Out of Office

5 UNDISCOVERED HOLIDAY DESTINATIONS IN EUROPE

บทความโดย Apisorn Iamsriraksa, Staff Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Paritat Supaporne, Graphic Designer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Out of Office

5 UNDISCOVERED HOLIDAY DESTINATIONS IN EUROPE

4 July 2019

ปลีกวิเวกจากความจำเจวุ่นวาย สู่จุดหมายปลายทางที่ยังไม่ถูก “ค้นพบ” ในยุโรป

Spread the words

วันหยุดพักผ่อนในฝันของคุณเป็นอย่างไร การได้ท่องไปในดินแดนแปลกใหม่และออกผจญภัยไปกับเหล่าคนที่คุณรัก หรือการใช้เวลาอย่างสุขสงบผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม หรืออาจจะเป็นการเดินเล่นอย่างไร้จุดหมายไปกับคนพิเศษข้างกายใต้บรรยากาศแสนโรแมนติก ในเมื่อเทศกาลหยุดยาวนั้นไม่ได้มีมากันบ่อยๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต่างคาดหวังที่จะใช้มันอย่างคุ้มค่าให้มากที่สุด หากแต่สิ่งที่พบในความเป็นจริงนั้นช่างแตกต่างจากวันหยุดในจินตนาการเสียเหลือเกิน... เราลืมไปหรือเปล่าว่า เทศกาลหยุดยาวนี้ ไม่ใช่ของเราแต่เพียงผู้เดียว เมื่อก้าวแรกแห่งการเดินทางหลีกหนีความจําเจถูกแทนที่ด้วยภาพของสนามบินอันคราคร่ำไปด้วยผู้คน และเมืองอันเป็นหมุดหมายกลับเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ล้นหลามจนแทบจะหาความเป็นส่วนตัวไม่ได้...

คงจะดีไม่ใช่น้อยหากมีสถานที่สักแห่งที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นของ ‘คุณ’ แต่เพียงผู้เดียว สถานที่ที่ทําให้คุณรู้สึกเหมือนเป็น ‘หนึ่งในไม่กี่คน’ ที่ได้ไปสัมผัสความงดงามนั้น สถานที่ที่จะทําให้วันหยุดของคุณนั้น ‘แตกต่าง’

ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงอยากแนะนํา 5 จุดหมายปลายทางที่จะทําให้วันหยุดของคุณในปีนี้คุ้มค่า ‘น่าจดจํา’ และมีเสน่ห์อย่างไม่เหมือนใคร




I. Amboise, France

Image Courtesy of TripAdvisor

เมืองเล็กๆ ในกลุ่มปราสาทลุ่มแม่น้ำลัวร์ (La Loire) ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย นอกจากจะเคยเป็นที่พํานักโปรดของราชวงศ์ฝรั่งเศสแล้ว ออมบวสยังเป็นเมืองสุดท้ายที่ ‘ลีโอนาโด ดาวินชี’ อาศัยอยู่ก่อนเสียชีวิตอีกด้วย หากกล่าวถึงสถานที่ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘ปราสาทออมบวส’ (Château d’Amboise) ปราสาทยุคเรเนซองส์ที่ตั้งตระหง่านต้อนรับผู้เยี่ยมเยือนอยู่ริมแม่น้ำพร้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงาม นอกจากนี้ภายในตัวเมืองยังเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารเล็กๆ แบบพื้นเมือง ที่รอคอยให้คุณไปลิ้มลองรสชาติอาหารฝรั่งเศสแบบต้นตํารับ พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมหอนาฬิกาอาคารทั้งหลายที่ยังคงไว้ซึ่งความงามแบบดั้งเดิม...

ด้วยความที่ออมบวสมีประชากรไม่มากนัก เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่เงียบสงบและชาวเมืองมีความเป็นกันเองสูง รอยยิ้มจากผู้คนและคําทักทาย ‘Bonjour’ ที่หาไม่ได้ในกรุงปารีสกลับกลายเป็นเรื่องธรรมดามากของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ หากผู้อ่านกําลังมองหาสถานที่ที่ห่างไกลความวุ่นวาย ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการนั่งจิบไวน์พื้นเมืองใต้แสงเทียนที่บาร์ริมน้ำเลอเชคเกอร์ (Le Shaker) พร้อมกับวิวปราสาทที่สะท้อนบนผืนน้ำภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น

