป็นงานเขียนที่มีการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ลักษณะคล้ายกับงานเขียนของกิมย้ง แต่แตกต่างจากงานเขียนของโก้วเล้ง ที่เน้นความขัดแย้งในตัวละครเสียมากกว่าความขัดแย้งในระดับภูมิภาค

ฆาตกรรมจักรราศี
โดย วินทร์ เลียววาริณ

นักสืบ นักร้อง นักรัก

วันศุกร์ 22.30 .-

ผมสั่งเบียร์เย็นจัดอัดแข็งสองก้อนเข้ากระพุ้งแก้ม ค่อย  จุดบุหรี่ขึ้นสูบ อัดมะเร็งในรูปแบบของไอควันลงไปในปอด ก่อนปล่อยมันออกมาร่ายรำช้า  ซึ่งถึงจะบอกว่าช้าก็เถอะ แต่ตั้งแต่อมน้ำแข็งจนถึงพ่นควันออกมา จนจะสั่งเบียร์แก้วที่สองอยู่แล้ว นักร้องประจำคาเฟ่ในวันศุกร์ก็ยังไม่ขึ้นฟลอร์มาบรรเลงพลังเสียงให้ได้ยินเสียทีแน่นอนเหล่าลูกค้าคนอื่น  ล้วนสงบจิตสงบใจรออยู่โต๊ะ

ไอน้ำจากแก้วเบียร์เจิ่งนองเต็มโต๊ะ ขี้บุหรี่กองสุมอยู่บนก้นกรองที่เบียดเสียดบนที่เขี่ย ลูกค้าหลายคนถยอยกลับ เพราะที่พวกเขาเฝ้ารอไม่ใช่เหล่าหางเครื่องแต่งตัววาบหวิวยั่วเสน่ห์ แต่เป็นนักร้องลูกครึ่งไทย – ลาว เสียงดีประจำการทุกคืนวันศุกร์ที่มาสายเสียเหลือเกิน

แม่งไม่มาแล้วแหละ กูกลับดีกว่า” เสียงผู้ชายโต๊ะด้านข้างพูดกับเจ้เจ้าของร้านด้วยอารมณ์ที่อดสำเร็จความใคร่ทางรูหู (ซึ่งผมเข้าใจอารมณ์นี้ดีเจ้เจ้าของร้านรีบขอโทษขอโพย บอกกล่าวว่า “ตานักร้องมันติดสืบคดี วันนี้คงมาสายหน่อย แต่มันมาแน่นอน

(ผมเริ่มไม่เข้าใจ)

หนึ่งการสืบคดี สองร้องเพลง (ลูกทุ่งมิน่าจะกระทำได้โดยพร้อมเพรียงกันแบบนี้

ผมลองจำลองภาพนักสืบระดับโลก (ซึ่งไม่มีตัวตนจริงเช่นเชอร์ล็อก โฮมส์แม็ค เทเลอร์ (จาก CSI นิวยอร์กหรือ คุโด้ ชินอิจิ (จากการ์ตูนนักสืบรุ่นจิ๋ว)  รับงานกลางคืนเป็นนักร้องดูเถอะ ความน่าเชื่อถือของพวกมันในเช้าวันรุ่ง คงเหลือเล็กน้อยเพียงเท่านั้น นี่ยังไม่นับความเหนื่อยล้าของร่างกายจากรสเบียร์แสนขมที่ผ่านคอเป็นน้ำเปล่า และไอบุหรี่ราคาถูกตลอดทั้งคืน

แต่สิ่งนี้หาได้เกิดขึ้นกับ พุ่มรัก พานสิงห์ นักร้องลูกทุ่งอาชีพ – นักสืบไซด์ไลน์ไม่ มันอาศัยคาเฟ่นี้แหละเป็นฐานทัพปลอบประโลมใจในยามวิกาล ก่อนออกปฏิบัติการสืบคดีแปลกประหลาดต่อในยามเช้าด้วยลีลาสุดแซบอีหลี – ดีลีเฌียส ไม่ว่าจะเป็น คดีปลาปิรันยากินคน คดีฆาตกรรมดักแด้หนีเที่ยว คดีฆาตกรรมทีวีเเชมเปี้ยนและ คดีแปลกแหวกแนวสุดแซบอย่าง “ฆาตกรรมจักรราศี” ที่ต่อให้โฮมส์สั่งลาบ สั่งก้อย สั่งส้มตำมากินก่อนสืบ ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

เรื่องราวของพุ่มรัก มักเป็นการสืบที่คล้ายอ้างอิ่งจากวิทยาศาสตร์ คล้ายพึ่งพาโหราศาสตร์ คล้ายผนวกกับโชคชะตา คล้ายวิเคราะห์จากประสบการณ์ของตนเอง ดูไปคล้ายความลักลั่นย้อนแย้ง แต่ความเชื่อแบบไทย  กลับสามารถไขคดีแปลก  ได้มากมายอย่างน่าเหลือเชื่อ ลีลาการสืบแบบลูกครึ่งไทย – ลาว กลับมีประสิทธิผลพอกับกรมตำรวจทั้งกรมเลยทีเดียว

