The Tunes

FOUR UNDERPLAYED DISCO ALBUMS WORTH LISTENING

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Paritat Supaporne, Graphic Designer, W. MINISTRY

The Tunes

FOUR UNDERPLAYED DISCO ALBUMS WORTH LISTENING

21 March 2019

สี่อัลบั้มเพลงดิสโก้ที่ไม่ได้ยินบ่อย แต่น่าลองฟังดูสักครั้ง

Spread the words

ใครๆ ก็บอกว่าเสียงดนตรีเป็นภาษาที่คนทั้งโลกใช้สื่อสารกันอย่างเข้าใจได้ไม่ยากเย็น คุณเห็นด้วยไหม? ถ้าใช่แล้วเพลงแบบไหนที่ใช้สื่อสารกันมาได้นับหลายสิบปีแบบยังไม่คลายความนิยมลงจนหายไปจากหน้าปัดวิทยุ (หรือถ้าจะพูดว่าชาร์ต YouTube, Spotify, Apple Music ในยุคนี้ก็คงจะเข้าใจกว่า) สำหรับเราแล้ว “เพลงดิสโก้” คือหนึ่งในความบันเทิงที่ขับเคลื่อนให้อารมณ์บูดกลายเป็นความสดใสได้อย่างไม่เคยเบื่อ

ดิสโก้มาจากคำภาษาฝรั่งเศสที่ว่าดิสโก้เทค (ดิสโก้เทคที่คนสมัยก่อนเข้าไปเต้นกัน ใช่แล้วคุณกำลังเข้าใจถูกต้อง) และจริงๆ ก่อนจะได้รับความนิยมกันอย่างเปรี้ยงปร้างนั้นมันเป็นแนวเพลงแบบกระแสรอง (Subculture) มาก่อนในยุคปลายปี 60’s และ ยุคเริ่มต้นของปี 70’s เพราะแม้ช่วงนั้นกระแสหลักคือเพลงร็อค เฮฟวี่เมทัล นักร้องผมยาวเกลื่อนเมืองแต่ดิสโก้ก็เริ่มเป็นที่หนาหูเพราะด้วยความครึกครื้น สนุกสนานของจังหวะ รวมไปถึงเนื้อเพลงที่พูดถึงเรื่องการขยับเขยื้อนร่างกายไปกับจังหวะแบบไม่มีดราม่า ก็ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาสนใจกัน

ภาพที่คุ้นเคยของกลุ่มนักร้องผิวดำ ทรงผมที่ถูกยีให้ฟูฟ่องแบบแอฟโฟร่ ชุดแนบเนื้อสีสันสดใสสะท้อนแสงไฟวิบวับ กางเกงขาบานพลิ้วไหว ท่าเต้นจิ้มลงพื้นและชี้ขึ้นฟ้า บวกกับเพลงที่หลายคนคุ้นหูอย่าง YMCA, Stayin’ Alive, Rasputin, Daddy Cool อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหมือน Starter Pack สำหรับเพลงดิสโก้ที่ถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่ยุคปู่ย่าจนมาถึงปัจจุบัน แต่วันนี้เราอยากแนะนำเพลงดิสโก้ทั้งสี่อัลบั้มที่อาจไม่คุ้นหูและไม่ได้ถูกเปิดที่ไหนมากนัก แต่รับรองว่าได้ยินเมื่อไหร่คุณจะต้องลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขากันบ้าง

No.1


Save Me (1975)


The Silver Convention

 

“Fly Robin Fly… Up Up to The Sky…” ท่อนหนึ่งของเพลงที่ถูกบรรจุในอัลบั้ม Save Me (1975) ของ The Silver Convention สำหรับเราแล้วเป็นเนื้อเพลงบวกทำนองที่ติดหูจนเก็บกลับไปฮัมที่บ้านได้เป็นวันๆ ซึ่งในอัลบั้มนี้ถูกทำขึ้นมาก่อนที่สาวๆ ชาวเยอรมันทั้ง 3 คนนี้จะรวมเป็นวงกันเสียด้วยซ้ำ และทันทีที่ปล่อยออกมาก็สามารถไต่ขึ้นสู่ชาร์ตบิลบอร์ดเพลงป๊อปได้อย่างง่ายดายแม้ว่าจะมีสมาชิกผิวดำเพียงคนเดียวจากสามคน แต่ก็สามารถแสดงฝีไม้ลายมือการร้องและเต้นได้ไม่แพ้วงดิสโก้ที่มีศิลปินผิวดำทั้งวง