Image Courtesy of TripAdvisor

How to get there 

สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถไฟมาจากกรุงปารีสง่ายๆ โดยตรงมาที่สถานีออมบวสใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงโดยประมาณก็ถึงที่หมาย

Where to stay

Hotel Spa - Au Charme Rabelaisien โรงแรมหรูเล็กๆ ใจกลางเมืองที่มีดีทั้งเรื่องคุณภาพการบริการและทำเลที่ตั้ง สัมผัสความงดงามสไตล์ย้อนยุคแบบศตวรรษที่ 18 ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายของศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำอุ่นกลางแจ้งในสวนแบบฝรั่งเศส หรือการรับประทานอาหารเช้าแบบ Continental ภายใต้เพดานเฟรสโกเก่าแก่อันงดงาม

Where to eat

Restaurant Les Arpents ร้านอาหารแบบ Fine Dining ระดับ 5 ดาว ที่ถึงแม้เมนูอาหารและการตกแต่งจะดูหรูหรา แต่ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่นี่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ อาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศจากวัตถุดิบคุณภาพถูกเสิร์ฟอย่างใส่ใจภายใต้บรรยากาศเป็นกันเองโดยเจ้าของร้านผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและการบริการ การันตีด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี

Note

ในปี 2019 นี้ เป็นปีครบรอบ 500 ปี การเสียชีวิตของ ลีโอนาโด ดาวินชี ทางตัวเมืองและปราสาทโคลลูเซ่ (Château du Clos Lucé) มีการจัดนิทรรศการและของจัดแสดงพิเศษมากมาย ดังนั้นจึงถือว่าเป็นปีที่คุ้มค่าอย่างมากสําหรับใครที่กําลังสนใจ




II. Rovinj, Croatia

Image Courtesy of Snowtoseas

หากใครเคยต้องมนต์ หลงตัวปล่อยใจไปกับความงามของเมืองเวนิส แต่รู้สึกเบื่อหน่ายความโด่งดังที่มาพร้อมกับนักท่องเที่ยวจํานวนมาก โรวินจ์ (Rovinj) เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ควรจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นถนนคนเดินที่ทอดยาวไปตามแนวหาดกับต้นปาล์มที่รายล้อม หรือตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่โค้งยาวเป็นปริศนาให้ตามค้นหา ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นแหล่งรวมของเหล่า ‘ภัตตาคารอาหารทะเลที่ดีที่สุดของโครเอเชีย’

หากเทียบกับเมืองตากอากาศแห่งอื่นๆ เช่น ดูบรอฟนิกส์ (Dubrovnik) หรือ ฮวา (Hvar) แล้ว โรวินจ์ถือว่าเป็นเมืองที่สงบและมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่ามาก จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะไม่น้อยต่อการหลีกหนีความวุ่นวาย และสําหรับใครก็ตามที่อยากเดินเล่นอย่างไร้จุดหมาย เพราะไม่ว่าจะหันไปทางใดก็มีแต่ความงดงามแปลกใหม่และร้านรวงเล็กๆ พร้อมงานฝีมือแบบพื้นเมืองที่รอให้คุณไปค้นพบ พื้นถนนอิฐก้อนที่ให้อารมณ์ย้อนยุคแบบเป็นมิตรพร้อมจะพาคุณไปพบเจออะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจเสมอ อาจเป็นคาเฟ่เล็กๆ ร้านอาหารในตรอกลับ หรือจุดชมวิวพิเศษสําหรับคุณเพียงคนเดียวก็เป็นได้

Image Courtesy of epepa travel

How to get there

วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดในโครเอเชียคือการเช่ารถยนต์ส่วนตัวขับเลียบตามแนวชายฝั่ง  โดยโรวินจ์มีที่จอดรถใกล้ตัวเมืองรองรับคือ Velika Valdibora และ Mala Valdibora อีกทางเลือกหนึ่งสําหรับใครที่ไม่สะดวกขับรถ คือการเดินทางด้วยรถบัสจากอิตาลี โดยสามารถเริ่มต้นจากท่ารถบัสในเมืองเวนิสได้เลย

