The Edit

Brands to Know

Brands to Know

Brands to Know

INTRODUCING ATLAS FOOTWEAR

ความสมบุกสมบันและความเรียบง่าย
แบรนด์รองเท้าผ้าใบจากแคนาดา
เปิดตัวใหม่ที่ W. Ministry

Read

Brands to Know

HOW TO WORK M.COHEN JEWELRY INTO YOUR WARDROBE

รู้จักกับแบรนด์เครื่องประดับจัดเต็มจาก L.A.
กับเคล็ดลับในการเลเยอร์ให้แตกต่างอย่างทรงพลัง

Read

Brands to Know

BRYCELAND’S CO. AND GARMENTS FULL OF LIFE AND PURPOSE

พูดคุยกับผู้รังสรรค์เสื้อผ้า
ที่ทุกชิ้นๆ มีจุดมุ่งหมายของการใช้ชีวิตซ่อนอยู่

Read

Brands to Know

FINDING THE BEST TAILORED TROUSERS

Aficionados ด้านคลาสสิคเมนส์แวร์ร่วมแชร์
วิธีการเลือกซื้อ (หรือสั่งตัด) กางเกงเทเลอร์ที่ดีมีคุณภาพ
จากประสบการณ์ตรงของพวกเขาทั้งสอง

Read

The Read

QUESTIONING SUSTAINABLE FASHION BRANDS

คุณค่า รักษ์โลก หรือการตลาด
เหรียญสองด้านที่แฝงนัยยะผ่านสินค้าที่เน้นแนวคิดความยั่งยืน

Read

Brands to Know

WHAT I’VE LEARNED FROM 32 YEARS AT JOHN LOBB

บทสัมภาษณ์พิเศษกับ Michel Raballand ช่างมากฝีมือ ผู้อยู่กับแบรนด์รองเท้าระดับตำนานมากว่า 3 ทศวรรษ

Read

Brands to Know

WHY 18 EAST IS A NEW HOPE FOR MENSWEAR

ในวันที่แฟชั่นกำลังขับเคี่ยวกันด้วยเครื่องจักรอุตสาหกรรม
ยังมีเรื่องราวของแบรนด์ที่ท่องโลกเพื่อเฟ้นหากรรมวิธีดั้งเดิมโดยฝีมือมนุษย์