Recommended Track


Fly Robin Fly





No.2


I Am (1979)


Earth Wind & Fire

คุณอาจคุ้นเคยกับบทเพลง September และ Let’s Groove จากยอดฝีมือ และตำนานที่ยังมีลมหายใจของวงการเพลงดิสโก้หัวก้าวหน้าจากชิคาโก้อย่าง Earth Wind & Fire แต่สำหรับเราแล้วอัลบั้ม I Am (1979) ก็เป็นอัลบั้มที่ผลิตเพลงออกมาได้อย่างน่าประทับใจไม่น้อยไปกว่ากันเลย ซึ่งนักวิจารณ์ดนตรีชื่อดังอย่าง Robert Christgau ได้ให้คำนิยามไว้ว่าเป็นอัลบั้มเพลงป๊อป(ในสมัยนั้น) ที่เซ็กซี่และประณีตดั่งงานศิลปะ แม้แต่กระทั่งสื่อหลักของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง The New York Times ก็ยังชื่นชมว่าเป็นอัลบั้มที่โอ่อ่าและมีจินตนาการ

Recommended Track


Can’t Let Go





No.3


In The Heart (1983)


Kool and The Gang

จะเรียกว่า Kool and The Gang เป็นวงฟังก์ก็คงจะไม่ผิด แล้วทำไมเราถึงเอาพวกเขามาจัดอยู่ในหมวดหมู่เพลงดิสโก้กันล่ะ? คำตอบคือวงดนตรีจากนิวเจอร์ซี่นี้ได้ตัดสินใจเปลี่ยนแนวการทำเพลงของพวกเขาในปี 1983 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่พวกเขาได้ปลุกปั้นอัลบั้ม In The Heart (1983) ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้จากความเป็นฟังก์และอาร์แอนด์บีจ๋า สู่แนวเพลงดิสโก้ที่กำลังนิยมกันในตอนนั้น และทำได้อย่างที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ และอัลบั้มนี้มีเพลงฮิตอยู่มากมายที่เราอาจจะยังไม่เคยได้ฟังกันอย่าง Joanna, September Love และ Tonight ซึ่งรับประกันว่าไม่ผิดหวังหากได้ลองเปิดฟังดูสักที

Recommended Track


Tonight





No.4


Never Can Say Goodbye (1975)


Gloria Gaynor

พูดถึง Gloria Gaynor อาจจะยังไม่แน่ใจว่าเธอคือใคร แต่ถ้าเราพูดว่า “คนร้องเพลง I Will Survive” ล่ะนึกออกกันบ้างอยู่ใช่ไหม และน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักบทเพลงดิสโก้ชั้นครูเพลงนี้ที่มีเนื้อหาหนักแน่นและตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการเอาตัวรอดเหตุการณ์หลังความอกหัก แต่อัลบั้มในชื่อ Never Can Say Goodbye (1975) ของเธอเองนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าอัลบั้ม Love Tracks ที่บรรจุเพลง I Will Survive ลงไปเลย หากถามว่าทำไมเราถึงเลือกอัลบั้มนี้มาแนะนำทั้งๆที่ไม่ได้โด่งดังเลย ก็ต้องบอกว่าเพราะความน่าสนใจของเพลง 3 เพลงในอัลบั้มนี้ที่เล่นเรียงต่อกันแบบต่อเนื่องกว่า 18 นาทีเสมือนว่าเป็นเพลงเดียวตั้งแต่เพลง Honey Bee, Never Can Say Goodbye ไปจนถึง Reach Out คือความประทับใจของเราต่อเทคนิคของการทำเพลงสมัยนั้น และมันก็ยังถือว่าล้ำสมัยเมื่อเทียบกับเพลงในยุคปัจจุบันอีกด้วย

Recommended Track


Honey Bee, Never Can Say Goodbye, Reach Out


Related stories

Query & Advice

SERIOUSLY, WHAT IS PITTI UOMO?

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

Query & Advice

THREE WORKOUT ROUTINES FOR DIFFERENT BODY GOALS

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

New to Us

RELAXED TAILORING: THE BELTED TROUSERS

ผนวกตำรางานฝีมือเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย สู่ผลผลิตตามแนวคิดแบบ Relaxed Tailoring

Read

preloader