Out of Office

STARRY, STARRY NIGHT: ‘ท้องฟ้าจำลอง’ จากห้องทดลองในวัยเด็กสู่ความโรแมนติกแห่งดวงดาว

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W. MINISTRY

Out of Office

STARRY, STARRY NIGHT: ‘ท้องฟ้าจำลอง’ จากห้องทดลองในวัยเด็กสู่ความโรแมนติกแห่งดวงดาว

27 August 2020

อดีตห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในวัยเด็กสู่เดทครั้งที่จำได้ไม่เคยลืม

 

บรรยากาศในเดทแรกของคุณหน้าตาเป็นแบบไหน ต้องมีองค์ประกอบตามที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้รึเปล่าไวน์รสเยี่ยมที่ช่วยทำให้เราผ่อนคลายต่อการสนทนา สเต็กเนื้อแดงฉ่ำที่ถูกป้อนเข้าปากเพิ่มพลังงานการโปรยคำหวาน ภาพมุมสูงมองเห็นสายน้ำวาดเป็นเส้นเรียวสวยเล่นกับแสงสะท้อนในยามตะวันตกดิน แต่สำหรับผมนั้นความโรแมนติกในเชิงที่ว่าไปนี้คงหมายถึง พื้นที่และเวลาที่คนสองคนได้ใช้ร่วมกัน ทำความรู้จักกันผ่านตัวตนที่แท้จริง ที่อาจเกิดขึ้นได้แค่เพียงเราเงยหน้าดูดาวบนท้องฟ้า หากแต่ทะเลแห่งดวงดาวที่ผมพูดถึงนั้น เราไม่ต้องรอถึงในเวลาที่ตะวันลาลับตาไปจนฟ้ามืดสนิท เราก็สามารถชื่มชมความมหัศจรรย์บนท้องฟ้าได้ที่ท้องฟ้าจำลองหนึ่งในส่วนการจัดแสดงของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา สถานที่เราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในช่วงวัยเด็ก

การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์สมัยประถมของผมแล้วนั้น นอกจากจะหาดูได้จากห้องทดลองของเด็กซ์เตอร์ในช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์คช่วงวันหยุด (เรื่องของเด็กซ์เตอร์ นักวิทยาศาสตร์ตัวจิ๋วที่มุ่งมั่นเพื่อจะเอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่างแมนดาร์ค) ท้องฟ้าจำลองก็ถือว่าเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ในวัยเด็กของผมที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการความสนุกของโลกวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน

 

 

หลายคนอาจจะไม่ทันนึกถึงด้วยซ้ำว่าดวงดาวที่อยู่ในโดมนั้นจะขับกล่อมบรรยากาศให้โรแมนติกได้อย่างไร เพราะบางทีมันก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนเราถึงผูกความโรแมนติกไว้กับดวงดาราบนท้องฟ้าในยามมืดมิดที่อยู่ห่างไกลเราเหลือเกิน บางคู่รักที่มีความสัมพันธ์ระยะไกลอาจแทนมันให้เป็นคำสัญญาที่เขาและเธอนั้นหมั้นไว้ต่อกันว่าความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กันนั้นจะไม่เลือนหายไปเหมือนดวงจันทร์ที่เราสามารถมองเห็นได้ทุกค่ำคืน แม้จะมีเมฆบังในบางทีแต่ก็ไม่ได้จากไปไหน

โดยเราจะเห็นความโรแมนติกเหล่านั้นต่างถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงเป็นร้อยเป็นพันที่เอ่ยรำพึงถึงแสงสว่างระยิบระยับอันไกลสุดลูกหูลูกตา ที่จะมีทั้งการอ้อนวอนขอให้ดวงดาวช่วยเป็นสื่อนำความรักไปให้เธอผู้นั้นอย่าง Fly Me to The Moon และเพลงที่สื่อความหมายแทนตัวตนและความรู้สึกอย่างเพลง Lost Star เป็นต้น

ก่อนจะถึงวันที่นัดหมายผมบ่มเพาะตัวเองด้วยเพลง Star-Crossed Lovers ของดุ๊ก เอลลิงตัน (Duke Ellington) ราวกับตัวเองเป็นฮาจิเมะ ผู้เฝ้าคอยความรักจากหญิงสาวที่เขาไม่เคยลืมได้ ในหนังสือเรื่อง South of the Border, West of the Sun หนึ่งในผลงานของฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนชาวญี่ปุ่น 

