The Read

BNK48 GENERAL ELECTION: ทำไมแฟนคลับถึงยอมจ่ายเงินมากมายแบบไม่มีเงื่อนไข

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Paritat Supaporne, Senior Visual Designer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

The Read

BNK48 GENERAL ELECTION: ทำไมแฟนคลับถึงยอมจ่ายเงินมากมายแบบไม่มีเงื่อนไข

4 March 2020

เหตุผลของการทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคนแปลกหน้า

 

เรื่องของ “ไอดอล” กับ “แก่นของเรื่องราว” ที่ W. MINISTRY เคยนำเสนอไป ดูเหมือนจะแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการที่ผู้เขียนเลือกหยิบเรื่องนี้มานำเสนอ นั่นหมายความว่ามันจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับดีเอ็นเอของเราไม่ในมิติใดก็มิติหนึ่ง

มิติที่ผู้เขียนเลือกหยิบมาเล่าในบทความนี้คือหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่าง “งานเลือกตั้ง” ของวงไอดอลในเครือ 48 Group โดยในที่นี้จะเน้นไปที่วงน้องสาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นอย่าง BNK48 เป็นสำคัญ ที่นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 3 ปีก่อน เด็กสาวกลุ่มนี้ได้สร้างปรากฏการณ์มากมาย เป็นหมุดหมายสำคัญในการก่อร่างวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่นซึ่งเป็นสิ่งใหม่ให้หยั่งรากลึกลงในสังคมไทย

งานเลือกตั้งครั้งแรกของ BNK48 มาในชื่องาน “BNK48 6th Single Senbatsu General Election” มีขึ้นในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ.2019 ซึ่งถือเป็นงานสำคัญของแฟนคลับ BNK48 ทุกคน บรรยากาศในวันนั้นยิ่งใหญ่จนน่าขนลุก ผสมผสานด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงสะอื้นไห้ด้วยความผิดหวัง หรือแม้แต่หยาดน้ำตาจากความตื้นตัน

ผู้ชนะคือ เฌอปราง-เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวงที่ต่อให้คุณไม่ใช่แฟนคลับ BNK48 ก็น่าจะคุ้นเคยกับเธออยู่บ้างตามสื่อต่างๆ เฌอปรางคว้าอันดับ 1 ไปครองด้วยคะแนนโหวต 84,195 คะแนน ซึ่งถือว่ามหาศาลมากสำหรับ BNK48 ที่เพิ่งมีงานเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้นคะแนนโหวตรวมของเมมเบอร์ทั้ง 32 อันดับแรกที่มีการประกาศออกมาก็สูงถึง 762,747 คะแนน คิดเป็นเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

“ทำไมผู้คนถึงยอมจ่ายเงินมากมายให้กับเด็กสาวเหล่านี้ทั้งๆ ที่แทบไม่ได้รับอะไรกลับมา?”

คำตอบของคำถามนี้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้โมเดลธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ซึ่งเราจะพาไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน

 


เด็กสาวข้างบ้าน

 

Origin of AKB48

Origin of 48 Group

 

เรื่องราวทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาจากชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ยาซุกิ อากิโมโตะ เจ้าของฉายา “บิดาแห่ง 48 Group” เขาคือผู้ริเริ่มก่อตั้ง AKB48 วงไอดอลกลุ่มแรกในตระกูล 48 ขึ้นมา ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2005 โดยหนึ่งในคอนเซปท์ที่ทำให้ 48 Group ของเขากลายเป็นวงไอดอลที่โดดเด่นกว่าวงอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกันก็คือการที่เมมเบอร์ทุกคนในวงอยู่ในภาพลักษณ์ของ “เด็กสาวข้างบ้าน” เพราะพวกเธอไม่ใช่เด็กสาวที่หน้าตาหรือหุ่นดีแบบที่สามารถเห็นได้ตามนิตยสาร นอกจากนั้นทักษะในวงการบันเทิงของพวกเธอไม่ว่าจะเป็นการร้อง เต้น หรือพูดจา ก็ห่างไกลกับคำว่า Perfect อยู่พอสมควร