Where to stay

Spirito Santo Palazzo Storic โรงแรมสไตล์บูทีคที่ตั้งอยู่ในย่านเมืองโรวินจ์ สะดวกต่อการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นจากรีสอร์ทไปยังสถานที่ท่องเที่ยว หรือชายหาดบริเวณใกล้เคียง เสน่ห์สำคัญของโรงแรมนี้คือตัวตึกสีขาวที่บูรณะมาจากโครงเดิมในช่วงยุค 1920s โดยผสมผสานความร่วมสมัยเข้าไป ออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกแห่งหนึ่งทั้งภายในที่พักและตัวอาคาร

Where to eat

Restaurant Calisona ร้านอาหารเล็กๆ บริเวณจัตุรัสกลางเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลกับความสดราวกับเพิ่งจับขึ้นมาจากน้ำ นอกจากนี้ทางร้านยังเสิร์ฟโฮมเมดพาสต้าที่ไม่เป็นสองรองใคร พร้อมด้วยไวน์ท้องถิ่นมากมายที่มีให้เลือกสรรได้อย่างเต็มที่

Note

ด้วยความที่โรวินจ์เป็นเกาะ ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างของเมืองคือ ‘เหล่าชายหาดที่มีมากกว่า 13 หาด’ ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายกว้างสุดลูกหูลูกตาอย่างหาดมองเต้ (Monte Beach) หรือหาดหินกรวดที่ให้อารมณ์เหงาๆ เช่น หาดโลนเบย์ (Lone Bay) พร้อมป่าสนที่ขนาบข้าง หรือหาดลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวโขดหิน แบบหาดบาโลต้า (Balota Beach) ก็ช่วยให้ทริปในวันหยุดยาวครั้งนี้ดูพิเศษและส่วนตัวมากขึ้นได้แบบไม่ต้องพยายา




III. Konstanz, Germany

Image Courtesy of Lilies-Diary, Steigenberger

หากพูดถึงประเทศเยอรมนีแล้ว เมืองแรกๆ ที่เรานึกถึงคงจะหนีไม่พ้นหัวเมืองเจ้าประจำอย่าง มิวนิค แฟรงก์เฟิร์ต หรือเบอร์ลิน และแน่นอนว่าเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบโบเดนเซ (Bodensee) ทางตอนใต้ของประเทศที่ชื่อว่า ‘คอนสแตนส์’ (Konstanz) คงจะไม่ติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน แต่ด้วยความไม่เป็นที่นิยมนี้เอง ที่ทำให้เมืองคอนสแตนส์อาจจะเป็นหนึ่งในคําตอบที่เหมาะสมที่สุดสําหรับใครก็ตามที่กําลังมองหาการปลีกวิเวกจากความจําเจวุ่นวายแต่ยังต้องการความคึกคักอันเป็นเสน่ห์ของความเป็นเมืองอยู่

คอนแสตนส์ถือเป็นเมืองที่มีครบทุกอย่างในตัวเอง ตั้งแต่ มหาวิทยาลัย แม่น้ำ ทะเลสาบ จนกระทั่งเทือกเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปอย่าง ‘เทือกเขาแอลป์’ ในวันที่ฟ้าเปิด ทิวเขาที่อยู่ตรงข้ามของทะเลสาบจะเผยตัวออกมาให้ผู้คนที่เดินเล่นอยู่ริมน้ำได้รับชมเล่น เป็นบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกที่แทบจะหาจากที่ไหนบนโลกไม่ได้อีก นอกจากนี้คอนสแตนส์ยังแบ่งเป็นย่านเมืองเก่าและย่านเมืองใหม่ โดยทั้งสองส่วนถูกแบ่งด้วยแม่น้ำไรน์อันโด่งดัง ย่านเมืองเก่านีเดอร์แบร์ก (Niederburg) นั้นถูกรายล้อมไปด้วยถนนหินกรวดและตึกรามบ้านช่องสีสันสดใสตามแบบเยอรมัน หากแต่เพียงเดินข้ามสะพานแม่น้ำไรน์ไปฝั่งเมืองใหม่ ก็จะพบกับความเจริญและตัวเมืองที่คึกคักไปด้วยคนหนุ่มสาวจากมหาวิทยาลัยคุณภาพของเมือง หากคุณกําลังเลือกไม่ถูกระหว่างการจิบเบียร์เย็นๆ ริมฝั่งทะเลสาบพร้อมบรรยากาศผ่อนคลายไม่เร่งรีบ กับการใช้ชีวิตหลังฟ้ามืดให้สนุกสุดเหวี่ยง ‘คอนแสตนส์’ เมืองหลากสีสันแห่งนี้อาจเป็นคําตอบที่คุณกําลังหาอยู่ก็เป็นได้

