The Edit

Automobiles

Automobiles

Lexus

A WALK THROUGH LEXUS GLOBAL BOOTH AT BIMS 2019

มากกว่าพื้นที่การจัดแสดงรถยนต์ คือภาพสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียด

Read

Around Town

TOYOTA ALIVE SPACE: INSIDE THE NEW INNOVATIVE HUB

การพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีล้ำสมัยกับประสบการณ์ท้าทายที่จับต้องได้

Read

Lexus

A BOLD MOVE. THE RIGHT CHOICE.

การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เริ่มต้นจาก
การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เช่นเดียวกับการพัฒนายนตรกรรม
ของเลกซัสตลอดเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา

Read

Lexus

MY AMAZING DAY

เมื่อเริ่มต้นสิ่งที่ดีจากภายใน ชีวิตในหนึ่งวันธรรมดาก็ดูแสนพิเศษ

Read

Lexus

THE MOST RELIABLE

การขับขี่อันนุ่มนวลที่มาพร้อมความปลอดภัย
และภูมิหลังแห่งยนตรกรรมที่ผ่านการทดสอบอันแสนหฤโหดหลายต่อหลายครั้ง
ผ่านการสร้างสรรค์อันเจนจัดด้วยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ

Read

Lexus

THE LEXUS TECHNOLOGIES

การตีความคำว่าเทคโนโลยีของเลกซัสนั้นลึกซึ้งกว่าปกติเสมอ
แต่ที่ท้าทายกว่าคือการผนวกความก้าวล้ำเข้ากับการใช้งานจริงของรถยนต์

Read

The Inspirations

FROM PASSION TO SUCCESS

เรื่องราวความหลงใหลของค่ายรถยนต์ใบพัดฟ้าขาว และชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ที่น่าจะเป็นดั่ง แรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จให้กับใครหลายๆ คน บทความโดย Kantinan Srisan, Style Editor, W.Ministry และ Nanat Suchiva, Deputy Editor, W.Ministry   การล้มลุกคลุกคลานและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ดาหน้าเข้ามา เป็นคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งกว่าจุดหมายของความสำเร็จ เราเชื่อว่าทั้งหมดนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากสิ่งที่เรียกว่า “Passion” หรือความคลั่งไคล้ถวิลหา ใคร่รู้สนใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจังและไม่เอนอ่อนไปกับสิ่งเร้าชนิดไหน เพราะความหลงใหลใคร่รู้นี้เป็นองค์ประกอบสำคัญชั้นดีที่ทำให้คนๆ หนึ่งยืนยันการปฏิเสธความพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา เช่นเดียวกันกับ BMW ที่ยึดมั่นต่อคุณค่าและความหมายของคำว่า Passion อย่างจริงจังจนสามารถฟันฝ่าปัญหาไม่ว่าจะน้อยใหญ่ จนกระทั่งเติบโตขึ้นมาเป็นค่ายรถยนต์ชั้นผู้นำของโลกอย่างภาคภูมิใจตลอดมา ไม่ว่าจะในสายตาของใครๆ BMW นั้นเป็นเหมือนตัวแทนเอกลักษณ์แห่งความหรูหรา ที่เรียบง่ายแต่มากคุณค่า ไร้กาลเวลา ด้วยก้าวเดินที่มั่นคง เพราะแม้ครั้งหนึ่งจะเคยประสบกับปัญหาครั้งใหญ่จนเกือบจะต้องขายกิจการมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้พลิกวิกฤติกลับมาเป็นโอกาสเพราะวิสัยทัศน์และ Passion ที่ล้ำหน้า รถยนต์สัญชาติเยอรมันนี้จึงมีที่ยืนสูงดั่งการพิชิตยอดภูผาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน เรื่องราวของความสำเร็จของ BMW ไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เห็น เพราะการถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ปี ค.ศ. 1917 ณ กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมัน นั้นเริ่มต้นจากการประกอบธุรกิจผลิตเครื่องยนต์ให้กับกองทัพประเทศเยอรมันในชื่อว่า […]

