Silver Screens

BKKSR: โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน คือ ทางเลือกหรือสิ่งจำเป็นของคอหนังยุคนี้

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

Silver Screens

BKKSR: โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน คือ ทางเลือกหรือสิ่งจำเป็นของคอหนังยุคนี้

9 July 2020

โรงหนังอิสระที่มุ่งมั่นนำเสนอความหลากหลายและทางเลือกของประสบการณ์การดูหนังที่แตกต่าง

 

ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเมื่อสองปีที่แล้ว ผมได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการอำลาต่อลิโด โรงภาพยนต์มัลติเพล็กซ์อันเป็นที่รัก เพราะสถานที่นี้ไม่เพียงแค่อำนวยความผ่อนคลายผ่านการดูหนังให้แก่ผมในวันหยุดเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยเรื่องราวชีวิตของผมตลอด 7 ปีตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก ซึ่งผมนัดเพื่อนมาเจอบ้าง กินข้าวบ้าง ซื้อหนังแผ่นใต้โรงบ้าง ประสบการณ์กับพื้นที่ตรงนั้นมันแปรเปลี่ยนเป็นสำนึกและตัวตนของผม และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน ในกรุงเทพฯ ที่ยืนหยัดเคียงคู่มากับลิโดตลอดอย่างสกาลาก็ได้ทำการฉายภาพยนตร์รอบสุดท้าย ก่อนที่จะปิดตัวลงในค่ำคืนนั้น ท่ามกลางบรรยากาศของฝูงชนที่มาร่วมอำลาโหลแก้วที่กักเก็บความทรงจำที่ดีของพวกเขาอีกหนึ่งใบ

ครั้งนี้ผมไม่ได้โพสต์กล่าวอำลาหรือไปดูหนังรอบสุดท้ายเหมือนครั้งก่อน แต่ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เราควรทำ คือ การตั้งคำถามต่อความจำเป็นและสำคัญของพื้นที่ในลักษณะเช่นนี้ เพราะนี่คงจะไม่ได้เป็นเพียงแค่เหตุการณ์เดียวและจบไปแน่ๆ มันจะต้องเกิดขึ้นอีกกับโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนอื่นๆ ที่ถ้าหากเราชำเลืองตามองไปรอบๆ โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ล้วนปิดตัวลงตามเวลาที่หมุนไปเรื่อยๆ  ผมจึงคิดว่าเราควรจะทำอะไรได้มากกว่าการอำลากับสิ่งที่เราเติบโตมา เพราะมันค่อนข้างที่จะเศร้านะกับการที่คนเราต้องมานั่งดูหนังในสถานที่ที่เราผูกพันเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งสำหรับผม โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน มันมีความพิเศษบางอย่างที่ไม่เหมือนกับโรงภาพยนตร์ขึ้นห้างที่เป็นความผูกพันระหว่างตัวผมเองกับพื้นที่นั้น

 

Cinema Paradiso (1988)

 

Cinema Paradiso (1988) คือหนึ่งในโปรแกรมฉายรอบสุดท้ายของสกาลา ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของคนและสถานที่ หนังฉายให้เห็นตั้งแต่ความรักของโตโต้ที่มีให้ต่อภาพยนตร์ว่ามันบริสุทธิ์เพียงใด ดวงตาสองข้างที่เบิกกว้างรับแสงสว่างบนจอภาพยนตร์มันสื่อความหมายได้ชัดเจนอย่างมาก และไม่เพียงแค่โตโต้เท่านั้นที่ยังเติบโตและมีความทรงจำร่วมกันโรงภาพยนตร์เล็กๆ อย่าง Cinema Paradiso ทุกคนที่อยู่ในเมืองนั้นล้วนมีความทรงจำร่วมกันกับสถานที่ดังกล่าว โดยเฉพาะอัลเฟรโด้ คนฉายหนัง ชายแก่ที่เปรียบเสมือนพ่อและครูของโตโต้

 

 

