The Edit

The Tunes

Music

The Aficionados

THE SOUNDS THAT PLAY FOR THE SOUL

จากความสุขเล็กๆ ของเด็กผู้ชายที่รักเสียงเพลง 
สู่ความหลงใหลที่ท่องไปในโลกของ Audiophile

Read

Query & Advice

A ROUND UP OF FIVE STYLISH SPEAKERS

กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์

Read

The Inspirations

STORY OF COHEN: THE GODFATHER OF GLOOM

เรื่องราวของนักกวีสู่ผู้ประพันธ์บทเพลงทรงคุณค่า ตำนานผลงานที่เป็นแรงบันดาลใจต่อโลก

Read

The Report

VANS PAYS TRIBUTE TO DAVID BOWIE WITH A NEW SNEAKER COLLECTION

จากปกอัลบัมของราชา Glam Rock ระดับตำนาน สู่ลวดลายบนรองเท้าสายสเก็ตบอร์ดที่ทุกคนหลงรัก

Read

The Tunes

FOUR UNDERPLAYED DISCO ALBUMS WORTH LISTENING

สี่อัลบั้มเพลงดิสโก้ที่ไม่ได้ยินบ่อย แต่น่าลองฟังดูสักครั้ง

Read

The Inspirations

THE RAT PACK:
 THE COOLEST PACK OF RATS EVER

การรวมตัวกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ของนักร้อง นักแสดง และเอนเตอเทนเนอร์ที่แท้จริง

Read

Hennessy

INDULGE IN HENNESSY COGNAC 
WITH THE RIGHT MUSIC

ให้เสียงเพลงที่คู่เคียงกันไปในความแตกต่าง
เพิ่มอรรถรสให้กับคอนยัคมากคุณภาพอย่างลงตัว

Read

The Tunes

TURN BACK TIME TO THE 80’s WITH JAPANESE CITY POP PART 2 : YOUTUBE ALGORITHM AND PLASTIC LOVE

เครื่องมือและกลไกจากโลกยุคใหม่
ที่พาบทเพลงจากโลกยุคเก่าข้ามเวลามาโด่งดังอีกครั้ง

Read

The Read

THE 40’s NETFLIX AND CHILL?

