Around Town

OUR FAVOURITE BARS IN BANGKOK

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

Around Town

OUR FAVOURITE BARS IN BANGKOK

15 May 2019

ดื่มด่ำกับบาร์โปรดบรรยากาศผ่อนคลาย ในแบบฉบับของเหล่าเอดิเตอร์

Spread the words

สิ่งที่ดีที่สุดของกรุงเทพเมืองฟ้าอมรนอกจากสตรีทฟู้ดเจ้าอร่อย วัฒนธรรมที่หลากหลาย ห้างสรรพสินค้ามากมาย หรือไฟท้ายสีแดงจากรถติดในช่วงเย็นจนเป็นสีสันของเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล คงจะเป็นที่ที่เราสามารถระเริงอารมณ์ความสุข เศร้า เหงา สมหวัง ผิดหวัง หรือไม่ว่าจะรับบทหนักในหนึ่งวันมาแค่ไหน “บาร์” ยังเป็นเพื่อนคู่ใจได้อย่างไม่เคยทรยศ

อย่าเพิ่งตีโจทย์กันว่าเราจะมาแนะนำวิธีการย้อมใจด้วยน้ำเมา แต่ในบทความนี้คือการคลุกเคล้าเครื่องปรุงที่มั่นใจได้ว่าจะออกมาเป็นจานอาหารที่กลมกล่อม ถูกต้อง เราหมายถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้สิ่งที่เรียกว่าบาร์นี้ มีคุณภาพมากกว่าแค่ที่ที่แจกจ่ายความมึนเมาจนหลงลืมเรื่องราวแล้วแยกย้ายกลับบ้านไป

เราเชื่อว่าบาร์โปรดของคุณไม่ได้เกิดจากการไปแวะเวียนเพื่อทักทายเพื่อนร่วมงานหรือคนรัก แต่เกิดจากการไปเยือน “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เช่นเดียวกับเหล่าเอดิเตอร์ของเรา ที่พวกเขาล้วนมีบาร์ในดวงใจที่เพียงแค่เอ่ยชื่อร้านออกมาก็อธิบายได้เป็นฉากๆ ไม่แน่ว่าทั้งหมดนี้อาจผ่านค่ำคืนของคุณมาแล้ว แต่หากยัง ก็ลองดูสักครั้งจะเป็นอะไรไป




 
“โชคดีที่เราได้มีโอกาสไปลองตั้งแต่ช่วง Soft Opening แล้วก็รู้สึกชอบในทันที ด้วยสไตล์ของร้านที่วางไว้ตามแนวคิดความเป็นทรอปิคอล ทำให้อะไรๆ ก็แลดูสบายตาสบายใจไปหมด ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ ต้นไม้จับมาประดับ การใช้แสงสลัวที่ผ่อนคลายกำลังดี รวมไปถึงกลิ่นในร้านที่หลับตาเดินเข้ามาก็เป็นต้องจำได้ ดนตรีประกอบในร้านที่เปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ ก็ทำหน้าที่ให้ความสนุกคึกคักผสมปนเปไปในเสียงเซ็งแซ่ของผู้คนที่พูดคุยกันอย่างออกรสบนโต๊ะไม้ตัวยาวที่ทอดไปตามแผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียบง่ายของร้าน ต้องชื่นชมทีมงานของ Thaipioka ที่รังสรรค์บรรยากาศแบบนี้ขึ้นมาในยุคที่บาร์หลายแห่งมุ่งไปหาความหรูหราจนหลายครั้งทำให้รู้สึกอึดอัด..

ที่พลาดไม่ได้คือการเลือกสั่งเครื่องดื่มบางรายการที่อยู่นอกเมนู อย่าง Bijou ซึ่งเป็นคลาสสิคค็อกเทลที่มี Gin เป็นเหล้าหลัก เข้าผสมกับ Sweet Vermouth กับ Green Chartreuse เกิดเป็นรสชาติที่ครบรส นุ่มๆ แบบติดหวาน ตามตำราแล้ว Bijou จะมีส่วนประกอบทั้งสามในสัดส่วนที่เท่ากัน แต่ของที่ Thaipioka ทางบาร์เทนเดอร์ได้ทำการปรับให้หนัก Gin ยิ่งขึ้นและลดอย่างอื่นให้จางลง ส่วนตัวจึงชอบสูตรแบบนี้มากกว่า สามารถสั่งดื่มได้เป็นตัวแรกๆ ให้สดชื่น แล้วค่อยตามด้วยตัวอื่นที่แรงขึ้นเพื่อความลงตัว”




 
“จำได้ว่าแสงไฟสีแดงพร้อมตัวอักษรภาษาจีนที่ลอดออกมาจากกระจกชั้นสองของตึกเก่าๆ ย่านซอยสุขุมวิท 49 ดึงดูดให้เราเดินเข้าไปแง้มประตูดูแบบไม่ต้องมีใครมาแนะนำ ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และมั่นใจว่ามันจะอยู่เป็นเพื่อนได้ตลอดทั้งคืนที่ละเลียดจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด คือสิ่งแรกที่รู้สึกได้เมื่อก้าวเข้ามา เราถูกต้อนรับด้วยสถาปัตยกรรมแบบ โมเดิร์นไชนีส ที่พาย้อนเวลากลับไปยุคเรโทรได้ไม่แพ้ยานแม่ที่ฮ่องกง และแน่นอนว่าเราโปรดปรานเป็นพิเศษ จุดนี้ได้ใจไปก่อนสั่งเครื่องดื่มเสียด้วยซ้ำ