Read

Lexus

EXPERIENCE THE LEXUS PHILOSOPHY AT THE L GALLERIA

สัมผัสปรัชญาความเหนือชั้นของการให้บริการ ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ของเลกซัส หากจินตนาการถึงพื้นที่หนึ่งซึ่งเหมือนเป็นแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์จากมันสมองชั้นยอดของมนุษย์ เพื่อแบ่งปันผลงานศิลปะ การออกแบบเทคโนโลยี และชีวิตความเป็นอยู่อย่างหรูหราแต่เรียบง่าย คำตอบของพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้ากลางเมือง พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวของวัตถุและมีชีวิตหรืองานเปิดตัวผลงานของศิลปินชื่อดังในโลกคนใด แต่คือพื้นที่ที่ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นยอดสัญชาติญี่ปุ่นอย่างเลกซัสได้ส่งผ่านแนวคิดเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสตัวตน มากกว่าแค่เพียงมุมมองยนตรกรรม เมื่อราว 3 ปีที่ผ่านมาสถานที่ในนามว่า “Intersect by Lexus” ได้ถูกกำเนิดขึ้นที่เขตอาโอยาม่า พื้นที่แสนสงบแต่มีชีวิตชีวาในกรุงโตเกียวด้วยแนวคิดที่ว่าความเป็นอยู่ของชีวิตหลากมุมมองและยนตรกรรมจากเลกซัสนั้นต้องสามารถจับต้องได้ ไม่ใช่เพียงการอธิบายผ่านตัวอักษรเท่านั้น และเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ชิ้นสำคัญที่อยากเห็นผู้คนและชีวิตเมืองเชื่อมโยงกับรถยนต์อย่างไร้รอยต่อ เพราะชื่อของ Intersect นั้นเป็นเหมือนการอุปมาพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของผู้คนและรถยนต์ที่สามารถสื่อสารและพักผ่อนหย่อนใจกันได้ราวกับเป็นพื้นที่ของตัวเองครั้งหนึ่งผู้บริหารสูงสุดของเลกซัส อากิโอะ โทโยดะ ได้เคยพูดถึง Intersect by Lexus ไว้ว่าเป็นพื้นที่ที่เลกซัสตั้งใจสื่อสารแนวคิดและตัวตนไปยังผู้บริโภคอย่างอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีชีวิตโลดแล่นมากกว่าเพียงรถยนต์ และพื้นที่แห่งนี้ก็ประสบความสำเร็จเสมอมา เพราะหลังจากการเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว Intersect by Lexus ก็ได้ขยายไปยังเมืองใหญ่ของโลกอย่าง ดูไบและกำลังจะเปิดตัวที่มหานครนิวยอร์กเร็วๆนี้ และสามารถสร้างประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับผู้ที่ผ่านไปมา ได้มากกว่าการใช้สื่อใดๆ ทำการตลาดเพียงด้านเดียว หากผู้อ่านได้ติดตามบทความของเราที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องราวความมหัศจรรย์ที่เป็นมากกว่ายนตรกรรมของเลกซัสแล้วจะรู้สึกได้ว่าถ้อยคำที่ผู้ผลิตย้ำและสื่อสารอยู่ตลอดในคำว่า “Omotenashi” หรือความเอาใจใส่ขึ้นไปอีกขั้นตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คือปรัชญาเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้เลกซัสโดดเด่นและไม่เหมือนใครในความเรียบหรูมาตลอด 30 ปี และในวันนี้ปรัชญานั้นได้กำลังเข้ามาประชิดตัวเราอย่างเข้าไปอีกขั้นในโมเดลพื้นที่แบบใหม่ที่จะทำให้ตรงใจคนไทยมากกว่าที่เคยเป็นมาด้วยเอกลักษณ์แห่งศิลปะการทำมือที่ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนเพราะปรัชญาและวิสัยทัศน์ของเลกซัสไม่ได้เพียงมุ่งเน้นการสรรค์สร้างรถยนต์ที่เหนือชั้น แต่เป็นประสบการณ์ในชีวิตหลายๆ อย่างประกอบกันและในวันนี้วิสัยทัศน์นั้นได้ส่งออกไปอีกครั้งผ่านการเดินทางของพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่ สู่มหานครกรุงเทพในชื่อว่า “The L GALLERIA by LEXUS” แกลเลอรี่แสดงผลงานแห่งใหม่ใจกลางเมือง ที่เป็นมากกว่าแค่การเชื่อมโยงผู้คนและรถเข้าด้วยกัน เพราะเป็นการรวบยอดปรัชญาความคิดของเลกซัสที่มีมาตลอดอย่างเหนือชั้น ผ่านประสบการณ์ รูป รส กลิ่นเสียง และการสัมผัสอันเยี่ยมยอดที่จับต้องได้ ความเรียบหรูแต่ทรงพลังของเลกซัสไม่ได้ถูกนำเสนอผ่านวัสดุราคาแพงเทคโนโลยีล้ำอนาคตการออกแบบที่สะดวกสบาย หรือการใช้เชื้อเพลิงทดแทน แต่เป็นการมอบประสบการณ์ให้ผู้ใช้ด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในทุกๆ ด้าน สอดประสานกันอยู่ใน Omotenashi เพราะคำว่าเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือเครื่องจักร ล้วนต้องมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญในงานฝีมือ วัฒนธรรม และการเอาใจใส่ของมนุษย์ทุกอย่างล้วนคือการพัฒนาที่อยู่ในทุกอณูของเลกซัสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ณ The L GALLERIA by LEXUS แห่งนี้มีความพิเศษกว่าโดดเด่นที่การมอบประสบการณ์ที่หลอมรวมอยู่ใน Omotenashi ทั้ง 5 คือรูป รส กลิ่นเสียง และสัมผัส ที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้สึกเหล่านี้ได้ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง Sight ประสบการณ์แรกแห่งรูปลักษณ์บริเวณทางเดินของ The L GALLERIA by LEXUS นี้ ถูกถ่ายทอดออกมาโดยชัช ชัชวาล จันทโชติบุตร ช่างภาพคนไทยชื่อดังที่สร้างผลงานใหญ่ๆ มาแล้วทั่วโลก พ่วงด้วยตำแหน่งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ LEICA Thailand ปี 2016 ซึ่งภาพที่จัดแสดงใน The L GALLERIA by LEXUS นี้ได้ใช้คอนเซ็ปต์ที่ชื่อว่า Time, Shape and Reflection สะท้อนผลงานผ่าน 2 ตัวตนของเลกซัส ทั้งรถยนต์และผู้ขับขี่ซึ่งแนวคิดนี้ ได้เริ่มต้นจากความคิดที่ว่า องค์ประกอบหลัก และตัวแปรสำคัญในการสร้างสรรค์งานจากการสัมผัสรถจริงทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ LC 500, LS 500h และ RX 300 ออกมาเป็นทิศทางของการแสดงภาพที่ปราณีตและชัดเจนตามแบบฉบับ Omotenashi คุณชัชวาล  จันทโชติ (ชัช) Brand Ambassador LEICA Thailand 2016 Time ในมิติตัวรถคือภาพถ่ายของชัช ที่สะท้อนระยะเวลาในการบ่มเพาะและคิดสร้างสรรค์ความใส่ใจในทุกรายละเอียดออกมาได้อย่างดี ว่ากว่าจะมาเป็นรถยนต์เลกซัสสักคันหนึ่งนั้นใช้เวลานานเพียงใด และ Time ในมิติของผู้ใช้งานนั้น ภาพถ่ายของชัชสะท้อนออกมาในมุมมองของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารว่า ณ ขณะที่ใช้เวลาอยู่ในรถเลกซัสบนท้องถนนเป็นช่วงเวลาที่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเดินทางและเรียนรู้สมรรถนะตัวรถไปพร้อมๆ กัน ท้ายที่สุดคือการกลายเป็นช่วงเวลาของความสุนทรีย์ในทุกการเดินทาง Shape ถูกแสดงออกมาโดยเน้นการตกแต่งภายนอกของตัวรถ (Exterior) ทั้ง 3 รุ่นและสื่อสารออกมาแบบเส้นสายต่างๆ ที่บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสโดยเส้นโค้ง เว้า และรูปแบบของรถนั้นจะถูกถ่ายทอดออกไปยังผู้พบเห็นอย่างชัดเจน Reflection ของภาพถ่ายคือการสื่อสารถึงภาพสะท้อนของไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานรถยนต์เลกซัสโดยเน้นความเคลื่อนไหวของทั้งผู้ขับขี่และตัวรถไปพร้อมๆ กัน Taste ร้านกาแฟที่มุ่งมั่นเรื่องความพิถีพิถันและช่ำชองเรื่องนวัตกรรมแห่งเครื่องดื่มอย่าง EUREKA Nitro […]