อากาศข้างนอกช่างหนาวเหน็บ อยู่ต่ออีกสักพักเถอะคนดี

Read

The Aficionados

THE MOMENT A REBEL CALLS MAGIC

เขานั่งอยู่บนเบาะเปียโนพร้อมบรรเลง นิ้วทั้งสิบจรดบนคีย์ ทุกอย่างในห้องกลับเงียบสงัด บทความโดย Suwicha Sangkayoolakul, Features Editor, W.Ministry ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W.Ministry Story Advised by Jonas Dept, Piano Artist, W.MINISTRY Meet all the W.MINISTRY Aficionados here “…ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดกบฎอัปลักษณ์ ฤๅอุบายเล่ห์ร้ายขมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี อีกดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกเช่นกล่าวมานี่ ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ…” พระราชนิพนธ์แปลเรื่อง “เวนิชวาณิช” ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงแปลมาจากเรื่อง“The Merchant of Venice” โดยกวีดังของโลก วิลเลียม เชกสเปียร์ และทรงเน้นย้ำไปที่ความสำคัญของดนตรีดังก้องอยู่ในหัวของเราตลอดเวลาการขับรถในวันอาทิตย์ช่วงบ่าย โดยแท้จริงแล้ว ในวงการดนตรี คำว่า“ขบถ” กับ “ดนตรีคลาสสิค” ดูเหมือนจะเป็นสองสิ่งที่ห่างไกลกันอย่างสุดขั้ว แต่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงของบ่ายวันอาทิตย์ที่เราได้ทำความรู้จักกับ Jonas Dept ศิลปินนักเปียโนจากประเทศเบลเยี่ยม เราได้พบว่านิยามของทั้งสองสิ่งเบื้องต้นกลับมีจุดร่วมกันบนเส้นทางสายดนตรีของผู้ชายคนนี้อย่างน่าสนใจ “พื้นเพความคลาสสิคที่เข้มงวด“ โจนัสเล่าให้เราฟังว่า เขาเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่ 6 ขวบ และเมื่ออายุ 14 เขาจึงเริ่มฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นนักเปียโนมืออาชีพอย่างจริงจัง “พ่อของผมเป็นนักเขียนและนักแปล คุณแม่ก็ไม่ได้รู้เรื่องดนตรี และถึงพวกท่านจะไม่ได้มีเงินมากมาย แต่สิ่งที่พวกท่านสามารถสนับสนุนผมได้ คือการบอกให้ผมเดินตามความฝันของตนเอง แน่นอนว่ามันเป็นเส้นทางที่แสนยากลำบาก เจ็ดวันต่อสัปดาห์ ผมต้องฝึกและฝึกและฝึกอย่างหนัก แต่ละปีมีคนพยายามสอบเข้า Royal Conservatory of Brussels (วิทยาลัยดนตรี ที่เมืองบรัสเซลส์) มากกว่า 200 คน แต่มีเพียงหยิบมือที่จะสอบเข้าได้และเรียนจบ ครั้งแรกที่ผมเข้าสอบตอนอายุ 17 ปี ผมเองก็สอบตกตั้งแต่ข้อสอบทฤษฎี ยังไม่ได้แตะเปียโนเลยด้วยซ้ำไป ต้องใช้เวลาอีกเกือบสี่ปีถึงจะสอบเข้าเรียนที่นั่นได้” โจนัสยิ้มด้วยความภูมิใจ “ถ้าหากถามว่าทำไมผมถึงไม่ยอมแพ้ บอกได้เลยว่าเพราะดนตรีคือทางเลือกที่หนึ่งของผมเสมอมา และแน่นอนผมไม่เคยมีทางเลือกที่สอง” โจนัสยังไม่เคยลืมโมงยามของการแสดงครั้งแรกใจกลางเมืองบรัสเซลส์แม้ว่าเขาจะถูกจับจ้องจากทั้งอาจารย์ และผู้ชมกว่าสองพันคน แน่นขนัดโถงคอนเสิร์ต Botanique แต่เมื่อวินาทีที่นิ้วมือทั้งสิบจรดบนตัวคีย์ ทุกๆ สิ่งกลับเงียบสงัดไร้สำเนียง ทุกๆ คนรวมถึงตัวเขาเอง หายกลายไปเป็นอากาศธาตุเหลือเพียงดนตรีและความว่างเปล่า เมื่อรู้ตัวอีกทีโจนัสก็บรรเลงเพลง Etude No.1 ของ Liszt จนจบแล้ว แต่นิ้วมือของเขายังคงกระดิก และเรียกร้องที่จะเล่นใหม่อีกรอบ จากนั้นมา เขาเรียกโมงยามของการแสดงว่า“เวทมนตร์” เราสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุใดนักเปียโนคนนี้ถึงเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ที่เขาจะแสดงฝีมือด้านการดนตรีของเขา ในเมื่อบรัสเซลส์หรือเมืองอื่นๆในยุโรปดูจะมีความเชื่อมโยงกับดนตรีคลาสสิคเสียมากกว่า “พวกเขา (ที่วิทยาลัยดนตรี) ค่อนข้างจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยม เป็นไปตามแบบแผนที่ชัดเจน แต่ผมมีความเป็นกบฏอยู่ในตัว ชอบในความแตกต่าง ซึ่งตรงกันข้ามกับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอมรับ ผมจึงเลือกที่จะเดินออกมา” โจนัสอธิบายให้เราฟังว่าในการเรียนเปียโนแบบ french school นั้น ผู้บรรเลงจะต้องให้ความเคารพทุกตัวโน้ตที่ผู้ประพันธ์เขียนไว้ ไม่สามารถดัดแปลงหรือตีความใหม่ได้แม้แต่น้อย ซึ่งในฐานะศิลปินโจนัสรู้สึกว่า “เวทย์มนตร์” หรือจิตวิญญาณของบทประพันธ์นั้นไม่สามารถถูกเขียนลงบนกระดาษได้ทั้งหมดแปลว่าในทุกๆ เพลงควรมีพื้นที่ให้ผู้บรรเลงใส่ตัวตนและความสร้างสรรค์ของตัวเองลงไปด้วย เมื่อเขาเรียนจบเขาจึงตัดสินใจ ละทิ้งพื้นเพบ้านเกิด และออกเดินทางข้ามโลกมาอยู่ที่ประเทศไทย “เพื่อนๆ และครอบครัวของผมต่างก็มองว่าผมบ้าไปแล้ว เพราะที่นั่นไม่มีใครรู้จักประเทศไทยเลย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เมืองไทยมีเปียโนให้เล่นหรือไม่ แต่ผมสามารถสร้างตัวตนและสุนทรียศาสตร์ของตัวเองใหม่ได้ที่นี่ ผมตกหลุมรักเมืองไทยในทันที” “ พวกเขา (ที่วิทยาลัยดนตรี) ค่อนข้างจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยม เป็นไปตามแบบแผนที่ชัดเจน แต่ผมมีความเป็นกบฏอยู่ในตัว มีความแตกต่าง ซึ่งตรงกันข้ามกับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่ยอมรับความเป็นกบฏในตัวผม ผมจึงเลือกที่จะเดินออกมา ” “ผสมผสานเสียงเปียโนกับศิลปะในเมืองไทย“ โจนัส เลือกที่จะใช้ชื่อ “The […]

Read

preloader