Read

Brands to Know

6 INSIDER BRANDS WE RECOMMEND

แนะนำหกแบรนด์เสื้อผ้าชื่อไม่คุ้นหู ที่รู้จักแล้วคุณจะหลงรัก แบรนด์เสื้อผ้าที่ดีพอสำหรับเราคืออะไร อย่างแรกคือเสื้อผ้าต้องสามารถตอบโจทย์ทั้งทางเรื่องของการออกแบบและเรื่องของคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของวัสดุหรือคุณภาพในขั้นตอนการผลิต เสื้อผ้าต้องสามารถใส่ได้เรื่อยๆ ใส่ได้ยาวนาน ใส่ได้กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ จนกล่าวได้ว่าเป็นเสื้อผ้าที่อยู่เหนือกาลเวลาก็ว่าได้และหากท่านผู้อ่านติดตามบทความช่วง Query and Advice ของเราในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เราได้กล่าวถึงเรื่องของ “การซื้อคุณภาพที่ยั่งยืน” ซึ่งท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านอาจสงสัยว่าแล้วการซื้อคุณภาพดังกล่าวนี้ เราควรเลือกซื้อแบรนด์เสื้อผ้าอะไรกันแน่ นี่จึงเป็นที่มาของบทความนี้ที่เราจะมาพูดถึงเสื้อผ้าหกแบรนด์ที่ควรค่าแก่การรู้จักและเราจะขอแนะนำเสื้อผ้าชิ้นที่น่าสนใจเป็นพิเศษจากแบรนด์ดังกล่าวด้วย Ami Alexandre Mattiussi ศึกษาเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์แห่งเสื้อผ้า จากห้องเสื้อชั้นนำอย่าง Givenchy Dior และMarc Jacobs ก่อนที่จะออกมาเปิดแบรนด์ของตัวเองนามว่า Ami ในปี 2011 ที่ปารีส โดยแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสนี้อยู่ภายใต้แนวความคิดของความเรียบง่ายที่ลงตัว ไม่ถูกจำกัดความด้วยวันเวลา คำว่า ami ในภาษาฝรั่งเศส สามารถแปลได้ว่า “เพื่อน” ดังนั้นแนวเสื้อผ้าของ Ami จึงแอบซ่อนความน่ารัก สนิทสนม เข้าถึงง่ายโดยเชื่อกันว่า Mattiussi ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าที่เพื่อนๆ ใส่ หรือเสื้อผ้าของคนแปลกหน้าที่เขาพึ่งทำความรู้จักในบาร์ต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันทางแบรนด์ก็หาได้ละทิ้งซึ่งคุณภาพอันเป็นสิ่งที่แสนสำคัญแต่อย่างใด What to look for Ami เด่นดังในความเรียบง่ายที่สื่อให้รู้สึกถึงอารมณ์สบายๆ ของผู้สวมใส่ เสื้อผ้าชิ้นที่เราอยากแนะนำคือ กางเกงยีนส์ของทางแบรนด์ ที่เรียกว่าทรง Carrot Fit (Taperd) ที่สามารถเข้าได้กับทุกรูปทรง บริเวณข้อเท้าถูกตัด (Cropped) ให้ลอยขึ้นเล็กน้อย เหมาะอย่างยิ่งกับการใส่คู่กับรองเท้าผ้าใบโดยอาจใส่กับถุงเท้าเพื่อเพิ่มลูกเล่นและมิติ หรือไม่ใส่ถุงเท้า (sockless) เพิ่มโชว์ทรงของขากางเกงที่รองรับบริเวณครึ่งตาตุ่มแบบพองาม Officine Generale การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพถือเป็นสิ่งสำคัญของแบรนด์เสื้อผ้า ไม่ต่างจากการออกแบบที่ยอดเยี่ยมอันเป็นจุดขายของ Officine Generale นำโดย Pierre Mahéo เจ้าของและผู้ออกแบบเสื้อผ้าของแบรนด์ ที่สามารถผสมผสานงานเสื้อผ้าแบบ tailor ด้วยความที่มีคุณปู่เป็นช่างตัดเสื้อ และงานประเภท workwear ที่เป็นความชอบส่วนตัวของเขาเองได้อย่างลงตัวโดยไม่พิพักพิพ่วน Mahéo เน้นการเลือกสรรเนื้อผ้าแบบญี่ปุ่นที่ใส่สบาย แต่คงไว้ซึ่งรูปลักษณ์เฉพาะตัวของเนื้อผ้าที่เลียนแบบตามคุณภาพได้ยากยิ่ง Mahéo เชื่อเสมอว่า การที่จะชักจูงใจให้ผู้คนมาหลงรักเสื้อผ้าของ สามารถแสดงออกได้วิธีเดียวคือการแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเสื้อผ้าชิ้นนั้นๆ What to look for เสื้อเชิ้ต