ด้วยความที่การตีความคำว่า “แฮงค์เอ้าท์” ของเราคือการชวนเพื่อนสักสองสามคน หรือคนรู้ใจก็ได้ มานั่งพูดคุยสารทุกข์สุกดิบอย่างเปิดเผย สปีกอีซี่บาร์เล็กๆ แห่งนี้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแม่นยำ แต่ไม่รู้สึกถึงความแออัดแม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะโปรเจคเตอร์จอใหญ่ด้านบนขวดเหล้าที่เรียงรายคอยฉายภาพยนตร์ผลงานของผู้กำกับมือทอง “หว่อง กาไว” อยู่ตลอดเวลาก็เป็นไปได้

แม้จะมีซิกเนเจอร์ค็อกเทลมากมายที่ตั้งใจทำขึ้นเป็นพิเศษจากบาร์เทนเดอร์ขี้เล่นเป็นกันเองของทางร้าน แต่เราเลือกที่จะไม่ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนเพราะเชื่อว่าคลาสสิคค็อกเทลอย่าง “Negroni” คือตัววัดชั้นดีว่าบาร์ไหนเข้าใจพื้นฐานศาสตร์แห่งการผสมเหล้า เราสั่งมันทุกครั้งที่ได้มาที่แห่งนี้

ที่พูดมาทั้งหมดคือน้ำจิ้ม เรื่องที่ทำให้เราติดที่นี่จนงอมแงมคือเสียงเพลงที่กระแทกโสตประสาทยามค่ำคืนจากซีเลคชั่นเพลงโซล ฟังก์ ดิสโก้ และอิเลคทรอนิกส์ป็อบ ที่ถูกขับออกมาจากแผ่นเสียงของคุณต้า หรือ Cyndi Seui ที่หลายคน (อาจจะ) รู้จักกันมาแล้วผ่านผลงานของเขาในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงอิเลคทรอนิกส์ป็อบคนหนึ่งของประเทศไทย และทั้งหมดคือส่วนประกอบชิ้นสำคัญ ที่ทำให้ Chu Bar กลายเป็นที่ที่เราปฏิญาณว่าจะต้องมาให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง”




 
“ความลึกลับของบาร์แจ๊สที่ซ่อนเร้นอยู่ชั้นสองของตึกแถวย่านเจริญกรุง 31 ยังคงดึงดูดความสนใจของผมได้เสมอ แสงสลัวกับเสียงเพลงที่บรรเลงไปอย่างช้าๆ จากเครื่องเป่าทองแดง กับที่นั่งราว 7-8 โต๊ะให้จับจอง (ถึงแม้ส่วนมากจะได้เพียงแค่นั่งบริเวณบาร์ก็ตามแต่) ความเก่าและใหม่ของการตกแต่งภายในผสมปนเปกับแสงนีออนชมพูได้อย่างลงตัว ส่งบรรยากาศความเป็นกันเองออกมาได้ราวกับเป็นรูปธรรม เมื่อดนตรี ผู้คนและรสสัมผัสที่ถูกปากหลอมรวมเป็นหนึ่งได้อย่างไม่ต้องผ่านการประดิษฐ์ใดๆ จึงไม่ยากเลยที่ Foojohn Building แห่งนี้จะเป็นบาร์โปรดของข้าพเจ้าในการนัดสังสรรค์พูดคุยกับมิตรสหาย หรือเป็นจุดหมายปลายทางของวันกับคนรักในวันที่ต้องการปล่อยใจให้เคลิ้มไปกับดนตรีและมนต์เสน่ห์ของย่านเมืองเก่า

แต่สถานที่แห่งนี้หาได้มีดีเพียงแค่ความ “ลับ” ของสถานที่และความ “ลึก” ของบรรยากาศ เพราะเมนูอาหารและเครื่องดื่มของบาร์แห่งนี้เองก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดความถวิลหาของผู้คนได้ไม่น้อยหน้าไปกว่าองค์ประกอบอื่นใด แม้ข้าพเจ้าจะเป็นคนที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์ลาเกอร์มากกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆ แต่เมื่อมาที่แห่งนี้ความอยากที่ปรากฏกลับต่างออกไป เพราะ Satan’s Whiskers ค็อกเทลสีส้มละมุนแก้วขนาดกำลังดี ที่มีส่วนผสมจาก Gin เป็นหลัก ประโลมด้วย Sweet Vermouth, Dry Vermouth, Triple Sec และน้ำส้มในปริมาณที่พอเหมาะกลมกล่อม ให้ความรู้สึกสดชื่นเป็นตัวนำและตามด้วยความเข้มพอตื่นตัวจาก Gin ให้ได้แอบอิงไปกับบรรยากาศบาร์แจ๊สกรุงเก่าและแสงสลัวได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว”