Image Courtesy of Lilies-Diary and, Vagabondbaker

How to get there

วิธีเดินทางที่ง่ายที่สุดคือรถไฟจากเมืองใหญ่ๆ เช่น มิวนิค แฟรงก์เฟิร์ต แต่ที่สะดวกที่สุดคือ ซูริคโดยสามารถขึ้นรถไฟจากซูริคมาลงที่สถานีคอนสแตนส์ได้เลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

Where to stay

Hotel Viva Sky อีกหนึ่งโรงแรมที่น่าสนใจ ด้วยราคาที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปและความสะดวกสบายที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งที่ห่างจากสถานีรถไฟคอนสแตนส์เพียง 200 เมตร ดาดฟ้าขนาดกว้างที่พร้อมให้ผู้พักอาศัยได้ชมวิวทะเลสาบโดยไม่ต้องไปไหนไกล หรืออาหารเช้าแบบพิเศษของโรงแรมที่เรียกว่า 'Morning Star’ บุฟเฟ่ต์ที่รวบรวมอาหารจานเด็ดของเมืองมาให้ได้ลิ้มลอง นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาด

Where to eat

Café Artifex คาเฟ่ในย่านเมืองใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักศึกษา อาหารของที่นี่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของความใส่ใจสุขภาพ เมนูอย่างพุดดิ้งเมล็ดเจีย หรือเหล่าสมูทตี้ทั้งหลายถือเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้หากมาคาเฟ่นี้  เหมาะสำหรับกับการทานมื้อสายสบายๆ พร้อมชมวิวแม่น้ำไรน์ จิบกาแฟสักแก้วและชื่นชมลาเต้อาร์ตอันโด่งดังของร้านอย่างไม่เร่งรีบ

Note

ทะเลสาบโบเดนเซของเมืองคอนสแตนส์นั้นมีอาณาเขตติดกับตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ และภาคตะวันออกของออสเตรีย ดังนั้นการเยี่ยมเยียนประเทศรอบข้างไปพร้อมๆ กันในช่วงวันหยุด ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย




IV. Ischia, Italy

Image Courtesy of Petite Suitcase, Cappuccino In The Clouds, and Micro Four Nerds Photography (From Left to Right)

อิสเกีย (Ischia) เป็นเกาะขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่แยกตัวออกมาจากประเทศอิตาลี ทั้งนี้เราอาจจะคุ้นเคยกับ ‘คาปรี’ หรือ ‘ซิซิลี’ มากกว่า แต่ผู้เขียนขอการันตีเลยว่า ‘อิสเกีย’ นั้นไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน อิสเกียเป็นเกาะที่คละคลุ้งไปด้วยเสน่ห์ดั้งเดิมแบบไม่เติมเสริมปรุงแต่งอย่างใด หากคาดหวังจะพบเห็นความหรูหราหรือร้านแบรนด์เนมเรียงรายแบบคาปรีคุณอาจจะต้องผิดหวัง เพราะเมืองนี้ถือเป็นเกาะสวรรค์สำหรับใครก็ตามที่ต้องการเสาะหาความอบอุ่นแบบเมืองเล็ก

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบแผ่นดิน จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นความ ‘วินเทจ’ ของอิสเกีย ร้านค้าของชาวเมืองที่เต็มไปด้วยสินค้าแปลกๆ มากมายที่หาไม่ได้จากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาแอนทีค ผ้าถักทํามือ ตลาดของเก่า หรือเสื้อผ้าเครื่องประดับแปลกตา หากเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยข้างในตัวเกาะ จะพบกับธรรมชาติอันงดงาม เหล่าฟาร์มและสวนผลไม้ของชาวเมืองที่เรียงรายพร้อมผลไม้สดใหม่ให้ได้ลิ้มลอง และนอกจากความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเหล่านี้แล้ว อิสเกียยังโด่งดังในเรื่องของทิวทัศน์อันงดงามและ ชายหาดที่เหมาะแก่การอาบแดด รวมถึง ‘สปาธรรมชาติจากดินภูเขาไฟ’ ...ลองจินตนาการวันหยุดของคุณกับการเดินเล่นท่องเที่ยวในเมืองอิตาเลียนแปลกๆ ต่อด้วยการนวดผ่อนคลายที่สปา และปิดท้ายวันด้วยอาหารทะเลสดใหม่กับการชมแสงอาทิตย์ลับขอบทะเล แล้วจะรู้ว่าคำเปรยอย่าง ‘La Dolce Vita’ นั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม

Image Courtesy of Cappuccino In The Clouds

How to get there

เนื่องจากอิสเกียเป็นเกาะ การเดินทางจึงทําได้โดยเรือเท่านั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือเฟอร์รีจากท่าเรือที่เนเปิลหรือปอสซูโอลี (Pozzuoli) มาลงที่ตัวเกาะได้เลยโดยตรง

Where to stay

Appartamento sul mare Bizzarro อพาร์ทเมนท์ขนาดพอเหมาะที่สร้างโดยยึดโครงอาคารโบราณตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 แม้จะเป็น Airbnb แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษยิ่งกว่าโรงแรมหรูหลายแห่ง ก็คือวิวทะเลที่ตั้งอยู่หน้าที่พัก เพียงคุณเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงชายหาด สามารถมองเห็นได้ทั้งอ่าวและปราสาทอะรากอนีส (Aragonese) บนอีกฟากของเกาะ อีกทั้งยังตั้งอยู่ใจกลางเมือง สะดวกต่อการเดินทางไปไหนมาไหน

Where to eat

La Vigna di Alberto เป็นร้านอาหารอิตาเลียนพื้นเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นในเฟียอาโน (Fiaiano) อาหารของทางร้านจะเป็นการผสมผสานอาหารอิสเกียพื้นเมืองเข้ากับความเป็นโมเดิร์นของยุคสมัย หากใครต้องการลิ้มรสพาสต้าอิตาเลียนแบบต้นตำรับโดยเชฟอิตาเลียนแท้ๆ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่คุณพลาดไม่ได้

Note

ในประเทศอิตาลีนั้น ราคาของกาแฟที่สั่งที่บาร์จะถูกกว่าการนั่งสั่งที่โต๊ะ บนเกาะอิสเกียก็เช่นกัน แต่อย่าลืมว่าการนั่งจิบกาแฟรับลมพร้อมหนังสือเล่มโปรดดีๆ สักเล่ม สัมผัสบรรยากาศชั้นเอกพร้อมจิบกาแฟสักพัก ก็อาจจะคุ้มกับเงินอีกไม่มากที่ต้องจ่ายก็เป็นได้




V. Faroe Island, Denmark

Left Image Courtesy of Saviourmifsud, Right Image Courtesy of KOKS Restaurant

หากคุณกําลังรู้สึกเหนื่อยล้าและต้องการพักผ่อนหลีกหนีไปสู่อ้อมกอดจากธรรมชาติสักพัก หมู่เกาะแฟโรนั้นเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก หมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติกที่ปลีกวิเวกออกมาจากแผ่นดินใหญ่ พร้อมให้คุณสัมผัสความสงบและพักผ่อนอย่างแท้จริง หมู่เกาะแฟโรนั้นประกอบด้วยเกาะใหญ่ๆ จํานวน 18 เกาะ แต่มีเพียงเกาะเดียวเท่านั้นที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ นอกเหนือจากนั้นแต่ละเกาะยังมีประชากรอาศัยอยู่ไม่มาก คือรวมกันแล้วต่ำกว่า 50,000 คน ซึ่งมีจํานวนน้อยกว่าแกะทั้งหมดที่อาศัยอยู่บนเกาะเสียอีก ธรรมชาติบนหมู่เกาะนี้จึงเรียกได้ว่า ‘แทบจะไม่โดนสัมผัสโดยมนุษย์’ กันเลยทีเดียว

เกาะแห่งนี้เป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งบนโลกที่จะทําให้คุณตื่นตะลึงไปกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้ในทุกมิติของความประทับใจ ตั้งแต่แนวหน้าผาสูงชัน สัตว์นานาชนิด ทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา ผืนทะเลไร้จุดหมายที่ตัดกับท้องฟ้าสีคราม น้ำตกมูลาฟอสซู (Mulafossur) จากหน้าผาชันที่ไหลลงสู่ทะเล หมู่เฟาะแฟโรแห่งนี้ ถือเป็นสถานที่ที่จะทําให้คุณได้ใช้เวลาอยู่กับตนเองท่ามกลางความสงบอย่างแท้จริง...