วันศุกร์ (สัปดาห์ต่อมา) 00.14 .-

เบียร์แก้วที่สี่หรือห้าผมไม่แน่ใจ ถึงอย่างไรผมควรเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าแทนหากต้องการกลับให้ถึงบ้าน บุหรี่ใกล้หมดซองแล้ว นักร้องแต่งตัวฉูดฉาด โกรกผมสีแปลก พวงมาลัยเต็มคอวิ่งขึ่นฟลอร์มา ยกมือไหว้แขกซึ่งคือผมคนเดียวปลก  กระแอมไอพอเป็นพิธี ก่อนเริ่มร้องเพลงของ สุรพล สมบัติเจริญ “สืบหกปี แห่งความหลัง ทั้งรักทั้งชังทั้งหวานและขมขื…” ผมเบรกมันทันที ยื่นแบ่งเทาใหม่เอี่ยมให้มันก่อนบอกว่า “ไม่ต้องร้องแล้ว คืนนี้ข้าไม่ได้มารอเอ็งร้องเพลง เอ็งมานั่งนี่ จิบเบียร์ด้วยกัน แล้วเล่าให้ข้าฟังหน่อย ว่าไอ้คดีจักรราศีเนี้ยมันเป็นยังไงมายังไง” มันยิ้มแบบคนฉลาด ใบหน้าไทยปนลาวแสดงความสนิทสนมก่อนบอกข้าพเจ้าว่า หนังสือเกี่ยวกับคดีของมันออกแล้ว ให้ผมซื้อมาอ่านเองจะสนุกเสียกว่า ก่อนที่จะเดินกลับฟลอร์ไป

ราโชมอนและเรื่องสั้นอื่นๆ

โดย ริวโนะสุเกะ อาคุตางาว่า

หากผู้ใดเคยได้ยินชื่อ ราโชมอน ที่เป็นหนังสือแต่งใหม่โดย หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์  ปราโมช หรือเคยชมภาพยนตร์อุโมงค์ผาเมือง น่าจะพอทราบได้ถึงความปิดแปลกบิดเบี้ยวของฉาก ตัวละคร บทพูด ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง หนังสือที่เราหยิบมาเล่มที่สี่ในวันนี้ จึงเป็นหนังสือวรรณกรรมแปลจากภาษาญี่ปุ่นโดยเจ้าของผลงาน ราโชมอน ฉบับดั้งเดิม และเรื่องสั้นชวนปั่นประสาทเรื่องอื่นๆ ซึ่งผู้เขียน ริวโนะสุเกะ อาคุตางาว่า มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในการตบหน้าผู้อ่านเบาๆ ด้วยความประหลาดใจต่อองค์ประกอบของเรื่อง และบางครั้งก็เรียกได้ว่าเป็นการเอาดาบคาตานะแทงผู้อ่านด้วยการหักมุมหรือการตัดจบที่ค้างคาของเรื่องเลยทีเดียว

สำหรับพระเอกของหนังสือเล่มนี้แน่นอนว่าคือเรื่อง “ราโชมอน” และเรื่อง “ป่าละเมาะ” คำว่า ราโชมอน เป็นชื่อประตูสำคัญประตูหนึ่งในเมืองเกียวโต เหตุการณ์พูดถึงการต่อปากต่อคำของคนตัดฟืน ชาวบ้าน และพระ ถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมซามุไรผู้หนึ่งในป่า การสืบสวนคดีความมีผู้ถูกสอบปากคำสามคำคือ โจรป่า ภรรยาของซามูไร และวิญญาณของซามูไรที่มาเข้าสิงร่างทรง โจรป่าบอกว่าเขาเป็นผู้สังหารซามูไรเอง ภรรยาของซามูไรบอกว่าเธอเป็นผู้สังหารสามีของเธอ ส่วนซามูไรกลับบอกว่าเขาเป็นผู้สังหารตัวเอง เรื่องราวจบลงด้วยคำพูดของคนตัดฟืนที่ว่า “ทุกคนล้วนโกหก” การโกหกดังกล่าวเป็นการโกหกเพื่อรักษาเกียรติยศของตัวเอง

ส่วนเรื่อง “ป่าละเมาะ” คล้ายคลึงกับเรื่องราโชมอน แต่แตกต่างกันตรงที่เรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่านซามูไรผู้ล่วงลับ โจรป่า และภรรยาของซามูไรเอง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์แบบปิด มีผู้รู้เห็นเหตุการณ์เพียงแค่สามคนเท่านั้น กล่าวได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง ไม่ปรากฏพยาน (คนตัดฟืนแบบในราโชมอน ซึ่งเหตุการณ์จำพวกนี้ก็มักไปสอดคล้องกับเหตุการณ์ร้อยพันเหตุที่ไม่มีผู้รู้เห็นในชีวิตปัจจุบัน เหตุการณ์แบบนี้เป็นที่นิยมในการทำภาพยนตร์ต่างๆ อาทิ เรื่อง Gone Girl ก็ถือว่าอาศัย “ปรากฏการณ์ราโชมอน” ในการเล่าเรื่องด้วยเช่นกัน