ถ้าสิ่งที่เด็กน้อยโตโต้แสดงออกมาคือการบอกว่า การดูหนังมันคือรูปธรรมของความสุขชนิดนึงบนโลกใบนี้เท่านั้นที่แสนเรียบง่ายและอาจจะเรียกได้ว่ามันสามารถกลายเป็นชีวิตของคนๆ นึงได้เลย ความคิดดังกล่าวทำให้ผมนึกถึงจุดยืนของโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนหลายขนาดที่แต่ละแห่งมีความตั้งใจสร้างความบันเทิงที่เรียบง่ายต่อนักดูหนังทั้งหลาย ซึ่งสำหรับตัวผมแล้ว Bangkok Screening Room โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กที่มีชาวต่างชาติเดินสวนกันเข้าออกมาใช้บริการกันเป็นประจำและยังมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่สนใจโปรแกรมหนังคลาสสิกหรือหนังเฉพาะทางที่หาดูที่ไหนไม่ได้ BKKSR คือ พื้นที่ที่ผมมีความรู้สึกสบายใจทุกครั้งเมื่อได้ก้าวเข้าไปเพื่อใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงในนั้น ทั้งโปรแกรมการฉายและการออกแบบภายใน โดยเฉพาะเก้าอี้สีน้ำเงินที่ดึงดูดความสนใจจากผมได้อย่างมาก

ครั้งแรกที่ผมประทับใจต่อ BKKSR คือตอนที่ได้มีโอกาสมาชมเรื่อง Whitney (2018) ภาพยนตร์สารคดีประวัติชีวิตของราชินีเพลงป็อปอย่าง วิตนีย์ ฮิวสตัน (Whitney Houston) ค่ำคืนนั้นมันมีความอบอุ่นใจอะไรบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจให้เราสัมผัสได้อย่างชัดเจน แม้จะวัดค่าไม่ได้แต่มันรู้สึกได้จริง ตอนผมดูจบก็พลางคิดว่าจะมีพื้นที่ไหนที่เราจะสามารถให้เราได้ดูหนังที่ชอบ ได้เจอกับผู้คนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน จริงอยู่ที่โรงภาพยนตร์อย่างสกาลาก็อาจจะมีการจัดงานแนวนี้ขึ้นบ้าง แต่ไม่ใช่ความรู้สึกที่อบอุ่นและสัมผัสได้ถึงความเข้าอกเข้าใจกันแบบนี้แน่นอน หลังจากคืนนั้นผมก็ได้บัญญัติสถานที่พักผ่อนหย่อนใจย่านศาลาแดงแห่งนี้ เป็นคอมมูนิตี้ที่มีเพื่อให้คนที่รักและชอบในสิ่งเดียวกันได้พบเจอและแลกเปลี่ยนกัน ได้เสพสิ่งนั้นด้วยกัน

 

Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives (2010)

 

แม้เจ้าตัวจะฉายหนังอาร์ต แต่ก็ไม่ได้ตั้งตนเป็นสถาบันศิลปะแต่อย่างใด โดยมีแค่ประสงค์เดียวคืออยากให้วัฒนธรรมการดูหนังทางเลือกมันเป็นเรื่องที่ง่ายต่อคนไทยที่จะได้ลิ้มรสชาติที่แตกต่างออกไปเสียบ้างจากสิ่งที่มีอยู่ใตตลาด ภาพยนตร์รางวัลปาล์มทองคำเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อย่าง ลุงบุญมีระลึกชาติ หรือ Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives (2010) ผลงานของเจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นเรื่องล่าสุดที่ผมได้ใช้บริการโรงภาพยนตร์แห่งนี้ ถือว่าเป็นจังหวะพอเหมาะพอเจาะที่ครบรอบ 10 ปีพอดีของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ทำหน้าที่เหมือนนิทรรศการศิลปะชวนเราตั้งคำถามต่อการกระทำที่ชวนฉงนไม่เป็นไปตามจารีตของสังคม ซึ่งท้าทายต่อกฏเกณฑ์ที่ไม่มีจริงจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นผ่านบรรยากาศธรรมชาติตลอดทั้งเรื่องและที่สำคัญยังแฝงด้วยความจริงที่ถูกบังคับให้เงียบของประวัติศาสตร์นอกกระแส