Read

Lexus

LEXUS PARADIGM BEHIND BLOCKBUSTERS

การวางรากฐานเพื่ออนาคตด้วยความเชื่อมโยงกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ สะท้อนจินตนาการผ่านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของเลกซัส รถยนต์ Lexus LC500 ในสี Structural Blue ยานพาหนะของตัวเอก ใน Black Panther (2018) แนวคิดของการ “มองไปข้างหน้า” ตั้งแต่วันแรกที่ให้กำเนิดรถยนต์ต้นแบบ เป็นอะไรที่จับต้องได้อย่างชัดเจนสำหรับรถยนต์แบรนด์หรูสัญชาติญี่ปุ่น เพราะน้อยครั้งที่เลกซัสได้เอ่ยปากเกี่ยวกับเรื่องราวเกียรติประวัติหรือตำนานในอดีตของการสร้างตัวตนในโลกใบนี้ต่างจากค่ายรถยุโรป แต่แทนที่ด้วยการค้นคว้า พัฒนา เติมเต็มและสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือกว่าในบริบทที่ว่าด้วยความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนแบบญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า Omotenashi ตั้งแต่เครื่องยนต์ไปจนกระทั่งความสะดวกสบายในการโดยสารขั้นสูงสุด ซึ่งก็นับว่าเป็นปรัชญาที่ไปด้วยกันกับวิสัยทัศน์ของรถยนต์แดนอาทิตย์อุทัยอย่างชัดเจน การสร้างแบรนด์เพื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง ฉีกกฎการทำตลาดรถยนต์แบบเดิมๆ คือกลยุทธ์หลักที่เลกซัสพยายามตามหาความสำเร็จอยู่ตลอดมา และในครั้งนี้ดูเหมือนว่ากำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการพุ่งเป้าปรับชุดความคิด (Mindset) ของผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นและการผันตัวให้อยู่เหนือกว่าตลาดรถยนต์ที่แข่งขันกันอย่างรุนแรงเพราะเลกซัสเชื่อเสมอว่าการปรับตัวให้เข้ากับเป้าหมายเหล่านั้นคือการวางรากฐานที่ดีในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ในระยะยาว มากกว่าที่จะสร้างความประทับใจแบบหวือหวาชั่วข้ามคืนอย่างที่มักจะเห็นกัน ทั้งนี้เพื่อพุ่งตรงไปสู่จุดหมายและหล่อเลี้ยงวิสัยทัศน์ในการผลิตจินตนาการให้เป็นรูปร่างโดยไม่เคยมีคำว่าปิดกั้นตราบใดที่วิศวกรและทีมออกแบบทุกคนเห็นภาพปลายทางที่ชัดเจนเป็นภาพเดียวกัน ต่อเนื่องจากแคมเปญที่เราจับมือกับ Lexus ตั้งแต่ปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ในบทความฉบับนี้ W.Ministry จะพาผู้อ่านเข้าสู่โลกจินตนาการแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ผ่านม้วมฟิล์มจอเงินที่ไม่ใช่เพียงการนำรถแห่งอนาคตมาเป็นตัวประกอบ แต่เป็นการฝังรากแนวคิดที่สื่อสารกับผู้ชมหัวก้าวหน้าได้อย่างเฉียบคม Imagination Brought to Films Major Valérian (รับบทโดย Dane DeHaan) ใน Valerian and the City of a Thousand Planets (2017) บ่อยครั้งที่เราเห็นยานพาหนะได้เข้าไปผนวกเข้ากับความบันเทิงในฟอร์มของภาพยนตร์มากกว่าสิ่งใดๆ เหตุก็เพราะเนื้อหาประเภทนี้มีคุณสมบัติครบรสทั้งในเชิงอารมณ์และแนวคิด ที่ถ่ายทอดผ่านภาพและเสียงที่บรรจุอยู่ในรูปแบบความบันเทิงแก่ผู้ชมยาวเกินกว่าชั่วโมง และรถสปอร์ตสุดสวยกับหนังแอ็คชั่นแทบจะเป็นอะไรที่แยกกันไม่ออก เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปยังภาพยนตร์แสนคลาสสิคอย่างสายลับ 007 ภาพของ เจมส์ บอนด์ควบ Aston Martin คันงาม ก็คงผุดขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย หรือ Ford Mustang Fastback สีเขียวมรกตที่Steve McQueen ขับในเรื่อง Bullitt หรือจะเป็น Audi สีดำขลับที่ขับโดยโทนี่ สตาร์คใน Iron Man และอีกมากมาย ทว่าเลกซัสถือเป็นผู้นำในการออกแบบสมการลักษณะนี้ โดยการพาไอเดียเข้าใกล้โลกอนาคตที่สุด หนึ่งตัวอย่างที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุดเห็นจะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ–ไฟผลงานของยอดผู้กำกับ Luc Besson ในฉากนี้ Major Valérian (แสดงโดย Dane DeHaan) ตัวเอกของเรื่อง กำลังควบคุมเครื่องยนต์ “สกายเจ็ท” ยานอวกาศที่ออกแบบโดยเลกซัส ที่เขาขับไล่กวดยานของคู่ต่อสู้จนค่อยๆ พังลงทีละลำ เรียกคะแนนอย่างอ้อมๆจากคนดูได้ไม่น้อยในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย นี่ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีอธิบายแนวคิดสร้างสรรค์ในผลงานยนตรกรรมที่ไร้ขีดจำกัด เพื่อให้ผู้ชมตระหนักถึงจินตนาการความกล้าหาญอันท้าทายในผลผลิตทางความคิดชิ้นใหญ่นี้ของเลกซัส Futuristic Pop Culture Lexus 2054 ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ–ไฟ Minority Report (2002) เลกซัสได้เฉิดฉายควบคู่วัฒนธรรมความบันเทิงตั้งแต่ช่วงรอยต่อของสหัสวรรษใหม่ ความตื่นตัวทางเทคโนโลยีของผู้คนผ่านหัวเลี้ยวสำคัญของเวลาช่วงยุค 2000’s เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด ในปี 2002 ผู้กำกับ Steven Spielberg ซึ่งเป็นผู้ใช้รถยนต์เลกซัสอยู่แล้วนั้น ได้ติดต่อไปยังเลกซัสเพื่อขอให้ออกแบบยานพาหนะที่รองรับกับโลกในปี 2054 สำหรับ Minority Report ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาซึ่งดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นที่เขียนโดย Philip K. Dick และสิ่งประดิษฐ์ที่ออกมาตามบัญชาของ Spielberg นั้น คือรถยนต์ต้นแบบสุดล้ำที่มีรูปลักษณ์โค้งมนเป็นจุดเด่น“Lexus 2054” มีโครงสร้างทนทานต่อแรงชนกระแทก พ่วงด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบ Fuel Cells และระบบควบคุมความปลอดภัยแบบไบโอเมทริกซ์ตามสไตล์รถยนต์จากโลกอนาคต โมเดลนี้ยังประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นในจินตนาการที่คิดๆไปก็ดูไม่ไกลเกินความจริงเมื่อเรามองจากปี 2018 อาทิ โหมดไร้คนขับ ที่สามารถรับคำสั่งแบบเสียง และคัดสรรเสียงดนตรีในห้องโดยสารเพื่อให้เหมาะกับสถาวะอารมณ์ขณะนั้นของคนนั่งเป็นการพาเอาหลักคิดแบบ Omotenashi ของเลกซัสไปอยู่ในบริบทของปี 2054 ได้อย่างแนบเนียน ซึ่งในเวลาต่อมา Lexus 2054 ออกปรากฏตัวทั้งในภาพยนตร์เอง และตามงานออโต้โชว์ต่างๆ จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก จริงอยู่ว่าวัฒนธรรมกระแสนิยมหรือ Pop […]