ถือเป็นเสื้อผ้าชิ้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย การเลือกเสื้อเชิ้ตที่มีคุณภาพจะทำให้คุณสามารถใส่มันได้กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ ในทุกๆ วัน Officine Generale ถือเป็นแบรนด์หนึ่งที่แสดงคุณภาพผ่านเสื้อผ้าชิ้นพื้นฐานอย่างเสื้อเชิ้ตได้ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวัสดุแบบผ้าคอตตอน ผ้าลินิน หรือในเสื้อเชิ้ตอ็อกฟอร์ด ก็ถือเป็นชิ้นที่ควรค่าแก่การลงทุนทั้งสิ้น WM ท่านผู้อ่านหลายๆ ท่าน น่าจะพอได้ยินได้เห็นชื่อของ WM ผ่านหูผ่านตามาบ้าง เนื่องจากแบรนด์ดังกล่าวคือแบรนด์เสื้อผ้าที่เว็บของเราเป็นผู้ควบคุมดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เลือกวัสดุ และการผลิต เราริเริ่มจากการรังสรรค์คอนเทนท์เกี่ยวกับเรื่องไลฟ์สไตล์และการแต่งกายเป็นสำคัญ เรื่องนี้ยิ่งทำให้เราไม่สามารถทนทานต่อความไม่เอาใจใส่ในการผลิตเสื้อผ้าของแบรนด์หลายๆ แบรนด์ในโลกปัจจุบันได้ จึงต้องเริ่มลงมือสร้างคำจำกัดความของเสื้อผ้าตามมุมของเราเอง แน่นอนว่าคุณภาพและการออกแบบถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการผลิตด้วยเช่นกัน What to look for กางเกงมีจีบ ได้รับการยอมรับจากโลกสากลว่าเป็นส่วนประกอบอันแสนสำคัญของวงการเสื้อผ้าคลาสสิคเมนส์แวร์เรื่อยมา จนเมื่อราว 30 ปีที่ผ่านมากางเกงลักษณะนี้ได้ถูกตีความใหม่เพื่อให้เข้ากับบริบทของผู้คนในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต และทำให้สามารถหยิบออกมาใส่ได้ในทุกๆ วัน ทุกๆ โอกาส กางเกง Tapered Pleated ของWM จึงคู่ควรที่จะเข้ามาอยู่ในลิสต์ของเราท่านเช่นกัน Aspesi เริ่มต้นในปี 1969 Aspesi ยืนหยัดอย่างเข้มแข็งด้วยปรัชญญาแบบ “no-logo” ให้เสื้อผ้าสไลต์สบายๆ ที่สามารถนำมาใส่ได้ทุกๆ โอกาส แต่ในขณะเดียวกันการอัดแน่นไปด้วยคุณภาพของชนิดผ้าแบบ avant – grade (ล้ำยุค) กว่าเสื้อผ้าแบรนด์อื่นๆ ที่เกิดในราวๆ ปีเดียวกัน Aspesi พัฒนาทั้งในด้านการเลือกวัสดุและแนวทางการออกแบบเรื่อยมา ทำให้กลุ่มลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปได้คุณภาพกลับคืนมาอย่างเต็มเปี่ยม What to look for Aspesi เป็นแบรนด์ที่ถนัดถนี่ในด้านการออกแบบและการผลิตเสื้อนอก ดังนั้นเราจึงไม่อาจอดใจไม่แนะนำให้ท่านผู้อ่านเลือกซื้อเสื้อนอกของแบรนด์นี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นประเภทสเวตเชิ้ตไปจนถึงแจ็คเก็ตรูปแบบต่างๆ ล้วนได้รับความสำคัญและความเอาใจใส่ในการศึกษารูปทรงและการสรรหาวัสดุคุณภาพเยี่ยม ทำให้ปรากฏเห็นถึงความลงตัวที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายในเสื้อนอกทุกๆ ตัว James Perse James Perse เป็นแบรนด์สัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งในราวปี 1972 จากการศึกษารูปแบบของเสื้อผ้าทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก (ผ่านร้าน Maxfield ร้านคุณพ่อของเจ้าของแบรนด์) มารวมกันๆ ทำให้ James Perse มีภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เข้มแข็ง ยิ่งเมื่อต้องถูกจับมารวมกับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ เพื่อสร้างเลเยอร์ให้กับการแต่งกายแล้ว James Perse ยิ่งก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งของการรังสรรค์ไดเมนชั่นที่หรูหราแต่เงียบและเรียบง่ายของเสื้อผ้า What to look […]