“พูดได้เลยว่า BKKSR เป็นโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนเต็มๆ และก็เป็นอิสระด้วย เพราะว่าเราไม่ได้เป็นองค์กร เราไม่ได้มีการสนับสนุนจากฝ่ายไหนเลย” ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับมิ้ว ศริญญา มานะมุติ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง BKKSR เรื่องจุดยืนและตัวตนของโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนในปัจจุบัน โดยใช้ BKKSR เป็นกระจกสะท้อนเล่าเรื่องออกไป แม้ส่วนตัวเธอจะไม่ได้มีโอกาสผูกพันมานักกับโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนในไทยเพราะเติบโตในต่างแดน แต่นั่นก็ถือเป็นโอกาสที่เธอได้เรียนรู้วัฒนธรรมการดูหนังที่เธอมองว่ามันคงจะดีไม่น้อยถ้าในบ้านเกิดของตัวเองผู้คนมีสิทธิและช่องทางที่จะเลือกความชอบของตัวเองได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

 

 

ก่อนหน้านี้เธอและ นิค นิโคลัส ฮัดสันเอลิส ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนหนึ่งได้เดินทางฉายหนังป็อปอัพในเฟสติวัลต่างๆ ทั้งที่ออสเตรเลียและในไทยอย่างงาน Wonderfruit ปี 2015 เธอบอกว่าช่วงเวลาดังกล่าวเหมือนได้เป็นการเก็บเสียงของกลุ่มคนที่เขาต้องการที่จะเสพความแตกต่างไปจากเมนสตรีม ซึ่งเป็นอะไรที่เขาทั้งคู่ตั้งใจอยากจะนำเสนอให้คนได้เห็นอยู่แล้วกับอีกด้านหนึ่งของโลกภาพยนตร์ ซึ่งทั้งสองคนเป็นกำลังหลักในการคัดเลือกหนังมาฉาย มิ้วได้บอกว่าส่วนตัวเธอเองหนักไปทางวิจัยหาข้อมูลมาสนับสนุนและนิคจะเป็นคนหาเรื่องที่น่าสนใจมาเพราะเขาเป็นคนดูหนังเยอะมาก และก็มีผู้ร่วมก่อตั้งอีกหนึ่งคนชื่อ เม่น วงศรน สุทธิกุลพาณิช ผู้สร้างสรรค์ความลงตัวทั้งหมดของการงานออกแบบภายในที่ดึงดูดใจผมซะเหลือเกิน

เธอเล่าให้ฟังต่อว่าการดูหนังทางเลือกคือเป็นสิ่งที่ปกติมากของวัฒนธรรมการดูหนังในต่างประเทศ แต่เธอก็เข้าใจถึงความคิดที่แตกต่างในประเทศนี้ ตั้งแต่ริเริ่มโปรเจกต์จนถึงตอนนี้ที่ BKKSR กำลังโคจรเข้าปีที่สี่ พวกเขาและเธอหมายหมั่นปั้นมือว่าการก่อตั้ง BKKSR ขึ้นมาจะเป็นเหมือนหยดน้ำที่จะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมต่อความคิดของนักดูหนังชาวไทยได้ไม่มากก็น้อย

คือเรื่องของโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนหรืออาร์ตเฮ้าส์เป็นเรื่องปกติมาก การมีวัฒนธรรมดูหนังที่เป็นทางเลือก มันเป็นอะไรที่ปกติที่สุดแล้ว มัน (เมลเบิร์น) มีฟิล์มเฟสติวัลทุกอาทิตย์ เราก็เลยรู้สึกว่าเราสามารถทำอย่างไรได้บ้างให้บ้านเกิดเรามันกลับมามีบรรยากาศแบบนั้นได้อีก

 

 

เธอบอกต่อว่าแม้ในช่วงปีแรกจะได้กระแสตอบรับของคนภายนอกที่มองเข้ามาว่าเราฉายเฉพาะหนังอาร์ตหรือบางคนเปิดประตูเข้ามาแล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือโรงภาพยนตร์ ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่ BKKSR ต้องการที่ทำให้มันแตกต่างจากสิ่งที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องประเภทของภาพยนตร์ที่จะแตกต่างกันไปทุกเดือน เพราะจริงแล้วที่นี่ฉายทั้งหนังฟอร์มเล็ก หนังคลาสสิก หนังสารคดี หนังอินดี้ ที่เธอบอกว่าภาพยนตร์เป็นศาสตร์ที่หลากหลายอยู่แล้ว