คู่เดทของผมในวันนั้นเธอโตกว่าผมประมาณ 4 ปี อายุไม่ใช่ความต่างของเราเพียงอย่างเดียว เวลาในการทำงานของเราก็ต่างกันแต่ถึงอย่างไรเรื่องนั้นก็คงไม่ห่างไกลเท่าระยะทางซึ่งตัวผมตอนนั้นทำงานอยู่ต่างจังหวัด นานๆ ทีจึงมีโอกาสกลับเข้ามาในกรุงเทพฯ

พอถึงวันจริงทั้งที่เตรียมใจมาดีแล้ว แต่แค่ไหนก็คงไม่พอสำหรับความรู้สึกดีที่มีให้ต่อคนๆ หนึ่ง ระหว่างทางเดินเข้าชมการแสดงมีย่านอพอลโล่ 11 จำลองจอดอยู่ข้างๆ เพลง Space Oddity ของ เดวิด โบวี่ (David Bowie) ไอดอลในดวงใจก็ดังขึ้นมาอัตโนมัติพอช่วยกลบความประหม่าได้บ้าง

 

 

จากวันที่เคยไปทัศนศึกษาในชุดพละของโรงเรียน ผมได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยือนท้องฟ้าจำลองอีกครั้ง แต่มันช่างเป็นเรื่องราวที่แตกต่างกันไปซะเหลือเกิน เพราะมันคือสถานที่เดทครั้งแรกของผมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในความทรงจำครั้งเก่า ผมได้ทดลองสวมบทบาทเป็นนักบินอวกาศในอาคาร 2 (พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์) และสร้างความสัมพันธ์กับกฏแรงโน้มถ่วงจากการเล่นเครื่องเล่นต่างๆ แต่ในวินาทีที่ผมนั่งข้างๆ เธอในโดมนั้น ผมอยากให้แรงแห่งธรรมชาติที่ว่านี้ช่วยให้ความรู้สึกของผมและเธอดึงดูดเข้าหากันได้ด้วยเถอะ การแสดงในท้องฟ้าจำลองของบ่ายวันนั้นชวนให้ผมจินตนาการว่าเราทั้งคู่เป็นดาวเคราะห์สองดวงที่โคจรหมุนรอบซึ่งกันและกัน

หากใครยังจำกันได้กับเรื่อง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2552) ภาพยนตร์ไทยโรแมนติกคอมเมดี้ ที่ท้องฟ้าจำลองก็คือหนึ่งในสถานที่ที่ตัวละครทั้งคู่เลือกที่จะไปใช้เวลาด้วยกัน แม้ว่าผมจะไม่ได้สวมบทบาทเดียวกับลุง  (รับบทโดย ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็ขอยืมฉากเดินดูแผนที่กรุงเทพฯ เพื่อมองหาบ้านของกันและกันที่มันช่างโรแมนติกมาก

แต่ดาวหางแม็คไบรท์อาจไม่กลับมาอีกเลยก็ได้นะประโยคดังที่เหม่ยลีพูดขึ้นมาในช่วงท้ายเรื่อง (รับบทโดย คริส หอวัง) เพราะดาวหางแม็คไบร์ทใช้ระยะเวลานานกว่าชีวิตของคนเราทั้งชีวิตถึงจะได้โคจรกลับมาให้เราเห็นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าถ้าพลาดแล้วก็คือคงไม่มีโอกาสได้แก้ตัวซ้ำสอง ยิ่งตอกย้ำให้ตัวผมต้องกล้าที่จะเผยความรู้สึกที่มีต่อเธอคนนี้ให้ได้รับทราบในเร็ววัน

การดูดวงดาวในยามกลางวันแสกๆ ที่ท้องฟ้าจำลอง ผมคงอาจจะไม่เรียกมันว่าความโรแมนติกราคาถูก แต่อยากนำเสนอถึงคุณค่าต่อบางสิ่งที่ถ้าเราเลือกที่จะทำให้มันมีคุณค่าขึ้นมาก็ย่อมได้ ในวันนั้นการดูดาวที่ท้องฟ้าจำลองของเราสองคนเป็นเหมือนไวน์ที่ช่วยเริ่มบทสนทนาได้ดี ที่ส่งต่อความรู้สึกผ่อนคลายให้เราทั้งคู่จะพากันไปเดินเล่น กินของอร่อยและฟังเพลงเพราะท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวในค่ำคืนที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นใจ