Read

Brands to Know

BEAMS PLUS SPRING/SUMMER 2018 PAINTS A NOSTALGIC SEASIDE STORY

บรรยากาศคึกคักริมหาดในฤดูร้อนที่โคนีย์ ไอส์แลนด์ ไอวี ลีกสไตล์ เครื่องแบบทหาร และแจ๊สคืนชีพที่นิวพอร์ท เมื่อครั้งที่ BEAMS ตัดสินใจขยายไลน์ BEAMS PLUS ในปี 1999 เป้าหมายคือการเฉลิมฉลองยุคทองของเสื้อผ้าอเมริกันที่โยงตรงมาจากหน้าประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมของชาติ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแบบทหารเสื้อผ้าแนวไอวี ลีกแสนคลาสสิค ซับคัลเจอร์แยกย่อยอย่างการโต้คลื่น ตลอดจนชีวิตริมชายหาดที่ลากเส้นสองฟากฝั่งของอเมริกามาอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน สำหรับใครที่คุ้นเคยกับหนังสืออย่าง Take Ivy นั้น ภาพจำของเสื้อผ้าในแคมปัสที่เหล่านักศึกษาสวมใส่กันอย่างลำลองเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก กลับกลายเป็นสไตล์ที่คลาสสิคและเป็นธรรมชาติ เรื่องราวบรรยากาศทั้งหมดที่เห็นในเล่มถูกบันทึกโดยช่างภาพเทรุโยชิ ฮายาชิดะ ที่ตระเวนไปตามรั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐเพื่อเก็บภาพชีวิตของนักศึกษาในยุค 60’s ความสอดคล้องกันของอเมริกันแฟชั่นกับการกอบกู้โดยชาวญี่ปุ่นเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิมในหนังสือที่มีชื่อว่า Ametora: How Japan Saved American Style ที่ W. David Marx ผู้เขียนและนักประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมย้อนรอยบทบาทของชาวญี่ปุ่นที่เรียนรู้และรับเอาเสื้อผ้าของอเมริกันชน ไปศึกษาและไม่เพียงทำให้สมบูรณ์แบบแต่ยังรักษาและฟื้นฟูอเมริกันสไตล์ได้ไม่ด้อยไปกว่าประเทศเจ้าของเลยแม้แต่นิด หรือจะกล่าวให้ถูกคือ เราคงไม่เห็นหลายสิ่งที่เห็นกันในวันนี้ หากไม่ใช่เพราะความเพียรพยายามและเปิดรับของชาวญี่ปุ่นที่ช่วยถนอมความเข้าใจในเสื้อผ้าอเมริกันตลอด 150 ปีที่ผ่านมาจนกลายเป็นของอมตะ Coney Island Boardwalk, 1954 / Nathan Hughes Hamilton แน่นอน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เห็นคำว่า Ivy League กับ Military ผูกติดกันในคอลเลคชั่นเดียวกัน แต่นั่นก็เป็นเพราะสองขั้วนี้เป็นพู่กันสำคัญที่วาดภาพอเมริกันสไตล์ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ได้สวยงามและชัดเจนที่สุดความสดใสของซัมเมอร์ที่พลทหารกลับบ้านมาเป็นพลเรือน ใช้เวลาว่างด้วยการหลบชีวิตอันวุ่นวายในแมนฮัตตัน มาสู่ความรื่นรมย์และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของโคนีย์ ไอส์แลนด์ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่หาดทราย เกลียวคลื่น ชิงช้าสวรรค์และสวนสนุก มารวมอยู่ด้วยกันราวกับภาพวาดในหนังสือนิทาน เหล่านี้สะท้อนอยู่ในเสื้อผ้าที่เห็นแล้วก็รู้สึกสนุกครื้นเครงตามไป ลายปรินท์และการใช้สีที่สดใสเป็นส่วนประกอบสำคัญของภาพผู้คนที่นอนทอดกายอยู่ริมหาดแห่งนี้ Chet Baker, Newport Jazz Festival, 1955 / Herman Leonard ; Newport Jazz Festival, Rhode Island, 1963 / Nathan Hughes Hamilton หรือจะเป็นเทศกาลดนตรีแจ๊สในเมืองนิวพอร์ท รัฐโรดไอแลนด์ที่จัดขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ. 1954 ภายใต้ชื่อ “First Annual American Jazz Festival” เสียงของ Billie Holiday ขับกล่อมผู้ชมกว่า 13,000 คนที่ดั้นด้นเดินทางมาฟังเสียงของ “Lady Day” กันแบบกลางแจ้งด้วยความเต็มใจ อย่าลืมว่า ณ วันนั้น แนวดนตรีแจ๊สยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มชนชั้นสูงของสหรัฐแต่อย่างใด ทว่ามันกลับดึงดูดแฟนดนตรีวัยหนุ่มสาวผู้เปิดรับวัฒนธรรมแจ๊สและใครจะรู้ว่าไม่นานนัก แจ๊สจะขึ้นมาเป็นหนึ่งในไอคอนของวัฒนธรรมร่วมสมัยที่นักศึกษาแห่งรั้วมหาวิทยาลัยไอวี ลีก ต่างเทิดทูน ศิลปินชื่อคุ้นหูอย่าง Chet Baker, John Coltrane, หรือ Bill […]