 
“ก่อนอื่นผมต้องขอพูดถึงนิยามภาพแห่งการพักผ่อนในช่วงเวลาตะวันตกดินของตัวเองซะก่อน มันคือการเดินเล่นในย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งพระนคร มองดูผิวน้ำถูกขนาบด้วยแสงไฟบนถนนสองฝั่งริมแม่น้ำที่คอยให้แสงสว่างแก่คนเดินไปมา พร้อมดวงไฟหลากสีที่ถูกตกแต่งบนอาคารที่มีสีสันไม่ซ้ำกัน แต่ที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ดนตรีที่จะช่วยเคี่ยวให้บรรยากาศการผ่อนคลายของผมกลมกล่อมยิ่งขึ้นจากบาร์เล็กๆ ที่อบอุ่นสักแห่งหนึ่ง

หากจะเกริ่นถึงบาร์สักบาร์หนึ่งที่มีองค์ประกอบคล้ายคลึงกับอารมณ์ที่ได้พรรณนาไป Jazz Happens น่าจะบอกเล่าตัวตนและแทนความรู้สึกของผมได้ดีที่สุด บาร์แจ๊สขนาดย่อม มีพื้นที่แค่ห้องแถวเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนสุดสัปดาห์และวันหยุด ถ้าใครเดินผ่านแถวท่าพระอาทิตย์บ่อยจะเห็นคนแน่นขนัดทั้งไทยและต่างชาติออเต็มออกมานอกร้าน ด้วยเสน่ห์ของร้านเล็กๆ เสียงเครื่องดนตรีดังเล็ดลอดออกจากประตูร้านเปรียบเสมือนเป็นคำเชื้อเชิญให้ใครก็ตามที่เดินผ่านไปมา เข้ามาทำความรู้จักดนตรีที่พวกเขากำลังตั้งใจเล่นเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าจะเป็นสิ่งช่วยเติมเต็มความสุขให้กับทุกคนที่ได้ยิน บาร์แจ๊สขนาดเล็กนี้เป็นพื้นที่ปล่อยของสำหรับเหล่าศิลปินตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่และเป็นที่พบปะของบุคคลเบื้องหลังระดับอาจารย์มากมาย และมักจะมีเซอร์ไพร์สจากศิลปินต่างประเทศมาสร้างโชว์ให้ประทับใจอยู่เรื่อยๆ ภายในร้านที่อบอุ่นสามารถถ่ายทอดความรู้สึกถึงความเป็นชุมชนของคนรักเพลงแจ๊สจริงๆ ถึงแม้จะเป็นร้านที่ยิ่งดึกยิ่งคึก ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ผมสูญเสียสมาธิไปจากการแสดงตรงหน้าได้เลย สำหรับผมแล้ว Jazz Happens เป็นสถานที่เปิดให้คนเข้าถึงดนตรีแจ๊สได้ง่าย ด้วยความรู้สึกที่สัมผัสได้จากทางร้านว่าแจ๊สสามารถเป็นดนตรีของทุกคนจริงๆ จึงทำให้เกิดความรู้สึกดีและกล้าที่จะเดินเข้าไปฟังแม้ว่าคนนั้นจะไม่ได้ฟังแจ๊สเป็นประจำหรือไม่เคยฟังมากก่อนเลยก็ตาม

แน่นอนว่านอกจากดนตรีแล้ว สิ่งที่จะเติมแต่งประสบการณ์ทางอารมณ์อีกอย่างก็คือเครื่องดื่มในมือ ที่ยกจิบ ยกดื่มตามจังหวะท่วงทำนองที่ทำให้เรารู้สึกร่วมไปด้วย โดยส่วนตัวเนื่องจากเป็นคนไม่ได้ชื่นชอบค็อกเทล แต่จะเสมอต้นเสมอปลายกับ Single Malt Whisky และ Gin Tonic มาโดยตลอดไม่ว่าจะไปที่บาร์ไหนๆ ก็ตาม ซึ่งตามธรรมเนียมปกติผมจะเริ่มจาก Gin Tonic ก่อนในช่วงต้น เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้ตัวเองและจัดระเบียบร่างกายหลังจากการเดินทางมาถึงร้าน พอเวลาล่วงเลยไปสักช่วงระยะหนึ่ง ก็จะเป็นเวลาของ Single Malt Whisky ที่เทราดลงบนน้ำแข็ง ที่รู้จักกันดีว่า On The Rock หรือในบางโอกาสก็มีบ้างที่สั่งแบบ Straight Up เพื่อปิดบทสนทนากับเสียงดนตรีที่อยู่ตรงหน้าในค่ำคืนแห่งการผ่อนคลาย”

Related stories

Query & Advice

SERIOUSLY, WHAT IS PITTI UOMO?

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

Query & Advice

THREE WORKOUT ROUTINES FOR DIFFERENT BODY GOALS

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

New to Us

RELAXED TAILORING: THE BELTED TROUSERS

ผนวกตำรางานฝีมือเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย สู่ผลผลิตตามแนวคิดแบบ Relaxed Tailoring

Read

preloader