เพียงความเคลื่อนไหว

โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

กวีนิพนธ์เล่มเดียว ที่เราจับมาไว้ในลิสต์หนังสือน้ำดีประจำสัปดาห์นี้ “เพียงความเคลื่อนไหว” เป็นหนังสือรวบรวมคำประพันธ์ของรัตนกวีแห่งรัตนโกสินทร์ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่เคยตีพิมพ์ในสิ่งพิมพ์นิตยสารการเมือง และหนังสือต่างๆ จากช่วงปี .. 2516 – 2522 ลักษณะของงานประพันธ์ส่วนใหญ่ ว่าด้วยกวีนิพนธ์ทางการเมือง ทัศนคติต่อเหตุการณ์ความไม่เป็นธรรมในสมัย 14 ตุลาคม 2516 ที่มีการสังหารนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ถูกแสดงออกผ่านคำประพันธ์อย่าง “วันฆ่านกพิราบ” นอกจากนั้นงานประพันธ์บางส่วนยังพูดถึงเหตุการณ์ความไม่เป็นธรรมในสังคม อย่างคดีทำร้ายแรงงานหญิงที่ “กระทุ่มแบน” จนเสียชีวิต หรือพูดถึงปรัชญาด้านศาสนาและชีวิต อย่างงาน “เซ็นซามูไร”​เป็นต้น

เพียงความเคลื่อนไหว เป็นผลงานที่ทำให้อาจารย์เนาวรัตน์ ได้รางวัลซีไรท์ในปี .. 2523 ด้วย และสำหรับงานชิ้นที่ดีงามและดู “เคลื่อนไหว” ที่สุด เหนือล้ำงานอื่นๆ คือ “เพียงความเคลื่อนไหว” ที่อาจารย์นำมาใช้เป็นชื่อหนังสือนั่นเอง ซึ่งจะขอคัดมาให้อ่านกันสั้นๆ ว่า

มือที่กำหมัดชื้นจนชุ่มเหงื่อ
ก็ร้อนเลือดเดือดเนื้อถนัดถนี่
กระหืดหอบฮวบล้มแต่ละที
ก็ยังดีที่ได้สู้ได้รู้รส

นิ้วกระดิกกระเดี้ยได้พอให้เห็น
เรี่ยวแรงที่แฝงเร้นก็ปรากฏ
ยอดหญ้าแยงหินแยกหยัดระชด
เกียรติยศแห่งหญ้าก็ระยับ

สี่สิบปีเปล่าโล่งตลอดย่าน
สี่สิบล้านไม่เคยเขยื้อนขยับ
ดินเป็นทรายไม้เป็นหินจนหักพับ
ดับและหลับตลอดถ้วนทั้งตาใจ

นกอยู่ฟ้านกหากไม่เห็นฟ้า
ปลาอยู่น้ำย่อมปลาเห็นน้ำไม่
ไส้เดือนไม่เห็นดินว่าฉันใด
หนอนย่อมไร้ดวงตารู้อาจม

ฉันนั้นความเปื่อยเน่าเป็นของแน่
ย่อมเกิดแก่ความนิ่งทุกสิ่งสม
แต่วันหนึ่งความเน่าในเปือกตม
ก็ผุดพรายให้ชมซึ่งดอกบัว

และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ
เป็นความงดความงามใช่ความชั่ว
มันอาจขุ่นอาจข้นอาจหม่นมัว
แต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน

พอเสียงร่ำรัวกลองประกาศกล้า
ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน
พอปืนเปรี้ยงแปลบไปในมณฑล
ก็รู้ว่าประชาชนจะชิงชัย

Related Stories

The Read

CUSTOMER ETIQUETTE: สบตา ขอบคุณ ทักทาย และอีกหลายมารยาทต่อคนเล็กๆ ที่เราอาจไม่เจอกันอีกเลยในชีวิตนี้

พฤติกรรมพึงปฏิบัติในฐานะผู้รับบริการ ทบทวน 9 ข้อที่เราต่างรู้จักแต่มักละเลย

Read

The Read

GETTING OVER A HEARTBREAK: 3 กฎเหล็กเยียวยาแผลใจ ฟื้นไข้จากอาการอกหัก

แล้วเราจะคิดถึงแฟนเก่าได้อย่างไม่เจ็บปวด

Read

Horology

PAUL NEWMAN & ROLEX DAYTONA: นาฬิกาที่ภรรยาใช้บอกพระเอกจอมซิ่งว่า “ขับรถช้าลงหน่อย”

ความรัก ความห่วงใย และความทรงจำที่ฝังอยู่ในเรือนเวลา

Read

0Shares
preloader