 


 

ถึงตรงนี้ก่อนที่จะเฉลยว่าความรักครั้งนั้นของผมลงเอยอย่างไร ผมอยากจะชวนทุกคนมาคุยถึงใจความสำคัญของบทความนี้ให้ทุกคนฟังก่อน การชูเรื่องความทรงจำในวัยเด็กและห้วงเวลาความโรแมนติกมาให้ทุกคนได้เห็นภาพตาม เพื่อเป็นตัวอย่างให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของพื้นที่แหล่งการเรียนรู้ ที่ในโอกาสนี้ผมหยิบยกท้องฟ้าจำลองมาพูดถึงว่าเป็นสถานที่สำคัญที่มีผลต่อช่วงเวลาของคนๆ หนึ่ง สำหรับผมอย่างน้อยก็สองครั้งที่ไม่ใช่เป็นเพียงความรู้สึกชั่วครั้งชั่วคราวแต่เป็นความทรงจำที่ยังจะคงอยู่ตลอดไป

ถึงแม้ว่าสุดท้ายผมกับเธอจะไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปต่อในแง่คู่รัก แต่ในระยะยาวเราก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เข้าใจกัน คอยให้คำปรึกษากันได้ทุกเมื่อ ที่สำคัญเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นทำให้ผมได้สนใจเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์ของจักรวาลมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้

ทำไมผมถึงเชิดชูพื้นที่ความทรงจำอันไม่สมหวังในความรักนี้มากนัก

สำหรับผม บทบาทของศูนย์การเรียนรู้ คือ ทรัพยากรที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศ  มีนักจิตวิทยาชาวสวิสชื่อดังนาม ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget) เคยพูดถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ไว้ว่า จินตนาการและการสร้างสรรค์งานนั้นจะปรากฏในตัวเราก็ต่อเมื่อเราสวมวิญญาณความเป็นเด็ก ฉะนั้นจงเก็บตัวตนคุณในวัยเด็กเอาไว้ โดยเราต้องระมัดระวังมันไว้ให้ดีเพราะบางทีมันอาจจะถูกดูดกลืนหายไปเมื่อเราเติบโตขึ้นภายใต้สังคมที่เรียกร้องความเป็นผู้ใหญ่มากเกินไป

ถ้าเรามองผ่านสายตาของ เพียเจต์ พื้นที่ที่เป็นแหล่งการศึกษาไร้สภาพบังคับแบบนี้มันชวนกระตุ้นจิตใจที่อยากเรียนรู้ของผู้ใหญ่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นสำหรับผมการผลักดันให้มีพื้นที่เช่นนี้อีก เป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่งเพราะมันคือพื้นที่ที่จะบ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตต่อไปอย่างมีศักยภาพในอนาคตด้วย และที่จริงแล้วแหล่งการเรียนรู้ก็ถือเป็นพื้นที่สาธารณะอย่างหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ได้บอกว่าการไปท้องฟ้าจำลองหรือสถานที่ในแบบเดียวกันนี้จะทำให้คุณได้สมหวังในความรัก อย่างน้อยก็อาจจะเห็นตัวอย่างได้จากเรื่องราวของผม แต่สิ่งที่ผมอยากจะใช้บทความนี้เป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปมากกว่า คือ เราต้องการพื้นที่สาธารณะและแหล่งเรียนรู้มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ เพราะถ้ามันเพิ่มขึ้นก็เท่ากับโอกาสทั้งการเข้าถึงความรู้และพัฒนาศักยภาพจะสูงตามไปด้วย รวมถึงโอกาสที่มากขึ้นของคนหนุ่มสาวที่จะได้เจอคนรัก ที่บางทีอาจจะช่วยทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่โรแมนติกขึ้นมากับเขาได้บ้าง

Related Stories

The Read

ROMANCE IN BANGKOK: หรือกรุงเทพฯ จะไม่ใช่เมืองที่เอื้อต่อการตกหลุมรัก

สวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว แต่อาจตรงกันข้ามสำหรับการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบคู่รัก

Read

The Read

NIGHTINGALE SPORTS COMPLEX: กลับไปเยือน ‘ไนติงเกลรามอินทรา’ สนามกีฬาที่เหลือแต่ความทรงจำ

คอมมูนิตี้วันหยุดยอดนิยมที่กลมกล่อมสำหรับครอบครัวยุค ‘80s - ‘90s

Read

0Shares
preloader