ถึงแม้ความคิดของ อากิโมโตะ แตกต่างจากวงไอดอลในช่วงเวลานั้นชนิดขั้วตรงข้าม แต่มันกลับสามารถดึงดูดแฟนคลับได้อย่างมหาศาล ผู้เขียนคิดว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากแฟนคลับจะรู้สึกว่าพวกเธอเหล่านั้นไม่ได้ห่างเหิน หรือไกลตัวจนเกินไป เป็นคนที่อยู่ในระดับเดียวกัน เพราะกลุ่มแฟนคลับเองก็ไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบเช่นกัน สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกอยากเอาใจช่วย อยากผลักดันให้พวกเธอเปล่งประกายประสบความสำเร็จดังหวัง

อีกหนึ่งสิ่งที่ อากิโมโตะ ทำให้เด็กสาวของพวกเขานำเสนอมาโดยตลอดคือเรื่องราวของ “ความพยายาม” ภาพเมมเบอร์ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักจนถึงขั้นเสียน้ำตา หรือภาพของเมมเบอร์ระดับล่างที่แทบไม่เคยได้รับโอกาสใดๆ นอกจากการแสดงในสถานที่ปิดอย่างเธียร์เตอร์ (สถานที่ทำการแสดงของวงในเครือ 48 Group) คือภาพที่แฟนคลับเห็นจนชินตา ดังนั้นเมื่อผนวกรวมกับความเป็นเด็กสาวข้างบ้านที่รู้สึกอยากเอาใจช่วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่แฟนคลับจะยอมทุ่มทุนมหาศาลเพื่อให้ความพยายามของคนที่พวกเขารักไม่สูญเปล่า

 


ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งผูกพัน

 

Koisuru Fortune Cookie

Koisuru Fortune Cookie

ถ้าคอนเซปท์เด็กสาวข้างบ้านของ อากิโมโตะ ว่าฉลาดแล้ว อีกหนึ่งคอนเซปต์ของเขานั้นฉลาดยิ่งกว่า คอนเซปท์นั้นก็คือ “Idols You Can Meet…ไอดอลที่คุณสามารถพบเจอได้” เพราะโดยปกติแล้วแฟนคลับสามารถพบเจอเหล่าไอดอลน่ารักๆ ได้ตามงานคอนเสิร์ตหรือรายการโทรทัศน์เท่านั้น อากิโมโตะ เล็งเห็นว่าถ้าเป็นแบบนั้นช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างตัวเมมเบอร์กับแฟนคลับจะห่างเหินจนเกินไป สิ่งที่เขาทำคือก่อตั้งสถานที่ที่เรียกว่าเธียเตอร์ขึ้นมา (โดยครั้งแรกคือเธียเตอร์ของวง AKB48 ซึ่งตั้งอยู่ในย่านอากิบาฮาระ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)

เธียเตอร์ที่ว่าคือสถานให้เมมเบอร์ทำการแสดง โชว์ทักษะความสามารถต่างๆ เป็นสถานที่ปิดขนาดเล็ก ทำให้ตัวเมมเบอร์กับแฟนคลับรู้สึกใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น นอกจากนั้นการแสดงในเธียเตอร์ยังเปิดรอบแสดงค่อนข้างเยอะ (สำหรับวง BNK48 อยู่ที่สัปดาห์ละ 1-5 รอบ) แฟนคลับจึงสามารถมาพบเจอคนที่ชื่นชอบได้บ่อยครั้งตามที่เวลาและโชคจะอำนวย