Read

Brands to Know

DRAKE’S S/S 2018 AMERICAN PREPPY ROOTS WITH ITALIAN TAILORING

เมื่อ Subculture ที่มีมาตั้งแต่ราวปี 50 และเติบโตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันอย่าง Preppy หรือ Prep ที่มีบทบาทต่อวงการแฟชั่นไม่น้อยไปกว่าสไตล์อื่นๆ ไม่ว่าจะเกิดจากชนชั้นนำในสหรัฐผู้นิยมในกีฬาจำพวก Lacrosse และTennis เหล่านักเรียนกลุ่ม Ivy League อันโด่งดัง หรือมาจากความนิยมของแบรนด์อย่าง POLO Ralph Lauren และ Brooks Brothers มาผสมกับความงามอย่างคลาสสิคของเสื้อผ้าสไตล์ Italian Cut ที่มักมีให้เห็นบ่อยยิ่งในเครื่องแบบของสุภาพบุรุษผู้หลงรักในการแต่งกายในทุกๆ วันนี้ จนเกิดเป็น Collection ของ Drake’s ที่ให้กลิ่นไอแบบอเมริกันบนภาพลักษณ์แสนสบายสไตล์อิตาลิอาโน Drake’s ห้องเสื้อชั้นนำจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออก Colletion ประจำฤดูใบไม้ผลิ / ฤดูร้อนปี2018 ด้วยการรวมความ Prep แบบอเมริกาลงบน finishing cut แบบอิตาเลี่ยน ในโลกปัจจุบันที่สไตล์ทั้งสองทั้งเหลื่อมล้ำกัน ขาดความเป็นปัจเจกและบริบททางสังคมที่บีบรัด Drake’s หาทางออกให้มิตรรักแฟนเพลงของเสื้อผ้าทั้งสองสไตล์ ให้มาพบกันที่กลางทาง ดังทหารสองฝ่ายร่วมฉลองค่ำคืน Chirstmas Eve ด้วยกันหลังห้ำหั่นกันในสงครามแห่งแฟชั่นมาอย่างเนิ่นนาน แน่นอนว่าใน Lookbook Spring/Summer 2018 ของDrake’s หาได้ยกตนเองว่าเป็น Prep แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถ่ายทำ Lookbook ดังกล่าวทั้งหมดจากCharleston, South Carolina สหรัฐอเมริกา (ดูจากธงชาติที่ประดับอยู่หน้าบ้าน) และใช้คำว่า “…tenet of classic American style…” ในคำโปรยหัว เท่านี้ก็พอทราบได้แล้วว่า Drake’s ต้องการให้ Collection นี้ ของพวกเขาออกมาเป็นสไตล์ Prep อย่างแน่แท้ (นี่เรายังไม่ได้เจาะลงไปที่ตัวเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำไป) แน่นอนว่าเมื่อมองลงมาที่เสื้อผ้าแต่ละชิ้นใน Lookbook ดังกล่าว กลิ่นความ Prep ก็ตบปลายจมูกเราให้พอรู้สึกอย่างจามออกมาเลยทีเดียว พวกเราทั้งหมดอุทานออกมาพร้อมกันว่า  “ Drake’s Colletion นี้มัน Prep อย่างเหลือร้าย” Drake’s เริ่มต้นจาก Single-Breasted Madras Check Cotton Jacket จับคู่กับเสื้อเชิ้ต Oxford Button Down Collar เนคไทแบบ Knitted มาในสี Navy กางเกงยีนส์และรองเท้า Penny Loafer ซึ่งถ้านั่นยังไม่ดู Prep พอ การเพิ่มเสื้อ Blue/White Seersucker Jacket ที่ Drake’s จับคู่มากับเสื้อโปโลสีน้ำเงิน สีขาว หรือสีเขียวเข้ม ก็ทำให้เราจินตนาการถึงวันพักผ่อนสบายๆ ของนักเรียนจาก Havard University ที่เคร่งเครียดกับการอ่านหนังสือสอบมาทั้งสัปดาห์ได้ไม่น้อย Drake’s