Left Image Courtesy of Visitfaroesislands, Right Image Courtesy of And Then I Met Yoko

How to get there

การไปหมู่เกาะแฟโรนั้นสามารถเดินทางโดยเครื่องบินหรือทางเรือก็ได้ สําหรับเครื่องบินนั้นสามารถมาได้จากสนามบินในโคเปนเฮเกน และ บิลลัน (Billund) เป็นหลัก หรือจากเมืองใหญ่อื่นๆ ในทวีปยุโรปเช่นเอดินบะระหรือบาร์เซโลน่าก็ได้เช่นกัน ส่วนการเดินทางทางเรือเฟอร์รีนั้นจะใช้เวลามากกว่าโดยอยู่ที่ 1-2 วัน จึงเหมาะกับใครที่ไม่รีบมากนัก สามารถใช้เรือของบริษัท Smyril Line ได้

Where to stay

The Real Faroese Experience บ้านพักกระท่อมไม้บนเกาะ Skálavík ต้องออกตัวก่อนว่า หากเห็นเพียงรูปภาพอาจไม่ได้รู้สึกประทับใจสักเท่าไหร่นัก แต่ที่พักแห่งนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์แบบชาวแฟโรอย่างแท้จริง เพราะอาคารถูกสร้างตามแบบบ้านพักของชาวพื้นเมือง อีกทั้งยังสามารถชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของเกาะได้อย่างเต็มที่ ด้วยที่ตั้งบนเนินเขาที่ห่างจากชายฝั่งเพียง 300-400 เมตร

Where to eat

KOKS ร้านอาหารนอร์ดิกดั้งเดิมที่ปลีกวิเวกออกมาจากตัวเมือง ด้วยความที่ตัวร้านตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและไม่มีอาคารอื่นใดในบริเวณใกล้เคียง ผู้เยี่ยมเยือนจึงได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เหนือชั้นตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้ายพร้อมกับชมทัศนียภาพอันงดงามของเกาะ  KOKS อาจจะอยู่ไกลจากตัวเมืองเสียหน่อย แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารและบรรยากาศแล้วถือว่าเกินคุ้ม และเป็นอีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดหากได้มาหมู่เกาะแฟโร

Note

หากคุณได้ไปเยี่ยมเยือนหมู่เกาะแฟโรในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม อย่าลืมแวะไปที่เกาะ Mykines โดยสามารถขึ้นเรือเฟอรี่ จากเกาะหลัก Vagar ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เพื่อไปดูสัตว์ต่างๆ รวมถึงนกพัฟฟิน (Puffins) นกขนาดเล็กหน้าตาคล้ายเพนกวินที่มักจะออกมาในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

การท่องเที่ยวออกเดินทางแต่ละครั้งนั้นเป็นเหมือนการพักผ่อนจากช่วงชีวิตที่วุ่นวาย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนการถอยออกมาและสํารวจตัวตนของเราเองด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการออกเดินทางสักครั้งสักหนจึงมีความหมาย หาใช่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้ แต่ควรจะเป็นที่ที่ให้ความรู้สึก ‘พิเศษ’ สําหรับเราด้วย ผู้เขียนหวังว่าบทแนะนําฉบับพกพาเหล่านี้ จะเป็นหน่ึงในแหล่งไอเดียให้กับใครก็ตามที่กําลังมองหา ‘ความแตกต่าง’ ในการท่องเที่ยวได้ไม่มากก็น้อย

Related Stories

Out of Office

AN EDITOR’S JOURNAL: VENTURING OFF THE BEATEN PATH IN SEOUL

ขีดฆ่าแลนด์มาร์กสำคัญ ค้นพบอีกหนึ่งมุมของกรุงโซล

Read

Out of Office

WHO OFFERS THE BEST BUSINESS CLASS?

สุดยอดที่นั่งชั้นธุรกิจจาก 5 สายการบินนานาชาติ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการอะไรที่มากกว่า

Read

Out of Office

5 HOLIDAY DESTINATIONS IN ASIA EVERYONE WILL BE TALKING ABOUT

หมุดหมายน่าไปในทวีปเอเชีย ที่กำลังจะโด่งดังในไม่ช้า

Read

0Shares
preloader