นอกจากการมีเธียเตอร์แล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ทำให้เมมเบอร์ได้ใกล้ชิดกับแฟนคลับคือ “งานจับมือ” ที่ในแต่ละปีมีไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง เรียกได้ว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทำให้เมมเบอร์กับแฟนคลับใกล้ชิดกันมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะตัวแฟนคลับจะได้พูดคุยกับเมมเบอร์ตัวต่อตัว อาจจะเป็นการทักทาย เล่นมุก หรือส่งมอบกำลังใจ ก็ตามแต่อัธยาศัย ส่วนจะได้พูดคุยกันนานเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละคน (บัตรจับมือของ BNK48 1 ใบ ราคา 350 บาท โดยใช้ในการจับมือได้นานประมาณ 8 วินาที)

 


ขอบคุณรอยยิ้มนั้นที่ทำให้โลกสดใส

 

BNK48 Shonichi

BNK48 Shonichi

 

“ทำไมถึงมาเป็นแฟนคลับ BNK48?” นี่คือคำถามที่ผู้เขียนเจอมาแทบนับครั้งไม่ถ้วนนับตั้งแต่เริ่มติดตามไอดอลวงนี้เมื่อ 3 ปีก่อน และทุกครั้งผู้เขียนก็จะตอบกลับสั้นๆ ไปเพียงว่า รู้สึกได้รับพลังงานบวกจากพวกเธอ รอยยิ้มของพวกเธอทำให้ชีวิตสดใสขึ้น

ไม่ใช่เพียงแค่ผู้เขียนเท่านั้น แต่ในบรรดากลุ่มเพื่อน หรือจากที่ผู้เขียนรับทราบข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยที่มาติดตามวงไอดอลในเครือ 48 เพราะพลังงานบวก ทุกครั้งที่ไปหาตามอีเวนต์ต่าง ๆ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มที่เปลี่ยนให้โลกสีเทาดูสดใสขึ้น มีแรงกลับไปฮึดสู้ต่อในชีวิตจริงที่ทุกอย่างอาจไม่เป็นใจนัก

เมื่อการตามไอดอลทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่จะอยากตอบแทนสิ่งที่ได้รับมากลับไป อย่างไรก็ตามถึงแม้จะใกล้ชิดกันแค่ไหน แต่ไอดอลก็คือไอดอล ไม่ใช่คนที่อยู่ในชีวิตประจำวันที่สามารถจะทำดีด้วยเป็นการตอบแทนได้ ช่องทางเดียวที่พอจะตอบแทนกลับไปได้ก็หนีไม่พ้นการใช้เงินสนับสนุน

 


ความสัมพันธ์ที่แยกจากกันไม่ได้

 

BNK48 Theater

BNK48 Theater

 

ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นคือโมเดลที่ อากิโมโตะ ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเมมเบอร์กับแฟนคลับ แล้วความสัมพันธ์นี้แข็งแกร่งขนาดไหน?

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่ว่าคือการที่มีวงไอดอลชาย “The Brothers” ซึ่งเป็นวงในสังกัด IAM48 ต้นสังกัดเดียวกันกับ BNK48 เข้าไปใช้พื้นที่ในเธียเตอร์ของ BNK48 เพื่อถ่ายรายการและทำเวิร์คช็อป

มันคงไม่เป็นปัญหาใหญ่ขนาดนี้หรอก ถ้าสถานที่ที่เรียกว่าเธียเตอร์นี้ ไม่ได้มีงบในการสร้างมาจากการระดมทุนจากแฟนคลับจำนวน 1,000 คน โดยการขายสิ่งที่เรียกว่า “บัตร Founder Member” ในราคาใบละ 20,000 บาท ซึ่งผู้ที่จ่ายเงินจำนวนนี้ก็จะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมายที่ผู้เขียนขอไม่ลงรายละเอียดให้ยืดยาว แต่ถึงจะได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนเงิน 20,000 บาท มันก็ยังดูเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า เรียกได้ว่า 20,000 บาทนี้แทบจะเป็นการซื้อใจกันล้วน ๆ โดยในตอนนั้นทาง BNK48 ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า

“เธียเตอร์ BNK48 คือสถานที่เพาะบ่มความฝันของเหล่าเมมเบอร์และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับแฟนคลับกับเมมเบอร์เท่านั้น”