ทุกวันนี้เราสามารถเสพหนังเรื่องดังหรือหนังนอกกระแสได้ผ่านระบบสตรีมมิ่ง แต่ผมไม่คิดว่ามันจะทำให้ความถี่ของการดูหนังในโรงของผมลดลงน้อยกว่าเดิมสักเท่าไหร่เลย ส่วนหนึ่งผมรู้สึกได้ว่าการที่ได้ชมภาพยนตร์ในโรงมันมีความรู้สึกที่พิเศษบางอย่าง หรือหนังบางเรื่องก็แสดงออกชัดเจนต่อเราทุกครั้งว่าต้องชมผ่านทางบนจอในโรงเท่านั้น มันเป็นสัมผัสที่การดูหนังบนเตียงที่บ้านให้กับเราไม่ได้ เราทั้งคู่เห็นตรงกันในเรื่องนี้ “ความรู้สึกการดูหนังออนไลน์หรือในทีวี บางเรื่องมันโอเคนะ แต่บางเรื่องมันแตกต่างมากถ้าเกิดดูในโรง ซึ่งเข้าใจว่าคนทำหนังหรือผู้กำกับ โปรดักชั่นอะไรก็แล้วแต่ เขาก็ต้องอยากให้หนังเขาไปจบในโรงอยู่แล้ว ท้ายที่สุดศาสตร์ของภาพยนตร์มันต้องไปอยู่บนจอเงิน”

 

 

เมื่อสองปีก่อนเราได้เห็นประเด็นเรื่อง ROMA (2018) หนังจากสตรีมมิ่งที่ได้รับรางวัลกำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หลังจากที่ผมได้ชมทั้งในโรงและผ่านทาง Netflix ส่วนตัวยอมรับว่ามีความแตกต่างมาก โดยเฉพาะสมาธิที่ต้องจดจ่ออยู่กับเนื้อหาในเรื่อง หรือจะเป็นหนังระดับตำนานโปรดักชั่นขึ้นหิ้งอย่าง Apocalyse Now (1979) ที่ลำพังเพียงแล็ปท็อปหรือทีวีจอยักษ์ต่อชุดโฮมเธียเตอร์ก็เอาไม่อยู่ จึงจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องรับชมผลงานของฟรานซิส คอปเปลา (Francis Ford Coppola) เรื่องนี้ในโรงสักครั้ง ฉะนั้นเรื่องของสถานะและบทบาทของพื้นที่จึงสำคัญมาก

ไม่เพียงแค่ความต่างของการดูหนังผ่านสตรีมมิ่งกับดูในโรงภาพยนตร์ ยังมีเรื่องของความรู้สึกโรงภาพยนตร์ที่ขึ้นห้างกับโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนที่ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นหัวข้อคุยกับมิ้วต่อมา เธอเล่าให้เราฟังว่าส่วนตัวเธอนั้นมีนิสัยค่อนข้างที่เป็นคนง่ายๆ ฉะนั้นการที่จะต้องเข้าไปในพื้นที่ใหญ่โต การเดินหรือขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดของห้างและการที่จะต้องขับรถออกตอนห้างปิดหลังโปรแกรมหนังรอบดึกหรือบางวันที่ไม่ได้เอารถมาที่กว่าจะหาทางออกได้นั้นนานแสนนาน ทั้งหมดนี้เธอบอกว่ามันช่างเป็นอะไรที่ไม่น่าดึงดูดใจเอาเสียเลยและทำให้การดูหนังเป็นอะไรที่น่าเบื่อ

 

 