Read

Automobiles

HOW BMW X2 FUELED THAI FASHION DESIGNERS

อีกครั้งที่แฟชั่นกับยานยนตร์ร่วมเส้นทางกัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ คงไม่มีใครปฏิเสธการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านของโลกแฟชั่นว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีพลวัฒน์ และมีความหลากหลายแตกต่างกันไปตามกาลเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่ได้มีการพัฒนาเฉพาะนวัตกรรมการขับเคลื่อนเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้กลายเป็นจุดสำคัญของความสนใจจากผู้คนมากมายคือสไตล์และการออกแบบที่แตกต่าง เรากล้าพูดได้เต็มปากว่ารถและแฟชั่นกำลังเดินทางไปด้วยกันอย่างแยกไม่ออก เพราะหากดูสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมาแล้วกระแสการเปิดตัวรถยนต์กับการใช้แฟชั่นโชว์เป็นตัวชูโรงในมิลานแฟชั่นวีค หรือแม้กระทั่งการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง Ralph Lauren ก็ยังใช้สถานที่เกี่ยวกับรถยนต์เพื่อเติมเต็มกลิ่นอายให้ดูแตกต่างจากสิ่งที่ผ่านมาในอดีต และจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้า และเปิดภาพลักษณ์ใหม่ๆ ตรงเป้าหมายอย่างเฉียบคม เช่นเดียวกับ BMW ผู้นำยานยนต์ระดับโลกที่เลือกใช้การเปิดตัวรถยนต์ BMW X2 ภายใต้แคมเปญ “Be The One Who Dares” ที่เลือกที่จะแตกต่าง อย่างไม่มีใครกล้าทำ แต่สิ่งที่ทำนั้นทำให้ผู้คน “จดจำ” ได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการออกแบบเสื้อผ้าที่เดินกรุยกรายอยู่บนรันเวย์ เพราะแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาใส่ได้ในชีวิตประจำวันทุกๆ ชุด แต่สิ่งที่ได้คือการทำให้ผู้คนจดจำและประทับใจในคาแร็คเตอร์ของดีไซน์เนอร์ ในครั้งนี้ BMW ใช้โจทย์แรงบันดาลใจในแฟชั่นโชว์จาก 3 แบรนด์ชื่อดังชั้นดีของคนไทยอย่าง Tube Gallery, HOOK’s และ Wonder Anatomie เพื่อบ่งบอกถึงความกล้าที่จะ “แตกต่าง” อย่างมีคาแรคเตอร์ โดยสามดีไซน์เนอร์ คุณ ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และ พิสิฐ จงนรังสิน แห่ง Tube Gallery คุณ ประภากาศ อังศุสิงห์ แห่งHOOK’s และ คุณ เฉลิมเกียรติ คติเกษมเลิศ จาก Wonder Anatomie จะมาเล่าเรื่องราวความหัศจรรย์ของการทำแคมเปญ การตีความในความตั้งใจที่จะทำให้เสริมกำลังกันและกันระหว่างโลกยานยนต์และแฟชั่น ว่าจะไปด้วยกันได้อย่างไร   Tube Gallery การร่วมงานกันระหว่าง Tube Gallery และ BMW X2 ในครั้งนี้ สะท้อนความกล้าที่จะฉีกกฎการออกแบบที่เคยเป็น เพราะทั้งสองแบรนด์นั้นที่ผ่านมานั้นเดินตามรอยเดิมที่ทำมาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่เมื่อมีโจทย์สนุกๆ จาก BMW แล้ว ผลงานในครั้งนี้ก็ท้าทายสายตาผู้คนอย่างเรียกได้ว่าน่าตื่นเต้นไม่แพ้กันและกัน “BMW X2 เป็นภาพสะท้อนตัว Tube Gallery ให้ออกแบบเสื้อผ้าในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นแรงบันดาลใจให้ฉีกแนวและน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม และถนนเยาวราชนั้นก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเล็คชั่นนี้ เพราะเราคิดว่าตัวถนนเองประกอบไปด้วยความเป็นโมเดิร์นโอเรียลทอลแบบจีน ที่มีแสงสีสะท้อนออกมาแบบโลกตะวันออกชัดเจน” สำหรับการออกแบบในครั้งนี้โลโก้ของ BMW ในมุมมองของคุณ ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และ พิสิฐ จงนรังสิน