ดังนั้นเมื่อมี “คนนอก” มาใช้งาน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่กลุ่มแฟนคลับจะรู้สึกไม่พอใจ จนเกิดเป็นดราม่าใหญ่โต ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งของประเทศ ถึงขนาดที่ว่า ทุก “ด้อม” (คำที่ใช้เรียกกลุ่มแฟนคลับของเมมเบอร์แต่ละคน) รวมตัวกันประกาศว่าจะยุติการทำกิจกรรมสนับนุนเมมเบอร์ในงานเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว และถึงแม้ในเย็นวันนั้นฝ่ายผู้บริหารจะออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ตรงกันข้ามมันเหมือนกับการดับไฟด้วยน้ำมันเสียด้วยซ้ำ จนสุดท้ายผู้บริหารสูงสุดและผู้จัดการวง BNK48 ถึงขั้นตัดสินใจถอดตัวเองออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ความโกรธที่คุกรุ่นในใจเบาบางลง และกลุ่มแฟนคลับตระหนักได้ว่าไม่สามารถทิ้งเมมเบอร์ที่ตัวเองสนับสนุนอยู่ได้ ไม่นานหลังจากนั้นทุกด้อมก็กลับมาดำเนินการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้คือข้อสรุปชั้นดีว่าสายใยความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากโมเดลธุรกิจนี้แข็งแกร่งขนาดไหน ทั้ง ๆ ที่ดราม่าเรื่องเธียเตอร์ครั้งนี้แทบจะเป็นดราม่าที่ร้ายแรงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้ง BNK48 มาด้วยซ้ำ ความโกรธที่แฟนคลับมีต่อบริษัทต้นสังกัดนั้นเอ่อล้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่สุดท้ายแล้วด้วยสายใยความสัมพันธ์ที่สร้างมาก็เหมือนโซ่ตรวนพันธนาการแฟนคลับไว้กับเมมเบอร์อย่างเหนียวแน่น พวกเขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากการพ่นคำด่าออกมา ก่อนที่จะก้มหน้าจ่ายเงินสนับสนุนต่อไป

 


Senbatsu General Election

จุดหมายปลายทางที่วัดพลังรักด้วยเงินตรา

 

BNK48 General Election

BNK48 General Election

 

เมื่อเรื่องราวของเด็กสาวข้างบ้าน, ความพยายาม, ความใกล้ชิดผูกพัน, ความรู้สึกอยากตอบแทน มารวมเข้าด้วยกันจนป็นสายใยความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นจนไม่อาจตัดออกจากกันได้ ก็ถึงเวลาของงาน Senbatsu General Election ที่พร้อมให้แฟนคลับทุกคนแสดงความรักต่อเมมเบอร์ได้อย่างเต็มที่ ผ่านเงินในกระเป๋าของพวกเขาที่จะไหลเข้าสู่กระเป๋าของบริษัทต้นสังกัด

ถึงแม้คนจะเรียกงาน Senbatsu General Election ว่างานเลือกตั้งกันจนติดปาก แต่มันก็ค่อนข้างแตกต่างกับการเลือกตั้งในเชิงการเมืองพอสมควร เนื่องจากการเลือกตั้งของ 48 Group นั้นไม่จำกัดอยู่ที่ “1 คน 1 เสียง” แต่แฟนคลับสามารถซื้อสิทธิ์ในการโหวตได้อย่างไม่จำกัด ตามแต่กำลังทรัพย์ของตัวเอง