เรื่องของพฤติกรรมคนก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกับการดูหนังด้วยเช่นกัน ประสบการณ์ที่เขาจะต้องเจอและได้รับมันสร้างเรื่องราวหนึ่งวันให้เขาได้ดีแค่ไหน เพราะการดูหนังมันไม่ได้จบเพียงแค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงภายในโรงภาพยนตร์ แต่มันยังต้องมีในเรื่องของการเดินทางมาชมหรือเดินทางกลับ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม BKKSR จึงต้องมาตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้แลนด์มาร์คอย่างสวนลุมพินีที่ผู้คนสามารถสัญจรใช้บริการของขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก เราไม่มีเจตนาจะบอกว่าการดูหนังในห้างเป็นเรื่องผิดหรืออย่างไร แต่เพียงผมแค่อยากให้เข้าใจถึงแก่นของบทบาทโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน ที่มีขึ้นเพื่อความง่ายต่อการที่คุณจะรับชมความบันเทิงสักเรื่องหนึ่งแต่ดั้งแต่เดิมแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่เราต่างเห็นว่า เรารับรู้ถึงได้สิ่งเดียวกันจากโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน คือ ‘เสน่ห์’ ทั้งรูปร่างลักษณะของอาคารและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม อย่างถ้าเป็นสกาลาเราก็จะเห็นฟาซาดที่บ่งบอกถึงยุคสมัยโมเดิร์นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องราวตรงนี้เป็นประสบการณ์ให้เราเกิดเป็น ‘ภาพจำและตัวตน’ ที่มีต่อโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนแต่ละแห่งที่มีบุคลิกที่แตกต่างกันไปอย่างที่มีฟิลิป แจบลอน ชายอเมริกันผู้หลงใหลโครงสร้างรากฐานอาคารของโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน โดยเขาได้เดินทางถ่ายภาพโรงภาพยนตร์เก่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รวบรวมไว้ใน The Southeast Asia Movie Theater Project โดยภายหลังมีโฟโต้บุ๊คส์ออกมาชื่อ Thailand’s Movie Theatres: Relics, Ruins and The Romance of Escape

 

 

“เมื่อก่อนเราก็จะเห็นโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน เขาจะมีการดีไซน์สถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างคิดมาแล้ว มันค่อนข้างมีเสน่ห์มากกว่าการที่เรากดลิฟต์แล้วเดินเข้าห้างดูหนัง” ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้มันให้ความรู้สึกที่ต่างไปจริงๆ มิ้วบอกว่าถ้าเกิดเราไปดูหนังคลาสสิกที่ถึงแม้ว่าเราไม่เคยรู้จักมาก่อนหรืออาจจะเคยได้ยินชื่อผู้กำกับผ่านหูมาบ้างสักเรื่องที่ลิโดหรือสกาลา มันก็จะให้ความรู้พิเศษกับเราเสมอ ที่ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของช่วงเวลาในอดีต ทั้งของหนังที่โด่งดังและโรงภาพยนตร์ที่รุ่งเรืองในยุคนั้น “มันมีความขลังบางอย่างมันก็เลยทำให้หนังกลายเป็นภาพจำติดตา”

สำหรับตัวผมเองแล้วเชื่อว่าคนเราทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความบันเทิง แต่ความเพลิดเพลินใจของคนเรานั้นมีหน้าตาที่แตกต่างกันไป เราสองคนคุยกันมาจนถึงประเด็นที่ว่า การดูหนังนอกบ้านควรจะเป็นทางเลือกหรือเป็นส่ิงจำเป็นของการเสพหนังจริงๆ ในแง่ของอรรถรส แม้ประโยคของบทสนทนาที่คุยกันมาทั้งหมดจะยกประโยชน์และความน่าหลงใหลของประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนเป็นอย่างมาก

 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเธอเองก็ไม่ได้พยายามที่จะตั้งธงและชี้นำใครๆ เธอมองว่าเรื่องนี้มันไม่สามารถระบุหรือตัดสินได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องหรืออะไรคือสิ่งควรจะเป็นอย่างที่สุด เพราะถ้ากลับไปสู่จุดตั้งต้นเลยเราจะเข้าใจได้ว่าการดูหนังหรือความบันเทิงต่างๆ มันไม่ใช่ปัจจัยสี่ ซึ่งไม่ได้จำเป็นต้องสนองต่อชีวิตทุกวัน ฉะนั้นเรื่องรสนิยมและไลฟ์สไตล์จึงเข้ามามีบทบาทเป็นตัวกำหนดหลักต่อพฤติกรรมการดูหนังที่แต่ละคนก็มีการเข้าถึงที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเธอมองว่าบางคนอาจจะต้องเก็บเงินเพื่อมาดูหนังได้เดือนละครั้ง ซึ่งเก็บไว้เป็นโอกาสพิเศษหรือบางคนอาจจะดูได้ทุกสัปดาห์ก็ได้มันเป็นความชอบส่วนตัวหรือว่ารสนิยมมากกว่า หรือสิ่งที่เขาสามารถเข้าถึงได้