ไม่ได้หยุด sense of classic Amercian ไว้เพียงเท่านี้ เพราะใน lookbook ดังกล่าว เราพบกับรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดชนิดที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะอยู่ใน tennis court เสื้อ Crew Neck Jumper สีสดใสอย่าง Coral, Olive และ Navy และที่สำคัญที่สุดคือเนคไททั้งแบบ Knitted ที่เรากล่าวไว้ด้านบนแล้ว แบบ Stripe ที่ให้ความรู้สึกแบบอเมริกัน รวมถึงแบบที่ประดับลวดลายสีสันแปลกตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใส่ในฤดูร้อนนี้ แล้วอะไรกันที่ทำให้เราได้กลิ่นความเป็นอิตาเลี่ยน ใน Collection ที่เคลมตัวเองว่าจะเป็น Classic American style ของ Drake’s เพราะเมื่อเราเลื่อนดู lookbook นี้ไปเรื่อยๆ เราพบว่า finishing cut ที่ Drake’s ใช้ มีอิทธิพลจากเสื้อผ้าแบบอิตาเลี่ยน รวมถึงเนื้อผ้าต่างๆ ก็มาจากอิตาลีอีกด้วย เพียงเท่านี้ยังไม่พอ ด้วยรูปแบบของเสื้อ jacket แบบผ้าลินิน ในลักษณะ Soft Sholder ที่มีรูปแบบการทำคล้ายกับเสื้อเชิ้ต (เรียกว่า Spalla Camicia) ให้เห็นช่วงไหล่ของผู้สวมใส่ชัดเจน ที่แน่นอนไม่มีให้พบเห็นใน jacket แบบอเมริกัน (รวมถึงแบบอังกฤษ) การใส่กระเป๋าข้าง jacket สองฝั่งในทรงก้นแก้วบรั่นดี (เรียกว่า Tasca a Pignata) ที่เป็นรูปลักษณะของกระเป๋าข้างแบบ Neapolitana รวมถึงกระเป๋าที่อกเสื้อ jacket ที่เป็นทรงเรือ (เรียกว่า The barchetta) ที่มีความโค้งงอรับกับทรงกระเป๋า ก็เป็นกลิ่นไอแบบอิตาเลี่ยนที่เราไม่สามารถปฎิเสธจาก Drake’s ในSpring/Summer นี้ได้เลย ในขณะที่ทั่วโลกจับจ้องไปที่การปล่อยสุดแฟชั่นที่ยากจะเข้าถึงของเหล่าดิไซเนอร์จากทั่วทุกมุมโลก ตรงกันข้ามDrake’s กลับกำลังกลับสู่ความเป็นสามัญที่ควรค่าแก่การเฝ้าดูเป็นที่สุด กระแสของแฟชั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจ แต่เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกระแสต่างหาก การรวม Subculture จากสอง Culture หลัก อย่าง Preppy และ Sprezzatura ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นห้องเสื้อจากเมืองผู้ดี ที่มีเอกลักษณ์และรูปแบบการผลิตเสื้อผ้าเป็นของตนเอง และภาคภูมิใจยิ่งในอัตลักษณ์อันเข้มข้นดังกล่าว  การกระทำนี้จึงเป็นสิ่งที่แสนเสี่ยงและแน่นอนว่าDrake’s อาจลงเอยด้วยการปักมีดเล่มคมลงบนหัวใจของพวกเขายามที่ปล่อย lookbook ที่เราวิเคราะห์กันอย่างเนิ่นนานมานี้ออกมาด้วยมือของพวกเขาเอง แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ว่าพวกเขาทำได้และทำได้ดีเสียด้วย เชิญท่านผู้อ่านทัศนาการออกจาก Social Norm ที่แสนจะ cliché และผิดฝาผิดตัวอย่างยอดเยี่ยม ของ Drake’s ได้ที่นี่     

Read

preloader