งานเลือกตั้งของ 48 Group ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2009 สาเหตุที่เกิดกิจกรรมนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า แรกเริ่มเดิมทีสิทธิ์ในการเลือกเมมเบอร์ของวงเข้ามาเป็น “เซ็มบัตสึ” (เนื่องจากจำนวนเมมเบอร์ของวงมีจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการเลือกเมมเบอร์เข้ามาประจำในแต่ละซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมา โดยปกติจะมีจำนวน 16 คน) จะเป็นของผู้บริหารวง ดังนั้นปัญหาที่ตามมาคือความไม่พอใจของเหล่าแฟนคลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับของเมมเบอร์อันดับล่างๆ ของวงที่แทบไม่เคยมีโอกาสได้รับเลือกให้เข้ามาติดเซ็มบัตสึเลยเสียด้วยซ้ำ

นับวันกระแสความไม่พอใจในหมู่แฟนคลับยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด อากิโมโตะ ก็ต้องหาทางออกให้กับเรื่องนี้ โดยไอเดียที่เขาเสนอขึ้นมาคือ “ในแต่ละปีต้องมี 1 ซิงเกิ้ลที่เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับมีโอกาสเลือกเซ็มบัตสึด้วยตัวเอง” จึงเป็นที่มาของงานเลือกตั้ง โดยกฎกติกาก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ทางวงจะเปิดขายสิทธิ์ในการลงคะแนนโหวตให้กับเหล่าแฟนคลับ ให้เหล่าแฟนคลับนำสิทธิ์ดังกล่าวไปลงคะแนนให้กับเมมเบอร์ที่ตัวเองชื่นชอบ

 

BNK48 General Election

BNK48 General Election

 

ดังนั้นสำหรับกลุ่มแฟนคลับงาน Senbatsu General Election จึงเปรียบเสมือนโอกาสครั้งสำคัญที่สุดที่พวกเขาจะมีส่วนร่วมโดยตรงในการผลักดันเมมเบอร์ที่ตัวเองชื่นชอบให้ไปถึงฝั่งฝัน โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับของเมมเบอร์ระดับล่างที่แทบไม่เคยมีแสงไฟแห่งโอกาสสาดส่องไปถึง งานเลือกตั้งจึงแทบจะเป็น “Once in a life time” ที่พวกเธอจะไปถึงพื้นที่แห่งเซ็มบัตสึได้

ถ้าคุณรักใครมาก ๆ คุณจะอยากเห็นเขาหัวเราะหรือร้องไห้? อยากเห็นเขาสมหวังหรือผิดหวัง? อยากเห็นเขามีความสุขหรือทุกข์ระทม? เชื่อว่าทุกคนคงรู้คำตอบของคำถามนี้ดี ดังนั้นพอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าแฟนคลับของไอดอลเด็กสาวกลุ่มนี้คิดอะไรอยู่ถึงยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคนที่ไม่รู้จักชื่อพวกเขาด้วยซ้ำอย่างไร้เงื่อนไข

วันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 2020 ที่จะถึงนี้ คือวันงานประกาศผล BNK48 9th Single Senbatsu General Election ซึ่งถือเป็นงานเลือกตั้งครั้งที่ 2 ของ BNK48 และนี่คงเป็นอีกครั้งที่กลุ่มแฟนคลับของเมมเบอร์ทุกคนจะประกาศก้องให้โลกรู้ว่าความรักที่พวกเขามีนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหนผ่านกระแสเงินสะพัดหลักร้อยล้านบาท

Related Stories

Silver Screens

STUDIO GHIBI: 4 อนิเมชั่นที่พิสูจน์ว่าสตูดิโอจิบลิเป็นผู้มาก่อนกาล

ความในใจของฮายาโอะ มิยาซากิ เสียงคำรามแห่งพงไพรจากยุค ‘80s - '90s ที่บอกว่าประเด็นเหล่านี้ไม่เคยเก่าเลย

Read

The Read

TRUE ROMANCE 2020: เพราะวันนี้ความสัมพันธ์ไม่มีข้อจำกัด

5 รูปแบบความรักของคนยุคใหม่ที่เลือกเอง

Read

The Read

WHY WE SHOULD DRESS ACCORDING TO OUR MOOD

ถอดรหัสความหมายของเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ในทุกวัน

Read

0Shares
preloader