มีความคล้ายพัดจีนดังนั้นเสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นพิเศษนี้จึงเป็นฟอร์มที่อิงไปทางรูปแบบของพัด สีทองอร่าม เพิ่มลูกเล่นด้วยงานคราฟต์ที่ประณีตดั่งกรรมวิธีตัดกระดาษของจีนที่สง่างาม “แน่นอนว่าสีทองที่เป็นสีเปิดตัวของรถยนต์ BMW X2 ในครั้งนี้ และยังเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีที่ทำให้ Tube Gallery เกิดไอเดียการนำวัสดุต่างๆ ในโทนสีทองผสมสีดำ ทั้ง ลาเมต์ ซิลค์ นีโอพรีม อะคริลิค การปักมือ เทคนิคพิมพ์ผ้า มาผสมผสานกัน เพราะจะว่าไปแล้ววัตถุดิบเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ Tube Gallery ใช้อยู่แล้วแต่โจทย์ในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความท้าทายให้มากกว่าเพราะต้องทำอย่างไรให้แตกต่างออกไปจากที่เคยเป็น” สิ่งที่คุณ ศักดิ์สิทธิ์ และ คุณ พิสิฐ สร้างสรรค์ออกมานั้นคือความกล้าที่จะทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ทลายกรอบที่เคยทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือคนอื่นทำไว้ให้ จุดมุ่งหมายก็เพื่อเพื่อสร้างอะไรใหม่ๆ ออกมาในสิ่งที่เรียกว่า“ความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งก็เป็นความคล้ายคลึงกันกับคอนเซ็ปต์ Be The One Who Dares ในรถยนต์ BMW X2 นี้ ที่นำรถยนต์ระดับโลกมาจับมือกับดีไซน์เนอร์ไทย HOOK’s สำหรับคุณ ประภากาศ อังศุสิงห์ นั้นความท้าทายตั้งแต่แรกคือการได้ร่วมงานกับรถยนต์ที่เขาชื่นชอบเป็นทุนเดิม ประกอบกับแบรนด์ HOOK’s ไม่ได้ทำอะไรสนุกๆ และท้ามายมานานแล้ว เมื่อได้รับโจทย์จาก BMW X2 นี้ก็ทำเริ่มจุดไฟในการทำอะไรใหม่ๆ ขึ้นอีกครั้ง “จริงๆ เรารู้สึกเต็มที่มากๆ ตั้งแต่กระบวนการออกแบบจนกระทั่งออกมาเป็นตัวเสื้อผ้า และ HOOK’s เองก็เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่มีคาแร็คเตอร์ชัดเจนอยู่แล้ว คนที่จะเลือกสวมใส่ก็ต้องมีคาแร็คเตอร์ชัดเจนเช่นกัน ดังนั้น ถ้าพูดถึง BMW X2 แล้วเราคิดว่าเป็นรถยนต์คาแร็คเตอร์ใหม่ๆ เหมาะสำหรับใครที่ไม่อยากสัมผัสอะไรแบบเดิมๆ” แรงบันดาลใจในคอลเล็คชั่นล่าสุดที่ทำร่วมกับ BMW X2 นี้ สำหรับ HOOK’s แล้วเกิดอยู่บนพื้นฐานการออกแบบตามศิลปะแบบ Ecentric คือความจับนู่นผสมนี่จนลงตัว และในแคมเปญนี้เราก็ตั้งใจดื่มด่ำสิ่งรอบตัวที่เป็นโจทย์ ตั้งแต่บรรยากาศถนนที่ใช้เป็นหลักคือถนนเจริญกรุงที่มีความเป็นศิลปะอัดแน่นอยู่มาก และโทนสีทองของรถยนต์ BMW X2 ทำให้เสื้อผ้าของ HOOK’s ครั้งนี้มีความท้าทายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เรานำเสนอเรื่องโทนสีเหลืองทอง สีหลักของ BMW X2 รุ่นใหม่ที่จะออกมานี้แล้วโทนสีนี้ก็เป็นสีที่เราชอบก็คือดีไซน์ที่สอดคล้องกลับคอลเลคชั่น HOOK’s ครั้งนี้ที่ต่างไปจากเดิมทั้งลายเส้นสายต่างๆ นานา” และสำหรับวัสดุที่คุณประภากาศใช้ แม้ว่าเป็นอะไรที่ไม่น่าจะเข้ากันได้เช่น เลื่อมที่มีความระยิบระยับ วัสดุสีโครเมี่ยม เมทัลลิก มาประดับบนเสื้อผ้าพร้อมลวดลายกราฟฟิกต่างๆ แต่ก็ดูลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ เหมือนกับตัวถนนเจริญกรุงที่เป็นแหล่งรวมของสิ่งใหม่ๆ และวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่แม้จะดูไม่เข้ากันแต่ก็ลงตัวได้ดี เหมือนกับคอนเซ็ปต์รถยนต์ BMW X2 ที่ทำเพื่อท้าทายกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กล้าจะแตกต่าง ฉีกกรอบภาพความหรูหราตามสไตล์ BMW ที่ผ่านมาในอดีต ดังคอนเซ็ปต์ Be The One Who Dares Wonder Anatomie Be […]

Read

preloader