สำหรับบทบาท BKKSR คือการนำเสนอความหลากหลายและทางเลือกให้กับพวกเขาเหล่านั้น เป็นวัฒนธรรมที่ค่อยๆ จะแทรกซึมไปและหวังว่าสักวันคนจะเปิดรับมากขึ้นกับเนื้อหาและพื้นที่ที่พวกเขาและเธอนำเสนอ ซึ่งเธอมีความมั่นใจว่าคนเราพร้อมที่จะเปิดอยู่แล้ว มันอยู่ที่ว่ามีอะไรหยิบยื่นมาให้เขาเลือกบ้างแค่นั้น

 

 

แม้ตอนจบของเรื่อง Cinema Paradiso ที่ได้พูดถึงไปตอนต้น จะต้องทำให้เรากลั่นน้ำตาจากอดีตแห่งความผูกพันของความสัมพันธ์ต่อสิ่งที่เรารัก การที่ก้อนอิฐแต่ละก้อนของโรงภาพยนตร์ร่วงหล่นจากการระเบิดอาคารท่ามกลางยุคสมัยใหม่ที่อะไรๆ ก็ต้องเปลี่ยนไป ในเรื่องเราจะเห็นได้ว่าทุกคนไม่ว่าใครต่อใครทั้งเอเลน่า อัลเฟรโดหรือแม่ ก็เฝ้าบอกโตโต้ว่าปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่อดีตเสียเถิด จงปล่อยวางและก้าวเดินหน้าต่อไป แต่ลึกๆ เขาเองก็รู้ตัวดีอยู่ว่าเสียงข้างในหัวใจมันเป็นอย่างไรที่แสดงให้เห็นว่าความทรงจำกับมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ลาขาดกันไม่ได้จริงๆ และมันพอมีอะไรบ้างไหมที่เขาจะทำได้บ้าง

อย่างที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น ผมไม่ได้อยากให้การปิดตัวลงของสกาลาเป็นแค่งานเลี้ยงที่เอาไว้ร่ำลากันของคนที่รักในสิ่งเดียวกัน แต่อยากให้เป็นชนวนที่สำคัญต่อการแสดงถึงจุดยืนของคอหนังทั้งหลายต่อการคงไว้ด้วยพื้นที่มากประวัติศาสตร์ที่เป็นฉากของช่วงชีวิตแต่ละตอนของใครหลายคนและยังคงมีผลมาถึงปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องในอดีตเท่านั้น ผมก็หวังว่าเหตุการณ์นี้มันจะเปลี่ยนความคิดของคนอื่นได้เหมือนที่มิ้วมีความเชื่อต่อการฉายหนังทางเลือกเช่นเดียวกัน

Related Stories

Out of Office

STEP INSIDE “CHU” HONG KONG STYLE RESTAURANT AND BAR

ตีสนิทร้านอาหารและบาร์สไตล์ฮ่องกง ที่อร่อยทั้งรูป รส กลิ่น เสียง

Read

Extra Supplies

IN CONVERSATION WITH THE MAN BEHIND THE “CLASSIC MOVIE POSTER” SHOP

เปิดคลังโปสเตอร์หนังหมื่นใบของ “พี่ติ” แห่งร้าน “หนังคลาสสิค”

Read

The Inspirations

THE RETURN OF OEDIPUS THE KING

อีกมุมหนึ่งของ สธน ตันตราภรณ์ กับการปัดฝุ่นศิลปะการแสดง พร้อมรับ 4 บทบาทในละครเวทีอมตะ

Read

0Shares
preloader